ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)

Share

ทำไมญี่ปุ่นมีถึงมีหน้าตาแบบนี้
หลังการมาของกองเรือดำสหรัฐอเมริกา จุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดระบอบโชกุนของญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ญีปุ่นช่วงที่คนไทยน้อยคนนักจะรู้

เพจประวัติศาสตร์สงครามญี่ปุ่นยุคเซนโกะคุถึงยุคปฏิวัติเมจิ ที่นำเสนอเรื่องราวจากแหล่งข้อมูล หนังสือ ฯลฯ ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งผู้อ่านสามารถรับข้อมูลสดใหม่และมุมมองที่แตกต่างจากการรับรู้เดิมได้จากเพจนี้

05/22/2026

การยึดครองแคว้นอะวะ (阿波占拠 ) : ความทะเยอทะยานของโมริ เทะรุโมะโตะ กับราคาที่ต้องจ่ายหลังศึกเซคิกะฮะระ

ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงปลายยุคเซนโกะคุ หนึ่งในประเด็นที่ถูกให้ความสนใจ คือคำถามที่ว่า เหตุใดตระกูลโมริจึงถูกลงโทษอย่างรุนแรงหลังศึกเซคิกะฮะระ ทั้งที่ตัวโมริ เทะรุโมะโตะ (毛利輝元) เองแทบไม่ได้ออกบัญชาการรบโดยตรงในสนามรบ...

คำตอบหนึ่งอาจอยู่ที่เหตุการณ์ซึ่งมักถูกกล่าวถึงไม่มากนัก นั่นคือ การเข้ายึดครองแคว้นอะวะของฝ่ายโมริในช่วงสงคราม...

แคว้นอะวะ ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดโทะคุชิมะ บนเกาะชิโกะกุ เป็นดินแดนของฮะจิสุกะ อิเอะมะสะ (蜂須賀家政) ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับอิชิดะ มิตสึนะริ (石田三成) มาตั้งแต่สงครามบุกเกาหลี...

ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ฮะจิสุกะไม่ได้ให้การสนับสนุนฝ่ายตะวันตกอย่างเต็มตัว และเปิดช่องให้กองกำลังของโมริเข้ายึดพื้นที่อะวะในช่วงความวุ่นวายก่อนศึกเซคิกะฮะระ...

แม้ภายหลัง เมื่อโทะกุกะวะ อิเอะยะสุ (徳川家康) และโมริบรรลุข้อตกลงสงบศึก ดินแดนอะวะจะถูกส่งคืนให้ตระกูลฮะจิสุกะ แต่เหตุการณ์นี้กลับทิ้งความหมายทางการเมืองเอาไว้อย่างชัดเจน...

การส่งกองกำลังเข้ายึดดินแดนต่าง ๆ ระหว่างสงคราม ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติการทางทหารเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงเจตนาทางอำนาจของโมริ เทะรุโมะโตะอย่างเด่นชัด เพราะหากโมริมีเป้าหมายเพียงรักษาสถานะเดิม ก็ไม่มีความจำเป็นต้องขยายอิทธิพลเข้าสู่พื้นที่ของไดเมียวอื่น การยึดอะวะจึงถูกตีความได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายอำนาจของตระกูลโมริ ภายใต้ความวุ่นวายของสงครามกลางเมือง ซึ่งสำหรับฝ่ายโทะกุกะวะแล้ว เรื่องนี้เป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง...

ตระกูลโมริในเวลานั้น ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่มหาศาลกว่า 1,200,000 โกะคุ และมีสถานะเป็นหนึ่งในไดเมียวที่ทรงอำนาจที่สุดของญี่ปุ่นตะวันตก หากปล่อยให้คงกำลังเช่นเดิมหลังสงคราม ก็อาจกลายเป็นศูนย์กลางการต่อต้านรัฐบาลเอะโดะในอนาคต...

ผลลัพธ์หลังศึกเซคิกะฮะระจึงไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้แพ้ แต่เป็นการตัดกำลังเชิงยุทธศาสตร์...

ตระกูลโมริถูกริบดินแดนจากกว่า 1,200,000 โกะคุ เหลือเพียงประมาณ 300,000 โกะคุ และถูกย้ายไปยังเมืองฮะงิ แคว้นโชชู ซึ่งห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจเดิม ในทางหนึ่ง นี่คือการทำลายศักยภาพของโมริไม่ให้กลับมาเป็นมหาอำนาจระดับประเทศได้อีก...

หากมองผ่านกรณียึดครองแคว้นอะวะ จะเห็นได้ว่า การลงโทษดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการอยู่ฝ่ายตะวันตกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความหวาดระแวงต่อ ความทะเยอทะยานของโมริ เทะรุโมะโตะ ที่แสดงออกผ่านการเคลื่อนกำลังเข้ายึดดินแดนระหว่างสงคราม...

สำหรับโทะกุกะวะ อิเอะยะสุ การรวมประเทศไม่ได้หมายถึงเพียงชัยชนะในสนามรบ แต่รวมถึงการกำจัด ศักยภาพในการท้าทายอำนาจในอนาคตด้วย และสำหรับตระกูลโมริ การเข้ายึดแคว้นอะวะ อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้รัฐบาลใหม่ตัดสินว่า ตระกูลนี้ ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยไว้อีกต่อไป...
(ภาพถ่าย(เอง)สุสานตระกูลโมริ เมืองฮะงิ)

05/16/2026

เบนโตที่ว่างเปล่า ณ ทุ่งเซคิกะฮะระ

ในขณะที่กองทัพฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออกกำลังรบพุ่งกันอยู่บนทุ่งเซคิกะฮะระอยู่นั้น มีเรื่องเล่าแปลกๆ เกี่ยวกับ "กล่องเบนโตที่ว่างเปล่า" หรือ คะระเบนโต...

ก่อนการรบ ตระกูลโมริได้แอบทำสัญญาสงบศึกกับอิเอะยะสุแห่งฝ่ายตะวันออกไปแล้ว กองทัพโมริและกองทัพคิกกะวะ จึงเลือกจะไม่ลงเขานันกูซังเพื่อร่วมรบ ทำให้กองทัพอื่นๆ ที่อยู่แนวหลังกองทัพตระกูลคู่ขวัญโมริ ไม่สามารถลงเขาได้เช่นกัน...

โมริ ฮิเดะโมะโตะ แม่ทัพแห่งกองทัพโมริตอบผู้ส่งสารของกองทัพ(นัตสึกะ)มะสะโยะชิว่า (ตอนนี้)กองทัพโมริกำลังแจกจ่ายเสบียงให้กับทหารอยู่ (จึงไปรบไม่ได้) ประมาณว่า ทหารกำลังจะกินข้าว จึงยังไม่สามารถเคลื่อนทัพได้ (จะเอาฮาไปไหน)...

เรื่องนี้ถูกเล่าต่อกันมาในชื่อ "กล่องเบนโตที่ว่างเปล่าของท่านเสนาบดี (ผมเข้าใจว่าหมายถึงเทะรุโมะโตะ)" (宰相殿の空弁当) แน่นอนว่ายากที่จะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง และดูไม่สมเหตุสมผลเลยในทางประวัติศาสตร์...

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าว่าฮิเดะโมะโตะได้อ้างกับมะสะโยะชิและอันโคะคุ เอะเค ซึ่งได้ขอให้กองทัพโมริเคลื่อนทัพออกไปว่า กองทัพโมริตัดสินใจที่จะเคลื่อนทัพออกไป แต่ลงเขาไปไม่ได้เพราะกองทัพคิกกะวะ (ที่อยู่ข้างหน้า) ไม่ยอมเคลื่อนทัพ จึงให้ไปคุยกับฮิโระอิเอะแม่ทัพกองทัพคิกกะวะเอาเอง แม้มะสะโยะชิและเอะเคจะสงสัยและงงงวยในคำพูดเหล่านี้อย่างมาก แต่ก็ด้วยเหตุงงๆ นี้เอง ทำให้เหล่ากองทัพน้อยต่างๆ ที่อยู่บริเวณตีนเขานันกูซัง ไม่สามารถเคลื่อนทัพได้ เนื่องจากกองทัพใหญ่ของโมริไม่ยกลงมานำทัพน้อยเหล่านั้นเข้าทำศึก...

ในที่สุด เมื่อความพ่ายแพ้มาถึง มะสะโยะชิและเอะเคก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหนีออกจากสนามรบ ในขณะที่ฮิเดะโมะโตะและฮิโระอิเอะรอดพ้นจากการพิจารณาโทษ เนื่องจากโมริ เทะรุโมะโตะทำข้อตกลงสงบศึกกับอิเอะยะสุในนาทีสุดท้ายก่อนมหาศึกจะเริ่มต้น...

04/20/2026

คนไม่เอาอ่าว "ฮิเดะทะดะ" (?)

ถ้าเราถามตัวเองว่า ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมามากพอหรือไม่นั้น คำตอบขึ้นอยู่กับว่า เราตีความเกี่ยวกับ “โทะกุกะวะ ฮิเดะทะดะ" อย่างไร...

ใช่ครับ คนที่เดินทัพไปติดแหงกที่ปราสาทอุเอะดะของพวกซะนะดะ จนไปไม่ทันศึกที่ทุ่งเซคิกะฮะระ นั่นละครับ...

บทบาทของ โทะกุกะวะ ฮิเดะทะดะ มักถูกลดทอนเหลือเพียงผู้สืบทอดที่อยู่ใต้เงาของบิดาอย่างโทะกุกะวะ อิเอะยะสุ แต่หากมองให้ลึกลงไปในบริบททางอำนาจหลังยุคเซนโกะคุแล้ว จะพบว่าเขาคือผู้จัดระเบียบสนามการเมืองให้มั่นคงอย่างแท้จริง มากกว่าจะเป็นเพียงผู้สืบทอดตำแหน่งโชกุนตามสายเลือด...

หลังการสถาปนารัฐบาลโชกุนที่เอะโดะ อำนาจของโทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะริ ยังคงเป็นศูนย์รวมเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มไดเมียวจำนวนมากที่เคยเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง โดยเฉพาะอดีตขุนศึกของโทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะชิ ที่ยังคงมีความภักดีต่อระบอบเดิมอยู่...

อย่างที่ผมเคยบอก ศึกที่ทุ่งเซคิกะฮะระ ไม่ใช่ศึกระหว่างโทะโยะโทะมิ-โทะกุกะวะ แต่เป็นศึกระหว่างระบอบโทะกุกะวะ-ผู้ต่อต้านระบอบโทะกุกะวะ ดังนั้น แม้ศึกใหญ่ในปร 1600 จะจบลงด้วยชัยชนะของอิเอะยะสุ แต่ตระกูลโทะโยะโทะมิก็ยังคงอยู่...

ฮิเดะทะดะเข้าใจดีว่า แม้โครงสร้างแผ่นดินจะเปลี่ยน แต่ความชอบธรรม ยังไม่ถูกผูกขาดโดยตระกูลโทะกุกะวะอย่างสมบูรณ์ หากปล่อยให้ฮิเดะโยะริเติบโตและรวบรวมเครือข่ายได้อีกครั้ง โอกาสของการกลับเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมืองก็ยังคงมีอยู่...

ดังนั้น การมองว่าฮิเดะทะดะนั้นระแวงลูกเขยตนเอง จึงไม่ใช่อารมณ์ส่วนตัว แต่เป็นการประเมินภัยคุกคามเชิงโครงสร้างอย่างแม่นยำ นำไปสู่การปฏิบัติการล้างระบบ จากการทำสงครามสู่การกวาดล้างเชิงระบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน...

จุดเปลี่ยนสำคัญคือศึกปิดล้อมโอซาก้า ซึ่งไม่ใช่แค่การทำลายคู่แข่งทางการเมือง แต่เป็นการปิดฉากความเป็นไปได้ที่จะกลับมาของระบอบโทะโยะโทะมิอย่างเด็ดขาด...

คนที่อยากกำจัดฮิเดะโยะริ จึงไม่น่าใช่อิเอะยะสุ แต่เป็นตัวฮิเดะทะดะต่างหาก...

สิ่งที่ทำให้ฮิเดะทะดะโดดเด่นยิ่งกว่าคือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังสงคราม เขาไม่ได้หยุดเพียงการกำจัดศัตรูหลัก แต่เดินหน้าจัดระเบียบอำนาจใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะตระกูลที่เคยเป็นแกนหลักของโทะโยะโทะมิ เช่น คะโต และ ฟุคุชิมะ ต่างถูกลดอำนาจหรือกำจัด แม้แต่กลุ่มใกล้ชิดของโทะกุกะวะเอง เช่น สายหนึ่งของตระกูลฮอนดะ(มะสะโนะบุ) ก็ถูกควบคุมหรือกวาดล้าง ส่งผลให้ระบบการเมืองถูกปรับให้ความจงรักภักดีต่อโชกุนมีความสำคัญกว่าสายสัมพันธ์ส่วนบุคคล ซึ่งนี่คือการเปลี่ยนผ่านจากเครือข่ายนักรบไปสู่รัฐรวมศูนย์อย่างแท้จริง...

ความสำเร็จของ โทะกุกะวะ อิเอะมิตสึ มักถูกยกย่องว่าเป็นยุคทองของการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ว่าจะเป็นระบบซังคินโคไต (参勤交代) หรือการควบคุมไดเมียวทั่วญี่ปุ่น แต่โครงสร้างเหล่านั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีสนามการเมืองที่ถูกเคลียร์แล้วโดยฮิเดะทะดะ...

ผมเคยอ่านหนังสือเล่นหนึ่งซึ่งได้กล่าวไว้ว่า
อิเอะยะสุ คือ ผู้ชนะสงคราม
ฮิเดะทะดะ คือ ผู้ทำให้ชัยชนะนั้นยั่งยืน
อิเอะมิตสึ คือ ผู้นำระบบไปสู่จุดสูงสุด
ซึ่งก็จริง...

ขอเสริมเกี่ยวกับความสำเร็จของฮิเดะทะดะ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ซึ่งอยู่รายละเอียดเล็กน้อยอย่างชื่อฮิเดะทะดะ ก็สะท้อนการเชื่อมโยงเชิงอำนาจอย่างน่าสนใจ...

คำว่า ฮิเดะ (秀) มาจาก โทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะชิ (豊臣秀吉) สื่อถึงการสืบทอดความชอบธรรมจากระบอบเดิมที่รวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนคำว่า ทะดะ (忠) มาจาก มัตสึไดระ ฮิโระทะดะ (松平広忠) ผู้เป็นปู่ สะท้อนรากฐานของตระกูลโทะกุกะวะ ผู้ครองดินแดนเล็กๆ ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดท่ามกลางไฟสงคราม ชื่อของฮิเดะทะดะจึงเหมือนสะพานระหว่างสองยุค แต่ชีวิตของเขากลับเลือกที่จะตัดสะพานนั้นทิ้ง เพื่อไม่ให้เกิดการย้อนกลับ...

หากมองผิวเผิน ฮิเดะทะดะอาจดูเป็นโชกุนที่ไม่โดดเด่น บางคนถึงขั้นตีความว่า "ไม่เอาอ่าว" แต่หากพิจารณาในมิติของการสร้างรัฐ เขาคือผู้ปิดประตูประวัติศาสตร์ ไม่ให้ญี่ปุ่นหวนกลับไปสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง...

ความโหดเหี้ยมและความเด็ดขาดของฮิเดะทะดะ อาจทำให้ชื่อเสียงมัวหมองในสายตาคนรุ่นหลัง แต่ในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับสันติภาพยาวนานกว่า 250 ปีของยุคเอะโดะ ซึ่งน้อยคนนักจะมองเห็นคุณค่าของเขา...

แล้วเรายังจะตราหน้าว่าฮิเดะทะดะนั้น "ไม่เอาอ่าว" ได้อีกหรือ?

(ภาพจากซีรีส์ どうする家康)

12/22/2025

เหตุผลว่าทำไมญี่ปุ่นหลังปฏิรูปประเทศแล้ว จึงพยายามขยายอิทธิพลให้ไกลออกไปจากหมู่เกาะญี่ปุ่น
ความเสี่ยง: ความไม่แน่นอน, ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้, ความได้เปรียบในเรื่องพื้นที่รบ
ความเสียหาย: ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่เกี่ยวกับการรบ

เห็นแล้วทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไมจักรวรรดิรัสเซียอันกว้างใหญ่ จึงเลือกรับศึกนโนเลียนในดินแดนของตน ในขณะที่จักรวรรดิญี่ปุ่นพยายามผลักสงครามออกไปให้ไกลจากเกาะญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กและถูกตัดขาดได้ง่าย

12/21/2025

ว่าด้วยเรื่อง "หอกยาว"

สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเกราะญี่ปุ่นคือ การที่หอกเป็นอาวุธหลักในสนามรบ...

เป็นการยากที่จะเอาดาบคะตะนะฟันหรือตัดเกราะ โดยเฉพาะส่วนท้อง จะมีประสิทธิภาพมากกว่าถ้าฟัน หรือแทงบริเวณรอยต่อระหว่างเกราะ ซึ่งทำได้ยาก...

ในการรบในรูปแบบกองทหาร เหล่าอะชิกะรุจะถือหอกเรียงกันเป็นหน้าตับ ใช้หอกในการ "ทุบ" เพื่อให้กองทหารฝ่ายตรงข้ามเสียขบวน และใช้หอกแทงเข้าช่องโหว่ของข้าศึกที่พยายามป้องกันหัวตัวเองจากการทุบ...

ดังนั้น หอกยิ่งยาวยิ่งได้เปรียบในการรบ...

มีบันทึกไว้ว่า เมื่อครั้งที่โอะดะ โนะบุนะงะ แห่งแคว้นโอะวะริ เดินทางไปพบ ไซโต โดซัง แห่งแคว้นมิโนะ โนะบุนะงะได้นำหน่วยหอกยะริ ที่มีความยาว 6.4 เมตร ไปด้วย...

บุชิหรือซามุไรที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี มักจะช่ำชองการใช้ดาบหรือหอกสั้น แต่สำหรับทหารชั้นต่ำที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมากนักอย่างโซเฮียวนั้น การรบในรูปแบบกองทหารโดยหอกยาวนั้น ถือว่าเป็นลดช่องว่างทางด้านฝีมือการรบได้เป็นอย่างดี...

สรุปง่ายๆคือ ยิ่งเข้าสู่ยุคที่กองทัพมีทหารโซเฮียวมากเท่าไหร่ ความยาวของหอกก็ยิ่งยาวมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในยุคหลัง อาวุธที่มีบทบาทในการลดช่องว่างของฝีมือในการใช้ดาบ แทน "หอก" ก็คือ "ปืน"นั่นเอง

Photos from ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)'s post 12/06/2025

วัดเซนโคจิ(善光寺)และศึกคะวะนะกะจิมะ(川中島の戦い)

ช่วงนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจแคว้นชินะโนะ(ชินชู) ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ จ.นะงะโนะ โดยหวังว่าจะได้เจอหิมะแรกของปีที่นี่ รวมถึงสำรวจพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ ด้วยตาตัวเอง...

ผมเริ่มต้นทริปด้วยการนั่งรถไฟชินคังเซน ลงสถานีเมืองนะงะโนะ และต่อรถบัสมายังวัดเซนโคจิ ตามด้วยสมรภูมิคะวะนะกะจิมะ ในวันแรก จากนั้นเดินทางต่อ เพื่อไปตามรอยตระกูลซะนะดะที่อุเอะดะ ก่อนจะปิดทริปด้วยการเดินชิลๆ ชมเมือง สัมผัสอากาศต้นฤดูหนาวที่คะรุอิซะวะ...

แม้จะเป็นคนไม่มีศาสนา แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า ผมสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ และศรัทธาของผู้คนที่มีต่อวัดเซนโคจิแห่งนี้ เลยถือโอกาสขอเล่าเกี่ยวกับวัดเซนโคจิ และศึกคะวะนะกะจิมะ ระหว่างทะเคะดะ ชินเงน-อุเอะสุงิ เคนชิน ไว้พอให้ได้เป็นเกร็ดความรู้ เผื่อผู้อ่านท่านใดมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือน จะได้เอาไปเล่าต่อ หรืออินกับการเยี่ยมชมวัดแห่งนี้มากขึ้น...

วัดเซนโคจิ ปัจจุบัน ตั้งอยู่ในเมืองนะงะโนะ จังหวัดนะงะโนะ ซึ่งในอดีตเป็นจุดรวมเส้นทางยุทธศาสตร์ของแคว้นชินาโนะ ใกล้กับคะวะนะกะชิมะ (บริเวณพื้นที่ระหว่างแม่น้ำไซและแม่น้ำจิคุมะ) แค่ประมาณ 5–6 กม. ผู้คน พ่อค้า รวมถึงกองทัพต้องเดินทางผ่านชุมชนนี้ วัดเซนโคจิจึงเป็นจุดข่าวสาร–ศรัทธาที่สำคัญ ทำให้เมืองรอบวัดเป็นพื้นที่ค้าขายใหญ่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ และเป็นแหล่งเสบียงสำหรับกองทัพ ฝ่ายที่ได้คุมชุมชนรอบวัดเซนโคจิ ย่อมมีความได้เปรียบทางด้านการส่งกำลังบำรุง และการเดินทัพขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ผ่านแคว้นชินะโนะ...

เนื่องจากภูมิประเทศเป็นหุบเขา กองทัพตระกูลทะเคะดะ สามารถขึ้นเหนือไปยังแคว้นที่อยู่ชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น จากแคว้นไค (จ.ยะมะนะชิ) ผ่านแคว้นชินะโนะได้เพียง 2 ทาง โดยเส้นทางแรกคือ เส้นทางผ่านดินแดนสุวะ (ทะเลสาบสุวะ) ผ่านตัวเมืองตัวเมืองมัตสึโมะโตะในปัจจุบัน ผ่านหมู่บ้านฮะคุบะ ขึ้นเหนือตามแม่น้ำฮิเมะกะวะ ออกชายฝั่งที่เมืองอิโตะอิกะวะ...

ประเด็นสำคัญคือ อีกเส้นทาง ที่ผ่านเมืองโคะโมะโระ เมืองอุเอะดะ ขึ้นเหนือมายังตัวเมืองนะงะโนะในปัจจุบัน อันเป็นที่ตั้งของวัดเซนโคจิ ซึ่งเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางเข้าไปยังแคว้นเอะจิโกะได้ และสะดวกที่สุดเส้นทางหนึ่ง...

วัดเซนโคจิ จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายอิทธิพลขึ้นเหนือของฝ่ายทะเคะดะ และการสร้างดินแดนกันชนของฝ่ายอุเอะสุงิ ซึ่งกองทัพทะเคะดะ จะไม่สามารถรุกคืบต่อไปได้เลย ถ้าดินแดนแถบนี้ไม่ได้เข้ากับฝ่ายตน ในขณะเดียวกัน แคว้นเอะจิโกะจะมีภัย ราวกับมีคนเอามีดมาจ่อคอหอยทันที ถ้าหากดินแดนแถบนี้อยู่ในการควบคุมของฝ่ายทะเคะดะที่เป็นศัตรู...

วัดเซนโคจิจึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดศึกคะวะนะกะจิมะ ครั้งที่ 2 ซึ่งแม้จะไม่มีการรบที่รุนแรง แต่การตั้งทัพดูเชิงของทั้ง 2 ฝ่าย กินเวลาหลายเดือน จนสุดท้าย จบลงที่การสงบศึก โดยต่างฝ่ายต่างถอนทัพออกจากพื้นที่...

10/14/2025

ญี่ปุ่นยุคใหม่มีรากมาจากการก่อการร้าย(?)

⭕️ลอบสังหารบุคคลสำคัญของรัฐบาล
⭕️ลอบวางเพลิงสถานทูต บ้านเรือน
⭕️ลักพาตัว
⭕️ข่มขู่
⭕️โจมตีเรือสินค้ามิตรประเทศ
⭕️หันปากกระบอกปืนเล็ก-ใหญ่ ยิงใส่พระราชวังของพระจักรพรรดิ

เห็นความคล้ายกันกับพฤติกรรมการวางระเบิดสถานที่ราชการ-ชุมชน ลอบยิง-ลักพาตัวบุคคลสำคัญ ฯลฯ ไหมครับ...

ถ้าเป็นบริบทของยุคปัจจุบัน เราคงเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็น "การก่อการร้าย" แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในญี่ปุ่น เมื่อกว่า 150 ปี ที่แล้ว และเคยใช้ได้ผลด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศใดประเทศหนึ่ง...

ตลกร้ายคือ แคว้นโชชู ซึ่งเป็นหนึ่งในแคว้นที่ต่อต้านรัฐบาลโชกุนเก่า และสร้างรัฐบาลเมจิใหม่ คือผู้ที่กระทำเรื่องสกปรกทุกอย่าง ที่ผมได้จั่วหัวโพสด้านบน...

นี่ไม่รวมมหามิตรอย่างแคว้นสัตซึมะ ที่งามหน้าไม่แพ้กัน ทั้งเผาบ้านเรือน ข่มขู่ปล้นชิงสิ่งของ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวเมืองเอะโดะ จนแคว้นโชไนทนไม่ไหว เผาสถานที่ซึ่งถูกเรียกว่า "ซ่องโจร" อย่าง "คฤหาสน์แคว้นสัตซึมะ" วอดวาย นำไปสู่การระเบิดของศึกที่โทะบะ-ฟุชิมะ ชานกรุงเกียวโต ในที่สุด...

เราจะกล่าวว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแรกๆ ในโลก ที่ถูกเปลี่ยนโฉมโดยการก่อการร้าย ก็คงจะไม่ผิด...

Photos from ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)'s post 10/13/2025

"อาวุธลับที่แท้จริงของฮิเดะโยะชิ"
#อย่าหมิ่นฮิเดะโยะชิ

#戦国三英傑伝

ผมเคยเขียนเกี่ยวกับความยอดเยี่ยมของโทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะชิที่เป็นเพียงผู้เดียว ที่สามารถปราบตระกูลชิมะสึ แห่งสัตซึมะ เกาะคิวชูได้ แต่ไม่เคยแตะในเนื้อหาที่ว่า "ทำไม"...

ความลับอยู่ที่กองทัพเรือ (水軍) ซึ่งถูกเกณฑ์มาจากไดเมียวและโจรสลัด รวมถึงการปฏิบัติการทางทะเลอย่างเป็นระบบ...

ฮิเดะโยะชิใช้กองเรือในการขนทหาร รวมถึงส่งกำลังบำรุงไปยังคิวชูได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ...

กองทัพเรือฝ่ายฮิเดะโยะชิสามารถเข้าถึงส่วนลึกแผ่นดินเกาะคิวชู จนสามารถเข้าตีปราสาทฮิระสะ (平佐城) ปัจจุบันอยู่ในเมืองฮิระสะ จ.คะโงะชิมะ ห่างเข้าไปตอนในแผ่นดินจากปากแม่น้ำเซนได (川内川) เรียกว่าเอามีดจ่อคอหอยเลยทีเดียว...

สงครามครั้งนี้ ฮิเดะโยะชิใช้เรือในการทำลายข้อจำกัดในเรื่องระยะทางและเวลาขนส่ง นอกจากภารกิจขนส่งกำลังบำรุงแล้ว เหล่าขุนศึก "ทหารน้ำ" ยังต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยตีปราสาทด้วย เรียกว่า ได้รับมอบหมายหลายภารกิจ และถูกใช้งานคุ้ม...

มีการระดมพลกองเรือ ทหารเรือ ครั้งใหญ่กว่านั้น ในช่วงพิชิตคันโตของตระกูลโฮโจ...

ทหารเรือจากไดเมียวภูมิภาคคินขิ, ชูโงะคุ และชิโกะกุ เช่น โมริ, อุคิตะ, คุคิ, วะคิซะกะ ฯลฯ กว่า 20,000 คน ถูกเกณฑ์ไปร่วมทัพ...

ยิ่งขนาดศึกใหญ่ ขนาดกองเรือก็จะใหญ่ตามไปด้วย เป็นสมการ...

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ ทำไมฮิเดโยะชิ จึงเป็นขุนศึกเพียงคนเดียวจากฝั่งตะวันออกที่สามารถกำราบชิมะสึแห่งสัตซึมะได้...

แม้จะพ่ายแพ้สงครามในเกาหลี เนื่องจากเรื่องปัญหาการส่งกำลังบำรุงข้ามไปยังเกาหลี แต่ผมกลับไม่แปลกใจเลยที่ฮิเดะโยะชิจะเชื่อในศักยภาพของตนในการยกข้ามทะเลญี่ปุ่นไปบุกคาบสมุทรเกาหลี...

เหตุผลมาจากความมั่นใจในกองเรือของตน ซึ่งเคยใช้ในสงครามจริง และประสบความสำเร็จอย่างงดงามในระดับยุทธศาสตร์...

Photos from ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)'s post 10/12/2025
10/12/2025

"โอะเคะฮะสะมะ รอบที่ล้านแปด"
#ตามล่าหาความจริงศึกโอะเคะฮะสะมะ

ยังมีกลุ่มคนที่ยังเข้าใจว่าการยกทัพเข้ารุกรานแคว้นโอะวะริโดยอิมะกะวะ โยะชิโมะโตะ คือการยกทัพมุ่งหน้าไปยังเกียวโตเพื่อเป็นเจ้าแผ่นดินเหนือญี่ปุ่น...

เราลองมาดูตัวเลขกำลังพลที่โยะชิโมะโตะนำมาครั้งนั้น ในเอกสารต่างๆ เผื่อจะได้ตาสว่างขึ้น...

บันทึก #ชินโจโคขิ (信長公記) 45,000 คน
บันทึกโคโยกุนคัง (甲陽軍鑑) 20,000 คน
บันทึกบุโคยะวะ (武功夜話) 30,000 คน
บันทึกโทะกุกะวะจิกขิ (徳川実紀) 40,000 คนเศษ
นวนิยายเอะฮงไทโคขิ (絵本太閤記) บันทึกไว้มากสุด(และเวอร์สุด) 50,000 คน

ญี่ปุ่นในสมัยนั้น คาดว่ามีประชากรราว 12 ล้านคน (ถือเป็น 10% ของประชากรญี่ปุ่นปัจจุบัน) ซึ่งกว่าครึ่งเป็นผู้หญิงไปเสียอีก...

ถ้าตีว่า 7% เป็น บุชิ ทหารที่โตเต็มวัย น่าจะมีแค่ 300,000 คน บวกลบ เท่านั้นทั่วญี่ปุ่น...

ถ้าอ้างอิงจากโพสที่ผมเขียนไปเรื่องศักดินาและการเกณฑ์ทหาร (https://www.facebook.com/share/1EXNppw6oZ/?mibextid=wwXIfr) กองทัพอิมะกะวะ ซึ่งครองเพียง 3 แคว้น (ซุรุกะ, โทโทมิ, มิกะวะ) คงสามารถระดมพลได้ราว 18,000 คนเท่านั้น...

นอกจากนี้ อิมะกะวะ โยะชิโมะโตะ ในเวลานั้นได้เกษียณตัวเอง และให้บุตรชายอย่าง อุจิซะเนะ ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลไปแล้ว...

ดูจากตรรกะ ความสมเหตุสมผล ความใหญ่ของตระกูลอิมะกะวะแล้ว จะเอาอะไรไปเป็นเจ้าแผ่นดินครับ ผมถามก่อน...

แล้วเรายังจะเชื่ออะไรแบบนี้อยู่หรอครับ ผมนี่ยอมใจเลย...

โพสที่เสนอเนื้อหาที่แตกต่างจากกระแสหลัก มีอ้างอิงจากหนังสือภาษาญี่ปุ่น กลับสู้ประวัติศาสตร์แฟนตาซีที่เล่าต่อกันมา ภาพจำจากเกม ภาพจำจาก Anime ไม่ได้เลย...

สิ่งที่อยากฝากกับผู้อ่านทุกท่าน โปรดเลิกเชื่อประวัติศาสตร์จากนิยายกันได้แล้วนะครับ เห็นผ่านตาทีไร เหนื่อยใจทุกครั้ง...

การเดินทัพของโยะชิโมะโตะ (https://www.facebook.com/share/1ACtn8gei3/?mibextid=wwXIfr)

Want your school to be the top-listed School/college in Fairfax?

Click here to claim your Sponsored Listing.

Location

Category

Website

Address


Fairfax, VA