ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)

  • Home
  • United States
  • Fairfax, VA
  • ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史)

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史) ทำไมญี่ปุ่นมีถึงมีหน้าตาแบบนี้
หลังการมาของกองเรือดำสหรัฐอเมริกา จุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดระบอบโชกุนของญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ญีปุ่นช่วงที่คนไทยน้อยคนนักจะรู้

เพจประวัติศาสตร์สงครามญี่ปุ่นยุคเซนโกะคุถึงยุคปฏิวัติเมจิ ที่นำเสนอเรื่องราวจากแหล่งข้อมูล หนังสือ ฯลฯ ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งผู้อ่านสามารถรับข้อมูลสดใหม่และมุมมองที่แตกต่างจากการรับรู้เดิมได้จากเพจนี้

ยอมรับตามตรงว่า ผมไม่ค่อยชอบการตีความบุคลิกของอิเอะยะสุในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นของซีรีส์เรื่องนี้เท่าไรนัก แม้ถ้าเรากางบั...
08/28/2026

ยอมรับตามตรงว่า ผมไม่ค่อยชอบการตีความบุคลิกของอิเอะยะสุในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นของซีรีส์เรื่องนี้เท่าไรนัก แม้ถ้าเรากางบันทึกทางประวัติศาสตร์ออกมาดู ก็พอจะเห็นอิเอะยะสุในมุมของคนที่ขี้ระแวง ตื่นกลัว ลังเล และไม่ใช่คนที่ชอบเสี่ยงโดยธรรมชาติอยู่เหมือนกัน แต่อาจเป็นเพราะผมอ่านเรื่องของชายคนนี้มาเยอะเกินไป จนภาพของอิเอะยะสุในหัวมันไม่ได้มีเพียงมุมนี้...

ผมเคยดูไดกะดราม่าเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ตอนที่ไปเรียนหลักสูตรเสนาธิการกิจอยู่ที่โตเกียว ซึ่งทุกวันอาทิตย์ ก่อนเวลา 2 ทุ่ม ผมต้องตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ เพื่อเตือนตัวเองว่าได้เวลาดูละครแล้ว ทั้งที่ปกติไม่ค่อยได้เปิดโทรทัศน์ในหอพักเลย...

ภาพที่ยังจำได้จนถึงวันนี้คือ เปิดทีวี ฟังเพลงอินโทรของเรื่องไปด้วย แล้วก็ยืนล้างจานไปด้วย เป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ในชีวิตช่วงหนึ่งที่ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะจำมันได้นานขนาดนี้...

พอกลับมาดูเรื่องนี้อีกครั้งในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมกับเมื่อกว่า 2 ปีก่อน คือความรู้สึกอบอุ่นในแบบที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเหมือนกัน มันเป็นความอบอุ่นจากโทนของเรื่อง จากภาพ จากดนตรี และจากบรรยากาศของญี่ปุ่นในยุคที่ผมหลงใหล

ที่สำคัญคือ โปรดักชันของเรื่องดีมาก หลายฉากทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่เคยเขียนไว้ในเพจนี้เกี่ยวกับอิเอะยะสุ เช่น เรื่องที่ว่า แม่ทัพในสนามรบจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องใส่เกราะที่อลังการที่สุด เกราะสวย ๆ เครื่องประดับเยอะ ๆ ธงที่ใหญ่โต หรือเครื่องแต่งกายที่โดดเด่น บางครั้งมันก็มีหน้าที่มากกว่าการป้องกันตัว มันคือการประกาศว่าฉันคือใคร หรือถ้าจะเรียกแบบภาษาชาวบ้านหน่อยก็คือ Aura farming นั่นแหละ ...

รวมถึงเรื่องที่ผมเคยเขียนว่า อิเอะยะสุไม่ได้เป็นยอดคน เขาไม่ได้เก่งไปทุกเรื่อง ไม่ได้กล้าหาญที่สุด ไม่ได้ฉลาดที่สุด และไม่ได้มีความสามารถรอบด้าน เขากลัวเป็น ลังเลเป็น ถอยเป็น และบางครั้งก็ตัดสินใจผิดพลาดเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้อิเอะยะสุแตกต่าง คือเขารู้จักตัวเอง และที่สำคัญกว่านั้นคือ เขารู้จักใช้คน...

อิเอะยะสุสามารถรายล้อมตัวเองด้วยบุโชที่มีความสามารถสูง และปล่อยให้แต่ละคนทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ซึ่งถ้ามองอิเอะยะสุเพียงคนเดียว เราอาจไม่เห็นว่าเขาเก่งที่สุดตรงไหน แต่ถ้ามองอิเอะยะสุพร้อมกับคนที่อยู่รอบตัวเขา ภาพมันจะเปลี่ยนไปทันที และบางที นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ชายคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้โดดเด่นที่สุดในสนามรบ สามารถอยู่รอดผ่านยุคสงครามกลางเมือง และสุดท้ายเป็นผู้ชนะเหนือทั้งศัตรูและโชคชะตา...

ซีรีส์ยังทำให้ผมนึกถึงอีกหลายเรื่องที่เคยสงสัยตอนอ่านประวัติศาสตร์ อย่างเช่น ทำไมหลังยุทธการโอะเคะฮะซะมะ อิเอะยะสุซึ่งครองปราสาทโอะกะซะกิอยู่แล้ว จึงเลือกเดินไปอยู่ข้างโอะดะ โนะบุนะงะ ซึ่งคำตอบมันไม่ได้มีแค่เรื่องใครแข็งแกร่งกว่า แต่มีทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การเมือง ความอยู่รอดของตระกูล การประเมินตัวละคร และการมองไปข้างหน้า...

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้แหละครับ ที่ทำให้ผมชอบดูประวัติศาสตร์ผ่านละคร เพราะบางครั้งหนังสือบอกเราว่า เกิดอะไรขึ้น แต่ภาพยนตร์หรือละครที่ดี ทำให้เราลองจินตนาการได้ว่า ตอนที่มันเกิดขึ้น คนเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร และนั่นทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง...

โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาโฆษณาหรือเกี่ยวข้องกับ Netflix ในทางการค้าแต่อย่างใดนะครับ เพียงแค่อยากขอบคุณที่นำซีรีส์เรื่องนี้กลับมาให้ผมได้ดูอีกครั้ง เพราะในช่วงชีวิตที่ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ไม่มีเวลานั่งเขียนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อะไรให้คนติดตามเหมือนเมื่อก่อน อย่างน้อยในวันหนึ่ง ผมก็ยังได้กลับไปอยู่ในโลกที่ตัวเองชอบ โลกของญี่ปุ่นโบราณ โลกของสงคราม โลกของซามูไร และโลกของชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า โทะกุกะวะ อิเอะยะสุ

จากคนที่เคยเดินทางตามรอยชายคนนี้จริง ๆ ตั้งแต่ปราสาทโอะกะซะกิ ปราสาทฮะมะมัตสึ ปราสาทซุนปุ ปราสาทเอะโดะ ไปจนถึงทุ่งเซคิกะฮะระ...

จากคนที่เคยนั่งอ่านเรื่องชีวิตของอิเอะยะสุผ่านตัวหนังสือ จนบางครั้งเรื่องราวของชายคนนี้เข้าไปอยู่ในหัวมากเสียจนเอากลับไปฝันได้ การได้กลับมานั่งดูเรื่องนี้อีกครั้ง จึงไม่ใช่แค่การดูละครสำหรับผม แต่มันเหมือนการได้กลับไปเดินในสถานที่เดิม ๆ กลับไปเปิดหนังสือเล่มเดิม ๆ และกลับไปพบกับตัวละครที่เราคุ้นเคยอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ พวกเขาไม่ได้อยู่บนหน้ากระดาษ แต่กำลังมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเรา...

ใครที่ชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะยุคเซนโกะคุ แนะนำให้ดูครับ อาจมีหลายมุมที่เราเห็นต่างกันได้ ไม่ตรงกับที่เราเคยอ่านมา แม้แต่ผมเองก็มีหลายฉากที่ตีความแบบขัดใจขัดกับการรับรู้ผ่านตัวหนังสือเหมือนกัน แต่ถ้าถามผมว่า ดูแล้วรู้สึกอย่างไร ก็คงตอบสั้น ๆ ว่า มันดีต่อใจจริง ๆ...

https://www.facebook.com/share/1GdyHXHr2K/?mibextid=wwXIfr

ทองคำเงา (幻の黄金)ความทรงจำ
07/12/2026

ทองคำเงา (幻の黄金)
ความทรงจำ

การยึดครองแคว้นอะวะ (阿波占拠 ) : ความทะเยอทะยานของโมริ เทะรุโมะโตะ กับราคาที่ต้องจ่ายหลังศึกเซคิกะฮะระในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่...
05/22/2026

การยึดครองแคว้นอะวะ (阿波占拠 ) : ความทะเยอทะยานของโมริ เทะรุโมะโตะ กับราคาที่ต้องจ่ายหลังศึกเซคิกะฮะระ

ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงปลายยุคเซนโกะคุ หนึ่งในประเด็นที่ถูกให้ความสนใจ คือคำถามที่ว่า เหตุใดตระกูลโมริจึงถูกลงโทษอย่างรุนแรงหลังศึกเซคิกะฮะระ ทั้งที่ตัวโมริ เทะรุโมะโตะ (毛利輝元) เองแทบไม่ได้ออกบัญชาการรบโดยตรงในสนามรบ...

คำตอบหนึ่งอาจอยู่ที่เหตุการณ์ซึ่งมักถูกกล่าวถึงไม่มากนัก นั่นคือ การเข้ายึดครองแคว้นอะวะของฝ่ายโมริในช่วงสงคราม...

แคว้นอะวะ ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดโทะคุชิมะ บนเกาะชิโกะกุ เป็นดินแดนของฮะจิสุกะ อิเอะมะสะ (蜂須賀家政) ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับอิชิดะ มิตสึนะริ (石田三成) มาตั้งแต่สงครามบุกเกาหลี...

ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ฮะจิสุกะไม่ได้ให้การสนับสนุนฝ่ายตะวันตกอย่างเต็มตัว และเปิดช่องให้กองกำลังของโมริเข้ายึดพื้นที่อะวะในช่วงความวุ่นวายก่อนศึกเซคิกะฮะระ...

แม้ภายหลัง เมื่อโทะกุกะวะ อิเอะยะสุ (徳川家康) และโมริบรรลุข้อตกลงสงบศึก ดินแดนอะวะจะถูกส่งคืนให้ตระกูลฮะจิสุกะ แต่เหตุการณ์นี้กลับทิ้งความหมายทางการเมืองเอาไว้อย่างชัดเจน...

การส่งกองกำลังเข้ายึดดินแดนต่าง ๆ ระหว่างสงคราม ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติการทางทหารเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงเจตนาทางอำนาจของโมริ เทะรุโมะโตะอย่างเด่นชัด เพราะหากโมริมีเป้าหมายเพียงรักษาสถานะเดิม ก็ไม่มีความจำเป็นต้องขยายอิทธิพลเข้าสู่พื้นที่ของไดเมียวอื่น การยึดอะวะจึงถูกตีความได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายอำนาจของตระกูลโมริ ภายใต้ความวุ่นวายของสงครามกลางเมือง ซึ่งสำหรับฝ่ายโทะกุกะวะแล้ว เรื่องนี้เป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง...

ตระกูลโมริในเวลานั้น ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่มหาศาลกว่า 1,200,000 โกะคุ และมีสถานะเป็นหนึ่งในไดเมียวที่ทรงอำนาจที่สุดของญี่ปุ่นตะวันตก หากปล่อยให้คงกำลังเช่นเดิมหลังสงคราม ก็อาจกลายเป็นศูนย์กลางการต่อต้านรัฐบาลเอะโดะในอนาคต...

ผลลัพธ์หลังศึกเซคิกะฮะระจึงไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้แพ้ แต่เป็นการตัดกำลังเชิงยุทธศาสตร์...

ตระกูลโมริถูกริบดินแดนจากกว่า 1,200,000 โกะคุ เหลือเพียงประมาณ 300,000 โกะคุ และถูกย้ายไปยังเมืองฮะงิ แคว้นโชชู ซึ่งห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจเดิม ในทางหนึ่ง นี่คือการทำลายศักยภาพของโมริไม่ให้กลับมาเป็นมหาอำนาจระดับประเทศได้อีก...

หากมองผ่านกรณียึดครองแคว้นอะวะ จะเห็นได้ว่า การลงโทษดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการอยู่ฝ่ายตะวันตกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความหวาดระแวงต่อ ความทะเยอทะยานของโมริ เทะรุโมะโตะ ที่แสดงออกผ่านการเคลื่อนกำลังเข้ายึดดินแดนระหว่างสงคราม...

สำหรับโทะกุกะวะ อิเอะยะสุ การรวมประเทศไม่ได้หมายถึงเพียงชัยชนะในสนามรบ แต่รวมถึงการกำจัด ศักยภาพในการท้าทายอำนาจในอนาคตด้วย และสำหรับตระกูลโมริ การเข้ายึดแคว้นอะวะ อาจกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้รัฐบาลใหม่ตัดสินว่า ตระกูลนี้ ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยไว้อีกต่อไป...
(ภาพถ่าย(เอง)สุสานตระกูลโมริ เมืองฮะงิ)

เบนโตที่ว่างเปล่า ณ ทุ่งเซคิกะฮะระในขณะที่กองทัพฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออกกำลังรบพุ่งกันอยู่บนทุ่งเซคิกะฮะระอยู่นั้น มีเ...
05/16/2026

เบนโตที่ว่างเปล่า ณ ทุ่งเซคิกะฮะระ

ในขณะที่กองทัพฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออกกำลังรบพุ่งกันอยู่บนทุ่งเซคิกะฮะระอยู่นั้น มีเรื่องเล่าแปลกๆ เกี่ยวกับ "กล่องเบนโตที่ว่างเปล่า" หรือ คะระเบนโต...

ก่อนการรบ ตระกูลโมริได้แอบทำสัญญาสงบศึกกับอิเอะยะสุแห่งฝ่ายตะวันออกไปแล้ว กองทัพโมริและกองทัพคิกกะวะ จึงเลือกจะไม่ลงเขานันกูซังเพื่อร่วมรบ ทำให้กองทัพอื่นๆ ที่อยู่แนวหลังกองทัพตระกูลคู่ขวัญโมริ ไม่สามารถลงเขาได้เช่นกัน...

โมริ ฮิเดะโมะโตะ แม่ทัพแห่งกองทัพโมริตอบผู้ส่งสารของกองทัพ(นัตสึกะ)มะสะโยะชิว่า (ตอนนี้)กองทัพโมริกำลังแจกจ่ายเสบียงให้กับทหารอยู่ (จึงไปรบไม่ได้) ประมาณว่า ทหารกำลังจะกินข้าว จึงยังไม่สามารถเคลื่อนทัพได้ (จะเอาฮาไปไหน)...

เรื่องนี้ถูกเล่าต่อกันมาในชื่อ "กล่องเบนโตที่ว่างเปล่าของท่านเสนาบดี (ผมเข้าใจว่าหมายถึงเทะรุโมะโตะ)" (宰相殿の空弁当) แน่นอนว่ายากที่จะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง และดูไม่สมเหตุสมผลเลยในทางประวัติศาสตร์...

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าว่าฮิเดะโมะโตะได้อ้างกับมะสะโยะชิและอันโคะคุ เอะเค ซึ่งได้ขอให้กองทัพโมริเคลื่อนทัพออกไปว่า กองทัพโมริตัดสินใจที่จะเคลื่อนทัพออกไป แต่ลงเขาไปไม่ได้เพราะกองทัพคิกกะวะ (ที่อยู่ข้างหน้า) ไม่ยอมเคลื่อนทัพ จึงให้ไปคุยกับฮิโระอิเอะแม่ทัพกองทัพคิกกะวะเอาเอง แม้มะสะโยะชิและเอะเคจะสงสัยและงงงวยในคำพูดเหล่านี้อย่างมาก แต่ก็ด้วยเหตุงงๆ นี้เอง ทำให้เหล่ากองทัพน้อยต่างๆ ที่อยู่บริเวณตีนเขานันกูซัง ไม่สามารถเคลื่อนทัพได้ เนื่องจากกองทัพใหญ่ของโมริไม่ยกลงมานำทัพน้อยเหล่านั้นเข้าทำศึก...

ในที่สุด เมื่อความพ่ายแพ้มาถึง มะสะโยะชิและเอะเคก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหนีออกจากสนามรบ ในขณะที่ฮิเดะโมะโตะและฮิโระอิเอะรอดพ้นจากการพิจารณาโทษ เนื่องจากโมริ เทะรุโมะโตะทำข้อตกลงสงบศึกกับอิเอะยะสุในนาทีสุดท้ายก่อนมหาศึกจะเริ่มต้น...

คนไม่เอาอ่าว "ฮิเดะทะดะ" (?)ถ้าเราถามตัวเองว่า ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมามากพอหรือไม่นั้น คำตอบขึ้นอยู่กับว่า เราตีค...
04/20/2026

คนไม่เอาอ่าว "ฮิเดะทะดะ" (?)

ถ้าเราถามตัวเองว่า ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมามากพอหรือไม่นั้น คำตอบขึ้นอยู่กับว่า เราตีความเกี่ยวกับ “โทะกุกะวะ ฮิเดะทะดะ" อย่างไร...

ใช่ครับ คนที่เดินทัพไปติดแหงกที่ปราสาทอุเอะดะของพวกซะนะดะ จนไปไม่ทันศึกที่ทุ่งเซคิกะฮะระ นั่นละครับ...

บทบาทของ โทะกุกะวะ ฮิเดะทะดะ มักถูกลดทอนเหลือเพียงผู้สืบทอดที่อยู่ใต้เงาของบิดาอย่างโทะกุกะวะ อิเอะยะสุ แต่หากมองให้ลึกลงไปในบริบททางอำนาจหลังยุคเซนโกะคุแล้ว จะพบว่าเขาคือผู้จัดระเบียบสนามการเมืองให้มั่นคงอย่างแท้จริง มากกว่าจะเป็นเพียงผู้สืบทอดตำแหน่งโชกุนตามสายเลือด...

หลังการสถาปนารัฐบาลโชกุนที่เอะโดะ อำนาจของโทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะริ ยังคงเป็นศูนย์รวมเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มไดเมียวจำนวนมากที่เคยเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง โดยเฉพาะอดีตขุนศึกของโทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะชิ ที่ยังคงมีความภักดีต่อระบอบเดิมอยู่...

อย่างที่ผมเคยบอก ศึกที่ทุ่งเซคิกะฮะระ ไม่ใช่ศึกระหว่างโทะโยะโทะมิ-โทะกุกะวะ แต่เป็นศึกระหว่างระบอบโทะกุกะวะ-ผู้ต่อต้านระบอบโทะกุกะวะ ดังนั้น แม้ศึกใหญ่ในปร 1600 จะจบลงด้วยชัยชนะของอิเอะยะสุ แต่ตระกูลโทะโยะโทะมิก็ยังคงอยู่...

ฮิเดะทะดะเข้าใจดีว่า แม้โครงสร้างแผ่นดินจะเปลี่ยน แต่ความชอบธรรม ยังไม่ถูกผูกขาดโดยตระกูลโทะกุกะวะอย่างสมบูรณ์ หากปล่อยให้ฮิเดะโยะริเติบโตและรวบรวมเครือข่ายได้อีกครั้ง โอกาสของการกลับเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมืองก็ยังคงมีอยู่...

ดังนั้น การมองว่าฮิเดะทะดะนั้นระแวงลูกเขยตนเอง จึงไม่ใช่อารมณ์ส่วนตัว แต่เป็นการประเมินภัยคุกคามเชิงโครงสร้างอย่างแม่นยำ นำไปสู่การปฏิบัติการล้างระบบ จากการทำสงครามสู่การกวาดล้างเชิงระบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน...

จุดเปลี่ยนสำคัญคือศึกปิดล้อมโอซาก้า ซึ่งไม่ใช่แค่การทำลายคู่แข่งทางการเมือง แต่เป็นการปิดฉากความเป็นไปได้ที่จะกลับมาของระบอบโทะโยะโทะมิอย่างเด็ดขาด...

คนที่อยากกำจัดฮิเดะโยะริ จึงไม่น่าใช่อิเอะยะสุ แต่เป็นตัวฮิเดะทะดะต่างหาก...

สิ่งที่ทำให้ฮิเดะทะดะโดดเด่นยิ่งกว่าคือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังสงคราม เขาไม่ได้หยุดเพียงการกำจัดศัตรูหลัก แต่เดินหน้าจัดระเบียบอำนาจใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะตระกูลที่เคยเป็นแกนหลักของโทะโยะโทะมิ เช่น คะโต และ ฟุคุชิมะ ต่างถูกลดอำนาจหรือกำจัด แม้แต่กลุ่มใกล้ชิดของโทะกุกะวะเอง เช่น สายหนึ่งของตระกูลฮอนดะ(มะสะโนะบุ) ก็ถูกควบคุมหรือกวาดล้าง ส่งผลให้ระบบการเมืองถูกปรับให้ความจงรักภักดีต่อโชกุนมีความสำคัญกว่าสายสัมพันธ์ส่วนบุคคล ซึ่งนี่คือการเปลี่ยนผ่านจากเครือข่ายนักรบไปสู่รัฐรวมศูนย์อย่างแท้จริง...

ความสำเร็จของ โทะกุกะวะ อิเอะมิตสึ มักถูกยกย่องว่าเป็นยุคทองของการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ว่าจะเป็นระบบซังคินโคไต (参勤交代) หรือการควบคุมไดเมียวทั่วญี่ปุ่น แต่โครงสร้างเหล่านั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีสนามการเมืองที่ถูกเคลียร์แล้วโดยฮิเดะทะดะ...

ผมเคยอ่านหนังสือเล่นหนึ่งซึ่งได้กล่าวไว้ว่า
อิเอะยะสุ คือ ผู้ชนะสงคราม
ฮิเดะทะดะ คือ ผู้ทำให้ชัยชนะนั้นยั่งยืน
อิเอะมิตสึ คือ ผู้นำระบบไปสู่จุดสูงสุด
ซึ่งก็จริง...

ขอเสริมเกี่ยวกับความสำเร็จของฮิเดะทะดะ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ซึ่งอยู่รายละเอียดเล็กน้อยอย่างชื่อฮิเดะทะดะ ก็สะท้อนการเชื่อมโยงเชิงอำนาจอย่างน่าสนใจ...

คำว่า ฮิเดะ (秀) มาจาก โทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะชิ (豊臣秀吉) สื่อถึงการสืบทอดความชอบธรรมจากระบอบเดิมที่รวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนคำว่า ทะดะ (忠) มาจาก มัตสึไดระ ฮิโระทะดะ (松平広忠) ผู้เป็นปู่ สะท้อนรากฐานของตระกูลโทะกุกะวะ ผู้ครองดินแดนเล็กๆ ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดท่ามกลางไฟสงคราม ชื่อของฮิเดะทะดะจึงเหมือนสะพานระหว่างสองยุค แต่ชีวิตของเขากลับเลือกที่จะตัดสะพานนั้นทิ้ง เพื่อไม่ให้เกิดการย้อนกลับ...

หากมองผิวเผิน ฮิเดะทะดะอาจดูเป็นโชกุนที่ไม่โดดเด่น บางคนถึงขั้นตีความว่า "ไม่เอาอ่าว" แต่หากพิจารณาในมิติของการสร้างรัฐ เขาคือผู้ปิดประตูประวัติศาสตร์ ไม่ให้ญี่ปุ่นหวนกลับไปสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง...

ความโหดเหี้ยมและความเด็ดขาดของฮิเดะทะดะ อาจทำให้ชื่อเสียงมัวหมองในสายตาคนรุ่นหลัง แต่ในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับสันติภาพยาวนานกว่า 250 ปีของยุคเอะโดะ ซึ่งน้อยคนนักจะมองเห็นคุณค่าของเขา...

แล้วเรายังจะตราหน้าว่าฮิเดะทะดะนั้น "ไม่เอาอ่าว" ได้อีกหรือ?

(ภาพจากซีรีส์ どうする家康)

Address

Fairfax, VA

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปลายยุคศักดินา(bakumatsu-shi 幕末史) posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share

Category