อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้

อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้ รวมข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพเขียนบทภาพยนตร์และบทซีรีส์ และข้อมูลเกี่ยวกับ SVOD platforms

09/14/2026

สำหรับทอร์กในวันสุดท้ายของเทศกาล “S.O.S. Siam On Screen เปิดจอไทยขับเคลื่อนวัฒนธรรม” พาทุกคนเข้าใจอัตลักษณ์ไทยแบบคนรุ่นใหม่ในหัวข้อ “New Age On Screen: วงการภาพยนตร์กับคนรุ่นใหม่” ร่วมพูดคุยโดย แคลร์ - จิรัศยา วงษ์สุทิน ผู้กำกับเรื่อง “แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า” อิฐ - ปฏิภาณ บุณฑริก ผู้กำกับเรื่อง “ทะเลของฉัน มีคลื่นเล็กน้อยถึงปานกลาง” และ มูย่า - ฐามุยา ทัศนานุกุลกิจ ผู้กำกับเรื่อง “เทอม 4 ตอนเรือนนางสนม”
ผู้กำกับทั้งสามท่านนี้เป็นตัวแทนของผู้กำกับรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยพูดคุยตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเส้นทางการทำหนังที่มีต้นกำเนิดคล้ายคลึงกันคือการทำหนังประกวด ก่อนท้าทายตัวเองด้วยหนังขนาดยาว นอกจากนี้ยังมีเรื่องของแรงบันดาลใจ และมุมมองที่มีต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
แต่ก่อนที่จะไปถึงแรงบันดาลใจในการทำหนังในยุคสมัยนี้ เสวนาเริ่มด้วยการพูดถึงอุปสรรค ปัญหาที่ต้องเจอ พร้อมกับชี้แจงว่ามีส่วนไหนที่รัฐสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยได้ โดยอิฐ ได้เล่าสิ่งที่ตัวเองพบเจอว่าสิ่งที่เห็นจากคนทำหนังรุ่นใหม่คือ สุขภาพจิตของคนทำ ที่ต้องรับมือทุกครั้งเวลาทำโปรเจกต์ และให้คำแนะนำว่าบางทีโลกไม่ได้เป็นไปตามหวังเสียหมด สิ่งที่เราทำได้คือต้องค่อยๆ ทำไป มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้ในเร็ววัน ชีวิตเรามักโดนปฏิเสธประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ถึงภายนอกคนมักจะเห็นแต่สิ่งที่เราได้ แต่เบื้องหลังทุกคนต้องผ่านสิ่งนี้กันมา
สิ่งที่ทั้งสามผู้กำกับเห็นด้วยคือ สิ่งที่รัฐกำลังทำตอนนี้ดีแล้ว แต่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ “ความยั่งยืน” ถ้าอุตสาหกรรมถูกสนับสนุนไปเรื่อยๆ ก็จะมีนักทำหนังหน้าใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ และจะกระจายสู่คนตัวเล็ก ความหลากหลายจะเกิดมากขึ้น เปรียบกับป่าสมบูรณ์ที่มีนกใหม่ๆ ที่บินเข้ามา โดยแคลร์กล่าวว่าระบบนิเวศหนังไทยตอนนี้ไม่ค่อยหลากหลาย หากหนังผีได้รับความนิยมก็จะมีแต่หนังผี อุตสาหกรรมไม่ได้สนับสนุนความหลากหลาย และไล่หาเม็ดเงินตลอด ซึ่งมูย่ากล่าวตบท้ายเช่นกันว่าทั้งหมดเป็นเหมือนงูกินหาง พร้อมเสนอว่าอาจต้องมีโครงการ ที่ทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้หนังแนวอื่นๆ เข้าถึงคนมากขึ้น อาจต้องควบคุมโรงหนังให้จัดโปรแกรมหนังหลากหลายมากขึ้น
แคลร์เห็นด้วยกับประเด็นเรื่องอายุการฉายของหนัง ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่หนังของตัวเองไม่มีโอกาสได้ยืนในโรงนานพอจนคนอยากลองเข้ามาดูหนัง
“โรงหนังพอไม่มีการควบคุมให้หนังไทยมันมีเวลาหรืออายุในการฉายในโรงนานพอ มันทำให้หนังเรื่องหนึ่งถูกลืมไปเลย เช่น หนังถูกลดรอบในสัปดาห์ต่อมาเพราะทำเงินไม่ได้ มันเศร้าเกินไป เพราะหนังมันทำนานมาก แต่มีอายุการฉายน้อย ถ้าเราอยากให้ภาพยนตร์อยู่ต่อไป มันต้องทำยังไงให้คนรู้สึกอยากออกไปดูในโรง เรื่องราคาตั๋วด้วย มันส่งผลหมดเลย เรื่องนี้ไม่ค่อยมีภาครัฐมาดูเลยที่ผ่านมา” แคลร์ กล่าว
ประเด็นต่อมาคือการทำหนังของนักทำหนังรุ่นใหม่ว่ามีความยากง่ายขนาดไหนในการเสนอโปรเจกต์ หรือสูญเสียตัวเองมากน้อยเพียงใด โดยมูย่าให้คำตอบว่าการเริ่มจากศูนย์นั้นมีความยากเสมอ และอาจสูญเสียตัวเองได้ง่าย
“เราว่าทุกที่มันมี agenda ในการปรับคอนเทนต์ หนังที่ขอทุนได้มันต้องเป็นเรื่องที่โลกต้องการพูดถึงตอนนี้ แต่สิ่งที่หายไปคือภาษาในการเล่าเรื่อง การที่เราเป็นวัยรุ่นไม่มีประสบการณ์ที่เพิ่งเข้าวงการ มันถูกคนที่มีประสบการณ์บังคับทิศทางเราได้ง่ายมาก สุดท้ายเราต้องถกเถียงเพื่อหาตรงกลาง หาที่ที่เหมาะกับเรา”
ในฐานะผู้กำกับรุ่นพี่อย่างอิฐ เขาจึงเสนอว่าไม่ว่าเราทำอะไรก็ตาม เสนอต่อนายทุนแค่ไหน ขอให้สิ่งเดียวติดตัวเราไปตลอดคือ “ความเป็นตัวเอง”
“เราว่ามันคือสิ่งที่เราควรยึดมั่นไว้เลย เพราะคนจะตัดสินเราจากหนังเรื่องแรกของเรา ถ้าหนังไม่ใช่ตัวตนของเราแต่แรก นายทุนก็จะเข้าใจว่าเราทำหนังแบบนั้น ซึ่งจะเป็นการฝืนตัวเอง ถ้าเรื่องการตลาดอันนั้นก็อีกเรื่อง แต่น้ำเสียงต้องเป็นของเรา เราอย่ายอมทุกอย่าง”
ส่วนในเรื่องของการเสนอต่อ OTT อย่างแพลตฟอร์ม Netflix หรือ Prime แคลร์ได้เล่าว่าทุกคนมีโอกาสได้ เพราะตอนนี้เหมือนมีโครงการเวิร์กช็อปในการเสนอไอเดีย หากได้เข้ารอบ จะมีการฝึกเขียนบทเพื่อนำไปเสนอช่องทีวี หรือ OTT มานั่งฟัง แล้วเอาไปทำ แต่อิฐเตือนว่า หากเราไม่มีความน่าเชื่อถือมาก่อนทุกอย่างจะทำได้ยาก
“ลองนึกภาพสิ เราจะเชื่อคนนี้ได้ยังไงว่า สิ่งที่เขาพูดจะทำได้สำเร็จ ตอบโจทย์ที่แพลตฟอร์มต้องการ ความน่าเชื่อถือคืออะไร เราต้องมีเรื่องที่ดีและความน่าเชื่อถือ หนังสั้นเรื่องเก่าจึงมีผลมาก ถ้าเราไปคนเดียวแบบไม่มีอะไรเลย เราต้องพร้อม”
“มันเป็นเรื่องจริงของโลก สตรีมมิ่งอยากได้ เขาต้องรู้ว่าคุณทำอะไรมา ไม่ใช่เรื่องดีแล้วเขาเอาไปทำเลย” มูย่า กล่าวเสริม
แต่ผู้กำกับทั้งสามท่านก็ไม่ได้พยายามหยุดฝันของคนทำหนังรุ่นใหม่ แม้ว่าโลกจะโหดร้าย หรือดำเนินไปไม่เป็นดังหวัง แต่ถ้าทั้งหมดเป็นสิ่งที่เรารัก เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับการทำฝันให้เป็นจริงได้
“เราทำอย่างอื่น ไม่ดูหนังเลย แต่เมื่อไหร่ที่เราดูหนังที่รู้สึกต่อติดกับเรา เราก็รู้สึกอยากทำอีกแล้ว มันอาจเป็นความรักมั้ง” แคลร์ อธิบาย
“หนังแรกทำอยู่ 7 ปี เพราะมันคือหนังอิสระ ต้องหาเงินเอง แต่เรารู้ว่าทำไปทำไม พอทำไปเรื่อยๆ จนเสร็จ แล้วมองย้อนกลับมา มันก็จะพบความสวยงามของมัน ขออย่าให้เครียด มันไม่มีใครเก่งขนาดนั้นหรอก และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ” อิฐ กล่าว
“ไม่มีความคาดหวังอะไร อยากให้รัฐเข้ามาช่วย มีหนังคนรุ่นใหม่เยอะๆ อย่าตั้งคำถามกับตัวเองเยอะ โลกมันโหดร้ายทุกวงการ ลองหาวิธีการในการปลอบใจ ทำอะไรที่เราอยากทำ อย่ากดดันตัวเอง และทำผลงานเยอะๆ ” มูย่า กล่าวตบท้าย
#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงวัฒนธรรม #สยามออนสกรีน

09/12/2026

CEA ร่วมกับ Netflix จัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” วันที่ 13 ต.ค. 69 ที่ One Bangkok ตอกย้ำความเชื่อมั่นศักยภาพ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังนำเสนอทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ต่อประชาคมโลก บนเวที 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings 12–18 ตุลาคม 2569 ในโอกาสที่ไทยได้กลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่นี้อีกครั้งในรอบ 35 ปี นับตั้งแต่ปี 2534
รายงาน “Building Thailand’s Future Today” ของ World Bank Group ระบุว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” (Creative Industries) คือ 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย (Industries of the Future) ร่วมกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเชิงสุขภาพ บริการดิจิทัล รวมถึงเกษตรและอาหาร ด้วยมองว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่ไทยมีความได้เปรียบโดดเด่น และมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนผลิตภาพ ดึงดูดการลงทุน และสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต
พร้อมเผยสถิติสะท้อนพลังอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
มูลค่าในประเทศ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์กลุ่มหลักคิดเป็น 4.6% ของมูลค่าเพิ่มรวม (GVA) ขณะที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาพรวมมีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 10.8% ของ GVA ประเทศ
สำหรับการเติบโตในตลาดโลก มูลค่าการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า จากราว 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (105.44 พันล้านบาท) ในปี 2545 สู่ 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.70 แสนล้านบาท) ในปี 2567 สะท้อนว่าสินค้าสร้างสรรค์ไทยมีศักยภาพในการสร้างรายได้ต่างประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าโลกอย่างแท้จริง
ตัวเลขข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงภาคส่วนทางวัฒนธรรมและสังคม แต่ยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกได้
World Bank Group จึงเสนอแนวทางยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ผ่านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา, การพัฒนาตลาด Licensing และ IP, การขยายแหล่งทุน, เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายระดับโลก, ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และยกระดับแบรนด์ประเทศ
แนวทางนี้สอดคล้องกับงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ของ CEA ที่มุ่งผลักดัน Creative Capital และ IP ของไทยสู่ Global Asset เพื่อสร้างมูลค่าและดึงดูดการลงทุน
งาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” จึงมุ่งยกระดับการประชุมของผู้นำเศรษฐกิจจากทั่วโลก จากเรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์” ไปสู่เรื่อง “การลงทุนและการสร้างการเติบโต” โดยเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา นักลงทุน และผู้นำอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากทั่วโลก ร่วมค้นหาแนวทางเปลี่ยน Creative IP ให้เป็นสินทรัพย์ทรงพลังที่เติบโตและแข่งขันได้ในตลาดสากล
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

📌 Keynote Session โดย ผู้แทนอาวุโสจากธนาคารโลก ในประเด็น “Thailand’s New Horizons: The Creative Economy as a Growth Engine”

📌 Policy Forum ที่จะชวนมองอนาคตของ Creative Economy ผ่านประเด็นสำคัญ โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและองค์กรระดับนานาชาติ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของไทยที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ
▪️“From Creative Capital to Global Asset” แลกเปลี่ยนแนวทางการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา (Creative IP) ของไทย ให้สามารถพัฒนาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการลงทุน พร้อมต่อยอดสู่การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มและพันธมิตรระดับโลก
▪️“Building the Enabling Environment: IP Framework, Incentives, and Policy Supports for a Competitive Creative Sector” เจาะลึกการสร้างสภาพแวดล้อมด้านนโยบาย ทรัพย์สินทางปัญญา แรงจูงใจ และมาตรการสนับสนุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

📌 Networking Reception โดย Netflix: “Stories That Move Economies” สร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสสำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
ภายในงานยังจัดนิทรรศการแสดงศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรสร้างสรรค์ไทย ชี้ให้เห็นความพร้อมด้าน “ทุน” และ “คน” ในการก้าวสู่ธุรกิจมูลค่าสูงและต่อยอดสู่ตลาดโลก
การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ CEA ในการผลักดัน “Creative Economy” ไทยสู่สากล พร้อมสื่อสารให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่เพียงส่งเสริมการสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรม แต่ยังสามารถพัฒนาเป็น Creative Capital และ Creative IP ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และขยายโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยในตลาดสากลได้
ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นโปรแกรมเฉพาะผู้ได้รับเชิญ (Invitation Only) สำหรับผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ในประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตรอย่างเป็นทางการ

[PR NEWS]

Screenwriter Survival Kit 2026Day3 เริ่มแล้ววววว เรียน+workshop กันแบบเข้มข้นยาวๆ ทั้งวัน เนื้อหาเช้านี้ - การค้นคว้าข้อ...
09/12/2026

Screenwriter Survival Kit 2026
Day3 เริ่มแล้ววววว เรียน+workshop กันแบบเข้มข้นยาวๆ ทั้งวัน

เนื้อหาเช้านี้ - การค้นคว้าข้อมูลเพื่อการเขียนบท โดย อาจารย์กอล์ฟ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์

#อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้ #สมาคมวิชาชีพนักเขียนบทไทย

09/09/2026
ผลสำรวจชีวิตคนเขียนบท 🎬
09/08/2026

ผลสำรวจชีวิตคนเขียนบท 🎬

09/07/2026

...รู้หรือไม่? ทำไมในนิยายสืบสวนที่ดี... 'คนร้ายห้ามเป็นคนรับใช้' และ 'ห้ามมีความรัก' มาเกี่ยวเด็ดขาด!?!

▪️คำตอบนี้ซ่อนอยู่ใน 'บัญญัติ 20 ประการของนิยายสืบสวน' ที่คิดค้นขึ้นโดย เอส. เอส. แวน ไดน์ (S. S. Van Dine) นักเขียนและอดีตบรรณาธิการระดับตำนานแห่งยุคทองรหัสคดี

▪️เขามองว่านวนิยายแนวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าคดีอาชญากรรมธรรมดา แต่เปรียบเสมือน 'เกมแห่งสติปัญญา' และ 'การแข่งขันกีฬา' อันเข้มข้นระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านภายใต้หลักการที่ยุติธรรม

▪️ โดย แวน ไดน์ ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เป้าหมายหลักของเรื่องคือการนำตัวอาชญากรมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การนำคนที่อกหักไปส่งตัวเข้าพิธีสมรส เรื่องราวความรักจึงเป็นสิ่งต้องห้ามเพราะจะเข้ามารบกวนการไขคดี

▪️ในขณะเดียวกัน การเฉลยว่าคนร้ายคือคนรับใช้ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่มักง่ายและตื้นเขินเกินไป เพราะผู้กระทำความผิดที่แท้จริงควรเป็นตัวละครที่มีบทบาท มีคุณค่า และไม่อยู่ในข่ายที่ผู้คนจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้ง่ายๆ

▪️มาร่วมเปิดเบื้องหลังทฤษฎีสุดคลาสสิคที่ท้าทายสมองของนักอ่านทั่วโลกมาเกือบศตวรรษ และเจาะลึกกฎเหล็กข้ออื่นๆ เพิ่มเติมต่อได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

▪️ถ้านิยายสืบสวนมีคู่มือ นี่คือหนึ่งในเวอร์ชันที่คลาสสิคที่สุด!

▪️▪️▪️คลิกอ่าน 20 กฎเหล็กของนิยายสืบสวน
ได้ที่ช่องคอมเมนต์

— บางส่วนจาก
วารสารหนังสือใต้ดิน (Underground Buleteen) เล่มที่ 12

ฉบับ วรรณกรรมอำพราง
ว่าด้วยแนววรรณกรรมสืบสวนสอบสวน

แปล/เรียบเรียง : ชัยพร อินทุวิศาลกุล

▪️สั่งซื้อออนไลน์ และ inbox เท่านั้น
[ไม่มีวางจำหน่ายในร้านหนังสือขนาดใหญ่!]

หัวข้อสัญญาจ้าง วิทยากรให้ลองอ่านตัวอย่างสัญญาจริงๆ ที่คนเขียนบทเคยเจอ ทำให้ได้ข้อมูลใหม่ๆ แลกเปลี่ยนกัน เช่น- แอดมินไม่...
09/07/2026

หัวข้อสัญญาจ้าง วิทยากรให้ลองอ่านตัวอย่างสัญญาจริงๆ ที่คนเขียนบทเคยเจอ ทำให้ได้ข้อมูลใหม่ๆ แลกเปลี่ยนกัน เช่น

- แอดมินไม่เคยเจอสัญญาที่ระบุให้ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์เอง เจอแต่ผู้ว่าจ้างเป็นคนจ่าย แต่มีหลายคนที่เคยเจอต้องจ่ายเอง ซึ่งตามความเหมาะสมแล้ว ผู้ว่าจ้างควรจ่ายให้

- เรื่องสัญญา ถ้าทุกคนต่างอยากเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบมากกว่าอีกฝ่าย มันก็คุยกันยาก คุยกันไม่จบ ทางออกคือต้องเจรจากันเพื่อหาทางที่จะวิน-วินไปด้วยกัน ปรับเพิ่มลดข้อความในข้อที่ปรับได้ ข้อไหนที่เราปกป้องตัวเองได้ก็เติมไปก่อน

- บางสัญญา วิทยากรบอกว่าผู้ว่าจ้างเขียนมาตามใจฉันมาก อ่านแล้วอยากแก้ทั้งสัญญา แบบนี้ก็มีจริงๆ ก่อนเซ็น อยากให้ตั้งใจอ่านอย่างละเอียด

ภาษากฏหมายมันยาก แต่ก็ต้องเรียนรู้ไว้บ้างจริงๆ

#สัญญาจ้างเขียนบท #อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้ #สมาคมวิชาชีพนักเขียนบทไทย

Screenwriter Survival Kit 2026คลาสแรกของวันที่ 2 - กฏหมายสหรัฐ VS ไทยในการนำเรื่องจริง ข่าว และคดีมาใช้ในการเขียนบท และส...
09/06/2026

Screenwriter Survival Kit 2026
คลาสแรกของวันที่ 2 - กฏหมายสหรัฐ VS ไทยในการนำเรื่องจริง ข่าว และคดีมาใช้ในการเขียนบท และสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเขียนบท

บรรยายและ workshop โดย ดร.ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา ทนายผู้เชี่ยวชาญด้าน Entertainment Law

#สมาคมวิชาชีพนักเขียนบทไทย #อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้

09/03/2026

จัส-ธีรพันธ์ ผายมือต้อนรับอีกหนึ่งผู้กำกับที่รอให้มาพูดคุยในรายการมาอยู่นาน กานต์-ศิวโรจณ์ คงสกุล

Cinefile พากานต์เท้าความไปถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นนักทำหนัง และผลงานชิ้นต่างๆ ในชีวิตตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ที่รัก ไปจนซีรีส์เรื่อง สืบสันดาน ที่เป็นหนึ่งในผลงานสร้างชื่อของเขา ก่อนจะพาคุยเรื่องภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง อรุณกาล และแฉลบไปเม้าท์ถึงโปรเจกต์ต่อไปที่รอโปรโมตอย่างซีรีส์ เพลิงพระนาง

#พอดแคสต์หนัง #รีวิวหนัง #ทุกประเด็นภาพยนตร์กับคนรักหนัง

----
ติดต่อโฆษณาได้ที่ [email protected]
หรือ 083-922-9929 (คุณติ๊ก)

Address

300 N Buena Vista St
Burbank, CA
91505

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The School

Send a message to อาชีพเขียนบทเท่าที่รู้:

Shortcuts

Share