11/06/2024
(( #อ่านให้จบ #ทบทวนให้เข้าใจ #แชร์ต่อได้ ))
*อ่านให้เข้าใจ ก่อนเม้น*
เกือบทุกๆปี ก็จะมีทัศนะเเปลกๆมาเเหวกเเนว สร้างความสับสนให้ผู้คน ในการกำหนดวันอารอฟะห์ คนเลยสับสนว่าจะถือศีลอดตามใครดี ตามสถานที่ หรือ ตามเวลา(วันที่ถูกกำหนดมาเนื่องจากการดูเดือน)
การกำหนดวันอะรอฟะห์ ( عرفة) บรรดาอุลามะ มีทัศนะต่างกัน 2 ทัศนะ
1. บางอุลามะมีทัศนะว่า คำว่า عرفة เป็นอิสมุนอะลัม
ที่บอกถึงสถานที่ (علم على المكان)
ตามทัศนะนี้ ได้ให้คำนิยามวันอะรอฟะห์ว่า
"เป็นวันที่ผู้ที่ประกอบพิธีฮัจย์ทำการพำนักที่ทุ่งอะรอฟะห์"
2. บางอุลามะมีทัศนะว่า คำว่า عرفة เป็นอิสมุนอะลัม
ที่บอกถึงกาลเวลา ( علم على الزمان) ตามทัศนะนี้
ได้ให้คำนิยามวันอะรอฟะห์ว่า คือ "วันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะห์
ถึงเเม้ว่า วันดังกล่าว ไม่ตรงกับวันที่บรรดาผู้ประกอบฮัจย์
พำนักที่ทุ่งอะรอฟะห์ก็ตาม" _ ( ตำรา มุคตะศ๊อร อัลคอลีล)
จากคำนิยามดังกล่าว คนฉลาดเค้าจะไม่ทะเลาะกัน เรื่องจะตามซาอุฯ หรือ ตามคำประกาศของจุฬาราชมนตรี เพราะหากตามคำวินิจฉัยของผู้นำ เราก็จะออกจากคีลาฟ ส่วนในกรณีที่ไม่ตรงกับเมกกะ เราสามารถถือศิลอด 2 วันได้ ( ซึ่งเป็นวันที่ชาวฮัจย์ ทำการวุกุฟที่อารอฟะห์) และเป็นวันอารอฟะห์ที่กำหนดโดยจุฬาราชมนตรี ผลจากการดูเดือนของประเทศตัวเอง
ส่วนสาเหตุทำไม เรียกว่าวันอารอฟะห์ ( يوم عرفة)
ทัศนะของบรรดาอุลามะ ได้ให้เหตุผลดังนี้ :
1. ท่านอัดฎุะฮาคได้กล่าว ที่ชื่อวันอารอฟะห์ เนื่องจากท่านนบีอดัม ได้เจอกับท่านฮาวะอ์ที่นั้น ซึ่งเป็นการรวมตัวเเละรู้จักกัน เนื่องจากคำว่า عرفة มีรากศัพท์จากคำว่า عرف แปลว่า รู้จัก
2. ท่านอะฏอ กล่าวว่า เนื่องจากมลาอีกัตญิบรีล ได้ทำการตอวัฟพร้อมท่านนบีอิบรอฮีม เเละสอนวิธีการทำฮัจย์ เเละอื่นๆ เเละญิบรีลถามท่านนบีอิบรอฮีมว่า اعرفت ท่านนบีอิบรอฮีมตอบว่า عرفت เพราะเหตุนี้เเหละ ที่มีชื่อว่า يوم عرفة หรือ วันอารอฟะห์
คำว่า عرفة เป็นคำมัสดัร มาจากคำว่า عرف ซึ่งเป็นกริยาอดีตกาล يعرف ซึ่งเป็นกริยาปัจจุบันกาล ส่วนคำนามมัศดัร คือ عرفة ،عرفانا ،معرفة มีความหมายว่า รู้ รุ้จัก ส่วนคำนามที่เป็นผู้กระทำ คือ عارف ( อ่านว่า อาริฟ ) ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ที่รู้ หรือ ผู้ที่มีความรู้
ในเรื่องนี้ ท่านอีหม่ามบัดรุดดีนอัลอัยนีย์
ได้อธิบายใน #ตำราอุมดะตุลกอรีย์
ซึ่งเป็นตำราอธิบาย ฮะดิษศอเฮียะอัลบุคอรีย์ เล่ม 2 หน้าที่ 259 ว่า :
"คำว่า عرفة นั้น อยู่บนฐานศัพท์ فعلة เเละเป็นชื่อบอกเวลา เเละนั่นคือ วันที่ 9 เดือนซุลฮิจยะหฺ เเละนี่คือทัศนะที่ถูกต้อง บางอุลามะกล่าวว่า คำว่า عرفة เเละ عرفات เป็นชื่อบอกสถานที่เจาะจง........เเละคำว่า عرفات เป็นสถานที่ผู้ทำฮัจย์ได้ทำการวุกุฟในวันอะรอฟะห์"
สำนักจุฬาราชมนตรี น่าจะได้ยึดตามทัศนะที่ถูกต้อง ที่กล่าวโดยท่านอีหม่ามบัดรุดดีน อัลอัยนีย์ เเละบรรดาอุลามะอื่นๆอีกมากมาย ที่มีทัศนะว่า عرفة คือ ชื่อบอกเวลา ( اسم لزمان) นั่นก็คือ วันอารอฟะหฺ ไม่ใช่ทุ่งอารอฟะห์ , ซึ่งวันอารอฟะห์ จะมาจากผลการดูเดือน ไม่ใช่ดูสถานที่ที่คนทำฮัจย์ไปพำนัก ที่เรียกว่า "ทุ่งอารอฟะห์ "
ดังนั้นในปีนี้ วันอารอฟะห์ วันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ คือวันอังคารที่ 20
ดังนั้น เราควรถือศีลอดในวันอังคาร ไม่ควรตามซาอุฯเพื่อสร้างความสับสน
………………………………………………………………………………
ประเทศไทย ถือศีลอดวันอารอฟะห์
ซึ่งเป็นวันที่ 20 กรกฎาคม 2564
เพราะวันอีดตรงกับวันที่ 21 กรกฎาคม.....
คำนิยามวันอารอฟะห์ คือวันที่ 9 ของซุลฮิจญะห์ ไม่ใช่เป็นวันที่วุกุฟ
นั่นเป็นทัศนะที่มีน้ำหนักกว่า เช่นตามคำกล่าวของบรรดาอุลามะต่อไปนี้
1. ท่าน ซัมซุดดีน อัลกิรมานีย์
2. ท่าน บัดรุดดีน อัลอัยนีย์
3. ท่าน เชค ซะการียา อัลอันศอรีย์
4. ท่าน คอฏิป อัชชัรบินีย์
5. ท่าน อีหม่าม อัรรอมลีย์ อัชชาฟีอีย์
6. ท่าน คอรุซีย์ อัลมาลีกีย์
7. ท่าน อะบุ อัลฮะซัน อัลอะดะวีย์
8. ท่าน อับดุเราะห์มาน อัลญะซีรีย์
เเละอุลามะอื่นๆ อีกมากมาย...
ตัวอย่างหลักฐาน กล่าวโดยท่านอีมามคอฏิป ชัรบีนีย์
ใน #ตำรามุฆนิยุลมัวะตาจ ตามภาพ เล่ม 2 หน้าที่ 182 ว่า
وصوم يوم عرفة، وهو تاسع ذي الحجة لغير الحاج .
ความว่า : เเละการถือศิลอดในวันอะรอฟะหฺนั้น
คือวันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะห์ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำฮัจย์ "
ดังนั้น การที่ท่านจุฬาราชมนตรี
ประกาศวันรายออิฎิลอัฎฮ่า ตรงกับวันที่ 21 กรกฎาคม
ดังนั้น วันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ คือวันที่ 20 กรฏาคมนี้
(วันอังคารเป็นวันอารอฟะห์ของเรา)
เเม้ว่าซาอุฯ วันอารอฟะห์ที่นั้น เป็นวันที่ 19 ก็ตาม...
เราอย่าไปสับสนเเละมึน
ควรตามทัศนะของอุลามะส่วนใหญ่เเละมีน้ำหนัก
คือคำว่า عرفة เป็นอิสมุนอาลัม ที่บอกถึงกาลเวลา (علم على الزمان)
ไม่ได้บอกถึงสถานที่ (علم على المكان)
Cr : Matty Ibnufatim Hamady
……………………………………………………
#วะฮาบี_ไม่ใช่ซุนนะห์ #แค่_แอบอ้างซุนนะห์
วะฮาบี ไม่ใช่อิสลามตามแบบฉบับ
แต่เป็นอิสลามแบบฉบับวะฮาบี
เป็นกลุ่มบิดอะห์ที่ชอบอุตริหุก่มศาสนา
และชอบทำตัวเองเป็นดั่งปราชน์มุจตาฮิด🤣
พี่น้องที่เคารพ ขออย่าได้ตาม
นักสร้างความครุมเครือและความแตกแยกเลยครับ
คนกลุ่มนี้จะเก่งในการล่อลวงผู้คนครับ นาอูซุบิลลาห์
เราถือศิลอด ตามวันอารอฟะห์ คือ 9 ซุลฮิจญะห์
อีกทัศนะคือถือศิลอด ตามการวุกุฟที่ทุ่งอารอฟะห์
เมื่อคีลาฟ ก็ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของนักวิชาการฟิกฮฺที่ว่า :
“ حُكْمُ الْحَاكِمِ يَرْفَعُ الْخِلَافَ ” .
“การตัดสินชี้ขาดของฮากิม(ผู้นำ)นั้น
ถือเป็นการยกคีลาฟขึ้น(ยุติการเห็นต่าง)”.
ดังนั้น รายอปีนี้ คือวันพุธ ไม่ใช่วันอังคาร
ฉะนั้น อย่าเสี่ยงกุรบ่านในวันอังคารนะครับ
สรุปสั้นๆคือ เมื่อมีการคีลาฟของปวงปราชน์ฟิกห์
หากผู้นำได้เลือกเฟ้นแล้ว มันก็คือจบคีลาฟ
คือวาญิบต้องตามผู้นำสถานเดียว
ตามกฎนิติศาสตร์อิสลามข้างต้นนั่นเอง
เรื่องนี้ มันต่างจากคีลาฟเรื่องละหมาด
เช่น ใครจะอ่านกุนูต หรือไม่อ่านกุนูต
อันนี้เป็นเรื่องอามัลเฉพาะบุคคลที่เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน
ส่วนเรื่องการประกาศอี้ด ประกาศวัน เพื่อคนที่อยู่ใต้การนำ
ประเด็นนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ของกลุ่มใด หรือบุคคลใด
ที่จะมาประกาศซ้อน(จากผู้นำ) ต่อสาธารณะแบบนั้นได้
หากมีกลุ่มใดหรือบุคคลใดทำแบบนั้น หุก่มคือ
หะรอมชัดเจนครับ … เพราะ -:
- เป็นการสร้างฟิตนะห์ในสังคม
- สร้างความครุมเครือสับสนต่อผู้คน
- เป็นการฝ่าฝืนผู้นำ ในเรื่องที่ไม่ขัดต่อหลักชาเราะอ์
- นำพาซึ่งความขัดแย้งแตกแยกในหมู่มุสลิมด้วยกัน
- ไม่มีใครทำแบบนั้น ในยุคท่านนบีและซอฮาบัต
#เพราะเหตุนี้แหละ_หะรอมชัดเจนครับ
ถ้าใครจะทำอ่านะ ก็ทำแบบเงียบๆที่บ้าน แบบนี้แหละผู้รู้จริงๆ
หรือถ้าจะประกาศ __ ก็รอให้ท่านๆได้เป็นจุฬาก่อน
ท่านก็เลือกเลยว่าจะเอาอันไหน พวกเราตามได้หมดแหละ🤗
#ขอผู้ศรัทธาทุกๆท่านไตร่ตรองดีๆ
- ปอซอวันอารอฟะห์ หุก่มคือ สุนัต
- ละหมาดรายอ ก็สุนัต
- ทำกุรบ่าน ก็สุนัต
- การตามผู้นำ *นั้นวาญิบ*
- สร้างความสามัคคีเป็นหนึ่งในสังคมมุสลิม *นั้นวาญิบ*
- ละเลยฝ่าฝืนผู้นำ *นั้นหะรอม*
- สร้างความครุมเครือและฟิตนะห์ความแตกแยกในสังคม *นั้นหะรอม*
ใครที่จะตามการวุกูฟที่ทุ่งอารอฟะห์ ขอท่านคิดและไตร่ตรองดีๆ เพราะหากปีไหนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ไม่สามารถวุกุฟได้ ไม่สามารถทำฮัจได้ แสดงว่าปีนั้นไม่มีวันอารอฟะห์สำหรับท่านใช่มั้ย ? … ไตร่ตรองนะครับท่าน … และอีกข้อคือ บรรดาอุลามาอ์ในทุกๆประเทศ เวลานับพันปี ในยุคก่อนที่ไม่มีเครื่องมือสื่อสาร เขาไม่รู้หรอก ว่ามักกะห์วุกุฟวันไหน เค้าต่างก็ดูเดือนประเทศใครประเทศมัน จวบจนถึงปัจจุบัน … วิถีนี้ คือชารีอัตอิสลามในทุกๆยุคสมัย นับตั้งแต่ยุคซอฮาบัตที่แพร่ออกไปดะวะห์ตามประเทศต่างๆในเวลานั้น จนกระทั่งดำเนินถึงปัจจุบันนี้ เค้ารุ่นต่อรุ่นเป็นแสนล้านเหล่านั้น ต่างก็ผิดพลาดเหรอครับ … ขอท่านไตร่ตรองดีๆ อย่าใช้นัฟซูเลย อย่าถือวันอารอฟะห์ตามความรู้สึกเลย(หมายถึง เมื่อผู้นำได้เลือกเฟ้นมาแล้ว) … “มันไม่ถูกต้องหรอกครับพี่น้อง”
ฉะนั้นแล้ว ท่านจะยืนตัวเองตรงไหน
สมองที่สมบูรณ์คงไม่เป็นการยากต่อการพิจารณานะครับ
ระวังๆ อย่าได้ตกเป็นเหยื่อแห่งนักต้มตุ๋นในยุคสุดท้ายนี้
💟 ••• ด้วยความปรารถนาดีและห่วงใย ••• 💟
|| เพจ : แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์ ||
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
#บทความของหลายปีก่อนหน้านี้ ขอท่านอ่านให้หมด
✅ •• ท่านอย่าได้เสี่ยงกับอีบาดัตกุรบ่านในวันที่21เลย •• ✅
#โปรดระวังข้อมูลจากอะหฺลิลฟิตนะห์
ผู้ชอบสร้างความแตกแยกต่อสังคมมุสลิม
ที่พวกเขาช่างห่างไกลจากแบบฉบับอะหฺลิซซุนนะห์อย่างมากมาย
#เพราะว่าสังคมอิสลามในทุกๆสมัยนั้น
ไม่มีชาวซุนนะห์ท่านใดที่สร้างความชอบธรรมแก่ตัวเอง
ด้วยการประกาศขัดกับผู้นำแบบนี้
ฉะนั้นขอท่านจงตระหนัก
และสำนึกให้มากๆเถิด .
____________________________________
📺📺 … แปลกแต่จริง 6 ข้อ ของคนกลุ่มนี้ … 📺📺
1 - คนบางกลุ่มประกาศให้บวชวันอารอฟะห์ และออกอีดตามซาอุดี้ แต่อุลามาอ์ซาอุดี้บอกให้บวชวันอารอฟะห์ และออกอีดโดยดูเดือนประเทศใครประเทศมัน
2 - คนบางกลุ่มที่พยายามเรียกร้องมุสลิมให้เป็นหนึ่งด้วยสโลแกน"อุมมะห์วาฮิดะห์" กลับเป็นกลุ่มที่สร้างความแตกแยกอันดับต้นๆของสังคม
3 - คนบางกลุ่มที่บอกว่า เรายืนหยัดบนกีตาบุ้ลลอฮ์และซุนนะห์ แต่ทั้งๆที่กีตาบุ้ลลอฮ์และซุนนะห์ใช้ให้ตามผู้นำ แต่คนเหล่านี้กลับไม่ตาม
4 - แกนนำคนที่บอกให้ออกอีดตามซาอุดี้ คนเหล่านี้ไม่เคยมีปัญหาเรื่องออกอีดตอนเรียนในต่างประเทศ ออกอีดตามประเทศที่เรียนเสมอ ตอนเรียนอยู่ประเทศ อียิป อินเดีย โมรอคโค ซูดาน และประเทศอื่นๆ แต่คนเหล่านี้กลับมีปัญหา มาเรียกร้องให้ตามซาอุดี้หลังจากกลับมาประเทศไทยเท่านั้น
5 - คนบางกลุ่มเหล่านี้บอกว่ามี2ทัศนะในการออกอีด จะตามผู้นำประเทศตัวเองที่ประกาศออกอีด หรือจะตามต่างประเทศที่ประกาศออกอีด ทำแบบไหนก็ได้ แต่คนเหล่านี้กลับเลือกสร้างความแตกแยกมากกว่าการสร้างความเป็นหนึ่งของประชาชาติมุสลิมในประเทศ โดยที่พวกเขาไม่ตามผู้นำ
6 - คนบางกลุ่มออกอีดตามซาอุดี้ โดยบอกว่า สามารถออกอีดตามการเห็นเดือนของประเทศอื่นได้ แต่ทว่าซาอุดี้ไม่เคยออกอีดตามประเทศอื่น แต่ออกอีดโดยดูเดือนของประเทศตัวเอง
{{ เครดิต : Nut Radinghin }}
___________________________________
#ชัดเจนครับพี่น้องมุสลิมในประเทศไทย
“ كان يصوم يوم التاسع من ذي الحجة ”
“ท่านนบีของเรานั้นจะทำการปอซออารอฟะห์
ในวันที่ 9 จากเดือนซุลฮิจยะห์”
{ บันทึกโดยอะบีดาวุด อันนาซาอี และอะหมัด }
เรื่องวันอารอฟะห์และวันรายอนี้
#ท่านจุฬาเลือกทัสนะที่ถูกต้องและตรงตามหะดิสด้วย
โดยวันอารอฟะห์ คือ 9 ซุลฮิจญะห์(วันอังคาร)
และวันรายอก้อคือ 10 ซุลฮิจญะห์(วันพุธ)
**ตามปฏิทินประเทศไทยที่คำนวนตามหลักดาราศาตร์อิสลาม**
___________________________________
ผู้นำเขาไม่นำลงรูหร่อก เขากำลังฉุดคุณออกจากรูแย้ต่างหากจ้ะ
เพราะเขาตามหาดีสที่บอกว่า ท่านนบีจะถือศีลอดวันอะร่อฟะฮ์ ตรงกับวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ์ (บ้านเราตรงกับวันอังคารที่ 21 สิงหาคม)ตามเวลาการดูเดือนในประเทศที่อยู่ , และวันที่ 10 มุหัรร็อม ตามเวลาเดือนที่ประเทศเราอยู่ , และถือศีลอดวันจันทร์กับพฤหัสบดีตามวันที่ประเทศเราอยู่เช่นกัน
เป็นเพราะว่า ได้มีรายงานหะดีษ
จากภริยาท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมว่า
أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ كَانَ يَصُومُ تِسْعًا مِنْ ذِي الْحِجَّةِ وَيَوْمَ عَاشُورَاءَ وَثَلَاثَةَ أَيَّامٍ مِنْ كُلِّ شَهْرٍ أَوَّلَ اثْنَيْنِ مِنْ الشَّهْرِ وَخَمِيسَيْنِ
“ แท้จริงท่านร่อซูลุลลอฮ์ ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถือศีลอด ในวันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์ , วันอาชูรออฺ(วันที่ 10 มุหัรร็อม) , และสามวันของทุกเดือน จากวันจันทร์แรกและสองวันพฤหัสบดี “
รายงานโดยอันนะซาอีย์, สุนันอันนะซาอีย์, เล่ม 2, หน้า 135.
ในตัวบทหะดีษ ไม่ได้บอกว่าท่านร่อซูลุลลอฮ์ถือศีลอดวันวุกูฟ ณ สถานที่อะร่อฟะฮ์ที่มีเพียงที่มักกะฮ์เท่านั้น หากแต่ว่าท่านนะบีย์จะถือศีลอดในวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ์ต่างหาก เพราะวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ์นั้นจะมีอยู่ทั่วโลกนั่นเอง
Cr อาจารย์ อาริฟีน แสงวิมาน
วัสสลาม .
••••••••••••••••••••••••••••••
ป ล :: #ฝากให้คิด_และ_ไตร่ตรอง
หากประกาศละหมาดอี้ดเป็นสองวันคือซุนนะห์ ในสมัยนบีและสอหะบัตก็คงจะมีให้เห็นแล้วแหละ แต่นี้ไม่มีใครทำแบบนั้นเลย แล้ววะฮาบีชนกลุ่มน้อยไปเอาแบบอย่างนี้มาจากใครกัน คิดด้วยมันสมองให้ถี่ถ้วนเยอะๆนะครับ.
‘’ ด้วยความห่วงใย ’’
เพจ : แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์
{{ วัลลอฮุอะลัม }}