สังคมศึกษา ครูเกียรติศักดิ์

สังคมศึกษา ครูเกียรติศักดิ์ วิชาสังคมศึกษา

21/08/2025

ลายสือล้านนาสืบสานวิถีเมืองน่าน

22/06/2025
08/02/2025

ใครรักในชีพตำรวจ ก็สมัครกันนะครับ

10/01/2025

จตุมหาราชิกาสวรรค์และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่
ตามคติจักรวาลวิทยาในศาสนาพุทธ จาตุมหาราชิกา เป็นชื่อสวรรค์ชั้นแรกและเป็นชั้นล่างที่สุดในฉกามาพจร(สวรรค์ในกามภูมิตามคติไตรภูมิ) เรียกสั้น ๆ ว่า ชั้นจาตุม ก็มี มีที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพระสุเมรุ
จาตุมหาราชิกา โดยศัพท์แปลว่า "แห่งมหาราชทั้งสี่" เมื่อแปลแบบเอาความจึงหมายถึง "แดนเป็นที่อยู่ของท้าวมหาราชทั้งสี่" หรือ "อาณาจักรของท้าวมหาราช 4 องค์" กล่าวคือ สวรรค์ชั้นนี้เป็นดินแดนที่จอมเทพ 4 องค์ผู้รักษาคุ้มครองโลกใน 4 ทิศ ซึ่งเรียกว่า ท้าวโลกบาล ท้าวจตุโลกบาล หรือ ท้าวจาตุมหาราช ปกครองอยู่องค์ละทิศ
จาตุมหาราชแต่ละองค์ได้แก่
1.ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร รักษาโลกด้านทิศเหนือ ทำหน้าที่ปกครองยักษ์
2.ท้าววิรุฬหก รักษาโลกด้านทิศใต้ ทำหน้าที่ปกครองกุมภัณฑ์
3.ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกด้านทิศตะวันตก ทำหน้าที่ปกครองนาค
4. ท้าวธตรฐ รักษาโลกด้านทิศตะวันออก ทำหน้าที่ปกครองคนธรรพ์
เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกามีอายุ 500 ปีทิพย์ (30 วันเป็น 1 เดือน 12 เดือนเป็น 1 ปี) โดย 1 วันและ 1 คืนของสวรรค์ชั้นนี้ เท่ากับ 50 ปีของโลกมนุษย์ คำนวณเป็นปีโลกมนุษย์ได้ 9,000,000 ปีโลกมนุษย์

10/01/2025
10/01/2025

แก่ล้ำก้าอ้ายเหย จะนี้ฮ้ายแต้

จารึกของเมืองน่าน
09/01/2025

จารึกของเมืองน่าน

จารึกปู่สบถหลาน ความสัมพันธ์ระหว่างน่านและสุโขทัย
พบที่ วัดพระธาตุช้างค้ำ เมืองน่าน
ผู้จารึก พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท)
เรื่องราวที่จารึก ได้กล่าวถึงการกระทำสัตย์สาบานระหว่างพระยาลิไทยกับปู่พระยาเป็นเจ้า และได้กล่าวถึงความสามัคคีระหว่างเมืองแพร่ เมืองงาว เมืองน่าน และเมืองพลั่ว ว่าถ้าเมืองหนึ่งเมืองใดมีอันตรายเกิดขึ้น เมืองนอกนั้นจะต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เมืองน่านปรากฏชื่ออยู่ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ (จารึกพ่อขุนรามคำแหง) จารึกขึ้นในราวพุทธศักราช ๑๘๓๕ ด้านที่ ๔ บรรทัดที่ ๒๕ โดยปรากฏชื่อ “เมืองปัว” ซึ่งเป็นชื่อเมืองในสมัยประวัติศาสตร์แรกเริ่มของเมืองน่านภายใต้ราชวงศ์ภูคา ร่วมกับชื่อหัวเมืองอื่นๆที่อยู่ในอาณาเขตของสุโขทัย ความว่า “เมืองแพร่ เมืองม่าน เมืองน.... เมืองพลัว (ปัว)....”
ต่อมาในสมัยของพระยาการเมือง (พ.ศ. ๑๘๙๖ - ๑๙๐๖) ครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงไปช่วยพระยาลิไทย กษัตริย์กรุงสุโขทัยสร้างวัดหลวงอภัย พระยาลิไทยจึงได้มอบพระธาตุ ๗ องค์ พระพิมพ์เงิน และพระพิมพ์ทองอย่างละ ๒๐ องค์ ให้กับพระยาการเมือง พระยาการเมืองจึงได้นำพระธาตุและพระพิมพ์ที่ได้มาบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นที่ภูเพียงแช่แห้ง เรียกว่า “พระธาตุแช่แห้ง” และในปี พ.ศ. ๑๙๐๒ พระยาการเมืองจึงได้ย้ายศูนย์กลางการปกครองจากเมืองปัวมาสร้างที่เวียงภูเพียงแช่แห้ง
โดยปรากฏในพงศาวดารเมืองน่าน (ฉบับวัดพระธาตุช้างค้ำ) ความว่า “...เจ้าพระยาครานเมืองท่านอยู่เสวยราชสมบัติแล้ว อยู่มาบ่นานเท่าใดพระยาตนหนึ่งชื่อว่า โสปัตตคันธิ อยู่เสวยเมืองสุโขทัยใช้มาราธนาเชิญเอาพระยาครานเมืองเมือช่วยพิจารณาส้าง (สร้าง) วัดหลวงอภัยกับด้วยพระยาสุโขทัยหั้นแล เมื่อนั้นพระยาครานเมืองก็ลงไปช่วยค้ำชู พระยาโสปัตตคันธิ แท้หั้นแล ครั้นสร้างบอระมวน (บรมวล)แล้ว พะยาโสปัตตคันธิ ก็มีความยินดีซึ่งพระยาครานเมืองแล้วก็เอาพระธาตุเจ้า ๗ องค์ พระพิมพ์คำ ๒๐ องค์ พระพิมพ์เงิน ๒๐ องค์ ดั่งวรรณะพระธาตุเจ้านั้นต่างกัน คือ ๒ องค์เท่าพันธุ์หอมป้อม มีวรรณะดั่งแก้ว ๓ องค์ มีวรรณะดั่งมุก ๒ องค์ มีวรรณะดั่งคำเท่าเม็ดงาดำหั้นแล...”
ชื่อ “เมืองน่าน” ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในศิลาจารึกหลักที่ ๘ (จารึกเขาสุมนกูฏ) พบที่เขาพระบาทใหญ่ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งจารึกขึ้นระหว่างรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๒ (ลิไทย) ราวปี พ.ศ. ๑๙๑๒ ความว่า “....เบื้องเหนือน้ำน่านถี แดนเจ้าพระญาผากองเจ้าเมืองน่านเมืองพลัว...” (ด้านที่ ๓ บรรทัดที่ ๑๙ - ๒๐)
--- ความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองการปกครอง ในด้านของการรบและการช่วยเหลือกันในยามศึกสงคราม หรือการลี้ภัยทางการเมืองเมื่อยามพ่ายแพ้สงครามระหว่างเมืองน่านและสุโขทัย ปรากฏอยู่หลายครั้งในประวัติศาสตร์ เช่น
พ.ศ. ๑๙๑๙ พระยาผากองเจ้าเมืองน่านได้ยกทัพลงไปช่วยพระยาคำแหงรบกับพระบรมราชาธิราช ที่ ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว) แห่งกรุงศรีอยุธยาที่เสด็จขึ้นมาตีเมืองซากังราว
พ.ศ. ๑๙๔๒ พระยาเถระ เจ้าเมืองแพร่ และพระยาอุ่นเมือง เข้ายึดเมืองน่านและประหารเจ้าศรีจันต๊ะ เจ้าหุงผู้เป็นน้องหนีไปพึ่งพระยาเชลียง และได้ขอกำลังจากสุโขทัยให้ยกกองทัพขึ้นมาช่วยตีเอาเมืองน่านคืนมา
พ.ศ. ๑๙๙๓ พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ล้านนา ราชวงศ์มังราย ยกกองทัพมาตีเพื่อผนวกรวมเมืองน่านเข้าเป็นเมืองบริวารของอาณาจักรล้านนา เมื่อเมืองน่านพ่ายแพ้ เจ้าอินต๊ะแก่นท้าว จึงได้นำครอบครัวลี้ภัยไปอยู่ที่เมืองสุโขทัย

อ้างอิง ประชุมจารึกสุโขทัย กรมศิลปากร
เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2

03/01/2025
02/01/2025
11/12/2024

วันนี้ในอดีต
8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นบุกไทย
การบุกครองไทยของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สุราษฎร์ธานี ปัตตานีและบางปู สมุทรปราการ และบุกเข้าประเทศไทยทางบกที่อรัญประเทศ กองทัพญี่ปุ่นสามารถขึ้นบกได้โดยไม่ได้รับการต่อต้านที่บางปู ส่วนทางภาคใต้และทางอรัญประเทศมีการต่อสู้ต้านทานอย่างหนักของทหารไทย ประชาชนทั่วไปและอาสาสมัครที่เป็นเยาวชน ที่เรียกว่า ยุวชนทหาร ในบางจังหวัด เช่นการรบที่สะพานท่านางสังข์ จังหวัดชุมพร กล่าวคือ กลุ่มยุวชนทหารและกองกำลังผสมทหารตำรวจซึ่งกำลังจะต่อสู้ปะทะกันอยู่ที่สะพานท่านางสังข์ โดยที่กลุ่มยุวชนทหารนั้นมีผู้บังคับการคือร้อยเอกถวิล นิยมเสน ในระหว่างการสู้รบร้อยเอกถวิลนำกำลังยุวชนทหารออกมาปะทะกองทหารญี่ปุ่น แม้ร้อยเอกถวิลจะถูกทหารญี่ปุ่นยิงเสียชีวิต แต่ยุวชนทหารยังคงสู้ต่อไปจนกระทั่งรัฐบาลสั่งหยุดยิง เมื่อเวลา 11.00 น. โดยประมาณ

ที่อยู่

105
Wiang Sa
55110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สังคมศึกษา ครูเกียรติศักดิ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท