วิทยาลัยพระธรรมทูต Dhammaduta College

วิทยาลัยพระธรรมทูต Dhammaduta College ส่วนตัว

ธรรมะสัมผัสหัวใจ… เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ พร้อมภริยา ร่วมโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ณ ประเทศ...
21/09/2026

ธรรมะสัมผัสหัวใจ… เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ พร้อมภริยา ร่วมโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ณ ประเทศฟินแลนด์

เมื่อวันที่ ๑๙–๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ วัดพุทธาราม อัลโลคนเตีย นูรวียารวี ประเทศฟินแลนด์ ได้เป็นสถานที่จัดงาน "โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖" โดยมีคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ พระธรรมทูต วิทยากรทรงคุณวุฒิ และพุทธศาสนิกชน จิตอาสาจากหลากหลายประเทศทั่วทวีปยุโรปเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ได้เดินทางมาร่วมพิธี พร้อมกล่าวอนุโมทนาและปวารณารับใช้คณะสงฆ์ ขณะที่ คุณสัณห์สุดา อิศรภักดี พงษ์ประภาพันธ์ ภริยาเอกอัครราชทูต ได้เข้าร่วมการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์เป็นครั้งแรก นำมาซึ่งความปิติสุขและแรงบันดาลใจอันงดงามแก่ผู้ร่วมงาน

นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการเกื้อกูลกันระหว่างองค์กรพุทธและภาครัฐ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือแบบ "บ้าน วัด ราชการ" เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ เสริมสร้างความสามัคคี และอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทยในต่างแดน พร้อมทั้งปวารณาตนในนามสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่จะอำนวยความสะดวก สนับสนุนภารกิจของคณะสงฆ์ และดูแลส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของชุมชนไทยในฟินแลนด์อย่างโปร่งใส และสอดคล้องกับระเบียบกฎหมายของท้องถิ่น

อีกหนึ่งช่วงเวลาอันน่าประทับใจลึกซึ้งของงานอบรมครั้งนี้ คือการเข้าร่วมฝึกอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ของคุณสัณห์สุดา อิศรภักดี พงษ์ประภาพันธ์ ภริยาเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งในระหว่างการร่วมฟังธรรม นั่งเจริญจิตตภาวนา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเหล่ากัลยาณมิตร ความตระหนักรู้อนุภาพแห่งพระธรรมและความตื้นตันใจได้ค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นจากภายใน จนกลายเป็น "น้ำตาแห่งความสุข" ความประทับใจของท่านที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

หยาดน้ำตานั้นมิใช่ความเศร้า หากแต่เป็นน้ำตาของหัวใจที่ได้รับการสัมผัสด้วยความดีงาม ในโลกที่ผู้คนต่างเร่งรีบทำหน้าที่ การได้หยุดพักชั่วครู่เพื่อฟังธรรมอย่างตั้งใจ ทำให้หัวใจที่เคยเข้มแข็งอ่อนโยนลงจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ถือเป็นการเดินทางกลับเข้าไปพบหัวใจของตนเองอีกครั้ง และเห็นคุณค่าของการนำหลักพุทธธรรมไปหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในต่างแดน

บรรยากาศตลอดโครงการเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิฝั่งสงฆ์ อาทิ พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดี มจร และกิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาเครือข่ายธรรมทูตคฤหัสถ์ยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "ธรรมะ" มิได้หยุดอยู่เพียงในตำราหรือบนเวที แต่สามารถเดินทางเข้าสู่หัวใจ นำพาความสงบ ความสุข และความเข้มแข็งมาสู่ชุมชนไทยในต่างทวีปได้อย่างแท้จริง

พระครูสมุทรวชิรานุวัตร พร้อม รศ.ดร. บุญมี พรรษา นำกระบวนการกลุ่ม “เครือข่ายภาคีพุทธบริษัทนานาชาติ” ถักทอพลังความร่วมมือ ...
21/09/2026

พระครูสมุทรวชิรานุวัตร พร้อม รศ.ดร. บุญมี พรรษา นำกระบวนการกลุ่ม “เครือข่ายภาคีพุทธบริษัทนานาชาติ” ถักทอพลังความร่วมมือ สู่การพัฒนาพุทธศาสนาในระดับสากลอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๔๕ น. พระครูสมุทรวชิรานุวัตร (ธนัญชัย อริญฺชโย, ดร.) รองเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร และอาจารย์ประจำวิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี พร้อมด้วย รศ.ดร. บุญมี พรรษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนกร นำผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียน และออกแบบแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับสากล

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดนไม่อาจสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง หากแต่ต้องอาศัยการประสานพลังร่วมกันทุกภาคส่วน การประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “การสร้างเครือข่ายภาคีพุทธบริษัทในระดับนานาชาติ (International Buddhist Network)” จึงมุ่งเน้นการค้นหายุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงและถักทอความร่วมมือให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน

ที่ประชุมได้ตกผลึก ๔ ทิศทางสำคัญในการสร้างเครือข่ายพุทธบริษัทระดับนานาชาติ ได้แก่ (๑) การสร้างภาคีความร่วมมืออย่างบูรณาการ ระหว่างคณะสงฆ์ องค์กรพุทธศาสนา ภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (๒) การประยุกต์ใช้หลักกัลยาณมิตตตาและสังคหวัตถุ ๔ เป็นแกนกลางในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์เชิงเครือข่ายด้วยความจริงใจและเกื้อกูลกัน (๓) การถักทอความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างพระธรรมทูตและธรรมทูตคฤหัสถ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ (๔) การจัดทำระบบแลกเปลี่ยนทรัพยากร บุคลากร และองค์ความรู้ (Resource & Knowledge Sharing) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ

พระครูสมุทรวชิรานุวัตร, ดร. และ รศ.ดร. บุญมี พรรษา ได้ร่วมกันให้ข้อคิดสรุปว่า พลังของเครือข่ายคือหัวใจสำคัญของการทำงานในระดับสากล หากพระธรรมทูตและธรรมทูตคฤหัสถ์สามารถเชื่อมร้อยเป็นหนึ่งเดียวกัน มีการแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาขยายวงกว้างออกไปเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

พระมหาวิทยา อภิชฺชโว (ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ออสเตรีย พร้อมด้วย พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร นอร์เวย์นำกระบวนการกลุ่ม...
21/09/2026

พระมหาวิทยา อภิชฺชโว (ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ออสเตรีย พร้อมด้วย พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร นอร์เวย์
นำกระบวนการกลุ่ม “ธรรมะสร้างสุขในการทำงาน” ประยุกต์พุทธธรรมขับเคลื่อนองค์กร หนุนคนไทยปรับตัวในสังคมต่างวัฒนธรรม

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๔๕ น. พระมหาวิทยา อภิชฺชโว (ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย พร้อมด้วย พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร เลขานุการประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และหัวหน้าศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย วัดไทยนอร์เวย์ ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนกร นำผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียน และออกแบบแนวทางการประยุกต์ใช้ศาสนธรรมในการทำงานและการบริหารจัดการองค์กร

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในบริบทของต่างแดนที่ต้องเกี่ยวโยงกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม จำเป็นต้องอาศัยการปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจอย่างมาก การประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “ธรรมะสร้างสุขในการทำงาน (Dhamma at Work)” จึงมุ่งเจาะลึกการนำพุทธธรรมมาเป็นเครื่องมือในการทำงานจริง เพื่อให้เกิดความสุขในการทำงานและสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพ

ที่ประชุมได้ตกผลึก ๕ ยุทธศาสตร์พุทธธรรมที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและพัฒนาชีวิตการทำงาน ได้แก่ (๑) การสร้างบรรยากาศและสัมพันธภาพในองค์กรด้วย พรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เพื่อให้เกิดความเคารพและปรารถนาดีต่อกัน (๒) การสื่อสารอย่างจริงใจและสร้างสรรค์ด้วย สัมมาวาจา เพื่อลดข้อขัดแย้งและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการทำงาน (๓) การทำงานเป็นทีมและเกื้อกูลกันด้วย สังคหวัตถุ ๔ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างความร่วมมืออย่างมีเอกภาพ (๔) การบริหารความขัดแย้งในที่ทำงานด้วย สาราณียธรรม ๖ เพื่อสร้างความระลึกถึงกัน ความเคารพกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (๕) การพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อความสำเร็จในอาชีพด้วย อิทธิบาท ๔ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) เพื่อมุ่งมั่นและสร้างสรรค์ผลงานอย่างมืออาชีพ

พระมหาวิทยา อภิชฺชโว และ พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร ได้ร่วมกันให้ข้อคิดสรุปว่า ธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในทุกมิติของการดำเนินชีวิตและการทำงาน หากสามารถนำหลักธรรมเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ทำงานได้จริง ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเครียดและแก้ไขปัญหาขัดแย้งได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเปลี่ยนสถานที่ทำงานให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และสร้างสุขภาวะที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างยั่งยืน

“พระวิเทศวชิรวิมล พร้อมคณะพระวิทยากร นำกระบวนการกลุ่ม “ธรรมะเพื่อสุขภาพกายใจ” บูรณาการพุทธธรรมสู่สุขภาวะยุคใหม่ ตอบโจทย์...
21/09/2026

“พระวิเทศวชิรวิมล พร้อมคณะพระวิทยากร นำกระบวนการกลุ่ม “ธรรมะเพื่อสุขภาพกายใจ” บูรณาการพุทธธรรมสู่สุขภาวะยุคใหม่ ตอบโจทย์คนต่างแดน”

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๔๕ น. พระวิเทศวชิรวิมล ประธานสงฆ์วัดพุทธวิหาร ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วย พระมหาไพฑูรย์ ปนฺตนนฺโท, ผศ.ดร. รองผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต และ พระมหาไพโรจน์ โรจนธัมโม เจ้าอาวาสวัดโรจนกรรัตนาราม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนกร นำผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียน และออกแบบแนวทางการบูรณาการพุทธธรรมเข้ากับการดูแลสุขภาพกายและใจในสังคมร่วมสมัย

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า ท่ามกลางภาวะความเครียด ความเร่งรีบ และความผันผวนของสังคมยุคปัจจุบัน การดูแลสุขภาพไม่อาจจำกัดอยู่เพียงเรื่องของร่างกายเท่านั้น การประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “ธรรมะเพื่อสุขภาพกายใจ (Holistic Health & Wellbeing)” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมุ่งแสวงหาแนวทางนำศาสนธรรมมาสร้างเยียวยาจิตใจและเสริมสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ให้แก่ผู้คนในยุคนี้

ที่ประชุมได้ตกผลึกทิศทางสำคัญร่วมกันว่า “สติ” และ “สมาธิ” คือเครื่องมือชั้นดีและเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาวะทางจิตใจ (Mental Health) คณะพระวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรมจึงได้ร่วมกันวางแนวทางการจัดกิจกรรมที่ผสมผสานการปฏิบัติธรรมเข้ากับการส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้มีรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ผ่อนคลาย และไม่ซับซ้อน

พระวิเทศวชิรวิมล, พระมหาไพฑูรย์ ปนฺตนนฺโท, ผศ.ดร. และ พระมหาไพโรจน์ โรจนธัมโม ได้ร่วมกันสรุปข้อคิดว่า พุทธธรรมคือศาสตร์แห่งการเยียวยาชีวิต หากสามารถเชื่อมโยงการเจริญสติเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้ ก็จะกลายเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในยุโรปที่กำลังแสวงหาความสงบเย็นและที่พึ่งทางใจได้อย่างเป็นรูปธรรม ฯ

“พระครูสาทรสันติวัฒน์ และ พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท, ดร. นำกระบวนการกลุ่ม หวังย่อยธรรมะให้เข้าถึงง่าย! “ธรรมะดิจิทัล” นวัตก...
21/09/2026

“พระครูสาทรสันติวัฒน์ และ พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท, ดร. นำกระบวนการกลุ่ม หวังย่อยธรรมะให้เข้าถึงง่าย! “ธรรมะดิจิทัล” นวัตกรรมสื่อสารพุทธธรรมยุคใหม่ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ต่างแดน”

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๔๕ น. พระครูสาทรสันติวัฒน์ (หลวงปู่เขียว) เจ้าอาวาสวัดพุทธภาวนาเวสเตอร์โรส เมืองเวสเตอร์โรส ราชอาณาจักรสวีเดน พร้อมด้วย พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท, ดร. ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนกร นำผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียน และออกแบบแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างสร้างสรรค์

ที่ประชุมได้ตกผลึกทิศทางสำคัญร่วมกันว่า การสื่อสารธรรมะในยุคปัจจุบันต้องเปลี่ยนผ่านจากการบรรยายเชิงวิชาการที่ลึกซึ้งและเข้าใจยาก มาสู่การออกแบบเนื้อหา (Content Design) รูปแบบใหม่ ที่เน้นความสั้น กระชับ เข้าถึงง่าย และที่สำคัญที่สุดคือต้องสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน (Actionable Dhamma) โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นช่องทางหลักในการขับเคลื่อน

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า เมื่อโลกเคลื่อนเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา จึงต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมการรับสื่อของผู้คนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวไทยในต่างแดน การประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “ธรรมะดิจิทัล (Digital Dhamma)” จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมุ่งค้นหานวัตกรรมการสื่อสารธรรมะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเวลาและพื้นที่

กิจกรรมในกลุ่มนี้ได้รับเกียรติจาก พระครูสาทรสันติวัฒน์ (หลวงปู่เขียว) เจ้าอาวาสวัดพุทธภาวนาเวสเตอร์โรส เมืองเวสเตอร์โรส ราชอาณาจักรสวีเดน พร้อมด้วย พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท, ดร. ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนกร นำผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียน และออกแบบแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างสร้างสรรค์

ที่ประชุมได้ตกผลึกทิศทางสำคัญร่วมกันว่า การสื่อสารธรรมะในยุคปัจจุบันต้องเปลี่ยนผ่านจากการบรรยายเชิงวิชาการที่ลึกซึ้งและเข้าใจยาก มาสู่การออกแบบเนื้อหา (Content Design) รูปแบบใหม่ ที่เน้นความสั้น กระชับ เข้าถึงง่าย และที่สำคัญที่สุดคือต้องสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน (Actionable Dhamma) โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นช่องทางหลักในการขับเคลื่อน

พระครูสาทรสันติวัฒน์ และ พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท, ดร. ได้ร่วมกันให้ข้อคิดว่า พลังของสื่อดิจิทัลคือการไร้พรมแดน หากธรรมทูตคฤหัสถ์และคณะสงฆ์สามารถย่อยหลักธรรมให้อยู่ในรูปแบบที่โดนใจ เช่น คลิปวิดีโอสั้น ภาพอินโฟกราฟิก หรือพอดแคสต์ ก็จะช่วยเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังแสวงหาที่พึ่งทางใจ ได้มีโอกาสเข้าถึงพระธรรมคำสอนได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเข้าด้วยกันได้อย่างยั่งยืน ฯ

“พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผอ.วิทยาลัยพระธรรมทูต เป็นวิทยากรกระบวนกร นำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตกผลึก ๔ ยุทธศาสตร์ “ธรรมทูตค...
21/09/2026

“พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผอ.วิทยาลัยพระธรรมทูต เป็นวิทยากรกระบวนกร นำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตกผลึก ๔ ยุทธศาสตร์ “ธรรมทูตคฤหัสถ์ยุโรป” เชื่อมพุทธธรรม นวัตกรรม และสุขภาวะ ขับเคลื่อนงานเผยแผ่สู่ระดับสากล ณ วัดพุทธาราม ฟินแลนด์”

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น. พระครูสุตรัตนบัณฑิต, ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มจร เป็นวิทยากรกระบวรดรดำเนินรายการกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์ ในโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ณ วัดพุทธาราม ฟินแลนด์ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ โดยแบ่งกลุ่มปฏิบัติการเจาะลึก ๔ ด้าน พร้อมพระวิทยากร ผู้ช่วยวิทยากร และผู้ประสานงานร่วมขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้

๑. ธรรมะดิจิทัล (Digital Dhamma) สื่อสารพุทธธรรมผ่านนวัตกรรมออนไลน์ นำกระบวนการ โดย พระครูสาทรสันติวัฒน์ (หลวงปู่เขียว) เจ้าอาวาสวัดพุทธภาวนาเวสเตอร์โรส เมืองเวสเตอร์โรส ราชอาณาจักรสวีเดน และพระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท, ดร. ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต

๒. ธรรมะเพื่อสุขภาพกายใจ (Holistic Health & Wellbeing) บูรณาการพุทธธรรมสู่สุขภาวะท่ามกลางภาวะความเครียดและความผันผวนของสังคมยุคปัจจุบัน นำกระบวนการ โดยพระวิเทศวชิรวิมล ประธานสงฆ์วัดพุทธวิหาร เนเธอร์แลนด์พระมหาไพฑูรย์ ปนฺตนนฺโท ,ผศ.ดร. รองผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต และพระมหาไพโรจน์ โรจนธัมโม เป็นเจ้าอาวาสวัดโรจนกรรัตนาราม ประเทศเยอรมนี

๓. ธรรมะสร้างสุขในการทำงาน (Dhamma at Work) นำหลักธรรมขับเคลื่อนองค์กร การประยุกต์ใช้ศาสนธรรมในชีวิตการทำงานจริงคือหัวใจของกลุ่มที่สาม นำกระบวนการกลุ่ม พระมหาวิทยา อภิชฺชโว (ป.ธ.๙) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม เมืองกราซ (Graz) ประเทศออสเตรีย และ พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร เลขานุการประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป หัวหน้าศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย วัดไทยนอร์เวย์

๔. เครือข่ายภาคีพุทธบริษัทนานาชาติ (International Buddhist Network) พลังความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน นำกระบวนการโดย พระครูสมุทรวชิรานุวัตร (ธนัญชัย อริญฺชโย, ดร.) รองเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร และอาจารย์ประจำวิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี และ รศ.ดร. บุญมี พรรษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ

บรรยากาศการบรรยายและรวมกลุ่มกิจกรรมเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เบิกบาน และเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งปัญญา โดยมี พระครูสุตรัตนบัณฑิต, ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต ทำหน้าที่วิทยากรกระบวนกรเชื่อมโยงธรรมะเข้ากับวิถีชีวิตจริงได้อย่างมีชีวิตชีวา มีพระวิทยากรประจำกลุ่มทั้ง ๔ กลุ่ม ช่วยนำกระบวนการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นกันเอง ร่วมสอดแทรกอารมณ์ขัน ข้อคิดที่แหลมคม และมุมมองที่เข้าใจง่าย ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมต่างเปิดใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งหลักการ องค์ประกอบ และแนวทางปฏิบัติจริงกันอย่างกระตือรือร้น เปลี่ยนห้องเรียนธรรมะให้กลายเป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ ความสุข และพลังใจในการร่วมกันขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาในต่างแดนอย่างแท้จริง ฯ

“พระครูธรรมธรวรเดชา อคฺคเตโช, ผศ.ดร. บรรยายวิชาวิปัสสนากรรมฐาน นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรพระธรรมทูต รุ่นที่ ๔”วันจันทร์ท...
21/09/2026

“พระครูธรรมธรวรเดชา อคฺคเตโช, ผศ.ดร. บรรยายวิชาวิปัสสนากรรมฐาน นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรพระธรรมทูต รุ่นที่ ๔”

วันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระครูธรรมธรวรเดชา อคฺคเตโช, ผศ.ดร. อาจารย์ประจำวิทยาลัยพระธรรมทูต บรรยายถวายความรู้นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรพระธรรมทูต รุ่นที่ ๔ ในรายวิชารายวิชาวิปัสสนากรรมฐาน ณ ห้อง D ๔๒๒ อาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) มจร พระนครศรีอยุธยา ฯ

“พระครูใบฎีกาแสงเฮือง นรินฺโท, ดร. ให้นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรพระธรรมทูต รุ่นที่ ๔ นำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย”วันจันทร์...
21/09/2026

“พระครูใบฎีกาแสงเฮือง นรินฺโท, ดร. ให้นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรพระธรรมทูต รุ่นที่ ๔ นำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย”

วันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๒๐ น. พระครูใบฎีกาแสงเฮือง นรินฺโท, ดร. รองผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต ฝ่ายบริหาร อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาการต่างประเทศ ให้นิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรพระธรรมทูต รุ่นที่ ๔ นำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย และให้นิสิตแสดงความคิดเห็นประเด็นต่างๆ ในรายวิชาการต่างประเทศ ณ ห้อง D ๔๒๒ อาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) มจร พระนครศรีอยุธยา ฯ

"พระสิทธิวัชรบัณฑิต’ บรรยายพิเศษ เรื่อง “สามไตรกับการพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์"วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระ...
21/09/2026

"พระสิทธิวัชรบัณฑิต’ บรรยายพิเศษ เรื่อง “สามไตรกับการพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์"

วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต, ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “สามไตรกับการพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์” ในโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ณ วัดพุทธาราม อัลโลคนเตีย นูรวียารวี ประเทศฟินแลนด์ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อยกระดับบทบาทของคฤหัสถ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในบริบทต่างวัฒนธรรม

พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้อธิบายถึงการบูรณาการหลัก “สามไตร” เพื่อใช้เป็นหมุดหมายและเครื่องมือในการปฏิบัติงานของธรรมทูตคฤหัสถ์ ประกอบด้วย

๑. ไตรแรก คือ พระรัตนตรัย (Triple Gem) ทำหน้าที่เป็น “อุดมการณ์และจุดมุ่งหมายสูงสุด” (Ultimate Goal) การยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ มิใช่เพียงการเคารพบูชาเชิงพิธีกรรม แต่คือการใช้พระรัตนตรัยเป็นศูนย์รวมใจ ศรีกรอบศีลธรรม และเข็มทิศในการทำหน้าที่สื่อสารสัจธรรมแก่โลกสากล

๒. ไตรที่สอง คือ ไตรสิกขา (Threefold Training) ทำหน้าที่เป็น “กระบวนการฝึกหัดและพัฒนาตน” (Developmental Process) ประกอบด้วย ศีล (จริยธรรมและการควบคุมพฤติกรรมทางสังคม) สมาธิ (การพัฒนาจิตใจให้มีตั้งมั่น มั่นคง และมีสุขภาวะทางจิต) และ ปัญญา (การรู้แจ้งและการแก้ปัญหาด้วยเหตุผล) ซึ่งเป็นคุณสมบัติจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานในต่างประเทศ

๓. ไตรที่สาม คือ ไตรลักษณะ (Three Characteristics) ทำหน้าที่เป็น “กรอบการมองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง” (Worldview)การเข้าใจหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ช่วยให้ธรรมทูตคฤหัสถ์มีความยืดหยุ่น เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ทำให้สามารถวางใจและปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีสติ

กระบวนการลงมือปฏิบัติ เป็นการพัฒนาตนตามหลัก “ภาวนา ๔” เพื่อนำหลักสามไตรไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาศักยภาพของธรรมทูตคฤหัสถ์จึงต้องดำเนินผ่านกระบวนการ ภาวนา ๔ (Fourfold Development) ซึ่งเป็นการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน (๑) กายภาวนา (Physical Development) การพัฒนากายสัมพันธ์และพฤติกรรมภายนอก รวมถึงการวางตนที่เหมาะสม การดูแลสุขภาวะทางกาย และการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาดเพื่อการเผยแผ่ (๒) ศีลภาวนา (Moral Development) การพัฒนาระเบียบวินัย ความรับผิดชอบต่อสังคม การสื่อสารด้วยสัมมาวาจา และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับองค์กรภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ (๓)จิตตภาวนา (Emotional & Mental Development) การฝึกฝนจิตใจให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มีสมาธิ และเปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)เพื่อรับมือกับสภาวะความกดดันและความขัดแย้งในการทำงานต่างดินแดน (๔)ปัญญาภาวนา (Intellectual Development)การพัฒนาปัญญาความรู้เท่าทัน สัมมาทิฏฐิ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการประยุกต์ใช้พุทธนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชีวิตและการทำงานอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนงานธรรมทูตในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยการผนึกกำลังของพุทธบริษัท ๔ โดยเฉพาะ “ธรรมทูตคฤหัสถ์” ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในภาคประชาชน การนำหลัก สามไตร มาเป็นฐานคิด และใช้ ภาวนา ๔ เป็นกระบวนการพัฒนาตน จะช่วยยกระดับธรรมทูตคฤหัสถ์ให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมธรรมะสู่สังคมสากลได้อย่างทรงประสิทธิภาพและยั่งยืน พระสิทธิวัชรบัณฑิต กล่าวสรุปในตอนท้าย

“พระเทพวัชรสารบัณฑิต บรรยายพิเศษ ชู ๕ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน “ธรรมทูตคฤหัสถ์” ในเวทีสากลหวังสร้างพุทธนวัตกรรม-เชื่อมใจคนทั...
21/09/2026

“พระเทพวัชรสารบัณฑิต บรรยายพิเศษ ชู ๕ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน “ธรรมทูตคฤหัสถ์” ในเวทีสากลหวังสร้างพุทธนวัตกรรม-เชื่อมใจคนทั่วโลก ณ ฟินแลนด์”

วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น.พระเทพวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เมตตาธรรมบรรยายพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนบทบาทธรรมทูตคฤหัสถ์ในเวทีสากล” ในโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ณ วัดพุทธาราม อัลโลคนเตีย นูรวียารวี ประเทศฟินแลนด์ โดยมุ่งเน้นแนวคิด “ธรรมะเชื่อมใจ มนุษยชาติเชื่อมกัน พุทธคุณนำสันติสุขสู่โลก” เพื่อยกระดับและพัฒนากำลังสำคัญของพุทธศาสนิกชนบนเวทีนานาชาติ

พระเทพวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. ได้ชี้ให้เห็นถึง บริบทโลกและความจำเป็นของธรรมทูตคฤหัสถ์ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคโลกไร้พรมแดนที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้และการสื่อสารอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความเชื่อและวิถีชีวิตหลากหลาย ผู้คนต่างแสวงหาความสุขทางใจและคุณค่าของชีวิต ดังนั้น ธรรมทูตคฤหัสถ์จึงต้องทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างพระพุทธศาสนากับสังคมโลก

สำหรับการขับเคลื่อนในเวทีสากลนั้น ธรรมทูตคฤหัสถ์ถือเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมที่สื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ช่วยสร้างความไว้วางใจ มิตรภาพและสร้างสันติสุขระหว่างประชาชนในนานาประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มจำนวนและพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์ ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรในต่างประเทศ และสร้างพุทธนวัตกรรมที่เหมาะสมกับทุกวัฒนธรรม

ในการบรรยาย ได้มีการนำเสนอ ๕ ยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย (๑) พัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์อย่างเป็นระบบ (๒) สร้างเครือข่ายพุทธศาสนิกชนทั่วโลก(๓) สื่อสารธรรมะด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (๔) บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรสากล (๕) ติดตาม ประเมินผล และยกระดับสู่ความยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้วางแนวทางการดำเนินงานเชิงรุก เช่น การพัฒนาหลักสูตรอบรม การเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับนานาชาติ การผลิตสื่อธรรมะหลากหลายภาษา และการจัดกิจกรรมในชุมชนโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างเครือข่ายพุทธศาสนิกชนที่เข้มแข็ง ทำให้ประชาชนนานาประเทศเข้าถึงธรรมะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และผลักดันให้พระพุทธศาสนามีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติสุขในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ในช่วงท้าย พระเทพวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. ได้มอบข้อคิดฝากไว้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรมว่า "ทุกคนเป็นธรรมทูตได้ เพียงเริ่มจากการทำความดีในชีวิตประจำวัน แล้วส่งต่อด้วยเมตตาสู่สังคมและโลกกว้าง" การบรรยายของท่านสร้างแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นแก่คณะสงฆ์ พระธรรมทูต และผู้เข้าร่วมการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์จากประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปเป็นอย่างมาก ฯ

ที่อยู่

Wang Noi

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิทยาลัยพระธรรมทูต Dhammaduta Collegeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง วิทยาลัยพระธรรมทูต Dhammaduta College:

ทางลัด

แชร์