26/08/2026
เมื่อระบบวิจัยตื่นก่อนน้ำท่วม
_______
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ หรือ บพท. ได้นำระบบบัญชาการภัยพิบัติอัจฉริยะ RawangPhai มาใช้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติในพื้นที่ลุ่มน้ำแพร่–น่านและพื้นที่เชื่อมโยง โดยในช่วงเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569
ระบบดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยที่เชื่อมต่อกับการปฏิบัติจริงในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
เวลา 00:16 น. ของคืนวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระบบ Tele Alert ตรวจพบปริมาณน้ำสะสมระดับสีส้ม 28.0 มม./ชม. ในพื้นที่ต้นน้ำ ครอบคลุมสถานีบ่อเกลือ ภูคา และศิลาเพชร จังหวัดน่าน ข้อมูลดังกล่าวถูกส่งตรงไปยัง ปภ. จังหวัดน่านทันที เพื่อประเมินสถานการณ์และยิง Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
ลักษณะทางกายภาพที่ทำให้ อ.ปัว เสี่ยงเป็นพิเศษ
ลักษณะภูมิประเทศแบบ "แอ่งปัว" ซึ่งรับน้ำจากลำห้วยต้นน้ำรอบด้าน เมื่อฝนตกหนักสะสม มวลน้ำจึงไหลรวมลงสู่พื้นที่ชุมชนอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้วันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีพื้นที่รับผลกระทบถึง 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย 8,000 ครัวเรือน หรือ 16,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย
ระบบที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา RawangPhai คือแพลตฟอร์มบัญชาการภัยพิบัติที่ มรภ.อุตรดิตถ์ พัฒนาขึ้นภายใต้กรอบการวิจัยของ บพท. โดยผสานข้อมูลจากหลายแหล่งพร้อมกัน ทั้งสถานีโทรมาตรวัดระดับน้ำ กล้อง CCTV ในพื้นที่ และระบบพยากรณ์เวลาความหน่วงของน้ำจากสถานีต้นน้ำ
เพื่อให้สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าน้ำจะเข้าท่วมสถานีถัดไปเมื่อใด ในคืนวิกฤต ระบบสถานีภูเพียง จ.น่าน บันทึกระดับน้ำที่พุ่งทะลุเส้นวิกฤต ข้อมูลเรียลไทม์ถูกส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกลไกชุมชนทันที เพื่อประกาศอพยพและนำรถแห่แจ้งเตือนออกปฏิบัติการในพื้นที่
บทเรียนที่ระบบสะท้อนกลับ แม้ระบบจะทำงานได้ฉับไว แต่รายงานยังบันทึกข้อสังเกตสำคัญว่า เส้นทางน้ำป่าที่ไหลผ่านตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้การตื่นตัวในบางพื้นที่ยังค่อนข้างน้อย สะท้อนให้เห็นว่าระบบแจ้งเตือนที่ดีต้องไปคู่กับการสร้างความคุ้นเคยให้ชุมชนสามารถอ่านและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนได้อย่างถูกต้องและทันเวลา
ขยายผลสู่ จ.แพร่ — ระบบที่ไม่หยุดแค่จุดเดียว
หลังจากรับมือวิกฤตที่ อ.ปัว แพลตฟอร์มยังตรวจพบมวลน้ำล้นตลิ่งที่สถานีเชียงม่วน จ.พะเยา ประมาณ 600 ล้าน ลบ.ม. กำลังเดินทางเข้าสู่ จ.แพร่ ทำให้ทีมวิจัยสามารถประสานงานแจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังเทศบาลตำบลป่าแมต จ.แพร่ ผ่านแพลตฟอร์มระวังภัย เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำได้ก่อนที่จะมาถึง พร้อมกันนั้นยังมีการเฝ้าระวังความเสี่ยงดินโคลนถล่มในพื้นที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ โดยผสานข้อมูล "ระดับน้ำฝนจากภูมิปัญญาชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้าน" ซึ่งรายงานผ่านภาพถ่ายกระบอกวัดน้ำ เข้ากับแผนที่วิเคราะห์ความเสี่ยงบนระบบ ก่อนประสานงานทันทีกับเจ้าหน้าที่ ปภ. จังหวัดอุตรดิตถ์ และปลัดอำเภอพิชัย เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ระบบที่ดีในการจัดการภัยพิบัติไม่ใช่แค่การ "รับมือ" แต่ต้องสามารถ "มองเห็นก่อน" โดยอาศัยการผสานเทคโนโลยี กลไกชุมชน และเครือข่ายสนับสนุน ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อให้ชุมชนมีเวลาตัดสินใจและเตรียมพร้อมได้อย่างทันท่วงที
กรณีจังหวัดน่านและจังหวัดอุตรดิตถ์จึงเป็นตัวอย่างของการใช้พลังมหาวิทยาลัยและงานวิจัยเชิงพื้นที่ เชื่อมต่อกับภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อเปลี่ยนข้อมูลภัยพิบัติให้กลายเป็นการปฏิบัติที่จับต้องได้ และปกป้องชีวิตของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแท้จริง
ข้อมูลอ้างอิง: สรุปผลการนำร่องระบบบัญชาการภัยพิบัติอัจฉริยะ (RawangPhai) และบูรณาการเครือข่ายช่วยเหลือ โดย มรภ.อุตรดิตถ์ สิงหาคม 2569; ภายใต้โครงการวิจัย: การพัฒนาระบบและกลไกความร่วมมือเชิงโครงสร้างเพื่อหนุนเสริมศักยภาพชุมชนในการจัดการอุทกภัยระดับลุ่มน้ำแพร่–น่านและพื้นที่เชื่อมโยง กรอบวิจัย: การบริหารจัดการภัยพิบัติ ปีงบประมาณ 2569 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
#สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ #รวพ ิจัยใกล้บ้าน #วิจัยใกล้บ้าน #บพท #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ #ระวังภัยURU #น้ำท่วมน่าน #น้ำป่าไหลหลาก #อำเภอปัว #จังหวัดน่าน #ภัยพิบัติ #ระบบแจ้งเตือน #เตือนภัยล่วงหน้า #บริหารจัดการภัยพิบัติ #งานวิจัยเพื่อสังคม #กระทรวงอว #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง