ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม

ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม
สถานศึกษามาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542

ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม (โรงเรียน 4 ตารางวา) เป็นสถานศึกษาตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จัดตั้งตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2555
จัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (เทียบ ม.3) และ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบ ม.6) โดยใช้นวัตกรรมการศึกษาทางเลือกที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้เรียนรายบุคคล

ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม ขอร่วมแสดงความอาลัย ต่อการจากไปของ ครูคนอง มิตรมาตร ครูอาสาสมัครที่ทำใ...
27/03/2026

ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม ขอร่วมแสดงความอาลัย ต่อการจากไปของ ครูคนอง มิตรมาตร ครูอาสาสมัครที่ทำให้ก้าวแรกในการสร้างการเรียนรู้ของเด็กทุกคนในโรงเรียนสี่ตารางวามีความหมาย
เมื่อเราตั้งคำถามถึงความหมายอันแท้จริงของชีวิต มนุษย์ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่บนโลกที่สวยงามนี้ มีสิ่งสำคัญไม่กี่อย่างที่จะทำการมีอยู่ของตัวเรานั้นมีความหมาย อย่างแรก คือ การได้เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโลก ส่วนอย่างที่สอง คือ การได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายทั้งต่อตนเอง ต่อคนอื่น ต่อสังคม และต่อโลกใบนี้ และอย่างที่สาม คือ การได้ถูกกล่าวถึงอย่างอาลัยเมื่อวันสุดท้ายของชีวิตเดินทางมาถึง
ครูคนอง พี่คนอง หรือ พ่อคนอง ของเด็ก ๆ ในโรงเรียนสี่ตารางวา เป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกอันกว้างใหญ่ และสิ่งสำคัญนี้ทำให้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์คนหนึ่งนั้นสมบูรณ์
ด้วยความอาลัย
ศูนย์การเรียนมถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม

คนอุตรดิตถ์ ร่วมกันส่งเสียง “พื้นที่ปลอดภัย” มีความหมายและจำเป็นกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจในงาน “The voice of butterfly เวที...
10/03/2026

คนอุตรดิตถ์ ร่วมกันส่งเสียง “พื้นที่ปลอดภัย” มีความหมายและจำเป็น
กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจในงาน “The voice of butterfly เวทีสาธารณะ เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก กอดใจ” ที่จัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรม ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ คือการพูดถึงพื้นที่ปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การเรียนรู้ในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน พื้นที่ปลอดภัยได้รับการสนับสนุนจากคนในอุตรดิตถ์ ว่าควรมีอยู่ในทุกนิเวศรอบตัวของผู้เรียนและในทุกการเรียนรู้
“ความสุข” “อิสระ” “เติบโต” “การค้นหาตนเอง” “ไม่ต้องหวาดกลัว” “self Esteem” เป็นหนึ่งในบรรดา ข้อความจำนวนมาก ซึ่งท้อนความต้องการและความปรารถนาของผู้คนที่อยากเห็นพื้นที่ปลอดภัยที่มีอยู่จริงในโรงเรียน และนั่นก็เป็นเสียงสะท้อนของภาพอีกด้าน ของระบบการเรียนรู้ที่ยังคงขาดพื้นที่ปลอดภัยที่เพียงพอให้สำหรับเด็ก ๆ
ภายใต้บริบทของสังคมเมืองพื้นที่ปลอดภัยดูเหมือนจะเป็นข้อจำกัด ในบรรดา “ต้นทุน” หลาย ๆ เรื่องที่ครอบครัวคนคนจนเมืองต้องควักกระเป๋าจ่ายในสัดส่วนที่มากกว่าครอบครัวคนชนชั้นกลาง เมื่อเทียบกับรายได้แต่ละวัน เพื่อให้ลูกหลานของตนเองได้มีโอกาสใช้สอยพื้นที่ปลอดภัยเช่นเดียวกับโอกาสที่ลูกหลานชนชั้นนำมี
หากเราคิดบนสมมติฐานซึ่งวางอยู่บนหลักการพื้นฐานของความเสมอภาคและเท่าเทียม อาจพบว่า สิ่งที่ควรจะมีอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่าง “พื้นที่ปลอดภัย” โดยเฉพาะในโรงเรียนนั้น ไม่ควรจะต้องถูกถามหา หรือต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมากมายเพื่อให้ได้นิเวศแบบนั้น แต่ในแง่ของความเป็นจริง พื้นที่ปลอดภัยซึ่งควรเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดในโรงเรียนกลับเป็นสิ่งที่แทบไม่มีอยู่โดยทั่ว ๆ ไป
น่าสนใจว่าในครอบครัวที่มีทรัพยากรมากกว่า อย่างครอบครัวคนชนชั้นนำ มักมีโอกาสเลือกได้มากกว่าโดยเฉพาะการเลือกโรงเรียนที่จะรับประกันว่าจะมีพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนมากพอ ที่จะส่งเสริมให้ลูกหลานของพวกเขาเติบโตได้บนศักยภาพที่มี สามารถค้นพบพรสวรรค์ หรือเส้นทางเดินได้ภายในระบบนิเวศเอื้อให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้
ในขณะที่ลูกหลานคนชนชั้นนำต่างก็มีตัวเลือกมากกว่าเนื่องจากเหตุผลด้านทุนทางเศรษฐกิจที่ดี…แต่สำหรับลูกหลานคนจนเมือง กลับไม่มีตัวเลือกมากนัก พื้นที่ปลอดภัยถูกทำให้กลายเป็นเรื่องรองลงไปเสียด้วยซ้ำ เมื่อต้องต่อสู้แข่งขันในเรื่องปากท้อง ไปพร้อมกับการต้องต่อสู้แข่งขันในการเข้าเรียนโรงเรียนคุณภาพ
สังคมแทบไม่เคยตั้งคำถามต่อคุณภาพของการเรียนรู้ ให้ไปไกลเกินกว่าคุณภาพของตัวเลข ค่าเฉลี่ย หรืออัตราการสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ในขณะที่คุณภาพที่จำเป็นอย่าง “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เอื้อให้เด็กเรียนรู้ได้ เติบโตได้ เป็นตัวเองจริง ๆ กลับพูดถึงเป็นอย่างหลังสุด หรือบางครั้งก็ไม่ถูกพูดถึงเลย
เด็กลูกหลานคนจนเมือง น้อยคนที่จะมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพของพื้นที่ปลอดภัยแบบเดียวกับที่ลูกหลานคนชนชั้นนำสามารถเข้าถึงได้ ต้นทุนที่ต้องจ่ายมากกว่าในสัดส่วนที่เมื่อเทียบกับรายได้ของครอบครัวกลายเป็นกำแพงหนาและสูงที่ยากจะปีนป่ายข้ามไปได้ง่าย ๆ
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกหลานคนจนเมืองต้องยอมจำนนต่อความรุนแรงในโรงเรียนที่ไม่อาจมีพื้นที่ปลอดภัยที่ปกป้องพวกเขา นั่นก็เพราะเด็ก ๆ เหล่านั้นมีตัวเลือกที่มีไม่มากนัก
หากเปรียบเปรยเรื่องนี้กับการไต่บันใด ดูเหมือนว่า “พื้นที่ปลอดภัย” จะเป็นเหมือนกับบันใดขั้นที่อยู่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ และการไปถึงพื้นที่ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ทั้งนี้ก็ด้วยข้อจำกัดในแง่ของวิธีคิดและวิธีปฏิบัติ
พอสังคมเริ่มคุ้นชินกับคำว่าพื้นที่ปลอดภัย เราก็กลับพบปัญหาอีกเรื่องหนึ่งคือว่า “พื้นที่ปลอดภัย” ถูกใช้จนเกร่อ ขณะที่ในทางปฏิบัติแล้วเรากลับไม่เห็นว่ามันมีพื้นที่ปลอดภัยจริง ๆ บางครั้งก็สร้างภาพมายาว่าสังคมเรานั้นมีพื้นที่ปลอดภัยเต็มไปหมด
ภายใต้บริบทของจังหวัดอุตรดิตถ์ โชคดีที่ยังมีความหวังว่าพื้นที่ปลอดภัยอาจยังคง เสียงของผู้คนที่สะท้อนความต้องการกลายเป็นอีกหนึ่งความหวัง ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนงานปีสองปีที่ผ่านมา เรายังเชื่อว่าเราได้สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นตามตรอกซอกซอยของชุมชน และพื้นที่เล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน หรือชุมชน อย่างไรก็ตามความท้าทายอีกเรื่อง ก็คือการจะเชื่อมโยงกลไกของพื้นที่ปลอดภัยเหล่านี้ยั่งยืนได้ในระยะยาว และให้สามารถเชื่อมโยงกลไกในระดับพื้นที่ให้สำเร็จได้ยังไง
เพราะพื้นที่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของชุมชนนี้ จะช่วยให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะครอบครัวของเด็กคนจนเมืองจะไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าแม้เพียงแต่บาทเดียว เพื่อแลกกับการได้พื้นที่ปลอดภัยที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่แรก

ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง เขียนจากประเด็นในงานเสวนา the voice of butteffly : เวทีสาธารณะ เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก กอดใจ
#โรงเรียนสี่ตารางวา #การศึกษาทางเลือกออกแบบเองได้
voice of butterfly #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

Charin Mangkhang Phen Lfc Janerawee Vongsin ชัชวาลย์ บุตรทอง เรวดี กล่ำศิริ นายพยงค์ ยาเภา บุญเพิ่ม สอนภักดี Radee Thanarak Monton Onwanna Kednipa Hkt Dreamon Ratti F ประทีป ปราสาร @ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

ภาคส่วนด้านการศึกษาของจังหวัดอุตรดิตถ์ เห็นร่วมกันว่า “การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” มีความหมายกับเด็กทุกคนทั้งฝ่ายนโยบายอย่าง...
09/03/2026

ภาคส่วนด้านการศึกษาของจังหวัดอุตรดิตถ์ เห็นร่วมกันว่า “การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” มีความหมายกับเด็กทุกคน
ทั้งฝ่ายนโยบายอย่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 รวมทั้งภาคส่วนวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ล้อมวงคุยกันในงาน “The voice of butterfly” เวทีสาธารณะ เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก กอดใจ ในประเด็นที่สำคัญเรื่องของการร้อยเชื่อมพลังความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการทำงานการศึกษาทางเลือกที่ยืดหยุ่นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
เริ่มต้นอย่างน่าสนใจว่า ดร.สมเดียว เกตอินทร์ รองศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้พูดถึงประเด็นสำคัญว่าจังหวัดอุตรดิตถ์ วันนี้การศึกษาทางเลือกยังคงเป็นโจทย์ขยับไปไม่มากนัก หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้นโยบายด้านการศึกษายืดหยุ่นและการศึกษาทางเลือกของอุตรดิตถ์ไม่อาจนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะยังคงติดกับดักในแง่ของวิธีคิดเรื่องของรูปแบบในการจัดการศึกษาในระบบที่ค่อนข้างที่จะแข็งตัว สิ่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ทั้งในระดับโรงเรียนเอง ไปจนกระทั่งถึงข้อจำกัดด้านความเข้าใจในการรับรู้ของสังคมด้วย
สำหรับในส่วนของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ มองว่าจริง ๆ แล้วการเคลื่อนงานการศึกษายืดหยุ่น สิ่งที่จำเป็นไม่น้อยกว่าเรื่องนโยบาย คือการทำให้ในทางปฏิบัติการศึกษาต้องไม่ควรถูกผูกขาดอยู่แค่เพียงใครคนใดคนหนึ่ง หรือให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าของเพียงหน่วยงานเดียว เนื่องจากการทำงานแบบแยกส่วนนี้เองที่บางครั้งอาจทำให้กลายเป็นอีกข้อจำกัดในการขับเคลื่อนงานการศึกษาทั้งระบบให้เรียงร้อยเชื่อมโยงกัน
ซึ่งภาพสะท้อนของงานการขับเคลื่อนการศึกษา ที่ผ่านมา ของ ศธจ.อุตรดิตถ์ คือ การระดมทรัพยากรเพื่อทำงานขับเคลื่อน Thailand Zero droupout (TZD) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล มีการเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด สำหรับการทำงานเรื่องนี้นั้น ทำให้เห็นภาพรวมความต้องการทั้งในระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการหลุดออกจากระบบการศึกษา ขณะเดียวกันก็สามารถจำแนกความต้องการ ข้อจำกัด และต้นทุนของผู้เรียนรายบุคคลได้ ซึ่งนำไปสู่การจะให้ความช่วยเหลือน้อง ๆ ผ่านการเชื่อมโยงการเรียนรู้ผ่านระบบกลไกความร่วมมือที่มีอยู่
ขณะเดียวกันด้านการขับเคลื่อนระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ ยังคงทำงานด้านนโยบายการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการสร้างการเรียนรู้ที่หยุ่นให้เป็นรูปธรรม สำหรับรองรับการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทุกมิติ แต่ก็ยังพบข้อจำกัดที่ทำให้นโยบายดังกล่าวนั้น ไม่สามารถนำไปสู่รูปธรรมที่ชัดเจน นั่นคือเมื่อน้อง ๆ สะสมหน่วยกิตจนครบถ้วนแล้วจะทำยังไงให้ความรู้ที่น้อง ๆ ได้เรียนรู้แล้วจริง ๆ สามารถแปลงเป็นผลการเรียน และกลายเป็นวุฒิการศึกษาด้วยแพลตฟอร์มแบบไหน
เช่นเดียวกับ ดร.เมตตา แสวงลาภ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าสิ่งที่ สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ให้ความสำคัญ นั่นก็คือ ความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้สถานศึกษาในสังกัดได้รับรู้รับทราบ เพราะข้อจำกัดใหญ่มาก คือ เรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องใหม่ของวงการการศึกษาในระบบ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ในระบบด้วยที่ยังคงยึดโยงกับข้อกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติออย่างเข้มงวด รวมทั้งความกังวลในเรื่องต่าง ๆ จนนำไปสู่การไม่กล้าที่จะขยับหลาย ๆ เรื่องที่พอทำได้ให้เป็นรูปธรรมเพียงพอ
ซึ่งอย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่ในแง่ของโนบายและการขับเคลื่อนแล้ว สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ยังคงเชื่อมั่นว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อโอกาสใหม่ ๆ ที่มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น เช่นเดียวกับรูปแบบการเรียนรู้ที่จำเป็นต้องปรับตัวและปรับโฉมให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของความยืดหยุ่นที่มีความจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
ดร.เมตตา กล่าวว่า ระบบการศึกษาที่เป็นภาพฝันของ สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ได้ให้ความสำคัญไปที่การออกแบบให้เอื้อกับผู้เรียนทุกคน ความพยายามที่จะให้มีโรงเรียนนำร่องที่เป็นต้นแบบจริง ๆ โดยเฉพาะอยากทำให้เกิดขึ้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีอยู่ถึง 35 แห่ง ซึ่งมีปัญหาไม่ต่างกันนั่นคือจำนวนเด็กลดลง แม้ว่าความท้าทายหลายอย่างจะเป็นข้อจำกัด แต่ก็เชื่อว่าหากอาศัยความตั้งใจ และความมุ่งมั่น และกลไกความร่วมมือกันในการออกแบบการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของเด็กทุกคน สอดคล้องกับพหุปัญญา และความสามารถของผู้เรียน จะเป็นโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นและนำไปสู่ระบบการเรียนรู้ที่จะเป็นรูปธรรมได้ในอนาคต
สำหรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ราตรี คำโมง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในฐานะนักวิจัยที่ร่วมพัฒนาระบบสนับสนุนโอกาสเพื่อทุกการเรียนรู้ หรือ โรงเรียนดี (School-d) การออกแบบระบบดังกล่าวนี้ ผศ.ดร.ราตรี กล่าวว่า พื้นฐานของการออกแบบเน้นฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนทั่วไป เพื่อให้ครูอาสาสมัครชุมชน ครอบครัว และผู้เรียน สามารถเข้าถึงได้ง่าย ทุกที่ และทุกเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการการเรียนรู้ การทำงานของระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลจัดเก็บข้อมูลการเรียนรู้ที่สำคัญ มีการประเมินผลร่วมกันทุกระดับตั้งแต่ผู้สอนซึ่งเป็นครูอาสาสมัครชุมชน ผู้เรียน และผู้ปกครอง และมีเครื่องมือสำหรับการติดตามการเรียนรู้ของตนเอง
แนวคิดการพัฒนาระบบนี้ ก็เพื่อลดข้อจำกัดแรกของการกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ของเด็กนอกระบบการศึกษา เพราะปัญหาของการทำงานการศึกษาของครูอาสาสมัครชุมชนที่ผ่านมา นั่นคือการเจอตัวน้อง ๆ แล้ว ไม่รู้จะให้การช่วยเหลือแบบไหน และยังไง ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ทันที เพราะแต่เดิมครูอาสมัครเองแทบไม่มีเครื่องมือสำหรับการช่วยเหลือ ซึ่งกลายเป็นอีกข้อจำกัดของการทำงาน
ดังนั้น ทางทีมวิจัย จึงมุ่งออกแบบระบบ school d ให้สามารถช่วยขยับโอกาสการเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่การเรียนวิชาหลัก ๆ อย่างคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาไทยเท่านั้น แต่ยังคงให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการทำงานที่จะเอื้อให้ครูอาสาสมัคร หรือแม้แต่ชุมชน สามารถพัฒนาเนื้อหาความรู้เข้าไปในระบบได้ด้วย เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่หลากหลายให้ไปถึงน้อง ๆ ได้มากขึ้น ซึ่งอนาคตอาจมีการเชื่อมโยงระบบนี้ไปสู่ระบบธนาคารหน่วยกิตของ กศจ. และก็อาจสามารถเชื่อมระหว่างโรงเรียนต่าง ๆ ที่มีความพร้อมใน สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชรินทร์ มั่งคั่ง อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม และที่ปรึกษาโครงการโรงเรียนสี่ตารางวา ให้มุมมองในด้านของนักวิชาการว่า ระบบการศึกษาทางเลือก ได้ปรากฏคำสำคัญนี้มาตั้งแต่หลักสูตร ปี พ.ศ. 2521 ในขณะนั้นมีการให้ความสำคัญกับ “การศึกษาเพื่อปวงชน” (Education for all) ผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นกลุ่มประสบการณ์ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบบูรณาการ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2542 ที่มี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ บังคับใช้ก็ได้กำหนดหลักการสำคัญไว้ในมาตรา 12 ที่ซึ่งพูดถึงสิทธิของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพัฒนาการของการศึกษาทางเลือกมีมานานมาก แต่ในแง่หนึ่งแล้วปัญหาคือสถาบันฝึกหัดครูแทบไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มากนัก ขณะที่สถาบันการผลิตครูเองก็มัวแต่มุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการผลิตครูไปเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบโรงเรียนจนกระทั่งมองข้ามมิติของการติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นให้กับนักศึกษาครู อย่างความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้ที่จะสามารถตอบสนองความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียน ซึ่งการขาดเครื่องมือสำคัญนี้เองที่ทำให้ไม่อาจตอบโจทย์การเรียนรู้นอกห้องเรียนได้อย่างแท้จริง
ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลว่า เมื่อไรก็ตามพอเราพูดถึงการเทียบโอนประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับหลักสูตรทีไร ครูจึงไม่เห็นปรัชญา แนวคิด และวิธีการของการเทียบโอน เนื่องจากไม่ได้ได้รับการฝึกฝนและไม่มีเครื่องมือเพียงพอสำหรับการเทียบโอนการเรียนรู้ไปสู่การบูรณาการไปสู่รายวิชาใน 8 กลุ่มสาระได้ ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนภาพของการไม่อาจตอบสนองความต้องการของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว สังคมนั้นต่างฝากความหวังว่าระบบการฝึกหัดครูจะเป็นระบบที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาสำคัญ แต่ในทางกลับกันพบว่าครูจำนวนไม่น้อยเลยที่ยังขาดเครื่องมือที่จำเป็น
สำหรับ ศ.ดร.ชรินทร์ ยืนยันว่า ข้อเสนอคือ ระบบการผลิตครูเองก็อาจจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งระบบโครงสร้างหลักสูตร วิธีการผลิตครู รวมทั้งอาจต้องปรับปรุงในอีกหลายมิติ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของระบบการเรียนรู้ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
และเมื่อทฤษฎีในสถาบันผลิตครูถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริงในโรงเรียน ภายใต้ความหลากหลายของเด็ก และความเชื่อมั่นว่าเด็กแต่ละคนมีความหลากหลายในตัวเอง เครื่องมือที่จะช่วยให้การศึกษายืดหยุ่นเป็นไปได้จริง อาจต้องหันกลับมาทบทวนว่าจะเป็นไปได้มั้ยที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเรื่องจำนวนวันเรียนที่เด็กและครอบครัวต้องแบกภาระต้นทุนมากถึง 200 วันต่อปี ไปสู่การเรียนรู้ที่นับรวมจำนวนชั่วโมงจริง ๆ ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนด และเมื่อผู้เรียนเก็บจำนวนชั่วโมงการเรียนรู้ครบถ้วนก็สามารถสำเร็จการศึกษาได้ ซึ่งการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นนี้อาจช่วยให้ใช้เวลาเรียน ม.ต้น ถึง ม.ปลาย น้อยกว่า 6 ปี อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้การเรียนรู้ที่นับจำนวนชั่วโมงจะสามารถสะท้อนความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน ตามมาตรฐานและตัวชีวัดก็ตาม แต่ปัญหาใหญ่อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาที่อาจต้องแก้ไปพร้อม ๆ กันด้วย
สิ่งที่ ศ.ดร.ชรินทร์ มั่งคั่ง เสนอยังสะท้อนว่า ถ้าระบบโครงสร้างทางการศึกษานั้นดีพอ คงมีความเป็นไปได้มากที่ผู้เรียนจะสามารถเทียบโอนความรู้ไปยังระบบธนาคารหน่วยกิตของจังหวัดได้จริง ๆ และถ้าระบบการเรียนรู้และระบบธนาคารหน่วยกิตดังกล่าวมีเทคโนโลยีมาสนับสนุนเพียงพอ ทั้งโรงเรียนประถมและมัธยม ก็อาจมีความเป็นไปได้มากขึ้นในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ร่วมกัน
สำหรับการศึกษาที่ยืดหยุ่น ในบริบทของศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม ยังคงเป็นตัวอย่างของการออกแบบการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในพื้นที่ได้ เพราะภายใต้การจัดการศึกษา มาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2555 และหลักเกณฑ์และวิธีการปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ทำให้ศูนย์การเรียนสามารถขยับเรื่องของความยืดหยุ่นได้มากกว่าระบบโรงเรียน เพราะกฎกระทรวงฉบับนี้เปิดโอกาสให้เราทำงานกับผู้เรียนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ดังนั้นการเชื่อมร้อยกันระหว่างโรงเรียนกับศูนย์การเรียน อาจจำเป็นต้องพูดถึงเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทุกคนให้ครอบคลุมเด็กที่มีศักยภาพสูง เด็กที่ถนัดด้านกีฬา และเด็กที่มีศักยภาพด้านพหุปััญญา และเรื่องอื่น ๆ ด้วย ที่อยู่ในระบบการศึกษาทุกรูปแบบด้วย
สุดท้ายการศึกษาคงไม่ใช่เรื่องของโรงเรียน หรือหน่วยงานการศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเรามองเห็นพลังของชุมชนว่าเป็นพลังสำคัญในการทำงานกับเด็ก ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องคือเรื่องการศึกษา ศ.ดร.ชรินทร์ มั่งคั่ง กล่าวปิดท้าย
ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง เขียนจากประเด็นในงานเสวนา the voice of butteffly : เวทีสาธารณะ เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก กอดใจ
#โรงเรียนสี่ตารางวา #การศึกษาทางเลือกออกแบบเองได้
voice of butterfly #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

Charin Mangkhang ชัชวาลย์ บุตรทอง Bam Jai Janerawee Vongsin เรวดี กล่ำศิริ Monton Onwanna Phen Lfc ประทีป ปราสาร @ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

“ปัญหาการศึกษาไทยไม่ได้เริ่มที่เด็ก แต่มันเริ่มที่ระบบการผลิตครู”ศ.ดร.ชรินทร์ มั่งคั่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงให...
08/03/2026

“ปัญหาการศึกษาไทยไม่ได้เริ่มที่เด็ก แต่มันเริ่มที่ระบบการผลิตครู”
ศ.ดร.ชรินทร์ มั่งคั่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บนเวทีเสวนาการเรียนรู้ที่โอบรัก กอดใจ ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ชรินทร์ มั่งคั่ง ชวนผู้ฟังย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์การศึกษาไทย เพื่อทำความเข้าใจว่า หลายปัญหาที่กำลังถกเถียงกันในวันนี้ แท้จริงแล้วมีรากมานานหลายทศวรรษ

ตั้งแต่ผมเป็นนักการศึกษามา ผมเห็นคำหนึ่งตั้งแต่ปี 2521 คือคำว่า “การศึกษาเพื่อปวงชน” แนวคิดตอนนั้นไม่ได้ต้องการให้เด็กแค่รู้วิชา แต่ต้องการให้การศึกษาพัฒนาคนทั้งตัว จึงมีทั้งสาระความรู้ ทักษะชีวิต ประสบการณ์ชีวิต และการเสริมสร้างลักษณะนิสัย ในยุคนั้น การศึกษาพยายามทำให้เด็ก คิดแบบบูรณาการ เชื่อมโยงวิชากับชีวิตจริง ไม่ใช่แยกวิชาออกจากกัน

ถ้าเราย้อนกลับไปดู พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 จะเห็นว่า แนวคิดเรื่องการศึกษาทาง เลือกมีอยู่ในระบบมานานแล้ว ประมาณ 25 ปี แต่คำถามคือ ทำไมมันไม่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่ ระบบการผลิตครู

สถาบันผลิตครูในประเทศไทยผลิตครูเพื่อป้อนระบบโรงเรียนเป็นหลัก ครูภาษาไทยก็สอนได้แต่ภาษาไทย ครูคณิตศาสตร์ก็สอนได้แต่คณิตศาสตร์ ครูเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกฝึกให้ สอนแบบบูรณาการ หรือออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลายวิชาเข้าด้วยกัน นั่นสะท้อนว่า สถาบันผลิตครูตั้งใจผลิตครูเพื่อตอบโจทย์ classroom-based education หรือการเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น แต่แทบไม่เคยออกแบบครูเพื่อรองรับ outdoor education หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียนเลย

เวลาที่เราจะพูดถึงการเทียบโอนการเรียนรู้ มันยากมาก เพราะเราไม่มีเครื่องมือ เราไม่มีเครื่องมือที่จะวิเคราะห์ว่า ประสบการณ์หรือผลงานของเด็กคนหนึ่ง สามารถเทียบกับ 8 กลุ่มสาระวิชา ได้อย่างไร เด็กทำงานชิ้นหนึ่ง เราไม่สามารถอธิบายได้ว่า ในงานนั้นมีความรู้ทางภาษา คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์อยู่ตรงไหนบ้าง ระบบเรายังไม่มีเครื่องมือแบบนี้เลย

เราลงทุนกับการผลิตครูจำนวนมาก ทั้งโครงการต่าง ๆ งบประมาณต่าง ๆ เพื่อให้ครูเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา แต่ในความเป็นจริง ผู้บริหารโรงเรียนจำนวนมากยังเชื่อว่า การเรียนในห้องเรียนคือคำตอบของความสำเร็จ เมื่อความเชื่อนี้ยังอยู่ ระบบการศึกษาไทยก็จะยังไม่เห็น ความแตกต่างของเด็กแต่ละคน เรามักพูดว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถต่างกัน เช่น กีฬา ศิลปะ หรือทักษะเฉพาะตัว แต่ในความเป็นจริง ระบบการศึกษาไทยยังไม่สามารถรองรับสิ่งเหล่านี้ได้ดีพอ ตัวอย่างเช่น การใช้ Portfolio ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เครื่องมือนี้ควรจะใช้เพื่อดูศักยภาพจริงของเด็ก แต่ระบบการศึกษากลับสอนให้เด็ก สร้าง Portfolio ปลอม เพื่อให้ผ่านระบบ พอเด็กจบมหาวิทยาลัยออกมา เราก็พบว่าเขาไม่มีศักยภาพจริงสำหรับโลกการทำงาน

ทั้งหมดทั้งมวล ผมมองว่า ระบบการผลิตครูในสังคมไทยไม่ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว ถ้าเราต้องการให้การศึกษาไทยตอบสนองต่อสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง เป็นไปได้ว่าเราต้องกลับมาทบทวนและ ออกแบบคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้การผลิตครูสามารถตอบสนองต่อความหลากหลายของเด็ก และรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น

#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ
#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
#คิดถึงยัง #ความประหลาดที่หลากหลาย #ห้องเรียนสี่ตารางวา

แจ้งกำหนดการ งาน “The voice of Butterfly”วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปมีอะไรบ้างในงาน โรงเรียนสี่ตารางวา ...
03/03/2026

แจ้งกำหนดการ งาน “The voice of Butterfly”
วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปมีอะไรบ้างในงาน
โรงเรียนสี่ตารางวา โดยศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม
ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน “The voice of Butterfly” เวทีสาธารณะ
เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก กอดใจ
ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00-21.30 น.
ณ ลานกิจกรรม ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ (หลัง มรอ.) ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
ลงทะเบียนเพื่อรับเกียรติบัตร ได้ที่ https://forms.gle/sKjCna5rS8R6NNdY8

ประกาศ !! แล้วพบกัน วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00-21.30 น. ณ ลานกิจกรรม ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ (หลัง มรอ.) https://ma...
27/02/2026

ประกาศ !! แล้วพบกัน วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00-21.30 น. ณ ลานกิจกรรม ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ (หลัง มรอ.)
https://maps.app.goo.gl/NBGy2CdGbnhKKGXV8
โรงเรียนสี่ตารางวา โดยศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม
ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน “The voice of Butterfly” เวทีสาธารณะ
เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก
ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00-21.30 น.
ณ ลานกิจกรรม ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ (หลัง มรอ.) ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
ลงทะเบียนเพื่อรับเกียรติบัตร ได้ที่ https://forms.gle/sKjCna5rS8R6NNdY8

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง Charin Mangkhang นายพยงค์ ยาเภา บุญเพิ่ม สอนภักดี Phen Lfc Janerawee Vongsin ชัชวาลย์ บุตรทอง เรวดี กล่ำศิริ Radee Thanarak

โรงเรียนสี่ตารางวา โดยศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคมขอเชิญทุกท่านร่วมงาน “The voice of Butterfly” เวท...
24/02/2026

โรงเรียนสี่ตารางวา โดยศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม
ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน “The voice of Butterfly” เวทีสาธารณะ
เสียงของเด็กนอกระบบ การศึกษาชุมชน และระบบการเรียนรู้ที่โอบรัก
ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.00-21.30 น.
ณ ลานกิจกรรม ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ (หลัง มรอ.) ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

ลงทะเบียนเพื่อรับเกียรติบัตร ได้ที่ https://forms.gle/sKjCna5rS8R6NNdY8

03/02/2026

การเข้าถึง "การศึกษาคุณภาพ" ทรัพยากรที่ลูกหลานคนจนเมืองจะต้องช่วงชิง บนสนามที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด
ฟังเสียงของกระต่าย - สุพรรษา สักคำ ผู้เรียนโรงเรียนสี่ตารางวา และ ครูติ๊ก - ชัชวาลย์ บุตรทอง ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม
ในบทสัมภาษณ์ จาก กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
เมื่อ “โรงเรียนใกล้บ้าน” กลายเป็นทางเลือกที่แพงกว่า เด็กบางคนต้องเดินทางไกลไปเรียนในที่ที่ถูกกว่า

ค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มขึ้นทุกวัน
และสุดท้าย… เส้นทางการเรียนรู้ก็สะดุด หลุดจากระบบการศึกษา

📌นี่คือเสียงจาก “เด็กและครูโรงเรียนขนาดเล็ก” ที่กำลังส่งข้อเสนอถึงนโยบายการศึกษาไทย

จะออกแบบระบบอย่างไร ให้โอกาสไม่ขึ้นอยู่กับระยะทางหรือฐานะของครอบครัว เพราะการเรียนรู้ควรเริ่มต้นได้ใกล้บ้าน

#การศึกษาไทย #เรียนฟรี #โรงเรียนขนาดเล็ก #เลือกตั้ง2569 #กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

Charin Mangkhang นายพยงค์ ยาเภา บุญเพิ่ม สอนภักดี Phen Lfc Janerawee Vongsin ประทีป ปราสาร Radee Thanarak เรวดี กล่ำศิริ Duangporn Onwan

11 หน่วยจัดการเรียนรู้ ภาคเหนือกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัย และนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษ...
02/02/2026

11 หน่วยจัดการเรียนรู้ ภาคเหนือ
กับการสร้างพื้นที่ปลอดภัย และนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา
เมื่อพื้นที่ปลอดภัย และนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เกิดการยอมรับและเห็นคุณค่าของตัวเอง เกิดความมั่นคงจากภายในจิตใจ พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ และสามารถแสดงออกในการเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ นำไปสู่การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตและตรงใจของเด็ก ๆ จนสามารถยกระดับการเรียนรู้ไปสู่การสร้างทักษะอาชีพ สร้างรายได้ การดูแลตัวเองและครอบครัว
โดยทั้ง 11 หน่วยจัดการเรียนรู้ ภายใต้การสนับสนุนของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา (ภาคเหนือ) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ต่างร่วมแลกเปลี่ยนวิธีการสร้างสรรค์ ที่นำไปสู่การลงมือทำจริงในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย และสร้างนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา
#การเรียนรู้ #การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น #การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

เด็กลูกหลานคนจนเมือง กับการเข้าไม่ถึง "การศึกษาคุณภาพ"ชวนอ่าน บทสัมภาษณ์ ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง ผู้อำนวยการศูนย์การเรี...
30/01/2026

เด็กลูกหลานคนจนเมือง กับการเข้าไม่ถึง "การศึกษาคุณภาพ"
ชวนอ่าน บทสัมภาษณ์ ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสี่ตารางวา
เพื่อจะเข้าใจหัวใจของเด็ก และนิยามของการศึกษาคุณภาพ ที่ต้องนับรวม "พื้นที่ปลอดภัย" ไว้ในนั้น

#โรงเรียนสี่ตารางวา
#การศึกษาทางเลือกออกแบบเองได้

Charin Mangkhang ชัชวาลย์ บุตรทอง สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Phen Lfc Janerawee Vongsin สพม. พิษณุโลก อุตรดิตถ์ บุญเพิ่ม สอนภักดี นายพยงค์ ยาเภา ณหทัย ทิวไผ่งาม Dr.Nahathai Thewphaingarm เรวดี กล่ำศิริ การศึกษาทางเลือก : Co-Created AlterEd Platform ประทีป ปราสาร Radee Thanarak Naret Tom บัณฑิตา มากบำรุง Duangporn Onwan @แฟนตัวยง

“ขนาดครูยังส่งลูกตัวเองไปเรียนโรงเรียนอื่นเลย”

‘ครูติ๊ก’ ชัชวาลย์ บุตรทอง ครูประจำโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่งและผู้ก่อตั้งห้องเรียนสี่ตารางวา หรือศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จ.อุตรดิตถ์ บอก

ครูติ๊กมาพร้อมกับ ‘กระต่าย’ เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะขาดทุนทรัพย์ แต่ตอนนี้กระต่ายได้กลับมาเรียนอีกครั้งในโรงเรียนสี่ตารางวาที่ก่อตั้งโดยครูติ๊ก ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนมาตรา 12 ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่มีจุดมุ่งหมายเปิดโอกาสให้สถาบันทางสังคมที่มีความพร้อม มาช่วยรัฐจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ครอบครัว ชุมชน ศาสนา บุคคล องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการ

“หนูเรียนโรงเรียนใกล้บ้านไม่ได้ เลยหลุดออกจากระบบการศึกษา” ภาษาทางการของกระต่ายในวันที่มีโอกาสยกมือเพื่อถามตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ในเวทีดีเบตนโยบายการศึกษา2569 : เรียนไปทำไม? ผ่าตัดการศึกษาไทย ทวงคืนอนาคต” ประเด็น “เรียนฟรีต้องมีจริง” ซึ่งทางไทยรัฐจัดขึ้นเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ส่วนภาษาง่ายๆ แบบเข้าใจได้ผ่านคำอธิบายของครูติ๊กคือ กระต่ายเป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คน ต้องย้ายตามแม่บ่อยครั้งจากงานที่ทำในตัวเมืองอุตรดิตถ์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กระต่ายไม่สามารถเรียนโรงเรียนใกล้บ้านได้ ใกล้ขนาดเดินถึง 400-500 เมตร เพราะต้องจ่ายค่านั่นโน่นนี่ที่ไม่ได้ระบุรวมไว้ในค่าเทอม เฉลี่ยปีละกว่า 9,000 บาทต่อคน ยิ่งมีพี่น้อง 4 คน โน่นนี่นิดหน่อยรวมกันก็มหาศาล

“โรงเรียนเมืองส่วนใหญ่เก็บค่าใช้จ่ายนอกจากค่าเทอมนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ถือว่ามากสำหรับครอบครัวที่ไม่มี เพราะคนไม่มีแปลว่าไม่มีจริงๆ ครับ”

📌อ่านเรื่องราวฉบับเต็ม >>
เรียนฟรีไม่ฟรีจริง ยังเป็นเรื่องจริง
ข้อเสนอจากเด็กและครูโรงเรียนเล็ก : การศึกษาต้องยืดหยุ่น ฟรีจริง และมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน https://www.eef.or.th/article-310126/

เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
ภาพ : ชลิต สภาภักดิ์,สุธาวี สมแสง
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร

#กสศ
#ความเสมอภาคทางการศึกษา
#ทุนมนุษย์ #เรียนฟรี
#การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

ภายใต้ระบบนิเวศการเรียนรู้รอบ ๆ ตัวของผู้เรียน “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe zone) ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเ...
26/01/2026

ภายใต้ระบบนิเวศการเรียนรู้รอบ ๆ ตัวของผู้เรียน “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe zone) ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังจินตนาการถึงระบบการเรียนรู้ที่มีความหมายสำหรับเด็กทุกคน (for all)
การจะสร้างระบบนิเวศใหม่นี้ คงไม่อาจละเลยประเด็นเรื่องพื้นที่ปลอดภัยไปได้เลย เพราะนี่คือหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้เด็ก ๆ กล้าที่จะเรียนรู้และเติบโตได้อย่างมีความหมาย และเต็มตามศักยภาพ
แน่นอนว่าในการสร้างสรรค์พื้นที่ปลอดภัยนั้น ก็คงไม่อาจจะมุ่งเน้นเฉพาะ เรื่องของการจัดวางองค์ประกอบ "พื้นที่ภายนอก" อย่าง อาคารสถานที่ ความแข็งแรงมั่นคง หรือที่ตั้งที่ปลอดภัย เพียงอย่างเดียวเท่านั้น จนกระทั่งทาบทับไม่ให้เห็นพื้นที่ที่ซึ่งสำคัญไม่น้อยกว่า อย่างการจัดวางองค์ประกอบของ "พื้นที่ภายใน" ซึ่งก็มีความหมายเช่นกัน
การเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของพื้นที่ภายในไม่ว่าจะเป็น สุนทรียของการเรียนรู้ การฟังอย่างตั้งใจ การไม่ตัดสิน อิสรภาพของการเรียนรู้ หรือแม้แต่บรรยากาศที่ช่วยให้ศักยภาพของเด็กคนหนึ่งเติบโตได้ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้องค์ประกอบของพื้นที่ภายนอกนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นรายละเอียดที่สำคัญต่อการออกแบบพื้นที่ปลอดภัยใหม่ ของผู้เรียนทั้งสิ้น...

#โรงเรียนสี่ตารางวา
#การศึกษาทางเลือกออกแบบเองได้
#ทีมโรงเรียนสี่ตารางวา
Charin Mangkhang ชัชวาลย์ บุตรทอง ชัชวาลย์ บุตรทอง Phen Lfc Janerawee Vongsin ประทีป ปราสาร เรวดี กล่ำศิริ

ที่อยู่

238/1 หมู่ที่ 3 ต. คุ้งตะเภา อ. เมืองอุตรดิตถ์ จ. อุตรดิตถ์
Uttaradit
53000

เบอร์โทรศัพท์

+66941039678

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม:

ทางลัด

แชร์