24/06/2021
วิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมของสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไป สังคมโลกาภิวัตน์มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมทางสังคมไทยมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะสังคมโลกออนไลน์ที่ทำให้ติดต่อสื่อสารกันอย่างง่ายดาย ส่งผลให้วัยรุ่นไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และเนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านมาเรื่อย ๆ ทำให้ค่านิยมของไทยบางอย่างค่อย ๆ ถูกปรับเปลี่ยนตามความรู้ และทัศนคติที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ
โดยในอดีตสังคมไทยนั้น จะมีการปลูกฝังอบรมเลี้ยงดู ให้ความเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่อย่างเคร่งครัด ตลอดจนวิธีการดำเนินชีวิตจะต้องอยู่ในขอบเขตที่ทางครอบครัวได้วางไว้ ผู้ชายถูกสอนให้มีความเป็นผู้นำ มีอำนาจเหนือผู้หญิง หรือแม้กระทั่งการมีภรรยาหลายคน โดยสังคมไทยให้คุณค่าเพศชายในเรื่องการมีประสบการณ์ทางเพศ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย
ซึ่งแตกต่างจากเพศหญิงอย่างสิ้นเชิง ลูกสาวจะถูกสอนให้รักนวลสงวนตัว ปลูกฝังรากลึกเรื่องพรหมจรรย์อย่างเหนียวแน่นว่า ‘พรหมจรรย์’ คือคุณค่าและศักดิ์ศรีของชีวิตผู้หญิง ผู้หญิงเราจะต้องเก็บรักษาไว้ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความคิด มุมมอง และทัศนคติของวัยรุ่นไทยก็เปลี่ยนไปอีกเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรจะตามมา เพราะการมีเพศสัมพันธ์คือธรรมชาติของมนุษย์
ปัญหาเรื่องเพศต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่นที่กำลังศึกษาเล่าเรียน ขาดความรู้เรื่องเพศศึกษา ทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมส่งผลให้เกิดการทำแท้งที่ผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีความสามารถเลี้ยงดูเด็กที่เกิดขึ้นมาและไม่กล้าที่จะปรึกษาหารือกับคนในครอบครัว เนื่องด้วยเกรงว่าจะโดนตำหนิที่ทำให้เกิดปัญหาหรือสร้างเรื่องหน้าอับอายแก่ครอบครัวของตน
จะเห็นได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในวัยรุ่น เพราะเป็นวัยที่มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ทั้งยังมีพัฒนาการทางเพศเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เป็นวัยที่อยากรู้ อยากลอง
ดังนั้นครอบครัวจึงมีส่วนสำคัญในการให้คำปรึกษาและเป็นพื้นที่ที่สามารถให้ความรู้กับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยเริ่มจากการรับฟังปัญหา การดูแลเอาใจใส่ สร้างความอบอุ่น แสดงความรัก ให้กำลังใจ หลีกเลี่ยงการดุด่าว่ากล่าว การดูถูกเหยียดหยาม หรือใช้วาจาที่ลดคุณค่า ในทางกลับกันหากครอบครัวให้คำแนะนำในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญคือต้อง พร้อมให้คำแนะนำอย่างเปิดใจ จะทำให้วัยรุ่นเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีของประเทศชาติ ซึ่งหากวัยรุ่นเรียนรู้การมีความรักที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สังคมไทยก็จะหมดปัญหาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
อ้างอิง
กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2559). คู่มือการจัดการอบรมเรื่องเพศคุยได้ในครอบครัว (ฉบับบูรณาการ). สำนักอนามัยการเจริญพันธ์ กรมอนามัย. เข้าถึงได้จาก เรื่องเพศคุยได้.
ชเนตตี มิลินทางกูร. (2562). ทัศนคติของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน.
ปัญญ์กรินทร์ หอยรัตน์, และ ปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. (2560). วัยรุ่นไทยกับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร Thai Adolescent with Early S*xual In*******se. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี.
21/06/2021
...ธรรมชาติที่ถูกตัดสินความถูกผิดด้วยความเชื่อ...
เหตุจากความสัมพันธ์อันเกิดจากความรักของเด็กหนุ่มและหญิงสาววัยแรกแย้ม แต่ดันเข้าหูผู้ใหญ่ การแสดงความรักความต้องการ สุดท้ายถูกจับแต่งงานด้วยการยื่นคำว่าความรับผิดชอบ ในวัยเพียง 15 ปี
..หลายคู่ชีวิตได้เริ่มต้นบนจุดจบเช่นนี้...
เมื่อมองย้อนมาในสังคมไทย ค่านิยมเรื่องเพศในอดีตที่มีชายเป็นใหญ่ มีหญิงเป็นเพียงสมบัติล้ำค่าประดับบารมีของฝ่ายชายเท่านั้น ก่อให้เกิดค่านิยมต่อมาคือการสอนผู้หญิงให้รักนวลสงวนตัว ประหนึ่งมีลูกสาวเหมือนมีส้วมหน้าบ้าน ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดต้องระมัดระวังตนเอง เพราะหากแตกหรือชำรุดย่อมส่งกลิ่นเหม็นสร้างความอับอายให้แก่บุพการีหรือผู้ที่ได้ครอบครอง
การตั้งต้นความคิดดังกล่าว ปลูกฝังมารุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง ค่านิยมนี้ก็เป็นเงาคู่คนไทยมาจนปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะจากอดีตมาปัจจุบัน ปัจจัยบางอย่างได้เปลี่ยนไป อาทิ แต่ก่อนทำไมผู้หญิงต้องยอมเป็นเบี้ยล่างจนเกิดความไม่เท่าเทียม เพราะผู้หญิงไม่ได้รับสิทธิในการทำงานอย่างอิสระเช่นชาย ไม่ว่าจะเป็นงานราชการหรือการใช้แรงงานต่าง ๆ คุณค่าของผู้หญิงที่มีได้มากที่สุดคือการเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี มีงานฝีมือเย็บปักถักร้อย หรือทำอาหารเลิศรส ปัจจุบันข้อนี้ถูกปัดตกเพราะฝ่ายหญิงสามารถหาเลี้ยงตนเองได้ งานฝีมือหรือรสมือสามารถหาซื้อในระบบทุนนิยม
และสิ่งที่ยังเหลือเป็นตัวกำหนดคุณค่าของฝ่ายหญิง คือ ความบริสุทธิ์ สิ่งเดียวที่ติดตัวหญิงไทยและไม่มีปัจจัยไหนลบล้างมันออกได้ ถ้าหากมองด้วยค่านิยมอย่างไทย สิ่งที่คอยทำลายมันได้คือ “การมีเพศสัมพันธ์” นั่นคือสิ่งเดียวที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ในโลกที่เปิดกว้าง อย่าลืมว่าบางครอบครัวมีอิทธิพลไม่ต่างจากศาลที่จะคอยตัดสินชะตาคุณค่าของเพศหญิง ยิ่งเป็นครอบครัวที่ยึดค่านิยมดังกล่าวแล้ว คำตัดสินย่อมมีเพียงคำตัดสินเดียว
ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องผิดอย่างไม่น่าผิดแต่ที่หนักไปกว่านั้นคือการลงโทษที่เกิดจากค่านิยมของสังคมไทยต่อความผิดนั้น คือการใส่กุญแจมือนักโทษสองคนด้วยฝ้ายสีขาวและแหวนวงเล็ก
ฉีดสเปรย์ดับกลิ่นส้วมด้วยการจัดพิธีอย่างเป็นทางการพร้อมชูกระดาษที่มีข้อความว่า ทะเบียนสมรส นี่เป็นสิ่งที่ยังเกิดขึ้น ซึ่งค่านิยมก็เหมือนกฎหมายที่เอาไว้ใช้กับผู้กระทำความผิดแม้กับเรื่องที่เป็นธรรมชาติ
สุดท้ายหากตัดเรื่องค่านิยมออกไป การเตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น ที่ไม่ว่าอย่างไรก็เกิดขึ้น ด้วยวิธีการป้องกันอย่างถูกต้อง จึงควรเป็นสิ่งที่ยอมรับได้และไม่ได้เป็นสิ่งผิดแปลกใด ๆ ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่คนทุกคนต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมใดก็ตาม
อ้างอิง
บุปผา ศิริรัศมี, และ เบญจา ยอดดำเนิน-แอ็ตติกจ์. (2544). คู่มือการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนางานวิจัยด้านเพศภาวะมิติทางเพศ และอนามัยการเจริญพันธุ์. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม.
ปาจารีย์ ช่วยบุญ. (2561). ภาพสะท้อน "แม่ศรีเรือน" ในนวนิยายชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ. วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.
สำนักส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย. (2554). จริงหรือ? มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยูหน้าบ้าน ลูกสาวต้องระมัดระวังเรื่องการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าลูกชาย...เพราะลูกชายตั้งท้องไม่ได้โดย สำนักความเสมอภาคหญิงชาย. วารสารสตรีและครอบครัว.
14/06/2021
สถาบันเล็ก ๆ ที่เรียกว่า สถาบันครอบครัว เป็นสถาบันพื้นฐานและมีความสำคัญยิ่งของสังคม เป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆอย่าง โดยพ่อแม่มีหน้าที่หลักในการอบรมสั่งสอน ให้ความรู้ในเรื่องต่างๆที่ต้องพบเจอ หรือแม้กระทั่งพูดคุยให้คำปรึกษากับบุตรหลานของตน แต่ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะสามารถพูดคุย หรือปรึกษาปัญหากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวได้
โดยเฉพาะเมื่อบุตรหลานเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่คึกคะนอง อยากรู้อยากเห็น และคงหนีไม่พ้นที่จะอยากรู้เรื่อง “การมีเพศสัมพันธ์” เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นที่ต้องพบเจอกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเด็กเกิดคำถามกับสิ่งที่ต้องพบเจอมากมายกลับไม่สามารถถามหรือปรึกษากับคนในครอบครัวได้ เพราะไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะเปิดรับและพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เด็กเองก็กลัวว่าถ้าเกิดถามไป จะโดนตำหนิ หาว่าอยากรู้เกินเด็ก แก่แดดแก่ลม กล้าถามได้ไม่อายปาก เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่สั่งสอนกันรุ่นต่อรุ่นว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องน่าอาย ไม่ควรพูดกันเรื่องนี้ เพราะจะทำให้คนอื่นมองเราไม่ดี เด็กบางคนจึงทำสิ่งที่เป็นเรื่องธรรมชาติ คือการมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้รับคำปรึกษา หรือถามในสิ่งที่เขาสงสัยก่อนจะทำอะไรลงไป
โดยวัยรุ่นที่ไม่ได้รับความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง อาจจะมีการเข้าใจผิดในหลายอย่าง เช่น หลังจากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกันแล้ว ถ้ากินยาคุมฉุกเฉินบางตัว จะไม่มีโอกาสท้องแน่นอน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดเพราะถึงการกินยาคุมฉุกเฉินอาจจะลดโอกาสท้อง แต่ยังมีความเสี่ยงและสามารถเกิดอาการข้างเคียงได้อีกด้วย หรือถ้าวัยรุ่นที่พลาดท้องแล้ว มีความเชื่อที่ว่ากินยาสตรีแล้วจะทำให้เด็กที่เกิดมาแท้ง แต่ความจริงแล้วการกินยาสตรีไม่ได้ทำให้แท้งเด็กเลย หนำซ้ำถ้าปล่อยให้เด็กคลอดออกมามีโอกาสสูงที่เด็กจะพิการอีกด้วย
จะเห็นว่าเด็กวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเริ่มจากคนในครอบครัวที่ต้องสังเกตบุตรหลานตนเองอยู่เสมอ ว่าเขาต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเรา ถ้าเด็กไม่กล้าที่จะเริ่มพูดก่อน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนา เพื่อเป็นการแสดงออกว่าเราพร้อมจะรับฟังปัญหา หรือให้คำแนะนำแก่บุตรหลาน ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เด็กเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา และยังสร้างภาวะสุขอนามัยทางเพศที่ดีแก่เด็ก ถ้าคนในครอบครัวเปิดใจรับฟัง ให้คำปรึกษาก็จะเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดได้อย่างทันท่วงที
อ้างอิง
พิมพ์ชนก ศรเพชร. (2559). ชวนพ่อแม่ คุยเรื่องเพศกับลูก.
มุกดา ไชยมโน, และ ฉัตรวรัญช์ องคสิงห. (2561). การศึกษาเพศวิถีของการตั้งครรภ์วัยรุ่นในโรงเรียน.
สุมินตรา บินหะยีอาระซัน. (2559). ธรรมชาติของอารมณ์ทางเพศและการแสดงออกที่เหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ. เรียกใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม 2564 จาก ทักษะชีวิตในการพัฒนาสุขภาพ.
13/06/2021
โลกปัจจุบันดูเหมือนจะอิสระ แต่ในทางกลับกันยังคงมีอีกหลายเรื่องที่เราถูกจำกัดทั้งการคิดและพูด เรื่องบางเรื่องหากจะพูดก็ขอให้เบาที่สุด โดยเฉพาะเรื่อง “การมีเพศสัมพันธ์” ที่ยังคงเป็นสิ่งที่เราแตะต้องได้ยาก ไม่ว่าจะผ่านมาแล้วกี่ยุคสมัยก็ตาม พร้อม ๆ กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ หรือบางคำตอบอาจไม่สมเหตุสมผลเท่าไรนัก ว่าทำไมเราจึงพูดเรื่องนี้อย่างเสรีไม่ได้สักที
ในอดีตหากพูดถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ในสังคมไทยก็มักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่สกปรกลามก ไม่สุภาพ และอาจถูกตำหนิได้ เพราะขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของไทย แม้ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ศตวรรษใหม่มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด แต่การพูดเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่พูดได้เพียงลับ ๆ และล้าสมัยดังเดิม ใครยกมาพูดก็ถูกมองว่าเป็นคนทะลึ่ง
ดังนั้นอยากให้ลองปรับมุมมองใหม่ ให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ทุกคนควรเรียนรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น นับว่าเป็นวัยที่ก้าวข้ามวัยเด็ก ซึ่งยังไม่มีภูมิต้านทางการยับยั้งชั่งใจ และด้อยประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในสังคม ก็มักจะนำค่านิยมแบบผิด ๆ มาใช้ เช่น การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน
เนื่องมาจากสถาบันทางครอบครัวไม่เข้มแข็ง ด้วยปัจจัยหลายอย่างอันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจ ผู้ปกครองไม่มีเวลาเลี้ยงดูเอาใจใส่บุตรหลานได้อย่างเต็มที่ เมื่อเด็กมีคำถามก็ไม่รู้จะขอคำปรึกษาจากใคร และที่สำคัญคือ สถาบันทางการศึกษาอ่อนแอ ไม่มีพื้นที่ให้ทุกคนได้พูดคุยกันอย่างเปิดเผย เพราะเมื่อพูดเรื่องนี้แล้วจะไม่ปลอดภัยต่อตัวผู้พูด ทำให้เกิดความอับอาย หาว่าแก่แดด ถามเกินเด็ก ทั้ง ๆ ที่การให้ความรู้อย่างเหมาะสมกับวัยของเด็กและเยาวชน จะทำให้พวกเขาสามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายของเขาตามวัยที่ควรจะเป็น
เด็กวัยนี้ต้องการเพียงพื้นที่ให้พวกเขาได้พูดคุยหรือคนที่เขาคิดว่าสามารถไว้ใจได้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครูอาจารย์ควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยให้แก่เด็ก ปรับวิธีที่ใช้ในการสื่อสารลองพูดให้เหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ ไม่ต้องใส่อารมณ์ความรู้สึกเขินอายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ผิด หรือทัศนะแห่งการมองเรื่องเพศสัมพันธ์ในทางลบ
ประการแรกคือการรับฟังด้วยใจกรุณา เพราะการเริ่มต้นด้วยความกรุณาจะทำให้ผู้ปรึกษารู้สึกเบาใจและไว้ใจ การให้คำปรึกษาก็จะดำเนินไปด้วยความราบรื่น ประการต่อมาคือการมีทัศนคติที่เปิดกว้าง ไม่ด่วนตัดสิน เพื่อให้แต่ละฝ่ายพูดคุยเข้าถึงกันได้ง่าย ประการสุดท้ายคือการลดความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ลดการประณามเหยียดหยามหรือทำให้เด็กรู้สึกต่ำต้อย การหลีกเลี่ยงสถานการณ์เหล่านั้น จะทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจและเป็นมิตร เมื่อเด็กได้มีพื้นที่ในการพูดคุยอย่างเหมาะสมและปลอดภัย เด็กก็จะมีภูมิต้านทานมากขึ้น สามารถแสดงออกและกล้าถามเรื่องเพศสัมพันธ์ได้อย่างมั่นใจ
การเปลี่ยนวิธีการสื่อสารคือกุญแจสำคัญภายใต้ร่มเงาของพื้นที่ที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชน ได้พูดคุยอย่างอิสระ ปราศจากการเหยียดหยาม ตำหนิ และลดแรงกดดันทางสังคม โดยลดความสัมพันธ์เชิงอำนาจของผู้ใหญ่ เพิ่มความสุข การมีเสรีภาพในการสื่อสารเรื่องเพศสัมพันธ์ ตลอดจนการสร้างความคิดหรือบรรยากาศเชิงบวกมากกว่าการตักเตือน ตำหนิ เปลี่ยนเป็นการใช้เหตุผลให้มากขึ้น และมีจิตใจใจที่กรุณาไม่ตัดสินเปรียบเทียบ เพราะจะเป็นการขัดขวางการเติบโตทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ของเด็กและเยาวชน
พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ สถาบันทางการศึกษา หรือสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความสำคัญกับเรื่องเพศสัมพันธ์ของเด็กไทยให้มากขึ้น เราต้องหันกลับมาทบทวนใหม่ว่าทิศทางของเรื่องนี้จะต้องให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและเหมาะสมกับบริบทโลกยุคปัจจุบัน พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครูอาจารย์ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารจากผู้พูดเป็นผู้ฟังให้มากขึ้น เมื่อเราสามารถพูดคุยได้อย่างเสรีจะช่วยลดปัญหาการกระทำความผิดให้ลดลงได้ เพราะเราทุกคนตระหนักดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องพูดเมื่อเกิดปัญหา และกำหนดให้ทุกการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่มีความปลอดภัยในสังคมไทย
อ้างอิง
กองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย กรุงเทพฯ. (2564). คุยเรื่องเพศกับลูกไม่ยากอย่างที่คิด. เข้าถึงได้จากhttp://www.bangkok.go.th/.../img_media/talktoaboutsex.pdf
สมาคมพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ประเทศไทย. (2564). ครอบครัวกับเพศศึกษา. เข้าถึงได้จาก https://www.thaichildhealth.com/.../%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0...
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัยกระทรวงสาธาณสุข. (2559). คู่มือพัฒนาทักษะการสื่อสาร เรื่องเพศระหว่างวัยรุ่นกับครอบครัว.
10/06/2021
“เพศศึกษากับค่านิยมของคนไทย”
ร้อยทั้งร้อยของคนไทยมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศอยู่หลายเรื่อง เพราะเดิมทีสังคมไทยนั้น มักจะกำหนดและปลูกฝังเกี่ยวกับเรื่องเพศว่าเป็นเรื่องสกปรกหยาบคาย หยาบช้า เรื่องราวใต้สะดือถือว่าเป็นเรื่องต่ำจะหยิบยกมาพูดถึงไม่ได้ หากใครที่พูดถึงเรื่องเซ็กส์จะถือว่าเป็นคนที่ไม่ดี ยิ่งถ้าหากเป็นเด็กนำมาพูดคงจะโดนด่าว่าใจแตก ไร้ยางอาย วัน ๆใฝ่แต่เรื่องอย่างว่า
ทั้ง ๆที่จริงเรื่องเพศก็ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เมื่อคนเราร่างกายเจริญเติบโตขึ้น เข้าสู่วุฒิภาวะทางเพศเป็นธรรมดา เรื่องความรู้สึกทางเพศนี่ก็ย่อมต้องตามมาเป็นของคู่กัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องธรรมชาติจริง ๆ มันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทุกคน มีความต้องการ แต่ความต้องการก็ควรที่จะมาในเวลาที่เหมาะสม ความพร้อมและการคำนึงถึงอะไรหลายอย่างในชีวิต แต่กว่าที่ฉันจะรู้มันก็สายเกินจะแก้แล้ว
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สังคมไทยโดนกดหัวกับค่านิยมเดิม ๆ ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ซึ่งก่อนอื่นปัญหาที่ฉันจะไม่พูดถึงคงไม่ได้เลยก็คือ คุณค่าของความเป็นหญิง น้อยคนมากที่จะไม่ถูกค่านิยมในสังคมกำหนดบทบาททางเพศของผู้หญิงให้เหมือนการลดคุณค่า ผู้หญิงมีเซ็กส์กับผู้ชายก่อนวัยอันควร คือผู้หญิงไม่ดี ผู้หญิงควรเก็บความบริสุทธิ์ให้ผู้ชายที่ตัวเองรักในวันแต่งงานและก็ไม่ควรที่จะสามีหลายคน ความเชื่อผิด ๆเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องจมอยู่กับความคิดที่ว่า คุณค่าของตนเองขึ้นอยู่กับพรหมจรรย์ ผู้ใหญ่เมื่อมีความคิดที่ว่า ร่างกายผู้หญิง ไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม จึงเป็นผลเกี่ยวโยงค่านิยมเกี่ยวกับเรื่องเพศนี่แหละ ที่เป็นชนวนทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายในสังคม
ผู้ปกครองหลายคนไม่กล้าพูดสิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาให้กับเด็กฟังเพราะกลัวว่าถ้าฟังแล้วเขาจะนำเอาไปปฏิบัติเป็นเยี่ยงอย่าง เด็กจะประพฤติผิดทางเพศ ออกนอกลู่นอกทางจนไม่สนใจการเรียน ฉันเองก็อยู่ในครอบครัวที่เคร่งในเรื่องของค่านิยมเดิม ๆ พ่อและแม่ต่างก็เห็นควรว่า ห้ามคบกับเพื่อนต่างเพศในเชิงชู้สาว ห้ามทุกอย่างต่างๆ นานาแต่ไม่เคยอธิบายเหตุผลว่าทำไม ฉันไม่เคยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันหรือเรียนรู้เพศศึกษาเชิงลึกเลย เป็นเนื้อหาที่ครอบครัวไม่เคยสอน หรือแม้แต่โรงเรียนก็ไม่กล้าที่จะสอน
จนวันหนึ่งฉันคบหากับแฟนในแบบวิถีของเด็กวัยรุ่นตามที่ควรจะเป็น และในวันที่ฉันทำตามอารมณ์ ความรู้สึกของตนเอง ฉันยอมรับว่าฉันก็ผิดเองที่ตัดสินใจยอมเขาในวันนั้น ฉันเองที่ไม่เรียนรู้ ศึกษา หาข้อมูลให้ดี ฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน ส่วนเขาเองก็รบเร้าที่จะทำจนเกิดการข้ามผ่านกรอบที่ครอบครัวกำหนดจนเกิดพลาดตั้งครรภ์ในวัยเรียน ก่อนก็เคยคิดว่าการพลีกายให้แฟนคนที่ตัวเองรัก จะทำให้เขารักเรา นั่นก็เป็นความคิดแบบโง่ๆของฉันเอง ทำให้ปัจจุบันฉันกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันพ่อกับแม่จะยอมรับในตัวฉันได้แล้วแต่ฉันก็รู้ว่าพวกท่านก็คงเสียใจไม่น้อย
ในเมื่อฉันไม่อาจที่จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตหรือปรับปรุงตัวเองได้ สิ่งที่ทำได้ก็คงมีเพียงแค่การออกมาเตือนให้เหล่าวัยรุ่น ไม่ว่าจะเพศหญิง เพศชาย หรือเพศไหนๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่ควรจะได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์อย่างเปิดกว้าง ไม่ต้องแอบปิดบังจนเกิดปัญหาจนทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปแบบที่ฉันเจอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากวันนึง มีครอบครัวที่สามารถพูดเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาได้อย่างเปิดเผยกับลูก คนเป็นลูกจะมีความสุขมากขนาดไหนที่ครอบครัวเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึกที่พวกเขาเจอ
ฉันอยากให้ความคิดที่ว่าการพูดเรื่องเพศอย่างเปิดเผยควรเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา ไม่ได้ผิดหรือน่าอาย น่ารังเกียจอย่างที่ใครพูดกัน การมีอารมณ์ทางเพศเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ซึ่งหากไม่อยากผิดพลาดในวันที่ยังไม่เหมาะสม หรือวัยที่ไม่สมควร ครอบครัวก็ควรที่จะมีส่วนช่วยในการสื่อสารให้วัยรุ่น ได้ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ควรที่จะสอนให้วัยรุ่นมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติและพฤติกรรมทางเพศที่ถูกต้องเหมาะสมมากกว่าที่จะกดดันให้พวกเขาอยู่ในกรอบแคบ ๆ
แหล่งอ้างอิง
กมลชนก ขำสุวรรณ. (2556). ยายสอนแม่ แม่สอนลูก ลูกรู้เรื่องเพศอย่างไรถึงจะพ้นภัย. จดหมายข่าวประชากรและการพัฒนา มหาวิทยาลัยมหิดล.
คณิตรา พฤทธสาโรช. (2548). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสื่อสารเรื่องเพศระหว่างมารดาและบุตรสาววัยรุ่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรหมาบัณฑิต สาขาวิชาเอกพยาบาลสาธารณสุข.
ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย. (2548). จิตวิทยาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สุรีย์พร กฤษเจริญ, และ กัญจนีย์ พลอินทร์. (2551). การสอนเรื่องเพศของพ่อแม่และความต้องการเรียนรู้เรื่องเพศของลูก. สงขลานครินทร์เวชสาร(26(1)), 61-71.
Wilson EK, & Grad JC. (2010). Parent's Perspectives on Talking to Preteenage Children about S*x. Perspectives on S*xual and Reproductive Health(42(1)), 56-63
10/06/2021
ในเดือนนี้มนุษย์มุ่งเพศจะมาชวนคุยถึง ความรักและเซ็กส์ ว่าทั้งสองอย่างนี้มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ และเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร
*x #รักกับเซ็กส์