หลากหลายบูรณาการวิชาการ

หลากหลายบูรณาการวิชาการ วิทยาศาสตร์ พุทธศาสนา ประสบการณ์ทางจิต

23/08/2026
23/08/2026

*ควันหลงจาก Interstellar*

*แฟนคลับตัวยง ชื่อTeeratas Yodkidudomying สนใจความสัมพันธ์เรื่องมิติจากการชมภาพยนตร์ Interstellar กับพระนิพพาน*

*ธรรมชาติทั้งปวง ย่อมขึ้นกับเวลา ทุกสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติทั้งเป็นรูปธรรม นามธรรม จึงอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์*

*ส่วนจิตใน ภาวะนิพพาน เป็นกาลวิมุติ คือไม่ขึ้นกับเวลา จึงพ้นไตรลักษณ์ ตรงกันข้ามกับความไม่เที่ยง คือเที่ยง ครับ*

*ส่วนมิติที่ 5 นั้น Kaluza Klein ค้นพบในเชิงทฤษฎี เราเข้าใจได้ด้วยดีจากการใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ มิติที่ 4 นั้น ปกติเราหมายถึงเวลา ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับ 3 มิติของอวกาศหรือปริภูมิอยู่แล้วครับ*

*มิติอื่นๆอีกมากมายนั้น เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ไม่อาจพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการทดลอง*

*การพิสูจน์ถึงมิติต่างๆนั้นพิสูจน์ให้เห็นจริงได้ด้วยตัวเองด้วยการปฏิบัติธรรมจนบรรลุฌานระดับสูงเกิดอภิญญาญาณ มีพลังจิตตานุภาพ(will power)จิตจะพ้นขอบเขตความรู้ทางวิทยาศาสตร์เจาะเข้าสู่ มิติต่างๆได้ความเร็วกระแสจิตจะสูงสุดประมาณพ้นจากขอบเขตจำกัดความเร็วสูงสุดทางวิทยาศาสตร์คือความเร็วแสงในอวกาศอิสระ 3×10^8 m/ s หรื 300,000 km/ s ครับ*

22/08/2026

*เรื่องของกิเลสเบื้องต่ำ*

*กิเลส คือสิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง มีความหมายกว้าง ส่วนตัณหามีความหมายแคบกว่า ตัณหานั้น คือการยึดติดกับสิ่งที่ไปพบเกิดผัสสะ แล้วตามด้วยอุปาทาน*

*โลภะ คือการดึงดูดเข้าหาตัว ทำให้เกิดความอยากได้*

*ราคะ ก็เป็นประเภทเดียวกับโลภะ แต่เจาะจงไปในเรื่องกาม เป็นความรู้สึกอร่อย ทางอายตน6(หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ)*

*โทสะ เป็นความรู้สึกต่อต้าน อยากผลักออก ไม่อยากอยู่ใกล้ อยากทำลาย*

*โมหะ หรือความหลง ความรู้สึกนี้ มันจะวนอยู่รอบๆตัวไม่เข้าไม่ออก สลัด หรือดิ้นหลุดได้ยากครับ*

*ถ้ามีโลภะ โทสะ โมหะ เกิดขึ้นในความรู้สึก เรียก มีกิเลสตัณหา ซึ่งเป็นกิเลสเบื้องต่ำ อันเป็นกระแสอวิชชา ที่แผ่ซ่านครอบคลุมทุกชีวิต สติจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรู้เท่าทันกิเลสนี้ และดับได้ด้วยปัญญาครับ*

21/08/2026

*ตลอดช่วงเวลาปฏิบัติธรรมจาก 2508 ถึงปัจจุบัน2569 หกสิบปีเศษ จากถอดอทิสสมานกายได้โดยไม่รู้ตัว มีการพิสูจน์ แล้วก็หลงติดสุขจากสมาธิ ต่อมาก็ติดอภิญญาฌาน หลงในกับดักเหล่านี้นาน จิตไม่สงบ วุ่นวายหลงว่าตนเองได้นั่นนี่ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นแค่ช่วงในฌานเท่านั้น พอออกจากการทรงฌาน มันก็เสื่อมก็หายไป ไม่มีอะไรจีรัง*

*ในที่สุด จิตก็วุ่นวาย ก็ทุกข์เหมือนเดิม จิตเริ่มเห็นไตรลักษณ์ของสรรพสิ่ง แบบอัตโนมัติ ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรอีกแล้ว ยิ่งก้าวข้ามเข้าสู่อรูปฌานยิ่งเห็นความเป็นสุญญตา ของรูป ความเป็นอนัตตาของนาม ตลอดจนเห็นไตรลักษณ์ญาณในสติปัฏฐานทั้งสี่*

*จากสุญญตานั้นของสรรพสิ่ง เกิดเนวสัญญาสัญญายตนญาณจิตอยู่กับปัจจุบันขณะไม่ยึดอดีต ปล่อยวางสิ้น เรื่องชาติ ภพ อนาคต เห็นรูปและนาม-ขันธ์5 เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ เป็นตัวสร้างงอวิชชาที่นำไปสู่กิเลส ผ่านอายตนทั้งหก เครื่องมือสำคัญที่จะรู้เท่าทันคือ สติ และดับได้ด้วย ปัญญาจากวิปัสสนาญาณ*

*ปัจจุบัน ผมจึงคงแค่มีปัจจุบันสติ รู้เท่าทันกิเลส และดับได้เร็วด้วยวิปัสสนาปัญญาญาณแค่นั้น*

*รู้สึกชีวิต จิตสุข สงบ ไม่สนใจอดีตชาติ-อตีตังสญาณปุพเพนิสานุสติญาณ อนาคตชาติ- อนาคตังสญาณใดๆ ตระหนักรู้ว่านั่นไม่ใช่ทางดับทุกข์ไม่ใช่ทางที่จะนำไปสู่การหลุดพ้นจากวัฏฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิดได้ครับ*

21/08/2026

*พุทธธรรมของพระพุทธเจ้า เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับวิชาการสมัยใหม่พบว่ามีลักษณะพิเศษกว่าศาสนาอื่นๆ คือ พระพุทธองค์ได้เสนอคำสอนที่ใหม่ ผ่าเปรี้ยง ต่างจากความเชื่อเดิมในลัทธิเก่าๆที่สอนมาในอดีต เสนอคำสอนที่เป็นความรู้ในปัจจุบัน เป็นคำสอนที่เป็นคุณค่าความดีงามของมนุษย์ รวมทั้งการใช้ชีวิตที่ถูกต้องในปัจจุบัน และเป็นคำสอนที่สอดคล้องกับวิชาการที่ก้าวหน้าในอนาคต พุทธธรรมของพระองค์จึงเป็นอกาลิโก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดเวลา สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ จิตศาสตร์ และหลักปรัชญาต่างๆ และพิสูจน์ให้เห็นจริงได้จากการปฏิติด้วยตัวเองครับ*

20/08/2026

*แฟนคลับท่านหนึ่ง ถามเรื่องสวรรค์ชั้นพรหม ผมคิดว่าน่าจะตอบเป็นบทความเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะครับ*

*พรหมโลกนั้น แยกเป็น 2 ระดับ คือ รูปพรหม 16(รวมสุทธาวาส 5 แล้ว)และอรูปพรหม 4 ครับ ขึ้นกับระดับฌานที่ได้*

*ระดับปฐมฌาน จะเป็นชั้น1-3*

* ระดับทุติยฌาน จะเป็นชั้น4-6*

*ระดับตติยฌาน จะเป็นชั้น7-9*

*ระดับจตุตถฌานจะเป็นชั้น10-11 *

*และชั้น 12-16 ที่เรียก สุทธาวาส5 ครับ*

*เมื่อได้อรูปฌาน4 จะมีอรูปธรรมเป็นอารมณ์ และจะเป็นอรูปพรหมซึ่งมี 4 ชั้นครับ ผมคิดว่าอรูปพรหมนี้ เป็นภาวะปล่อยวางโดยสิ้นเชิง เป็นภาวะความว่าง ไม่มีมืด สว่าง ไม่มีสัญญา มีสัญญา อากาศ วิญญาณหรือการรับรู้ใดๆ เป็นภาวะ emptiness of existence โดยแท้ครับ*

*ผมคงตอบคำถามแฟนคลับได้ระดับนี้แหละครับ ผิดถูกอย่างไรขอท่านผู้รู้เสนอแนะได้ครับ*

19/08/2026

*ทำไมเรามองไม่เห็น นรก สวรรค์ ภูติผี ปีศาจ เทวดา แต่เด็กบางคนรับสัมผัสได้ และผู้ใหญ่บางคนก็รับรู้ได้ ทั้งที่ไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลย?*

*การรับรู้สิ่งที่เหนือธรรมชาติเช่นนี้จะเกิดได้ก็เมื่อเกิดการสั่นพ้องด้วยความถี่ตรงกันหรือใกล้เคียงกันระหว่างต้นกำเนิด กับตัวรับ ครับ*

*เครื่องรับวิทยุหรือทีวีจะรับสัญญาณเสียง ภาพได้ก็ต่อเมื่อเราหมุนความถี่เครื่องรับ ตรงกับความถี่จากเครื่องส่งหรือใกล้เคียงกัน ความถี่เครื่องรับที่ไม่ตรงกับเครื่องส่ง จะรับสัญญาณไม่ได้*

*เครื่องส่งเปรียบได้กับสิ่งเหนือธรรมชาติต่างๆเหล่านั้น เครื่องรับ เปรียบเหมือนตัวเรา ถ้าหมุนคลื่นตรงกันกับเครื่องส่ง ก็จะรับรู้กันได้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจะรับรู้ไม่ได้เลย*

*ปัจจัยที่สำคัญอักอย่างคือ ประสิทธิภาพของเครื่องรับและเครื่องส่งดีพอหรือไม่ ถ้าเครื่องรับโปเก ก็รับสัญญาณขาดๆ หายๆ หรือรับไม่ได้เลย เครื่องส่งไม่ดีมีพลังน้อยก็มีผลเช่นเดียวกัน*

*ภาวะเช่นนี้เรียก เกิดการสั่นพ้องครับ*

*ทำไมเรามองไม่เห็นนรก สวรรค์ ปีฯลฯ ก็เพราะเครื่องรับเรามีศักยภาพต่ำแหละครับ ถ้าอยากให้มีศักยภาพสูง ก็ต้องทำสมาธิ สมองจะจัดระเบียบสร้างคลื่นสมองที่มีพลังตามงานวิจัยของนิตยสารTime ที่ผมเคยยกมาอ้างถึงในบทความก่อนๆแล้ว เมื่อปฏิบัติถึงระดับสมาธิหรือฌานขั้นหนึ่งจะเกิดพลังจิตตานุภาพ(will power)ทำและเห็นสิ่งนอกเหนือธรรมชาติดังกล่าวได้ เรียกเกิดญาณหยั่งรู้ ส่งพลังจิตตานุภาพนั้นไปไหนก็ได้ครับ เช่น พระอริยสงฆ์หรือผู้ได้ฌานสมาบัติระดับนั้นนี้สามารถส่งกระแสจิตเจาะมิติใดๆ แม้ไปช่วยคนก็ทำได้ครับ*

*ทำไมเด็กจึงรับสัมผัสสิ่งลี้ลับได้ เพราะจิตเขาบริสุทธิ์เหมือนเครื่องรับใหม่ประสิทธิภาพสูง ไวต่อการรับสัญญาณ*

*ผู้ใหญ่บางคนไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลย ก็รับรู้มิติพิเศษเหล่านี้ได้ เป็นเพราะบุพกรรมที่ติดตัวมาแต่ชาติก่อนครับ จึงมีความสามารถในการรับรู้มิติพิเศษได้ เหมือนในบทความที่โพสต์เรื่องคุณญาณี พิสูจน์หนุ่มตาทิพย์ครับ*

*ความจริงเรื่องมิติอื่นเหล่านี้นักฟิสิกส์ นักจักรวาลวิทยา จากข้อมูลดาวเทียม COBE และการกำเนิดเอกภพ ทฤษฎีของสรรพสิ่งฯลฯ ปัจจุบันมีมิติอวกาศ และเวลาเพียง 4 มิติที่เรารับรู้ได้วัดได้ แต่ยังมีมิติอื่นๆ อีกมากมายที่เรายังตรวจวัดไม่ได้เพราะมิติขนาดเล็กเกิน ตอนนี้เขาค้นพบมิติที่ 5 แล้ว โดยทางคณิตศาสตร์(Kaluza Klein)*

*ลองย้อนอ่านบทความที่ผมเขียนสักเดือนสองเดือนที่แล้วผมตอบแฟนคลับ-ผีมีจริงมั้ย พิสูจน์ได้อย่างไร ฯลฯ*

*สรุปคือ ถ้าอยากเห็น เข้าถึงมิติพิเศษ ก็ต้องมีอภิญญาญาณ จะมีอภิญญาญาณ ก็ต้องปฏิบัติสมาธิแล้วจะรู้ได้ด้วยตัวเองครับว่าอะไรเป็นอะไร แต่อย่าไปหลงใหลกับมัน เพราะมันจะเป็นกับดัก ต้องมีสติ รู้ก็ให้แค่รู้ มองข้าม อย่าหลงในฌาน ในอภิญญาครับ*

*ทดสอบพลังจิตตานุภาพสนุกๆ ดู จะนั่งข้างหลังหรือยืนข้างหลังใครสักคนลองเพ่งจิตไปที่เขาไม่นานครับเขาจะหันมามองเรา เช่นเดียวกันบางครั้งเรารู้สึกคล้ายมีคนจ้องเราพอหันไปมองก็ใช่จริงๆ กรณีนี้เครื่องส่งเครื่องรับอยู่ใกล้กัน ย่อมรบกวนกันได้*

*ผมโพสต์ไปเรื่อย ไม่ได้ร่างไว้ก่อน ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องก็ขออภัยนะครับ*

18/08/2026

*ยิ่งสูงส่งยิ่งควรอ่อนน้อมด้วยเมตตา ยิ่งปราดเปรื่องยิ่งควรสงวนปากสงวนคำ ไม่คุยโว โอ้อวด ฟังให้มากและถ่อมตน ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งอ่อนโยน แต่มั่นคงในหลักการ ไม่โลเลครับ*

18/08/2026

*มีแฟนคลับ ถามว่าแสงเดินทางในตัวกลางความหนาแน่นต่างกันจะมีความเร็วต่างกัน ประเด็นปัญหาที่เขาตั้งคือ เวลาของผู้ถูกสังเกตในน้ำ กับผู้ถูกสังเกตในอวกาศ เมื่อจบการทดลอง เวลาจะต่างกันหรือไม่*

*ผมกำลังตอบจะจบแล้วเกิดมีแขกมาเยี่ยม ต้องหยุดตอบ กลับมาอีกครั้ง หาไม่เจอครับ เลยขอโอกาสตอบตอนนี้ละกัน*

*สัมพัทธภาพ คือการเปรียบเทียบ จะมีผู้สังเกต กับผู้ถูกสังเกต ถ้าผู้ถูกสังเกตมีความเร็วเท่ากับผู้สังเกต มวล ความยาว และเวลาของทั้งสองคนจะเท่ากัน ถ้าผู้ถูกสังเกตมีความเร็วสูงกว่าผู้สังเกต มวลเขาจะเพิ่ม ความยาวจะลด เวลาจะยืดออก*

*กรณีปัญหา ผู้ถูกสังเกตเคลื่อนที่ในน้ำ กับผู้ถูกสังเกตที่เคลื่อนที่ในอวกาศ แน่นอนผู้สังเกต จะเห็นเวลาของผู้ถูกสังเกตต่างกัน ในน้ำเวลาจะเดินช้ากว่า เวลาในอวกาศ*

*แต่เมื่อสิ้นสุดการทดลองการเคลื่อนที่สัมพัทธ์สิ้นสุด เวลาของผู้ถูกสังเกตทั้งสองจะเท่ากันกับเวลาของผู้สังเกตครับ*

l = l0(1- v^2/ c^2)^1/2 ...(1)
m=m0/(1- v^2/ c^2)^1/2 ...(2)
t=t0/(1-v^2/c^2)^1/2 ...(3)

*เมื่อ l0,m0,t0 เป็นความยาว มวล และเวลาของผู้สังเกต และ l,m,t เป็นความยาว มวล และเวลาของผู้ถูกสังเกต*

*ทั้งสามสมการเป็นสมการสัมพัทธภาพ มีค่าความเร็วแสงในอวกาศอิสระ c=3×10^8 m/s ซึ่งเป็นค่าคงที่มาตรวัดมาตรฐานที่ต่างจากเดิม มวล ความยาว เวลา มีค่าคงที่เสมอ ไม่ว่าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใด*

*ต้องขออภัยถ้าผิดพลาดครับ เพราะทิ้งมานานมากแล้ว อายุ จะ80 แล้ว ย่อมหลงลืมเป็นธรรมดา โดยเฉพาะความรู้ทางวิชาการอาจโบราณล้าหลังไปแล้ว โปรดพิจารณานะครับ*

17/08/2026

*เมื่อ เจริญจิตภาวนาจากขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ จิตแน่วแน่ถึงระดับอัปปนาสมาธิตัดวิตก วิจาร ปิติ สุข ได้จิตนิ่งเป็นหนึ่งในภาวะเอกัคคตาได้ฌาน 4 เมื่อออกจากฌานจะได้อภิญญา 6 หนึ่งในอภิญญา 6 นั้นคือ ตาทิพย์*

*ตาทิพย์นั้น คือ ใช้จิตมองเห็นอนาคตได้ และมองเห็นผู้มีกายละเอียดในมิติอื่นที่ปุถุชนไม่สามารถมองเห็นได้*

*กรณีมองเห็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคต ตัวอย่างที่รู้จักกันดี คือกรณีหลวงปู่ชาตอนกำลังสร้างวัดหนองป่าพง ท่านเขียนล๊อตเตอรี เลข 7 ตัวใส่ในเซฟให้คนที่ท้าทายท่านเก็บกุญแจไว้ ท่านเก็บซองที่ท่านเขียนตัวเลขที่จะออกรางวัลที่1 ไว้ในตู้เซฟ พอผลล็อตเตอรี ออก ชายคนนั้น ก็เอากุญแจมาเปิดเซฟ ดูตัวเลขในซอง ตรงกับรางวัลที่หนึ่งที่ออกทั้ง 7 ตัว*

*กรณีมองเห็นผู้มีกายละเอียดในมิติอื่นนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า มนุษย์ และสัตว์โลกทั้งหลายเมื่อตาย วิญญาณก็จะเวียนว่ายตายเกืดในสังสารวัฏ คือ ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายอยู่เช่นนั้น เมื่อตาย วิญญาณจะออกจากร่างไปหาที่อยู่ใหม่ ถ้าจิตวิญญาณนั้นสะสมกุศลกรรมไว้มากก็จะไปเกิดในภพภูมิที่ดี ถ้าสะสมอกุศลกรรมไว้มาก ก็จะไปเกิดในอบายภูมิ*

*คนที่ตายก่อนสิ้นอายุขัยจริงๆ เช่น เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต วิญญาณจะต้องกลายเป็นสัมภเวสี เร่ร่อน ไปจนกว่าจะครบอายุขัยจริงๆ จึงจะไปเกิดใหม่ได้ สัมภเวสีจึงเป็นวิญญาณที่เร่ร่อน ในมิติที่ละเอียดมากอีกมิติหนึ่ง*

*จิตของเราที่จริงจะบริสุทธิ์แต่เพราะสะสมกิเลส ตัณหา ราคะ ที่เปรียบเหมือนขยะของจิตไม่มีการชำระสะสาง จิตจึงมัวหมองหุ้มด้วยอาสวกิเลสเหล่านั้น จิตจึงหนักเพราะขยะที่พอกพูนด้วยอกุศลกรรม จิตเช่นนี้ คือ จิตของปุถุชนเช่นเราๆท่านๆทั้งหลายแหละครับ จิตตอนนี้ คือจิตวิญญาณ หรือเรียกสั้นๆว่าวิญญาณนั่นแหละครับ วิญญาณเช่นนี้จะไม่มีพลังมากพอจะลอยขึ้นพ้นจากวัฏสงสาร วิญญาณเช่นนี้จึง ล่องลอยหาที่เกิดตามผลแห่งกรรมดี กรรมชั่วที่สะสมมา ไม่อาจละเมิดกฎแห่งกรรมได้เลย กรรมใดใครก่อผู้นั้นต้องรับกรรมนั้นเอง*

*แต่จิตของผู้บรรลุธรรม ขั้นสูง ฌาน 8 จนได้ฌาน 9(พระอรหันต์)จิตจะใส บริสุทธิ์ปราศจากอาสวกิเลสทั้งมวล ความถี่การเกิดดับของจิตจึงสูงยิ่ง สูงกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใดๆ จนเสมือนเป็นคลื่นต่อเนื่อง เหมือนคลื่นแสง ความถี่ที่สูงยิ่งนี้ทำให้คลื่นกระแสจิตของท่านมีพลังยิ่ง ตามทฤษฎีควอนตัม ยิ่งคลื่นมีความถี่สูงยิ่งมีพลังงานสูง เมื่อท่านนิพพาน จิตออกจากร่างจะลอยขึ้นไปเติมพลังงานให้จักรวาล ไม่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏใดๆอีกต่อไป พลังงานนี้ คือ พลังจิตตานุภาพนั่นเอง*

*เมื่อจิตของพระอรหันต์หรือผู้บรรลุธรรม มีพลังจิตตานุภาพสูงเช่นนั้น กระแสจิตของท่านจึงเจาะเข้าสู่มิติใดๆก็ได้ตามใจปรารถนา ตาทิพย์นั้นเป็นเพียงหนึ่งในอภิญญา 6 เท่านั้น ยังมีเรื่องล่วงรู้วาระจิต เรื่องหูทิพย์ เรื่องระลึกชาติได้ ฌานกำจัดอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไปและเรื่องอภินิหารต่างๆ การใช้จิตมองเห็นนรก สวรรค์ เทวดา ภูติผี ปีศาจ เป็นเรื่องธรรมดา ครับ*

*แล้วเราทำไมมองไม่เห็น นรก สวรรค์ภูติ ผี ปีศาจ เทวดา และทำไม เด็กบางคนจึงรับสัมผัสได้ ทำไมผู้ใหญ่บางคนรับรู้ได้ ทั้งที่ไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลย...เรื่องนี้มีคำตอบ ครับ*

ที่อยู่

ถนนเลี่ยงเมือง
Ubon Ratchathani
34000

เบอร์โทรศัพท์

+66819660746

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หลากหลายบูรณาการวิชาการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง หลากหลายบูรณาการวิชาการ:

ทางลัด

แชร์