ศูนย์การเรียน อนุบาลแสงตะวันแรก จังหวัดอุบลราชธานี Thefirstsunshineubon

ศูนย์การเรียน อนุบาลแสงตะวันแรก จังหวัดอุบลราชธานี Thefirstsunshineubon ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์การเรียน อนุบาลแสงตะวันแรก จังหวัดอุบลราชธานี Thefirstsunshineubon, โรงเรียน, ซอยสีห์พนม, Ubon Ratchathani.

โรงเรียนที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่2 แวดล้อมด้วยผู้ใหญ่ที่พร้อมเป็นแบบอย่างให้เด็ก ดูแลเด็กๆ ด้วยความรัก ความเข้าใจ ในธรรมชาติของเด็กเป็นรายบุคคล ไม่เปรียบเทียบเร่งรัดตัดสินเด็ก ไม่มีทีวี เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง มอบทักษะที่จำเป็นต่อช่วงวัยอย่างแท้จริง

20/08/2026
อากาศแบบไหน เราก็พร้อมเรียนรู้ทุกวันทำให้ทุกสถานการณ์ คือ โอกาสในการที่เด็กจะ ได้เรียนรู้
20/08/2026

อากาศแบบไหน เราก็พร้อมเรียนรู้ทุกวัน
ทำให้ทุกสถานการณ์ คือ โอกาสในการที่เด็กจะ ได้เรียนรู้

18/08/2026

ถ้ามีคนถามว่า “ครูที่ดีควรเป็นแบบไหน?” คุณจะตอบว่าอะไร?
- ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี?
- ต้องเสียสละ?
- ต้องอดทน?
- ต้องรักเด็ก?
- ต้องมีความรู้?
- ต้องทำตามกฎ?
- ต้องพร้อมทุ่มเทให้กับนักเรียนเสมอ?
แล้วถ้าถามต่อว่า…
“แล้วครูคนหนึ่งมีสิทธิ์เหนื่อยไหม?”
“มีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับบางอย่างไหม?”
“มีความฝันหรือชีวิตของตัวเองนอกเหนือจากการเป็นครูไหม?”
หรือ “ถ้าวันหนึ่งครูไม่ไหว เขายังเป็นครูที่ดีอยู่หรือเปล่า?”
คำถามเหล่านี้อาจทำให้เราหยุดคิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราพูดถึง “ความเป็นครู” ผ่านบทบาท หน้าที่ และความคาดหวังของสังคมมากมาย จนบางครั้งอาจลืมไปว่า ก่อนจะเป็นครู คนคนหนึ่งก็คือ “มนุษย์”
มนุษย์ที่มีความฝัน มีความกลัว มีความรู้สึก มีข้อจำกัด มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่าง และมีคุณค่าบางอย่างที่เลือกยึดถือ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “ครูคือมนุษย์” เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในก่อการครู เพราะเราเชื่อว่า การพัฒนาครูไม่ควรเริ่มต้นด้วยคำถามเพียงว่า “จะสอนให้เก่งขึ้นได้อย่างไร?” แต่ควรเริ่มต้นด้วยคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า “คนที่กำลังจะสอนนั้น เป็นใคร?”
เมื่อครูกลับมาสำรวจตัวเอง มองเห็นคุณค่าที่ตัวเองยึดถือ เข้าใจประสบการณ์ที่หล่อหลอมตัวตน และมองเห็นอารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงข้อจำกัดของตัวเอง ครูก็อาจเริ่มมองเห็น “ความเป็นมนุษย์” ของคนอื่นได้ชัดขึ้นเช่นกัน
มองเห็นว่าเด็กแต่ละคนไม่ได้เหมือนกัน
มองเห็นว่าเพื่อนร่วมงานแต่ละคนมีเรื่องราวของตัวเอง
มองเห็นว่าความขัดแย้งบางอย่างไม่ได้เกิดจากใคร “ผิด” เพียงคนเดียว
และมองเห็นว่า ตัวเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและความสัมพันธ์เหล่านั้น
“ครูคือมนุษย์” จึงไม่ใช่การบอกสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่าครูเป็นมนุษย์
แต่คือการชวนครู กลับมามองเห็นมนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ภายใต้คำว่า “ครู”
ก่อนจะพาผู้เรียนออกเดินทาง บางทีครูอาจต้องได้หยุดลงสักครู่ เพื่อกลับมามองตัวเองในกระจก
เราเป็นใคร?
เราให้คุณค่ากับอะไร?
อะไรทำให้เรายังอยากเป็นครู?
และเราจะเป็นครูในแบบที่ไม่ต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ของตัวเองไปได้อย่างไร?
เพราะเราเชื่อว่า เมื่อครูเข้าใจตัวเองมากขึ้น การเข้าใจผู้เรียนก็อาจเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน และในบางครั้งการเปลี่ยนแปลงการศึกษา อาจไม่ได้เริ่มจากการหาวิธีสอนแบบใหม่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการ กลับมามอง “คน” ที่อยู่ตรงกลางของการเรียนรู้เสียก่อน
อ่านบทความ : https://korkankru.com/teacher-as-human/
#ก่อการครู #ครูคือมนุษย์ #ครูบันดาลใจจุดไฟการเรียนรู้ #สสส

ความดี ความงาม ความจริง เริ่มจาก ตัว ของผู้ทำงานกับเด็กก่อน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่เราดูแล หรือกับลูกของเรา ขอให้...
17/08/2026

ความดี ความงาม ความจริง
เริ่มจาก ตัว ของผู้ทำงานกับเด็กก่อน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่เราดูแล
หรือกับลูกของเรา ขอให้กลับมาทำงานกับด้านในของตัวผู้ใหญ่ เองก่อน

ดูแลด้านในของเรา ก่อนดูแลเด็กๆ ของเรา

14/08/2026

🚆 ถ้าระบบการศึกษาเปรียบเสมือน “รถไฟ” ความเสมอภาคอาจไม่ใช่การทำให้ทุกคนนั่งรถไฟชั้นเดียวกัน แต่อยู่ที่ว่า เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีเส้นทางไปถึง “ปลายทางของชีวิต” ในแบบที่เหมาะกับตัวเอง
“ความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ใช่การทำให้ทุกคนนั่งรถไฟชั้นเดียวกัน แต่คือการทำให้ทุกคนมีโอกาสเดินทางไปถึงปลายทางของชีวิตด้วยเส้นทางที่เหมาะสมกับศักยภาพและเงื่อนไขของตนเอง และเมื่อระบบหนึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ก็ต้องมีเส้นทางอื่นรองรับ”
ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. สะท้อนภาพความเสมอภาคทางการศึกษาผ่านแนวคิด “รถไฟขบวนหนึ่ง” ในเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่าย “ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2 ของความเสมอภาคทางการศึกษา” เวทีแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดนครพนม
เพราะบนเส้นทางการศึกษา เด็กแต่ละคนเผชิญเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
🚆 บางคนยังอยู่บนขบวน เปรียบได้กับเด็กในระบบการศึกษา — โจทย์คือการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ทั้งระบบ ไม่ว่าเด็กจะ “นั่งอยู่ชั้นใด” ต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาศักยภาพและก้าวไปสู่เป้าหมายของชีวิตได้
🚉 บางคนจำเป็นต้องลงระหว่างทาง เปรียบได้กับเด็กที่ต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน — ทุก “สถานี” จึงควรเป็นสถานีแห่งโอกาส มีระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการพัฒนาทักษะอาชีพรองรับ เพื่อให้เขายังสามารถเรียนรู้และเดินทางต่อไปได้
🛤️ บางคนหลุดออกจากขบวน เปรียบได้กับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา — เด็กกลุ่มนี้อาจเผชิญความยากจน ปัญหาครอบครัว สุขภาพ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน หรือเงื่อนไขชีวิตอีกหลายอย่างที่เขาไม่ได้เป็นผู้เลือก โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการพากลับขึ้นรถไฟ แต่คือการสร้างทางเลือก เสริมพลัง และทำให้เขายังมีเส้นทางเดินต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี
🎒 และบางคนยังไม่เคยได้ขึ้นรถไฟเลย เปรียบได้กับเด็กที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา — ต้องอาศัยความร่วมมือของพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และทุกภาคส่วน ผ่านแนวทาง Thailand Zero Dropout Plus ในการค้นหา ติดตาม ช่วยเหลือ และนำโอกาสทางการเรียนรู้ไปให้ถึงตัวเด็ก
ภาพของ “รถไฟ” จึงชวนเรากลับมาคิดว่า ความเสมอภาคทางการศึกษาไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำให้ทุกคนเดินทางด้วยวิธีเดียวกัน แต่คือการสร้างหลักประกันว่า ไม่ว่าเด็กคนหนึ่งจะเริ่มต้นจากจุดใด เผชิญเงื่อนไขชีวิตแบบไหน หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางระหว่างทาง เขายังมีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และเดินทางไปสู่อนาคตของตนเองได้
และการสร้างระบบเช่นนี้ ไม่อาจเป็นหน้าที่ของ กสศ. หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัย ข้อมูล องค์ความรู้ และพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
📣 วันนี้ เสียงของคุณก็มีส่วนร่วมออกแบบเส้นทางสู่ความเสมอภาคทางการศึกษาได้
กสศ. ขอเชิญชวนภาคีเครือข่าย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ชุมชน เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปประกอบการจัดทำ “แผนกลยุทธ์ กสศ. ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2571–2575”
💬 อีก 5 ปีข้างหน้า เราอยากเห็นความเสมอภาคทางการศึกษาไทยเป็นอย่างไร?
และ กสศ. ควรมีบทบาทอย่างไรในการเชื่อมโยงความร่วมมือ เพื่อทำให้โอกาสทางการศึกษาเดินทางไปถึงทุกคน?
🧩 เพราะทุกเสียง คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
📲 ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ของ กสศ. ได้ที่
https://www.eef.or.th/public-hearing/
🗓️ เปิดรับความคิดเห็นถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
#กสศ #ความเสมอภาคทางการศึกษา #ก้าวไปด้วยกัน #ทศวรรษที่2 #รับฟังความเห็น

รับสมัครแม่บ้านพาร์ทไทม์ แบบประจำ ทำความสะอาดห้องเรียน วันเสาร์ อาทิตย์ สนใจอินบล็อกหรือ 📞0946494599
14/08/2026

รับสมัครแม่บ้านพาร์ทไทม์ แบบประจำ
ทำความสะอาดห้องเรียน
วันเสาร์ อาทิตย์ สนใจอินบล็อกหรือ 📞0946494599

12/08/2026

ทำไม “ไม่ควรตามใจลูก” แม้เราจะรักเขามากแค่ไหน

พ่อแม่ทุกคนรักลูก
และความรักนี่แหละ…ที่บางครั้ง “เผลอทำให้เราตามใจลูกมากเกินไป”

เพราะเราไม่อยากเห็นลูกร้อง
ไม่อยากให้ลูกเสียใจ
หรือบางครั้งก็แค่ “เหนื่อย เลยยอมไปก่อน”

แต่รู้ไหมว่า…
การตามใจลูกบ่อย ๆ อาจกำลังสร้างปัญหาในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

1. ลูกจะ “ควบคุมตัวเองไม่เป็น”

เด็กที่ได้ทุกอย่างตามใจ
จะไม่เคยเรียนรู้การ “รอ” หรือ “อดทน”

พอเจอสถานการณ์จริง เช่น
ต้องรอคิว แพ้เกม หรือไม่ได้ดั่งใจ
→ จะโมโห งอแง หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ทันที

👉 เพราะเขาไม่เคยถูกฝึกให้จัดการอารมณ์ตัวเอง

2. ลูกจะ “ไม่เคารพกติกา”

เมื่อที่บ้านไม่มีขอบเขต
ลูกจะเข้าใจว่า “อยากทำอะไรก็ได้”

พอไปโรงเรียนหรืออยู่ในสังคม
→ จะมีปัญหากับกฎ ระเบียบ และครู

👉 เด็กไม่ได้ดื้อ…แต่เขาไม่เคยถูกสอนเรื่องขอบเขต

3. ลูกจะ “ขาดความรับผิดชอบ”

ถ้าพ่อแม่คอยช่วยทุกอย่าง
หรือยอมให้ลูกเลี่ยงสิ่งที่ไม่อยากทำ

→ ลูกจะไม่เรียนรู้ว่า
“หน้าที่ของตัวเองต้องทำ”

เช่น
ไม่เก็บของ ไม่ทำการบ้าน เลี่ยงงานบ้าน

👉 สุดท้ายจะกลายเป็นเด็กที่ “เก่งแต่เอาตัวไม่รอด”

4. ลูกจะ “รับมือความผิดหวังไม่ได้”

ชีวิตจริงไม่มีใครได้ทุกอย่าง

ถ้าเด็กโตมาแบบไม่เคยผิดหวัง
→ จะเปราะบางมากเมื่อเจอความจริง

เช่น
สอบตก แพ้เพื่อน ถูกปฏิเสธ

👉 เด็กอาจยอมแพ้ง่าย หรือมีปัญหาอารมณ์ตามมา

5. ลูกจะ “ใช้พฤติกรรมควบคุมพ่อแม่”

เด็กฉลาดกว่าที่คิด
เขาจะเรียนรู้เร็วมากว่า

“ร้อง = ได้”
“โวยวาย = พ่อแม่ยอม”

และจะใช้พฤติกรรมเหล่านี้ซ้ำ ๆ

👉 สุดท้าย…คนที่ถูกควบคุมไม่ใช่ลูก แต่คือพ่อแม่

แล้วควรทำยังไง?

การไม่ตามใจลูก
ไม่ได้แปลว่า “ใจร้าย”
แต่คือ “รักอย่างมีขอบเขต”

ลองเริ่มแบบนี้:

✔ ตั้งกติกาให้ชัด และทำเหมือนเดิมทุกครั้ง
✔ ให้ลูกรอเป็น ฝึกความอดทนทีละนิด
✔ ให้ลูกรับผิดชอบหน้าที่ตามวัย
✔ ยอมให้ลูกผิดหวังบ้าง (ในพื้นที่ที่ปลอดภัย)
✔ เข้าใจอารมณ์ลูก แต่ไม่ยอมตามทุกเรื่อง

ประโยคที่พ่อแม่ควรใช้
• “แม่เข้าใจว่าหนูอยากได้…แต่ตอนนี้ยังไม่ได้”
• “หนูเสียใจได้ แต่เรายังต้องทำตามกติกา”
• “ถ้าหนูทำเองได้ แม่จะรอ”

ลูกไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่ “ตามใจ”
แต่ต้องการพ่อแม่ที่
👉 “มั่นคง อบอุ่น และมีขอบเขต”

วันนี้เขาอาจร้องไห้
แต่วันข้างหน้า…เขาจะเข้มแข็ง

เพราะเขาเคยถูกสอนให้
“รับมือกับโลกจริงได้”

ที่อยู่

ซอยสีห์พนม
Ubon Ratchathani
34000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์การเรียน อนุบาลแสงตะวันแรก จังหวัดอุบลราชธานี Thefirstsunshineubonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์การเรียน อนุบาลแสงตะวันแรก จังหวัดอุบลราชธานี Thefirstsunshineubon:

ทางลัด

แชร์

ประเภท