ภาษาอังกฤษ ครูเตย

ภาษาอังกฤษ ครูเตย รับสอนภาษาอังกฤษทุกระดับชั้นค่ะ
CEFR : C
Aptis for Teachers : British Council

ครูเตยขอยินดีกับน้องเอย่า ที่สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ จากวิชาที่น้องชอบน้อยที่สุด และชอบบ่นบ่อย ๆ ว่ายาก กลายเป็...
08/03/2026

ครูเตยขอยินดีกับน้องเอย่า ที่สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ จากวิชาที่น้องชอบน้อยที่สุด และชอบบ่นบ่อย ๆ ว่ายาก กลายเป็นวิชาที่ทำคะแนนได้สูงที่สุด เพราะว่าความมุ่งมั่นตั้งใจ และเราเน้นเรียนอย่างมีความสุขและเข้าใจ คอยให้กำลังใจกันเสมอ จากเด็ก ป.2 ในวั้นนั้น สู่พี่ ป.5 ในวันนี้ ครูจะคอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดไปค่ะ

ผลการสอบภาษาอังกฤษเทียบระดับ CEFR รอบล่าสุด จาก British Council ครูเตยอยู่ในระดับ C ค่ะ แต่ก็จะพัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อนักเ...
03/03/2026

ผลการสอบภาษาอังกฤษเทียบระดับ CEFR รอบล่าสุด จาก British Council ครูเตยอยู่ในระดับ C ค่ะ แต่ก็จะพัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อนักเรียนทุกคนนะคะ ❤️

03/03/2026

ตอนนี้ตารางเต็มนะคะ ถ้ามีว่างจะแจ้งอีกทีนะคะ ❤️❤️❤️
ขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ไว้วางใจค่ะ

20/12/2025

คอร์สภาษาอังกฤษพื้นฐาน (Basic Grammar) เหมาะกับประถมปลายและมัธยมต้นที่ต้องการปูพื้นฐานให้แน่น

เสาร์ 17.00 - 18.00
รับ 5 ที่ ว่าง 3
สนใจทักแชทได้เลยค่ะ

#สอนอังกฤษอุบล #ภาษาอังกฤษอุบล #เรียนอังกฤษอุบล

19/11/2025
17/11/2025
08/11/2025
Such a cute thing!🥰💕
24/10/2025

Such a cute thing!🥰💕

20/10/2025

[ ผมกำลังจะ 43, ถ้าคุณยัง20, 30 ลองอ่านดู เผื่อจะเป็นประโยชน์ ]
ว้าาาาาาจะ...43 แล้ว ว่าไปก็แป๊บเดียวเองนะ วันก่อนคุยกับเพื่อนที่งานหนังสือว่ายังจำตอนที่ยังวิ่งเล่นกันที่สนามบาสฯ โรงเรียนได้อยู่เลย กะพริบตาแป๊บเดียววัยกลางคนแล้ว และ “รู้อะไรไหม?” ผมพูด “กะพริบตาอีกครั้ง เราคงแก่และนั่งดูหลานๆ วิ่งเล่นแล้ว”
หลังๆ มาเริ่มตกผลึกหลายอย่างในชีวิต ที่ถ้ารู้ก่อนนี้ในวัย 30 ก็คงตัดสินใจได้ดีกว่านี้ แต่ยังไงก็ช่างเหอะ มารู้ตอนนี้ก็ยังดีกว่าสายไป ลองอ่านดูครับเผื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้
✅ 1. 20-30 คือวัยแห่งการทดลองและผิดพลาด
อย่ากังวลมากเกินไปนัก ชีวิตเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ อยากให้โฟกัสเรื่องการมีคนรอบตัวที่เก่งๆ มี Mentor ที่ดี (ไม่ใช่แค่ดังหรือมีชื่อเสียงนะ) ที่สามารถชี้แนวทาง การพัฒนาทักษะที่เราสนใจและคิดว่าเป็นประโยชน์ อย่าไปโฟกัสเรื่องเงินมาก แค่ให้มันเพียงพอต่อการใช้จ่ายและภาระความรับผิดชอบ เหลือบ้าง เก็บออม ฝึกนิสัยเรื่องเงินที่ดีไปด้วย และถ้าให้ดีวางแผนลงทุนและเกษียณไปด้วยเลย (เริ่มเร็วยิ่งดีบอกเลย)
✅ 2. 30 ร่างกายจะเริ่มไม่ให้อภัยคุณแล้วนะ
จากตอนที่ 20 โต้รุ่งแล้วมาทำงานยังไหว แต่พอเริ่ม 30 แล้ว ทีนี้เริ่มไม่ไหวแล้วนะ นอนคืนละ 2-3 ชั่วโมง แล้วไปทำงานต่อคือเหมือนซอมบี้แน่นอน อย่าไปหาทำ ในหัวเราจะรู้สึกว่าตัวเองอายุน้อยกว่าความเป็นจริงเสมอ (เอาจริงๆ ตอนนี้ในหัวอายุยัง 20 แต่ลองโต้รุ่งดูชีวิตนี่แทบหาไม่ได้เลยทีเดียว)
อีกเรื่องคือลงทุนเรื่องสุขภาพตั้งแต่วันนี้ สร้างนิสัยการออกกำลังกาย การกินที่ดี มันเป็นปันผลที่จะมาตอบแทนคุณเมื่อแก่ตัวครับ สุขภาพอย่ารอให้เสีย เพราะมันซ่อมยากมาก (หรืออาจจะไม่ได้เลย)
✅ 3. คนที่ไม่เคารพหรือไม่ได้เห็นความสำคัญของคุณ...ปล่อยเขาไปเถอะ
เอาจริงๆ นะ เราไม่ได้มีเวลาเยอะขนาดที่จะมาทำให้ทุกคนรักคุณได้ (และนั่นก็ไม่ควรเป็นเป้าหมายในชีวิตคุณด้วย) เราเป็นคนน่ารักกับคนอื่นได้ เคารพคนอื่นได้ และนั่นควรเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น
หลายคนมักมีปัญหากับ “การตั้งขอบเขต” (boundaries) เพราะไม่อยากทำให้คนอื่นเสียใจ หรือหวังว่าจะเปลี่ยนให้คนคนนั้นทำดีต่อเราดีขึ้น แต่ความพยายามแบบนี้มักไม่ได้ผล แถมทำให้สถานการณ์แย่ลงอีก
“ความเห็นแก่ตัว” กับ ”การเห็นแก่ตัวเอง” เป็นคนละเรื่องกัน
ในวัย 20 เรามักยึดติดกับผู้คน เพราะโลกยังใหม่ โอกาสยังเปิดกว้าง และประสบการณ์ยังน้อย จึงเกาะสิ่งที่เจอไว้แน่น แม้คนเหล่านั้นจะไม่ได้คู่ควรกับสิ่งเหล่านั้นก็ตาม แต่พอเข้าสู่วัย 30 เราเริ่มเข้าใจว่าความสัมพันธ์ดี ๆ หาไม่ง่าย แต่ก็มีคนใหม่ให้พบอีกมากมาย และไม่มีเหตุผลที่จะเสียเวลาอยู่กับใครที่ไม่ได้ช่วยให้เราเติบโตบนเส้นทางชีวิตของเราเอง
✅ 4. การแต่งงานหรือมีลูกไม่ได้ทำให้ปัญหาความสัมพันธ์ลดลง แต่ยิ่งจะทำให้ปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้วแย่ลงไปอีก
คำแนะนำนี้ได้ยินมาจาก มาร์ก แมนสัน (Mark Manson) แล้วรู้สึกว่ามันจริงมาก เพราะส่วนตัวเห็นหลายคนมากที่เจอปัญหาในความสัมพันธ์ แล้วแทนที่จะพยายามแก้ไขปัญหากันให้จบก่อน ดันไปตัดสินใจแต่งงานเพราะหวังว่าการร่วมหัวจมท้าย จดทะเบียนแต่งงานจะช่วยแก้ปัญหาได้
เออ...เรารู้ว่ามันไม่เป็นแบบนั้นหรอก แต่งงานแล้วปัญหาไม่หาย ก็หวังต่อว่าการมีลูกจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น อืมมม...บ่อยครั้งมันไม่ใช่แบบนั้นนะสิ ยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก
เพราะฉะนั้นเวลามีปัญหากับคู่รัก อย่าไป double down หรือขุดหลุมให้ลึกลงไปอีก แต่ตั้งสติ แก้ปัญหากันก่อน ถ้าแก้ไม่ได้ แยกกันคือทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย
✅ 5. เพื่อนคุณจะน้อยลง นั่นไม่ใช่เรื่องแย่ แต่เป็นเรื่องปกติ
ที่จริงเกี่ยวเนื่องจากข้อที่ 3 เพราะเมื่อชีวิตเราก้าวไปข้างหน้า เพื่อนเก่าๆ หลายคนอาจจะไม่ได้พร้อมจะขยับไปพร้อมกันด้วย
อีกอย่างคือเราเลือกคนที่คบคนในชีวิตมากขึ้น เพราะเริ่มตระหนักแล้วว่าชีวิตเรามันสั้น เลือกใช้เวลากับคนที่เห็นคุณค่าของเราจริงๆ ดีกว่า
✅ 6. คุณมีทุกอย่างไม่ได้ เลือกสักอย่าง แต่อย่าหวังว่าจะสำเร็จในเวลาอันสั้น
ในวัย 20 เรามักเต็มไปด้วยความฝันและคิดว่ามีเวลาทั้งชีวิตให้ลองทุกอย่าง จากผมที่คิดว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์ไปตลอดชีวิต ก็ลองทำอะไรอีกหลายอย่างมากมาย ก่อนจะมาลงตัวที่เป็นนักเขียน/นักแปล ในตอนนี้ (ซึ่งต่อไปก็ไม่รู้นะว่าจะเป็นไปตลอดไหม Life is a box of chocolate บางทีทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนก็ได้)
ปัญหาคือคนมักจะหวังผลลัพธ์ที่เร็วเกินไป
บิล เกตส์ เคยบอกว่า “Most people overestimate what they can do in 1 year, and underestimate what they can do in 10 years.” หรือ “คนส่วนใหญ่มักประเมินสิ่งที่ตัวเองทำได้ใน 1 ปีสูงเกินจริง แต่กลับประเมินสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ใน 10 ปีข้างหน้าต่ำเกินไป”
“โฟกัส” คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ ช่วง 20-30 ช่วงนี้ลองเลย ล้มแล้วลุกให้ไว แต่พอเริ่มเข้า 30++ ลองเลือกเป้าหมายหลักแค่หนึ่งหรือสองอย่าง แล้วทุ่มให้สุด เพราะในชีวิตจริงเราทำได้ไม่ทุกอย่างและการจะสร้างสิ่งพิเศษต้องแลกมาด้วยการเสียสละบางอย่างเสมอ
คนส่วนใหญ่มักเลือกอาชีพตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ จึงไม่แปลกที่บางครั้งจะเลือกผิด ต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะรู้ว่าตัวเองเก่งอะไรและรักอะไรจริง ๆ
วางเสียงคนอื่นไว้ข้างหลัง แล้วมองหาจุดแข็งและสิ่งที่เราทำได้ดี (ถ้าเป็นสิ่งที่ชอบด้วยยิ่งดี แต่เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีและมีคนจ่ายเงินเพื่อทักษะเหล่านั้นก่อน) จากนั้นสร้างชีวิตที่หมุนรอบสิ่งเหล่านั้น
เราจะล้มหลายครั้ง เริ่มใหม่หลายครั้ง และนั่นคือชีวิต
✅ 7. ‘ความสำเร็จ’ จะเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ เป็นเรื่องปกติ
เฮ้อออ….ช่างมันเหอะ อย่าไปยึดติดกับคำนี้มาก ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาคำนี้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด และเราอาจจะไม่รู้จริงๆ ก็ได้ว่าเราต้องการอะไรในช่วงเวลานั้น
เรามีความฝัน มีเป้าหมาย ลงมือทำไปสักพักอาจจะรู้สึกว่า ‘เฮ้ย…ไม่ใช่วะ’ ก็เปลี่ยนครับ
ผมเคยฝันว่าความสำเร็จของการเป็นนักเขียนคือการเป็น J.K Rowling หรือ Adam Grant ที่มีชื่อเสียง ไปที่ไหนก็มีแฟนๆ มาห้อมล้อมขอลายเซ็น พอทำมาเกินสิบปี ผมกลับมองคำว่า ‘ความสำเร็จ’ ต่างออกไป
มันคือการได้นั่งอยู่กับความคิดของตัวเอง เรียบเรียงสิ่งที่ฟุ้งๆ ในหัวออกมาเป็นตัวหนังสือ สร้างผลงานที่มีคุณภาพเพื่อให้คนอ่านได้ประโยชน์จากงานเขียนตรงนั้นจริงๆ
ล่าสุดที่ไปงานหนังสือมีน้องคนหนึ่งมาบอกว่า ‘หนูอ่านหนังสือพี่ไป 20 รอบ หนูชอบมันมาก มันช่วยให้หนูผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถามในชีวิตเลย’ นี่แหละครับความสำเร็จ สำหรับผมตอนนี้
✅ 8. ฝันไหนบ้างที่ต้องปล่อยให้ตายไป
อันนี้ก็สำคัญครับ เมื่อผ่านเข้าสู่ช่วง 30 เราจะเริ่มเห็นความเป็นไปได้ในเส้นทางชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องตัดสินใจปล่อยความฝันบางอย่างที่เป็นไปไม่ได้ (หรือยังเป็นไปไม่ได้ตอนนี้) ทิ้งไป
อย่าปล่อยให้ความฝันกลายเป็นคุกในจินตนาการที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังตัวเอง
ถ้าเป็นไปไม่ได้ต้องยอมปล่อย ถ้ามันไม่ใช่ต้องยอมปล่อย และบ่อยครั้งการปล่อยมือจากสิ่งเหล่านี้จะช่วยปลดน้ำหนักที่เราแบกเอาไว้บนบ่าให้เบาลงด้วย
เป้าหมายบางอย่าง แม้เราจะพยายามมากแค่ไหน หรือกัดฟันมาเป็นสิบๆ ปี ถ้ามันไม่ใช่หรือไม่ได้ ต้องมองตามความเป็นจริงครับ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่พยายามจะประสบความสำเร็จ แต่คนที่สำเร็จต้องมีความพยายามอย่างหนักทุกคน แต่เราพยายามกับเป้าหมายใหม่ได้ (ปกติจะตั้งเวลาให้ตัวเองเช่น 3 ปี 5 ปี แล้วดูว่าเป็นไปได้แค่ไหน ถ้าไม่ได้ควรเลิก)
✅ 9. บางเรื่องคุณอาจจะไม่ผิด แต่คุณต้องรับผิดชอบกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณอยู่ดี
เรื่องนี้อาจจะยากที่จะยอมรับหน่อยในตอนแรก แต่เมื่อรับความจริงข้อนี้ได้ ความคิดคุณจะโตขึ้นไปอีกระดับเลย เพราะชีวิตแม่งไม่แฟร์ครับ คำว่ายุติธรรม (เอาจริงๆ เหมือนยูนิคอร์นนิดหน่อยนะ) เหมือนจะมีอยู่จริง แต่จับต้องได้ยากสุดๆ
หลายเรื่องในชีวิตอาจจะไม่ใช่ความผิดคุณนะ เช่นวันนี้หัวหน้าอารมณ์เสียแล้วมาเหวี่ยงใส่คุณที่ทำงาน ความผิดคุณไหม? ก็ไม่ แต่ ‘การตอบสนอง’ ต่อเหตุการณ์นั้นคือ ‘ความรับผิดชอบของคุณ’
คุณจะเหวี่ยงกลับก็ได้ จะด่าก็ได้ จะไปนินทาลับหลังก็ได้ หรือจะพยายามเข้าใจ มองหาเหตุผล จะทำอะไรได้หมด นี่แหละคือความรับผิดชอบของคุณ และคุณแค่ต้องรับผลที่ตามมาให้ได้ด้วย
ชีวิตเป็นแบบนี้ เรากำหนดเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับเราไม่ได้ (และเชื่อสิ S**t แม่ง Happens เว้ย!) แต่เรากำหนดได้ว่าจะตอบสนองต่อเรื่องเหล่านั้นยังไง
✅ 10. ความเคารพและความรักจากคนอื่นซื้อไม่ได้ด้วยเงินหรือสิ่งของ
การใช้เงินซื้อของหรูหราอาจจะเป็นทางที่เร็วที่สุดที่ทำให้คนอื่นสนใจคุณ เพราะมันมองเห็นได้ในที่สาธารณะ แค่ใส่อวด ขับโชว์ แค่นี้ก็เจ๋งแล้ว วันนี้คนอาจจะสนใจ แต่พรุ่งนี้ละ? มะรืน? เดือนหน้า?
แล้วใครที่สนใจ? คนแปลกหน้าทั้งสิ้น แต่ถ้าเป็นคนใกล้ตัวเรา ที่รักและแคร์เราจริงๆ พวกเขาใช้ของเหล่านี้เพื่อวัดคุณค่าของเราไหม?
ภรรยาของผมจะรักผมมากขึ้นไหมถ้าผมขับรถคันใหม่ป้ายแดงเข้ามาในบ้าน แต่ไม่ได้เป็นสามีที่ดี ไม่ได้เป็นพ่อที่ดี ไม่ได้เคารพ รัก และดูแลช่วยเหลือเขา....ไม่หรอก
เหมือนที่ผมรักและเคารพ เตี่ยกับแม่ ไม่ใช่เพราะพวกเขาใช้ชีวิตหรูหราหรือใช้ของแพงแบรนด์เนม แต่รักและเคารพเขาเพราะทั้งคู่เป็นพ่อแม่ที่มั่นคง รักลูกอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆ เป็นคนดีในสังคม ไม่คดโกงใคร ทำงานหนัก สุจริต แค่นั้น
✅ 11. เห็นคุณค่าของเวลา และความสัมพันธ์
บทเรียนที่ใหญ่และมีค่าที่สุดคือการรู้ว่ายิ่งแก่ตัว เวลายิ่งเดินเร็วขึ้น แต่ละวันจะผ่านไปอย่างรวดเร็วแบบที่กะพริบตาทีเดียวก็ผ่านไปหนึ่งปี ห้าปี สิบปีแล้ว เพราะฉะนั้นให้เห็นความสำคัญของเวลาเสมอ เวลานัดใครอย่าไปสาย เวลาอยู่กับลูกๆ สามีภรรยา พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิทให้ใช้เวลากับพวกเขา ไม่ใช่จ้องหน้าจอ
สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ลงทุนกับประสบการณ์ที่จะเป็นปันผลในช่วงบั้นปลายชีวิต (เราจะคิดถึงมันและมันจะมีค่ามาก ในวันที่เราไปไหนไม่ได้แล้ว รูปถ่ายเหล่านั้น ถ่ายไปเถอะ หากพอมีเงินบ้าง อยากเที่ยวก็ไปเที่ยวเถอะ)
ขอให้เป็นวันที่ดี หวังว่าบทเรียนเหล่านี้จะมีประโยชน์ เจอกันอีกทีปีหน้า 😉
[ #เก่งแบบเป็ด 🦆]

ข้อคิดดี ๆ
20/10/2025

ข้อคิดดี ๆ

“หมอคะ แม่เห็นเด็กที่รร.ลูก เขาไปสอบ TEDET เพชรยอดมงกุฎ สอวน. แม่แน่ใจนะว่าถ้าลูกแม่ไปสอบต้องทำได้ดีแน่ๆ แต่ลูกแม่เขาบอกว่าไม่อยากสอบ เขาเหนื่อย สอบในโรงเรียนก็เยอะแล้ว อยากมีเวลาพักบ้าง หมอว่าแม่ควรบังคับให้เขาไปสอบมั้ย หรือปล่อยไปดีคะ”

เป็นคำถามจากคุณแม่คนหนึ่ง


หมอมักจะเจอผู้ปกครองที่บอกว่า “ลูกเก่งนะ แต่ไม่ยอมไปสอบแข่งขันอะไรเลย” แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็น ‘ปัญหา’ ที่ต้องแก้

แต่ในความเป็นจริง หมอมักจะบอกพ่อแม่ว่า “ถ้าเขาไม่อยากไปสอบอะไรที่มันไม่จำเป็น เป็นการสอบพิเศษ Extra ต่างๆ ถ้าเขาไม่อยากไปสอบ ก็ไม่ต้องบังคับค่ะ”

เพราะเด็กยุคนี้สอบเยอะอยู่แล้ว ทั้งสอบย่อย สอบกลางภาค ปลายภาค สอบเข้า สอบวัดระดับ สอบแข่งขันในห้องเรียน ฯลฯ


จริงๆ แล้ว สิ่งที่เด็กต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่ ‘สนามใหม่ให้แข่ง’ แต่คือ ‘พื้นที่ให้พักหายใจ’

การแข่งขันไม่ได้ผิด แต่เราควรถามตัวเองว่า “เราพาเขาไปแข่ง เพื่ออะไร?”

ถ้าเพื่อให้เขาได้ลองสิ่งใหม่ ได้ฝึกความกล้า ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ นั่นดีมาก

แต่ถ้าอยากให้ลูกไปสอบ เพื่อให้พ่อแม่รู้สึกภาคภูมิใจ หรือกลัวว่าลูกจะ “ไม่ทันคนอื่น” อันนี้อาจต้องหยุดคิดสักนิด

เพราะการสอบเยอะๆ แม้จะดูเหมือนเป็นโอกาส แต่มันก็สร้างแรงกดดันและความเครียดได้ โดยเฉพาะกับเด็กที่ยังไม่พร้อม หรือไม่สนใจด้านนั้นจริงๆ

สิ่งที่สำคัญกว่ารางวัล หรือคะแนนสอบ คือการที่เด็กมีเวลาผ่อนคลายอย่างเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ ตรงนี้จะทำให้เด็กยังรู้สึกว่า “การเรียนรู้เป็นเรื่องน่าสนุก” และ “ฉันมีพลังใจที่จะอยากพัฒนาตัวเองต่อ”

แรงบันดาลใจแบบนี้จะอยู่กับเขาไปได้นานกว่าเหรียญรางวัลหรือใบประกาศไหนๆ


อยากบอกพ่อแม่ว่า ‘ความท้าทาย’ ไม่ได้มีแค่ในสนามสอบ

บางครั้ง...มันอยู่ในความพยายามเล็กๆ ในการรู้จักตัวเอง เรียนรู้โลก และเติบโตอย่างเข้าใจ

ไม่ต้องแข่งทุกสนามก็ได้ ขอแค่ได้ “เดินในสนามของตัวเอง” อย่างมีความสุข นั่นก็ถือว่าชนะไปแล้ว

เพราะพ่อแม่ที่เข้าใจ คือแรงสนับสนุนที่ดีที่สุดของลูกเสมอ

#หมอมินบานเย็น
#ข้อคิดจากห้องตรวจจิตเวชเด็ก

19/10/2025

ไม่น่าเชื่อเกือบ 6 ปี
อนุบาลอุบล
NIP
สาธิต ประสานมิตร
สถานีต่อไปทีไหนดีน้าาาา
ปิดเทอมเจอกันที่ อบ 3 วัน แต่ไม่ใช่ Eng พื้นฐานฟิสิกส์รัวๆ

19/10/2025

อยากเปลี่ยนชื่อเพจเป็นภาษาอังกฤษกับครูอินโทรเวิร์ต😂😂

ที่อยู่

MD Tutor
Ubon Ratchathani

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ภาษาอังกฤษ ครูเตยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง ภาษาอังกฤษ ครูเตย:

ทางลัด

แชร์

ประเภท