24/09/2021
“การบ้าน"
ก่อนอื่นเราควรเข้าใจก่อนว่า จุดประสงค์ของการทำการบ้านควรมี 2 ข้อ ได้แก่...
(1) "เด็กต้องทำการบ้าน” เพราะเขายังไม่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นจึงมาฝึกด้วยการบ้าน ถ้าเขาทำผิดก็แค่สอนเขาในสิ่งที่ถูก ผู้ใหญ่ต้องใจเย็นให้มากๆ อย่าเปรียบเทียบลูกกับลูกบ้านอื่น
เด็กบางคนอาจจะเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เรียน
ในขณะที่เด็กบางคนอาจจะเข้าใจหลังจากการทำซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ ผู้ใหญ่ควรให้โอกาส และอย่าเพิ่งตัดสินเขา
สิ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอ คือ "เด็กทุกคนเรียนรู้ได้ แต่จะเรียนรู้ได้เมื่อไหร่ และด้วยวิธีไหน เท่านั้นเอง"
(2) "การบ้าน" มีไว้เพื่อฝึกวินัย ความรับผิดชอบ และการควบคุมตนเอง แค่เด็กยอมมานั่งทำการบ้านของเขา ควบคุมตนเองให้ทำการบ้านให้เสร็จก่อนไปเล่น (อดเปรี้ยวไว้กินหวาน) เพียงเท่านี้จุดประสงค์ข้อนี้ก็ประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ผู้ใหญ่อาจจะลืมไป เพราะเรามัวแต่มองผลลัพธ์ หรือ ความถูกต้องเป็นสำคัญ
"กระบวนการหาผลลัพธ์ สำคัญกว่าผลลัพธ์ที่ได้มา”
**********
แต่ในวันที่ "การบ้านที่ไม่เหมาะสม”
ทำให้งานของลูกกลายเป็นความทุกข์ของพ่อแม่
(1) "การบ้านที่มีเนื้อหายากเกินวัยของเด็ก หรือ ยากเกินความสามารถของเขา”
กรณีที่ 1 เด็กไม่เข้าใจบทเรียนนั้น แต่ยังสามารถเรียนรู้ได้อยู่
เด็กอาจรู้สึกท้อได้ เพราะไม่สามารถทำการบ้านด้วยตนเองเนื่องจากไม่เข้าใจบทเรียน
ดังนั้นเราสามารถช่วยเหลือเขาได้ โดยทำให้เขาดู แล้วตั้งโจทย์เพิ่มให้เขาลองด้วยตนเองหลังจากดูเราทำ
กรณีที่ 2 การบ้านนั้นยากเกินวัยของเด็กไปมาก
แต่ถ้าการบ้านนั้นยากเกินไปมากๆ (ไม่เหมาะกับวัยของเด็ก) และคุณแม่คุณพ่อช่วยเหลือไม่ได้ ถามลูกว่า "เราไปคุยกับคุณครูด้วยกันไหม?" หรือ "อยากปรึกษาเพื่อน ครอบครัวอื่นไหม ว่าเขาทำอย่างไร?”
ในกรณีนี้ สุดท้ายหากเด็กไม่เข้าใจ พ่อแม่และผู้ใหญ่ไม่ควรกดดันหรือบีบบังคับให้เขาต้องพยายามต่อ เพราะเรากำลังคาดหวังเด็กเกินวัยของเขา การที่เขาทำไม่ได้ เขาไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด และสิ่งที่เราทำได้ คือ
“การพูดคุยกับทางครูผู้สอน” เมื่อคุณครูเข้าใจและปรับลดเนื้อหาลงให้เหมาะสมกับวัย ปัญหาในส่วนนี้จะหายไป แต่ถ้าคุณครูไม่สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับวัยของลูกได้ พ่อแม่และผู้ใหญ่ควรปล่อยวาง และให้ลูกได้ฝึกฝนเนื้อหาตามวัยของเขา
กรณีที่ 3 เด็กไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากการควบคุม (Self control) ท่ีมีไม่มากพอ ในกรณีนี้ผู้ใหญ่จำเป็นต้องลงไปให้ความช่วยเหลือ
วิธีการที่ง่ายที่สุด คือ “การย่อยงาน (Task analysis)”
นำงานที่ “ยาก” และ “เยอะ” มาแบ่งให้เป็นงานย่อยๆ เพื่อให้เด็กๆ ใช้เวลาจดจ่อสั้นลง และประสบความสำเร็จบ่อยขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น การบ้านต้องอ่านหนังสือ 1 บทซึ่งมีจำนวน 10 หน้า
ผู้ใหญ่สามารถแบ่ง 1 บทนั้นให้เป็นสามช่วง
ช่วงแรก อ่าน 5 หน้าแรก
เบรก 5-10 นาที (ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม หากใช้เวลาอ่านนาน ก็เบรกนานหน่อย)
ช่วงที่สอง อ่าน 5 หน้าสุดท้าย
เบรก 5-10 นาที
ช่วงที่สาม พูดคุยและทำความเข้าใจสิ่งที่อ่านมาไปกับลูก
(จบ)
ซึ่งแต่ละช่วงที่เด็กๆ ทำได้ เขาจะรู้สึกถึง “ความสำเร็จ” และ “ความเป็นไปได้”
ระหว่างที่เด็กๆ อ่าน ผู้ใหญ่อาจจะอ่านไปกับเขาด้วย เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหากับลูก
**********
(2) “การบ้านที่อาจจะเหมาะสมกับวัย แต่มีปริมาณที่เยอะเกินไป”
Harris Cooper (2015) ศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาและประสาทวิทยาของมหาวิทยาลัยดุกซ์ แนะนำว่า “เวลาโดยเฉลี่ยที่เหมาะสมกับการให้เด็กวัยเรียน (6 ปี) ได้ฝึกฝนเนื้อหาที่เรียนไปในแต่ละวันเริ่มต้นที่ 10 นาที ซึ่งในชั้นเรียนถัดไปจะเพิ่มชั้นละ 10 นาที ไปเรื่อยๆ"
ดังนั้น ในเด็กประถม 1 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 10 นาที ต่อวัน
ในเด็กประถม 2 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 20 นาที ต่อวัน
ในเด็กประถม 3 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 30 นาที ต่อวัน
ในเด็กประถม 4 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 40 นาที ต่อวัน
ในเด็กประถม 5 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 50 นาที ต่อวัน
ในเด็กประถม 6 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 60 นาที ต่อวัน
และพอเด็กๆ ขึ้นชั้นมัธยม 1 ควรใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยไม่เกิน 1.10 ชั่วโมง ต่อวัน
เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนในเด็กก่อนวัยเรียน หรือ เทียบเท่ากับเด็กอนุบาล
ด้วยเหตุนี้ปริมาณงานที่มากเกินไปนี้ อาจจะไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของพัฒนาการตามวัยของเด็ก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเครียดทั้งตัวเองเด็กและคุณพ่อคุณแม่ ผู้ใหญ่จึงควรช่วยกันดูแลปริมาณให้เหมาะสม
**********
(3) “เรียนมากเกินไป เล่นน้อยเกินไป”
ในเด็กบางคนอาจจะมีเรียนพิเศษเพิ่มเติมนอกจากเวลาเรียนปกติ ทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ และเหนื่อยล้าจากการเรียนที่มากเกินพอดี ตรงนี้พ่อแม่ควรพิจารณาลดเวลาเรียนให้เหมาะสม และควรเพิ่มเวลาเล่นให้มากขึ้น
**********
สรุป "งานที่เหมาะสมกับวัย”
สำหรับเด็กปฐมวัย 0-6 ปี “การบ้าน” ที่สำคัญที่สุด คือ “การเล่น” และ “การช่วยเหลือตัวเอง”
สำหรับเด็กวัยอื่นให้พิจารณาจาก
(1) งานนั้นเด็กสามารถทำด้วยตัวเองได้หรือไม่ เพราะงานที่เหมาะสมกับวัยเด็กควรทำได้ด้วยตนเองเพื่อทบทวนสิ่งที่เรียนมา
(2) ระยะเวลาที่ทำงานนั้นไม่มากจนเกินกว่าที่วัยของเขาจะรับไหว (เกณฑ์ระยะเวลาอยู่ในบทความข้างต้น)
(3) ความพร้อมและข้อจำกัดของตัวเด็กและแต่ละบ้าน ตรงนี้เอาที่ลูกไหว พ่อแม่ไหว
"ไม่เป็นไรเลยที่หยุดพัก และเริ่มใหม่เมื่อพร้อม"
ขอส่งพลังใจให้กับทุก ๆ บ้านนะคะ
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
อ้างอิง
Cooper, H. The Battle Over Homework: Common Ground for Administrators, Teachers, and Parents. New York, Carrel Books, 2015.