นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความรู้เเละการเเสดงเกี่ยวกับนาฏศิ?

เซิ้งบั้งไฟ
17/09/2015

เซิ้งบั้งไฟ

ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำ
17/09/2015

ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำ

ฟ้อนกะโป๋
17/09/2015

ฟ้อนกะโป๋

นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
17/09/2015

นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 #เซิ้งแหย่ไข่มดแดง อาหารอีสานส่วนใหญ่จะได้มาจากธรรมชาติ   ทั้งที่เป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยและพืชพันธุ์ต่างๆ  นับได้ว่าชาวอ...
12/09/2015

#เซิ้งแหย่ไข่มดแดง
อาหารอีสานส่วนใหญ่จะได้มาจากธรรมชาติ ทั้งที่เป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยและพืชพันธุ์ต่างๆ นับได้ว่าชาวอีสานเป็นนักกินผู้หนึ่งทีเดียว ไข่มดแดงนับเป็นอาหารประจำถิ่นอีสาน จนสามารถนำมาขายจนกลายเป็นอาชีพได้ ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์เห็นว่าควรจะอนุรักษ์อาชีพแหย่ไข่มดแดงนี้ในรูปของการแสดง จึงได้ทำการศึกษาถึงขั้นตอนการนำไข่มดแดงลงมาของชาวบ้าน โดยอาจารย์ประชัน คะเนวัน และอาจารย์ดรรชนี อุบลเลิศ เป็นผู้เขียนรายละเอียดของขั้นตอน การแหย่ไข่มดแดงโดยละเอียด การแสดงเซิ้งแหย่ไข่มดแดงนับเป็นการอนุรักษ์อาชีพของชาวอีสานอย่างหนึ่ง
เครื่องแต่งกาย ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วยหรือนุ่งโสร่งก็ได้ เสื้อคอกลมแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอว และใช้ผ้าขาวม้าโพกศีรษะ ฝ่ายหญิงสวมเสื้อแขนกระบอก ๓ ส่วนคอกลม ห่มสไบ นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่สั้นแค่เข่า
อุปกรณ์สำหรับการแสดง ครุใส่น้ำ ตะกร้าผูกปลายไม้ยาว ผ้าสำหรับกวนมดแดง
เครื่องดนตรี ใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน ลายเซิ้ง

 #ฟ้อนภูไทภูไท หรือผู้ไท  เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่รองลงมาจากไทยและลาว  ตามตัวเลขที่มีปรากฏรำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพ...
12/09/2015

#ฟ้อนภูไท
ภูไท หรือผู้ไท เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่รองลงมาจากไทยและลาว ตามตัวเลขที่มีปรากฏรำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพวกผู้ไทอยู่ประมาณสองแสนคน กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดอยู่แถบลุ่มแม่น้ำโขงและเทือกเขาภูพาน ได้แก่ จังหวัดนครพนม สกลนคร เลย และกาฬสินธุ์

ผู้ไทเป็นคนที่ทำงานขยันขันแข็ง มัธยัสถ์ และโดยทั่วไปแล้วเจริญก้าวหน้ามากกว่าพวกไทย-ลาวที่อยู่ใกล้เคียง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่พัฒนาได้เร็ว นอกจากนี้ยังปรากฏว่าชาวผู้ไทยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมของตนไว้ได้มากกว่าชนกลุ่มอื่นๆ คนผู้ไทนั้นเป็นชาติพันธุ์ที่มีหน้าตาสวยงาม ผิวพรรณดี กิริยามารยาทแช่มช้อย มีอัธยาศัยไมตรีดีด้วย

การฟ้อนภูไทนี้ เป็นการละเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวผู้ไท เดิมที่นั้นการร่ายรำแบบนี้เป็นการร่ายรำเพื่อถวายพระธาตุเชิงชุมแต่อย่างเดียว ต่อมาได้ใช้ในงานแสดงในงานสนุกสนาน รื่นเริงต่างๆด้วย

การแต่งกาย
ชายนุ่งกางเกง ใส่เสื้อคอกลม มีผ้าขาวม้าคาดพุง และมีผ้าพันศีรษะ เป็นผู้เล่นดนตรีประกอบการฟ้อน หญิงแต่งตัวแบบพื้นเมืองเดิม เกล้ามวยผม ใส่เล็บยาว ผูกแถบผ้าสีแดงบนมวยที่เกล้าไว้

ดนตรี
เครื่องดนตรีประกอบที่ใช้ในการเล่น ประกอบด้วย กลองสั้น กลองยาว ตะโพน ม้าล่อรำมะนา แคน ฉิ่ง ฉาบ

 #ฟ้อนเก็บฝ้ายเป็นการแสดงที่สื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของชาวไทอีสานโดยเฉพาะชาวไทเลยและชาวไทในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ม...
12/09/2015

#ฟ้อนเก็บฝ้าย

เป็นการแสดงที่สื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของชาวไทอีสานโดยเฉพาะชาวไทเลยและชาวไทในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีการทอผ้าฝ้ายมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก
ฟ้อนเก็บฝ้าย ได้ประดิษฐ์คิดค้นการแสดงโดย คณาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ได้ออกทำการแสดงเผยแพร่ครั้งแรกในงาน ?ดอกฝ้ายบานที่เมืองเลย? แสดงให้เห็นถึงการเก็บดอกฝ้ายของหญิงสาวชาวบ้าน โดยจะมีชายหนุ่มเข้ามาหยอกล้อในระหว่างกำลังที่ตากฝ้ายและช่วยถืออุปกรณ์ในตอนท้ายอีกด้วย

การแต่งกาย

- หญิง สวมเสื้อแขนกระบอกสีดำตัดขอบแดง ใช้ผ้าแพรวาแดงมัดศีรษะและปล่อยชายมาด้านซ้าย นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่สลับจกสีดำ สะพายกระหยัง และสวมเครื่องประดับเงิน
- ชาย สวมเสื้อย้อมครามแขนสั้น นุ่งกางเกงขาก๊วย ใช้ผ้าแพรขิดแดงโพกศีรษะและมัดเอว

 #ฟ้อนดึงครกดึงสากพิธีกรรมการดึงครกดึงสาก เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับฝนฟ้า ซึ่งมักจะประกอบพิธีในช่วงปลายฤดูแล้ง เพื่อเป...
12/09/2015

#ฟ้อนดึงครกดึงสาก

พิธีกรรมการดึงครกดึงสาก เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับฝนฟ้า ซึ่งมักจะประกอบพิธีในช่วงปลายฤดูแล้ง เพื่อเป็นการเสี่ยงทายว่าในปีที่ทำการเสี่ยงทายนั้นจะมีปริมาณน้ำฝนมากน้อย พอเพียงต่อการทำนาหรือไม่ การประกอบพิธีกรรมการดึงครกดึงสากจะต้องมีอุปกรณ์ คือ ครกมอง สากตำข้าว และเชือกเพื่อผูกสากตำข้าวในการดึงเสี่ยงทาย โดยจะมีผู้ดึงฝ่ายชายด้านหนึ่งและฝ่ายหญิงอีกด้านหนึ่ง และจะมีขจ้ำหรือผู้ติดต่อวิญญาณเป็นผู้ตั้งครกไว้ตรงกลางหมู่บ้าน และเมื่อขจ้ำทำพิธีป่าวสักเคหรือพิธีการอัญเชิญเทวดา ก็จะบอกให้ผู้ร่วมพิธีดึงเชือกที่ผูกสากตำข้าว(ลักษณะเหมือนกับการดึงชักเย่อ)หากสากตำข้าวแตะที่ขอบครกด้านใด ถือว่าด้านนั้นเป็นผู้ชนะและจะทำนายตามผลที่จะออกมานั้น เช่น ในปีนั้นได้กำหนดว่า ถ้าฝ่ายชายชนะ ถือว่าปีนั้นน้ำท่าจะไม่บริบูรณ์ ถ้าฝ่ายหญิงชนะก็แปลว่าน้ำท่าในการทำนาจะบริบูรณ์ดี เป็นต้น

?ฟ้อนดึงครกดึงสาก? ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2525 โดยเหล่าคณาจารย์จาก วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ได้แก่ อ.จีรพล เพชรสม, อ.ฉวีวรรณ พันธุ (ดำเนิน), อ.ทองคำ ไทยกล้า, อ.ทรงศักดิ์ ประทุมศิลป์ และอ.ทองจันทร์ สังฆะมณี โดยทำการลงพื้นที่เก็บข้อมูล การทำพิธีกรรมดึงครกดึงสาก จากชุมชนชาวไทลาว บ้านเมืองทอง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่ง อ.ทองคำ ไทยกล้าและ อ.ทรงศักดิ์ ประทุมศิลป์ เป็นผู้คิดลายเพลง อ.ฉวีวรรณ พันธุ (ดำเนิน)เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย และอ.ทองจันทร์ สังฆะมณีเป็นผู้ปรับปรุงตกแต่งและจัดรูปแบบ คัดเลือกลายเพลง, การแต่งกายและความกลมกลืนในรูปแบบศิลปะโดยอ.จีรพล เพชรสม

ท่าฟ้อนที่ได้นำมาใช้ ได้แก่ ท่าถวยแถน ท่าแฮ้งตากขา ท่ากาตากปีก ท่าคนขาแหย่ง ท่ามวยไทย ท่าอีแหลวเซิ่นเอาไก่น้อย ท่าควายเถิกใหญ่เล่นชนกัน ท่ายูงลำแพน ฯลฯ

 #ฟ้อนกะโป๋* (*ปัจจุบัน วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ดมีความเห็นควรว่า คำว่า"เซิ้ง"ไม่ได้มีความหมายถึงการฟ้อนรำของชาวอีสาน เพรา...
12/09/2015

#ฟ้อนกะโป๋*

(*ปัจจุบัน วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ดมีความเห็นควรว่า คำว่า"เซิ้ง"ไม่ได้มีความหมายถึงการฟ้อนรำของชาวอีสาน เพราะ เซิ้ง คือการขับกาพย์ ซึ่งมักจะมีการฟ้อนประกอบด้วย ไม่นับเป็นการร่ายรำ

ดังนั้น จึงได้บัญญัติคำว่า "ฟ้อน" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกกริยาการฟ้อนรำของชาวอีสาน ชุดการแสดงใดๆที่เคยเรียกว่า เซิ้ง ก็เปลี่ยนมาเป็น ฟ้อน เช่น เซิ้งแหย่ไข่มดแดง เปลี่ยนเป็น ฟ้อนแหย่ไข่มดแดง ยกเว้น เซิ้งบั้งไฟและเซิ้งนางด้ง เพราะเป็นการแสดงเซิ้งอย่างตรงตัวอยู่แล้ว

กะโป๋ คือกะลามะพร้าว ชาวอีสานรู้จักการใช้ประโยชน์จากกะลามะพร้าวมาเป็นวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระบวยตักน้ำ และสามารถทำเป็นเครื่องดนตรี เช่น พิณกระแสเดียว และซอของชาวอีสานใต้ เป็นต้น

ฟ้อนกะโป๋ เป็นการแสดงที่ได้ดัดแปลงมาจากการละเล่นของชาวอีสานใต้ ซึ่งได้แก่ในบริเวณจังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีษะเกษ เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริง โดยใช้กะลาที่ขัดผิวจนมันเป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะ และที่น่าสังเกตคือ ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีการละเล่นเกี่ยวกับการเคาะกะลาเช่นเดียวกัน

ฟ้อนกะโป๋ในแบบฉบับวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ได้นำการแสดงชุด ระบำกะลา ของชาวอีสานใต้มาดัดแปลงให้เป็นรูปแบบนิยมของอีสาน เนื่องจากว่า ระบำกะลา มีจังหวะและท่วงทำนองท่าช้าเนิบนาบ จึงได้แต่งดนตรีขึ้นใหม่ให้มีจังหวะที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยนำเอาแต่งลายดนตรีมาผสมกับลายเพลงพื้นเมืองอีสานใต้ ได้แก่ ทำนองเจรียงซันตรู๊จน์ จนได้ทำนองเพลงที่เป็นลักษณะเฉพาะในการแสดงชุด ?ฟ้อนกะโป๋?

การแต่งกาย
- หญิง สวมเสื้อแขนกระบอก ใช้สไบขิดเฉียงไหล่ซ้ายแล้วไปมัดที่เอวด้านขวา นุ่งโจงกระเบน มีผ้าผืนยาวมัดเอว ผมเกล้ามวยประดับดอกไม้ สวมเครื่องประดับเงินประเกือม
- ชาย สวมเสื้อผ้าแพรแขนสั้น นุ่งโจงกระเบน ใช้ผ้าสไบขิดพาดไหล่ มีผ้าผืนยาวมัดเอว สวมสร้อยคอและกำไลเงิน

 #ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำเป็นการฟ้อนที่ได้ตัดตอนเนื้อหามาจากวรรณกรรมพื้นเมืองอีสาน-ล้านช้าง เรื่อง ?ท้าวสีทน-มโนราห์? หรือในท...
12/09/2015

#ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำ

เป็นการฟ้อนที่ได้ตัดตอนเนื้อหามาจากวรรณกรรมพื้นเมืองอีสาน-ล้านช้าง เรื่อง ?ท้าวสีทน-มโนราห์? หรือในท้องที่ภาคกลางของไทยรู้จักในเรื่อง ?พระสุธน ? มโนราห์? อันเป็นเรื่องที่มีเค้ามาจากชาดกทางพระพุทธศาสนา จึงเป็นวรรณกรรมที่แพร่หลายอย่างมากทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำ ได้เลือกเอาตอนหนึ่งมาแสดงคือ ตอนที่นางมโนราห์และพี่ทั้งหกตน ลงจากเขาไกรลาสมาเล่นน้ำในสระอโนดาต เมื่อพรานบุญผ่านมาพบเข้าเห็นเหล่านางกินรีเล่นน้ำอยู่ จึงใช้บ่วงนาคบาทจับตัวนางมโนราห์ไป พี่ๆของนางมโนราห์ไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้ จึงต้องบินกลับเขาไกรลาสไป

ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำ ได้ประดิษฐ์คิดค้นการแสดงโดย คณาจารย์จาก วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด โดยมี อ.ทองคำ ไทยกล้า เป็นผู้จัดทำนองลายดนตรี อ.ทรงศักดิ์ ประทุมศิลป์ เป็นผู้ปรับปรุงตกแต่งความกลมกลืนของท่าฟ้อนและทำนองลายเพลง อ.ฉวีวรรณ ดำเนิน(พันธุ) เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าฟ้อนและออกแบบเครื่องแต่งกายร่วมกับ อ.จีรพล เพชรสม

ท่าฟ้อนที่ใช้ในการแสดงชุด ฟ้อนมโนราห์เล่นน้ำ ได้แก่ ท่ายูงรำแพน ท่าสาวประแป้ง ท่าอุ่นมโนราห์ ท่าอาบน้ำ ท่าบัวหุบบัวบาน ท่าไซร้ปีกไซร้หาง ท่าตีกลองน้ำ ท่าบินโฉบ เป็นต้น
ดนตรี บรรเลงด้วยวงโปงลาง ลายลำเพลินแก้วหน้าม้า

การแต่งกาย

- นางมโนราห์ สวมเสื้อแขนสั้นสีขาวคล้ายเสื้อระบำลพบุรี นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่ยาวคลุมเข่าและรัดเอวด้วยผ้าสีเงิน สวมสร้อยคอเพชร มีปีกและหาง ผมเกล้ามวยประดับมงกุฎเพชร ที่นิ้วสวมเล็บทองเหลือง
- ตัวพี่ๆของนางมโนราห์ สวมเสื้อแขนสั้นสีเหลืองคล้ายเสื้อระบำลพบุรี นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่ยาวคลุมเข่าและรัดเอวด้วยผ้าสีทอง สวมสร้อยคอเพชร มีปีกและหาง ผมเกล้ามวยประดับมงกุฎเพชร ที่นิ้วสวมเล็บทองเหลือง

 #การเเสดงพื้นบ้านภาคอีสานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของภาคอีสานเป็นที่ราบสูง มีแหล่งน้ำจากแ...
12/09/2015

#การเเสดงพื้นบ้านภาคอีสาน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของภาคอีสานเป็นที่ราบสูง มีแหล่งน้ำจากแม่น้ำโขง แบ่งตามลักษณะของสภาพความเป็นอยู่ ภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกัน ประชาชนมีความเชื่อในทางไสยศาสตร์มีพิธีกรรมบูชาภูติผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแสดงจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และสะท้อนให้เห็นถึงการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี

การแสดงของภาคอีสานเรียกว่า เซิ้ง เป็นการแสดงที่ค่อนข้างเร็ว กระฉับกระเฉง สนุกสนาน เช่น เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งโปงลาง เซิ้งกระหยัง เซิ้งสวิง เซิ้งดึงครกดึงสาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ฟ้อนที่เป็นการแสดงคล้ายกับภาคเหนือ เช่น ฟ้อนภูไท (ผู้ไท) เป็นต้น

ที่อยู่

Surin
32000

เบอร์โทรศัพท์

+66934900460

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:

ทางลัด

แชร์

ประเภท