นิราศสุพรรณ

นิราศสุพรรณ

แชร์

เรียนภาษาไทยยังไงให้ไม่น่าเบื่อ
เด

Photos from นิราศสุพรรณ's post 27/02/2021

สำหรับใครที่สนใจอ่านโคลงนิราศสุพรรณฉบับเต็ม สามารถไปอ่านออนไลน์ได้แล้ววันนี้ สแกนเลย😊✨👇🏻👇🏻👇🏻👇🏻👇🏻👇🏻👇🏻

27/02/2021

พักเนื้อหามาฟังเพลงเพราะๆกันดีกว่า :สแกนเลย!

27/02/2021

สันพร้าหอม
ลักษณะทั่วไป : ต้นสันพร้าหอม จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกเนื้ออ่อนชนิดหนึ่ง มีอายุได้หลายปี ลำต้นตั้งตรง มีความสูงของต้นได้ประมาณ 70-120 เวนติเมตร โคนต้นเรียบเป็นมัน เกลี้ยง ตามลำต้นเป็นร่อง แต่จะค่อนข้างเกลี้ยงเล็กน้อย รากแก้วใต้ดินแตกแขนงมาก ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและการปักชำกิ่ง จัดเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนและชุ่มชื้น ความชื้นปานกลาง มีแสงแดดส่องปานกลางพบขึ้นบริเวณตามหุบเขาหรือลำธาร และพบปลูกมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน
ใบสันพร้าหอม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงกันเป็นคู่ ๆ ไปตามข้อของลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปมนรีหรือรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบแคบ ส่วนขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-9 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงเป็นสีเขียว หลังใบมีขนปกคลุม เส้นใบคล้ายรูปขนนก เมื่อขยี้ดมจะมีกลิ่นหอม ใบบริเวณโคนต้นจะมีขนาดใหญ่กว่าและแห้งง่าย
ดอกสันพร้าหอม ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น คล้ายซี่ร่ม ช่อดอกยาวได้ประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ก้านช่อดอกมีขนขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น ก้านหนึ่งมีประมาณ 10 ช่อ เรียงติดกัน 2-3 แถว แถวด้านนอกมีขนาดสั้นกว่าแถวด้านใน ในช่อหนึ่ง ๆ จะมีดอกประมาณ 4-6 ดอก ลักษณะของดอกเป็นรูปทรงกระบอก ดอกมีสีแดงหรือสีขาว ดอกมีขนาดเล็ก ดอกยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ปลายแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก มีกลีบเลี้ยงสีม่วงแดง ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน อยู่ใจกลางดอก
ผลสันพร้าหอม ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนานแคบหรือรูปทรงกระบอก ผลเป็นสีดำ มีสัน 5 สัน ผลยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร เมื่อสุกผลจะแห้งเป็นสีน้ำตาลอมดำ

สรรพคุณ : ทั้งต้นมีรสเผ็ด มีกลิ่นหอม เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อม้ามและกระเพาะอาหาร ใช้เป็นยาขับน้ำชื้นในร่างกาย ทั้งต้นมีสรรพคุณเป็นยาบำรุง ทั้งต้นนำมาบดให้เป็นผง ทำเป็นชาสำหรับชงดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ทำให้เลือดไหลเวียนดี และช่วยแก้อาการวิงเวียน ช่วยทำให้เจริญอาหาร ใช้เป็นยาแก้พิษเบื่ออาหาร ใบมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ตัวร้อนจัด ไข้แดด ช่วยแก้อาการปวดท้อง ปวดกระเพาะ กระเพาะลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ใช้เป็นยาช่วยขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้สตรีประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1/

27/02/2021

ขลู่
ลักษณะทั่วไป : ต้นขลู่ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ขึ้นเป็นกอ ๆ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นความสูงประมาณ 0.5-2 เมตร ลำต้นกลม เปลือกต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลแดงหรือเขียว ที่ลำต้นและกิ่งก้านมีขนละเอียดขึ้นปกคลุม โดยเป็นพรรณไม้ที่ชอบดินเค็มมีน้ำขังตามหนองน้ำ มักขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ตามริมห้วยหนอง หรือตามหาดทราย ด้านหลังป่าชายเลน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด และวิธีการปักชำ ด้วยการตัดลำต้นชำลงดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่ม สามารถปลูกขึ้นได้ง่ายและไม่ต้องการการดูแลรักษาแต่อย่างใด
ใบขลู่ ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ใบมีขนาดเล็กและมีกลิ่นฉุน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับหรือรูปรี ปลายใบแหลมหรือมีติ่งสั้น ๆ ปลายใบมีขนาดใหญ่กว่าโคนใบ โคนใบสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันและแหลม โดยรอบมีขนขาว ๆ ขึ้นปกคลุม ใบมีความกว้างประมาณ 1.5-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 2.5-9 เซนติเมตร เนื้อใบมีลักษณะบางคล้ายกระดาษ ใบค่อนข้างแข็งและเปราะ หลังใบและท้องใบเรียบเป็นมัน ค่อนข้างเกลี้ยง และไม่มีก้านใบหรือมีก้านใบสั้นมาก
ดอกขลู่ ออกดอกเป็นช่อฝอยสีขาวนวลหรือสีม่วง โดยจะออกตามปลายยอดหรือตามง่ามใบ ดอกมีลักษณะกลมหลายช่อมารวมกัน ดอกมีลักษณะเป็นฝอยสีขาวนวลหรือสีขาวอมม่วง กลีบของดอกแบ่งออกเป็นวงนอกและวงใน โดยกลีบดอกวงนอกจะสั้นกว่ากลีบดอกวงใน ดอกวงนอกกลีบดอกจะยาวประมาณ 3-3.5 มิลลิเมตร ส่วนดอกวงในกลีบดอกจะมีลักษณะเป็นรูปท่อยาวประมาณ 4-6 มิลลิเมตร ปลายจักเป็นซี่ฟันประมาณ 5-6 ซี่ ภายในมีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียสีขาวอมม่วงขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก ปลายกลีบดอกหยักเป็นซี่ฟัน 5-6 หยัก ส่วนอับเรณูตรงโคนจะมีลักษณะเป็นรูปหัวลูกศรสั้น ๆ และท่อเกสรเพศเมียจะมีแฉก 2 แฉกสั้น ๆ ก้านช่อดอกมีความยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ส่วนดอกย่อยไม่มีก้านดอก ริ้วประดับมีลักษณะแข็งและเป็นสีเขียว เรียงกันประมาณ 6-7 วง วงด้านนอกนั้นจะมีลักษณะเป็นรูปไข่ ส่วนวงด้านในจะมีลักษณะคล้ายรูปหอกแคบและตรงปลายจะแหลม
ผลขลู่ ผลเป็นผลแห้งไม่แตก มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 0.7 มิลลิเมตร ผลมีสันหรือเหลี่ยม 10 สัน มีรยางค์ไม่มาก สีขาว ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร แผ่กว้าง ส่วนเมล็ดขลู่จะมีลักษณะเป็นฝอยเล็ก ๆ เมื่อแก่จะปลิวไปตามลม

สรรพคุณ : ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ใบนำมาต้มกับน้ำอาบจะช่วยบำรุงประสาท ทั้งต้นนำมาต้มกินเป็นยารักษาโรคเบาหวาน ส่วนใบก็ใช้ชงดื่มเป็นน้ำชาก็มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวานได้เช่นกัน ใบใช้ชงดื่มแทนน้ำเป็นชา มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ใบสดแก่และรากใช้เป็นยาแก้กระษัย
ช่วยรักษาโรคตานขโมย ช่วยแก้ตานซางในเด็ก เข้าใจว่าใช้ใบชงดื่มแทนน้ำชา ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรควัณโรคที่ต่อมน้ำเหลือง ขลู่ใช้ปรุงเป็นยาต้มรับประทานแก้โรคเลือด ช่วยรักษาเลือดลม
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%88/

27/02/2021

หวายตะมอย
ลักษณะ : เป็นไม้เถาขนาดเล็กเลื้อยไปตามแผ่นหินผา หรือต้นไม้อื่น มีรากเกาะงอกออกตามข้อ เถากลม ขนาดปลายนิ้วก้อย เป็นปล้องๆ สีน้ำตาลเหลืองขาว ใบเดี่ยวรูปหอกเล็กเรียว ขนาดนิ้วก้อย สีเขียว ปลายแหลม โคนเป็นแผ่นห่อข้อ เกิดอยู่ตามป่าดงดิบเขาชื้น

สรรพคุณ : เถาและราก รสเย็นขื่น ดับพิษร้อน แก้ร้อนใน ถอนพิษไข้ แก้ไข้กาฬ แก้ซางชัก ฝนทาหรือต้มอาบแก้ฝีดาษ ทำให้แห้งไป ผสมการบูร เผาสูดเอาควันแก้หืด แก้มือเท้าเย็น ขับชีพจร
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://piromwaroon.blogspot.com/2013/08/blog-post_3.html?m=1

27/02/2021

พญามือเหล็ก
ลักษณะทั่วไป : ต้น เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นจะมีความสูงมาก
ใบ จะออกตรงข้ามกัน แต่ไม่มีใบเลี้ยง ลักษณะใบจะโตเป็นรูปไข่ ผิวใบเป็นมันมีความยาวประมาณ 8-20 ซม. คล้ายใบแสลงใจ
ดอก จะออกเป็นช่อสวยงามมาก
เมล็ด (ผล) จะมีลักษณะกลมโตเท่าผลส้มเกลี้ยง เป็นสีเหลืองอ่อนแกมสีน้ำตาล ส่วนเมล็ดนั้นจะมีลักษณะคล้ายก้อนกรวดโตประมาณ 2.5 ซม. และมีขนสีน้ำเงินปกคลุม เมล็ดจะมีรสขมมาก และถ้าแก่ก็จะแข็งมาก ผลหนึ่งจะมีเมล็ดประมาณ 12-24 เมล็ด

สรรพคุณ : แก่นและเนื้อไม้ รสขมเมาเล็กน้อย ดับไข้จับสั่น ดับพิษไข้ แก้กระษัย แก้โลหิต ลดความร้อน ฝนทาศีรษะ แก้รังแค
ราก รสขมเมา แก้ไข้เรื้อรัง แก้ไข้มาลาเรีย
เมล็ด แก้อหิวาตกโรค เป็นยาบำรุง แก้อัมพาต กระตุ้นประสาทไขสันหลัง เป็นยาเบื่อหนู สุนัข กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ
ใบ รสขมเมา แก้ฟกบวม
เปลือก แก้อหิวาตกโรค เป็นยาบำรุง แก้อัมพาต กระตุ้นไขสันหลัง
ไม่ระบุส่วนที่ใช้ ตัดไข้ ดับพิษกระษัยโลหิต เป็นยาอยู่ไฟ ดับพิษไข้ ดับพิษโลหิตไข้จับสั่นเรื้อรัง แก้ปวดบวม แก้ไข้เพื่อดี แก้ละเมอเพ้อพก
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://piromwaroon.blogspot.com/2013/02/blog-post_5587.html?m=1

26/02/2021

พระขรรค์ไชยศรี
ลักษณะทั่วไป : ไม้พุ่มรอเลื้อย
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 10-16 ซม. เนื้อใบเหนียว มีเส้นใบออกจากโคนใบไปจรดปลายใบ 3 เส้น
ดอกช่อแยกแขนงออกดอกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลือง
ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีส้ม มี 2 เมล็ด

สรรพคุณ : ลำต้นและใบ แช่น้ำ ทาแก้อาการชาตามแขนขา ทั้งห้า ผสมเปลือกต้นตูมกาขาวและผักบุ้งร้วมทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้มะเร็งตับ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นยาอันตราย หากใช้มากเกินไป จะทำให้เหงื่อออกมากจนอาจถึงตายได้
เถา รสเบื่อ เมา เย็น ขับเหงื่ิออย่างแรง แก้ไข้ ลดความร้อน **ใช้มากเป็นอันตราย
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://piromwaroon.blogspot.com/2013/02/blog-post_6362.html?m=1

26/02/2021

ลักกระจั่น
ลักษณะทั่วไป : ต้นจันผา จัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง หรือเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ 1.5-4 เมตร (ต้นโตเต็มที่อาจมีความสูงถึง 17 เมตร) เรือนยอดเป็นรูปทรงไข่ มีเรือนยอดได้ถึง 100 ยอด เมื่อต้นโตขึ้นจะแผ่กว้าง ลำต้นตั้งตรง กลม มีแผลใบเป็นร่องขวางคล้ายข้อถี่ ๆ เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลอมสีเทา แตกเป็นร่องตามยาว ไม่มีกิ่งก้าน ใบจะออกตามลำต้น ส่วนแก่นไม้ด้านในเป็นสีแดง ต้นเมื่อมีอายุมากขึ้นแก่นจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดง เราจะเรียกแก่นสีแดงว่า "จันทน์แดง" เมื่อแก่นเป็นสีแดงเต็มต้น ต้นก็จะค่อย ๆ โทรมและตายลง พรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะกล้าจากเมล็ดหรือการแยกกอ ชอบดินปนทรายหรือหินที่มีการระบายน้ำดี ความชื้นปานกลาง และชอบแสงแดดเต็มวันและแสงรำไร มักพบขึ้นตามป่าภูเขาหินปูนสูง ๆ และมีแสงแดดจัด
ใบจันผา ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันถี่ ๆ ที่ปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปยาวรีขอบขนาน หรือเป็นรูปแถบยาวแคบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 45-80 เซนติเมตร เนื้อใบหนากรอบ โคนใบจะติดกับลำต้นหรือโอบคลุมลำต้น ไม่มีก้านใบ และมักจะทิ้งใบเหลือเพียงยอดเป็นพุ่ม
ดอกจันผา ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ปลายยอด โค้งห้อยลง ออกดอกเป็นพวงใหญ่ตามซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อจะมีความยาวประมาณ 45-100 เซนติเมตร มีดอกย่อยขนาดเล็กและมีจำนวนมากมายหลายพันดอก ดอกเป็นสีขาวนวล หรือขาวครีม หรือเขียวอมเหลือง ดอกมีกลิ่นหอม ตรงกลางดอกมีจุดสีแดงสด กลีบดอกมี 6 กลีบ ดอกมีขนาดประมาณ 0.7-1 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้จำนวน 6 ก้าน ก้านเกสรมีความกว้างเท่ากับอับเรณู ส่วนก้านเกสรตัวเมียปลายแยกเป็นพู 3 พู ชั้นกลีบเลี้ยงเป็นหลอด ที่ปลายกลีบแยกเป็นพูแคบ ๆ 6 พู ไม่ซ้อนกัน โดยจะออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม
ผลจันผา ออกผลเป็นช่อพวงโต ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมขนาดเล็กอยู่รวมกันเป็นพวง ผลมีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ ผลอ่อนเป็นสีเขียวอมสีน้ำตาล ส่วนผลแก่เป็นสีแดงคล้ำ ภายในผลมีเมล็ดเดียว โดยผลจะแก่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน

สรรพคุณ : แก่นมีรสขมเย็น ช่วยบำรุงหัวใจ แก่นที่มีเชื้อราลงจนทำให้แก่นเป็นสีแดงและมีกลิ่นหอมมีสีแดง มีรสขมและฝาดเล็กน้อย ใช้สำหรับเป็นยาเย็นดับพิษไข้ แก้ไข้ได้ทุกชนิด และจากการทดลองในสัตว์พบว่าสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ในการลดไข้ แต่ต้องใช้ในปริมาณมากกว่ายาแอสไพริน 10 เท่า และจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาแอสไพรินประมาณ 3 เท่า ช่วยแก้ไข้ แก้ไข้เพื่อดีพิการ ช่วยแก้ไอ แก้อาการไออันเกิดจากซางและดี เมล็ดใช้รักษาดีซ่าน ช่วยแก้อาจมไม่ปกติ ทั้งต้นช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ช่วยแก้ซาง ช่วยแก้อาการเหงื่อตก อาการกระสับกระส่าย ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://medthai.com/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B2/

26/02/2021

พลับจีน
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้พุ่มผลัดใบ ดอกแยกเพศ แยกต้นหรือร่วมต้น ใบเหนียวคล้ายหนัง เขียวเข้มเป็นมัน ดอกตัวผู้ออกเป็นกระจุกขนาดเล็ก ดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยว ดอกสีเหลืองอมเขียว ผลเนื้อนุ่มกลมแบน สีเขียวอมเหลืองจนถึงสีแดง กลีบเลี้ยงติดทนจนเป็นผล

สรรพคุณ : ป้องกันโรคมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยในระบบการย่อยอาหาร ชะลอความชรา ช่วยในเรื่องสายตา ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99
https://th.anngle.org/j-gourmet/persimmon-healthbenefit.html

26/02/2021

กระเบา
ลักษณะทั่วไป : ต้นกระเบา มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบกระจายพันธุ์ในภูมิภาคอินโดจีน จัดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 10-15 เมตร รูปทรงสูงโปร่ง ลำต้นเปลาตรง เปลือกลำต้นเรียบและเป็นสีเทา ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด ในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาคตามป่าดิบและตามป่าบุ่งป่าทามที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 30-1,300 เมตร
ใบกระเบา ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบเป็นรูปรียาวแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตรและยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร หลังใบเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเรียบไม่ลื่นและมีสีอ่อนกว่า เนื้อใบทึบแข็งมีลักษณะกรอบ มีเส้นใบประมาณ 8-10 คู่ เส้นใบย่อยสานกันเป็นลายร่างแหมองเห็นได้ชัดเจน ใบอ่อนเป็นสีชมพูแดง ส่วนใบแก่เป็นสีเขียวเข้ม
ดอกกระเบา ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่กันคนละต้น ต้นตัวผู้จะเรียกว่า “แก้วกาหลง” ส่วนต้นตัวเมียจะเรียกว่า “กระเบา” ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ บ้างว่าออกดอกเป็นช่อมีสีขาวนวล ในช่อหนึ่งมีประมาณ 5-10 ดอก ดอกมีกลิ่นหอมฉุน มีเกสรเพศผู้ 5 ก้าน[4] ดอกเพศผู้เป็นสีชมพู มีกลีบดอก 5 กลีบและมีกลีบเลี้ยงดอก 5 กลีบ มีขน ส่วนดอกเพศเมียออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ ตามง่ามใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีลักษณะเหมือนกับดอกเพศผู้ โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน บ้างก็ว่าจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน
ผลกระเบา ผลใหญ่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม ผลมีขนาดกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร เปลือกผลหนาแข็งเป็นสีน้ำตาล ผิวผลมีขนคล้ายกำมะหยี่สีน้ำตาล เนื้อในผลเป็นสีขาวอมเหลือง ข้างในผลมีเมล็ดสีดำอัดแน่นรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก ประมาณ 30-50 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะรีหรือรูปไข่เบี้ยว ปลายมนทั้งสองข้าง กว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.5-1.9 เซนติเมตร

สรรพคุณ : ผลใช้รักษามะเร็ง เมล็ดมีรสเผ็ดร้อนและขม ใช้เป็นยาร้อน มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อตับ ม้าม และไต ใช้เป็นยาขับลม ขับพิษ ช่วยดับพิษทั้งปวง
ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ รากและเนื้อไม้มีรสเบื่อเมา ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนังต่าง ๆ ช่วยรักษาบาดแผล ช่วยแก้พิษบาดแผลสด ใบมีรสเบื่อเบา ใช้ฆ่าพยาธิบาดแผล ใช้แก้กลากเกลื้อน ส่วนเมล็ดก็ใช้เป็นยาแก้กลากเกลื้อนได้เช่นกัน อีกทั้งยังช่วยแก้หิดได้อีกด้วย ผลและเมล็ดมีรสเมาเบื่อมัน ใช้แก้โรคผิวหนังต่าง ๆ

26/02/2021

สมอพิเภก
ลักษณะภายนอกของเครื่องยา : ผลรูปกลมหรือรี แข็ง กว้างประมาณ 1.5-2 ซม. ยาว 2.5-3 ซม. มีสัน 5 สัน ผิวนอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลหนาแน่น เมล็ดเดี่ยวแข็ง ผลอ่อนรสเปรี้ยว ผลแก่รสเปรี้ยวฝาดหวาน(ฝาดสุขุม) เมล็ดในรสฝาด

สรรพคุณ : ผลอ่อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ และไข้เจือลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย ผลแก่ แก้เสมหะจุกคอ ทำให้ชุ่มคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ท้องร่วงท้องเดิน รักษาโรคท้องมาน เมล็ดใน แก้บิด แก้บิดมูกเลือด
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=133

26/02/2021

สมี
ลักษณะทั่วไป : ต้นสมี จัดเป็นไม้พุ่ม มีความสูงของต้นประมาณ 3-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านได้น้อย ตามต้นมีขนสีขาวปกคลุม
ใบสมี ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 12-18 คู่ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน โคนใบเบี้ยว ส่วนขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบทั้งสองด้าน
ดอกสมี ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกเป็นสีเหลืองสด กลีบบนด้านนอกมีประสีน้ำตาล ส่วนกลีบเเลี้ยงที่โคนเชื่อมติดกัน
ผลสมี ออกผลเป็นฝักยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ภายในฝักมีเมล็ดจำนวนมาก

สรรพคุณ : ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ ใบใช้เป็นยาเขียวหรือใช้สุมหัวเด็กเป็นยาแก้หวัด แก้อาการปวดหัวตัวร้อน ช่วยลดความเย็นในร่างกาย ใช้เป็นยากระทุ้งพิษ คนเมืองจะใช้กิ่งนำมาแช่กับน้ำร่วมกับฝอยลม และเห็ดลม แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้อาบเพื่อรักษาตุ่มคัน หรืออาการแพ้
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B5/

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Surat Thani?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Surat Thani
84000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00