03/12/2025
นักดาราศาสตร์พบว่า “กระจุกดาวลูกไก่” เป็นแกนกลางของโครงสร้างขนาดใหญ่ เรียกว่า “Greater Pleiades Complex” ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์หลายพันดวง ผลการศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Astrophysical Journal
กระจุกดาวลูกไก่ (Pleiades) หรือ Messier 45 (M45) เป็นกระจุกดาวเปิด (open star cluster) ห่างจากโลกประมาณ 440 ปีแสง ในกลุ่มดาววัว (Ta**us) ประกอบด้วยสมาชิกดาวฤกษ์อายุน้อยหลายร้อยดวง ซึ่งรายล้อมด้วยกลุ่มแก๊สและฝุ่น เรียกว่าเนบิวลาสะท้อนแสง (reflection nebula) ที่ยังหลงเหลือจากการก่อตัวของดาวฤกษ์
การศึกษาครั้งนี้นำโดย Dr. Luke Bouma และทีมนักดาราศาสตร์จากสถาบันคาร์เนกีเพื่อวิทยาศาสตร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยใช้ข้อมูลจากภารกิจ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite) ซึ่งเป็นภารกิจสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่โคจรผ่านดาวฤกษ์แม่ และข้อมูลของยานอวกาศ Gaia ซึ่งมีภารกิจสร้างแผนที่สามมิติที่แม่นยำของกาแล็กซีทางช้างเผือก รวมถึงใช้ข้อมูลจากโครงการ Sloan Digital Sky Survey (SDSS) เป็นโครงการสำรวจและสร้างแผนที่ท้องฟ้าผ่านการถ่ายภาพและการวัดสเปกตรัม โดยข้อมูลจากทั้ง 3 ภารกิจ ถูกนำมาผสานเข้าด้วยกันเพื่อมุ่งเน้นศึกษากระจุกดาวลูกไก่
ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า กระจุกดาวลูกไก่เป็นแกนกลางของโครงสร้างดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ (Larger Stellar Structure) ที่เรียกว่า “Greater Pleiades Complex” โดยโครงสร้างนี้ประกอบด้วยกระจุกดาว 3-5 แห่ง และสมาชิกดาวฤกษ์กว่า 3,091 ดวง ที่มีปฏิสัมพันธ์ทางแรงโน้มถ่วงและกระจายตัวอยู่ในช่วงระยะห่างประมาณ 1,950 ปีแสง นักดาราศาสตร์พบว่า ดาวฤกษ์และกระจุกดาวแห่งอื่นที่อยู่ในโครงสร้างขนาดใหญ่นี้ มีแหล่งกำเนิดจากกลุ่มแก๊สและฝุ่นเดียวกัน โดยมีกระจุกดาวลูกไก่เป็นบริเวณแกนกลางของโครงสร้าง
โดยทั่วไปดาวฤกษ์จะก่อตัวขึ้นจากกลุ่มแก๊สและฝุ่น มักก่อตัวขึ้นพร้อมกันหลายดวงในแหล่งกำเนิดเดียวกัน และมีช่วงวิวัฒนาการที่ใกล้เคียงกัน เรียกว่า “กระจุกดาว (star cluster)” ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ กระจุกดาวเปิด (open star cluster) และกระจุกดาวทรงกลม (globular cluster)
ดาวฤกษ์ในกระจุกดาวจะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันด้วยแรงโน้มถ่วงเป็นช่วงเวลาหลายพันปี แต่หลังจากการก่อตัวในช่วง 10-100 ล้านปี การแผ่รังสีของดาวฤกษ์จะทำให้สสารที่หลงเหลือจากการก่อตัวสลายตัว หรือถูกผลักออกจากพื้นที่ก่อตัว และจากนั้นเมื่อดาวฤกษ์สิ้นอายุขัยก็จะค่อย ๆ สลายตัวไปในกาแล็กซีต้นกำเนิด ซึ่งการศึกษาถึงความสัมพันธ์และช่วงวิวัฒนาการของดาวฤกษ์เหล่านี้เป็นเรื่องที่นักดาราศาสตร์ให้ความสนใจอย่างมาก
การศึกษานี้นักดาราศาสตร์ใช้เทคนิคการสังเกตและติดตามการหมุนรอบตัวเอง (rotation-based) ของดาวฤกษ์ เพื่อคัดแยกและระบุถึงดาวฤกษ์ที่มีแหล่งกำเนิดเดียวกัน เนื่องจากดาวฤกษ์อายุมากจะหมุนรอบตัวเองช้ากว่าดาวฤกษ์อายุน้อย การสังเกตการณ์การหมุนรอบตัวเองจึงสามารถระบุถึงอายุที่ต่างกันของดาวฤกษ์ได้ ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์จำเป็นต้องผสานข้อมูลของภารกิจอวกาศทั้ง 3 ภารกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสำรวจโครงสร้างขนาดใหญ่จากความสอดคล้องกันของแต่ละชุดข้อมูล เป็นการปะติดปะต่อข้อมูลย่อยให้ได้ชุดข้อมูลที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น
นักดาราศาสตร์พบว่า ดาวฤกษ์ในกระจุกดาวลูกไก่ไม่เพียงแต่มีอายุใกล้เคียงกัน แต่ยังมีองค์ประกอบทางเคมีที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย ซึ่งตอกย้ำว่าดาวฤกษ์เหล่านี้ก่อตัวขึ้นในกลุ่มแก๊สและฝุ่นแหล่งเดียวกัน การศึกษานี้จึงถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับการศึกษาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าดวงอาทิตย์อาจเป็นหนึ่งในสมาชิกดาวฤกษ์ในโครงสร้างดาวฤกษ์ขนาดใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งก็เป็นได้
เรียบเรียง : กฤษดา รุจิรานุกูล - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.
อ้างอิง : Pleiades Star Cluster is Part of Much Larger Stellar Structure, Astronomers Say | Sci.News
14/07/2025
22/04/2025
10/03/2025
08/02/2025
04/02/2025
04/02/2025
02/02/2025
13/01/2025
13/01/2025
26/03/2024