มือใหม่เริ่มเล่นหุ้น เข้าใจไปพร้อมๆกันรวมข้อมูลเพจต่างๆ

มือใหม่เริ่มเล่นหุ้น เข้าใจไปพร้อมๆกันรวมข้อมูลเพจต่างๆ มือใหม่หัดเล่นหุ้น

นักลงทุนมือใหม่ต้องศึกษาไว้ครับ
21/08/2021

นักลงทุนมือใหม่ต้องศึกษาไว้ครับ

สมัยนี้ต้องศึกษาหาเงินหลายๆวิธีทำไงยังไม่ให้เงินศูนย์เปล่า ก่อนเล่น ควรจะศึกษาหาความรู้ด้วยนะครับ
07/08/2021

สมัยนี้ต้องศึกษาหาเงินหลายๆวิธีทำไงยังไม่ให้เงินศูนย์เปล่า ก่อนเล่น ควรจะศึกษาหาความรู้ด้วยนะครับ

📣 สอนมือใหม่ #หัดเล่นหุ้น !! . . . เหนื่อยมั้ยครับ กับการขยันทำงานแต่เงินเดือนก็ไม่ขึ้น หลองประหยัดอดออม ใช้อย่างพอเพียงก็ไม่เวิร์ค งั้นลองมาทำให้เงินงอกเงยด้วยการลงทุนกับ "หุ้น" กันดีกว่า มือใหม่ต้องเตรียมตัวยังไง เริ่มจากตรงไหนบ้าง มาดูกันเลย !!

📊 ดูวิธีซื้อ - ขายหุ้น ผ่านแอปได้ที่นี่ >> https://salehere.co.th/r/atj0x1

#เซลเฮียร์ #หุ้น

31/07/2021
แนวทางเก็บเงิน+ฝากเงินแต่ล่ะคนไม่เหมือนกันครับ อยู่ที่ว่าใครจะลงทุนในระยะทางอนาคตแบบไหนครับ
17/07/2021

แนวทางเก็บเงิน+ฝากเงินแต่ล่ะคนไม่เหมือนกันครับ อยู่ที่ว่าใครจะลงทุนในระยะทางอนาคตแบบไหนครับ

ลงทุน 1,000 บาท ตอนสิ้นปี 63
ครึ่งปีผ่านไป คุณจะมีเงินเท่าไหร่ ?

-----------------------------------------

การรู้จักเก็บออมเป็นเรื่องที่ดี แต่การรู้จักเก็บออมแล้วนำเงินไปลงทุนย่อมดียิ่งกว่า โพสนี้จึงอยากมาแชร์ไอเดียสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นลงทุน


โดยจะมาอัปเดตผลตอบแทนในจากการลงทุนประเภทต่าง ๆ ทั้ง ฝากแบงก์ ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ น้ำมัน และบิทคอยน์ ในรอบครึ่งแรกของปี 2564 ซึ่งสมมติว่า ถ้าเราลงทุน 1,000 ทิ้งไว้ตอนสิ้นปี 2563 ผ่านมาประมาณ 180 วัน หรือครึ่งแรกของปี 2564 เราจะได้รับผลตอบแทนงอกเงยเป็นกี่บาท ตามการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ กันแล้วบ้าง


❗หมายเหตุ ❗

1. ใช้อัตราผลตอบแทนการลงทุนในรอบครึ่งปีแรก 2564 ซึ่งอัตราผลตอบแทนในสินทรัพย์ประเภท หุ้น น้ำมัน, ทองคำ, ฺBitcoin อาจจะมีความผันผวนในระหว่างเดือน

2. อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยในรอบครึ่งปีแรกของกองทุน เป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของกลุ่มกองทุนนั้นๆ ซึ่งยังไม่หักค่าใช้จ่าย หรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

3. อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ยังไม่ได้หักภาษี 15%

4. โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าสินทรัพย์ไหนน่าลงทุนกว่าสินทรัพย์ไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอนะครับ


1⃣ หยอดปุก นอนกอดไว้

คล้ายกับการเก็บเงินในสมัยก่อน ที่เอาไว้ในไหแล้วไปฝังดิน ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะมี 1,000 บาทเท่าเดิม ไม่ได้ผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น


2⃣ ฝากประจำ

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 0.85% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,004.2 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 4.2 บาท


3⃣ ฝาก Online

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 1.50% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,007.4 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 7.4 บาท

(เช็คอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์บัญชีเงินฝากดิจิตัล > https://bit.ly/3B1dFO4)


4⃣ กองทุนรวมตราสารหนี้ไทย

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 0.42% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,004.2 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 4.2 บาท


5⃣ กองทุนรวมตราสารหนี้โลก

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 1.9% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,019.5 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 19.5 บาท


6⃣ หุ้นในประเทศ (ดัชนี SET index)

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 10.0% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,100 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 100 บาท


7⃣ กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 16% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,160 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 160 บาท


8⃣ กองทุนรวมทองคำ

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทน -0.11% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 998.93 บาท หรือ เงินลดลง 1.07 บาท


9⃣ กองทุนรวมน้ำมัน

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 44% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,440 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 440 บาท


🔟 Bitcoin

ถ้าคุณเลือกวิธีนี้ จะมี %ผลตอบแทนที่ 21% ซึ่งพอผ่านมาครึ่งปี เงินของคุณก็จะเท่ากับ 1,210 บาท หรือ เงินเพิ่มขึ้นมา 210 บาท


🎯 ขอย้ำอีกครั้งครับว่า

เป็นการแชร์ไอเดียการลงทุน ที่เกิดจากอัตราผลตอบแทนที่เกิดในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาก และอย่างที่เขาบอกการลงทุนยิ่งเสี่ยงมาก ก็ยิ่งได้รับผลตอบแทนที่สูง


แต่ถึงยังงั้นก็ขอให้เลือกการลงทุนในรูปแบบที่เหมาะกับเราด้วย จะได้ลงทุนไป เราก็ยังมีความสุขในการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วยนะครับ


#เริ่มต้นลงทุน
#การลงทุน



Reference :
set.or.th,
bot.or.th,
wealthmagik.com,
tradingview.com


สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : http://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

10 สินค้าโภคภัณฑ์ ราคาเปลี่ยนไปเท่าไหร่ในครึ่งปีแรก 2564
17/07/2021

10 สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาเปลี่ยนไปเท่าไหร่ในครึ่งปีแรก 2564

10 สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาเปลี่ยนไปเท่าไหร่ในครึ่งปีแรก 2564

----------------------------------------------------

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ???


ได้ยินแบบนี้ หลายคนอาจจะงง มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยหรอ แต่สำหรับนักลงทุนปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในการลงทุน


ก่อนอื่นเรามารู้จักสินค้าโภคภัณฑ์กันก่อน ซึ่งคำว่าโภคภัณฑ์ในที่นี้จะให้ความหมายถึง สินค้าที่ไม่มีความแตกต่างกันเลย หรือเกือบจะมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกไม่ว่าใครจะเป็นผู้ผลิต ซึ่งราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ กำหนดโดยความต้องการ (Demand) และกำลังการผลิต (Supply) ของตลาดโลก ส่งผลให้ราคาสินค้าชนิดนี้มักมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก


โดยสินค้าโภคภัณฑ์ที่เรามักจะรู้จักกันและอยู่รอบตัวเรา ก็เช่น น้ำมัน ทองคำ ข้าว ยางพารา กาแฟ เป็นต้น


แล้วมันสำคัญกับนักลงทุนอย่างไร ต้องบอกว่าในทางตรง เราสามารถซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อลงทุนเก็งกำไรผ่านสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (Commodities Futures) แต่ละผลิตภัณฑ์ในตลาดคล้ายลงทุนหุ้น


ส่วนทางอ้อม สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ ๆ ในตลาดหุ้น ที่บริษัทเหล่านั้น มักจะมีสินค้าโภคภัณฑ์เป็นวัตถุดิบในการผลิตหลัก ทำให้การขึ้นลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตามราคาตลาดโลก มีผลต่อต้นทุนการผลิต และส่งผลมาถึงกำไรของบริษัทในท้ายที่สุด


เช่น บริษัทผู้ผลิตถุงมือยาง ก็ย่อมได้รับผลกระทบจากราคายางในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย


ซึ้งปกติสินค้าโภคภันฑ์จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ

1. กลุ่ม Soft Commodities : จะเป็นพวกสินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ เช่น ข้าว ยาง เมล็ดกาแฟ เนื้อสัตว์ หรือแม้กระทั่งที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ตอนนี้ ก็คือ กัญชาและกัญชง

2. กลุ่ม Hard Commodities : สินค้าประเภทวัตถุดิบต่าง ๆ ที่สกัดจากเหมือง เช่น ทองคำ เงิน ทองแดง เป็นต้น

3. กลุ่ม Energy Commodities : สินค้าวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เป็นต้น


เกริ่นมาซะยาว กลับมายังโพสนี้ ที่จะชวนกันมาดูว่า 10 สินค้าโภคภัณฑ์ ในครึ่งปีแรก 2564 (30/6/2564) ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างไร


1. น้ำมันดิบ Crude Oil WTI

โดยราคาน้ำมันดิบ ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 51% มาอยู่ที่ 73.47 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จาก 48.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล


2. ทองคำ Gold

โดยราคาทองคำ ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวลดลง -7% มาอยู่ที่ 1769.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ จาก 1896.49 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์


3. ถ่านหิน Coal

โดยราคาถ่านหิน ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 59% มาอยู่ที่ 129.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน จาก 81.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน


4. ทองแดง Copper

โดยราคาทองแดง ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22% มาอยู่ที่ 4.2965 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปอนด์ จาก 3.519 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปอนด์


6. เงิน Silver

โดยราคาเงิน ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวลดลง -1% มาอยู่ที่ 26.104 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ จาก 26.358 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์


5. เหล็ก Steel Rebar

โดยราคาเหล็ก ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% มาอยู่ที่ 4893 หยวนต่อตัน จาก 4220 หยวนต่อตัน


7. ยางธรรมชาติ Rubber

โดยราคายางธรรมชาติ ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวลดลง -14% มาอยู่ที่ 230.6 เยนต่อกิโลกรัม จาก 268.8 เยนต่อกิโลกรัม


8. ข้าว Rice

โดยราคาข้าว ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 13.47 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อฮันเดรดเวท จาก 12.24 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อฮันเดรดเวท


9. กาแฟ Coffee

โดยราคากาแฟ ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% มาอยู่ที่ 158.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปอนด์ จาก 128.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปอนด์


10. กัญชา Canada cannabis spot index*

โดยราคากัญชา ในรอบครึ่งปีแรก ปรับตัวลดลง -9% มาอยู่ที่ 5.55 ดอลลาร์แคนาดาต่อกรัม จาก 6.08 ดอลลาร์แคนาดาต่อกรัม

*Canada cannabis spot index (cannabis benchmark) วันที่ 25/6/64 เทียบกับ 1/1/64




❗ หมายเหตุ

โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าสินค้าตัวไหนน่าลงทุนกว่าตัวไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอนะครับ


Reference
https://tradingeconomics.com
www.cannabisbenchmarks.com


สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : http://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

วงการ นักลงทุนทุกคนรู้ดี ว่ารัฐบาลชุดนี้บริหาร กินแต่ภาษี ประชาชน
06/07/2021

วงการ นักลงทุนทุกคนรู้ดี ว่ารัฐบาลชุดนี้บริหาร กินแต่ภาษี ประชาชน

UPDATE: รัฐบาลซุ่มศึกษาแผนเก็บภาษี ‘เทรดหุ้น’ 0.11% ด้านวงการตลาดทุนหวั่นฉุดรั้งการพัฒนา ทำสภาพคล่องหดหาย
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นเพิ่มเติมอีก 0.11% โดยจะมีผลกับนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายเกิน 1 ล้านบาทต่อเดือนขึ้นไป
โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นผลจากการที่รัฐบาลต้องการหารายได้เพิ่มเติม และเป็นหนึ่งในแผนการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลไทย ซึ่งแนวคิดการเรียกเก็บภาษีในลักษณะนี้จะคล้ายกับ Tobin Tax หรือการเก็บภาษีจากธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเคยใช้ในอินเดียและไต้หวัน
ทีมข่าว THE STANDARD WEALTH ได้สอบความความเห็นจากผู้คนในแวดวงตลาดทุนต่อเรื่องดังกล่าว โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีนี้ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อสภาพคล่องการลงทุน
ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ และยังไม่ได้รับแจ้งข้อมูลใดๆ เข้ามา แต่หากท้ายที่สุดแล้วประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ส่วนตัวไม่เห็นด้วย
“ตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ยังจำเป็นจะต้องมีเงินทุนไหลเข้า และต้องพยายามดึงคนเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง หากทำให้คนรู้สึกว่าต้นทุนสูงขึ้น การลงทุนก็อาจจะชะลอลงไป”
นอกจากนักลงทุนไทยแล้ว ต้นทุนของกองทุนต่างประเทศก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วกองทุนต่างประเทศส่วนหนึ่งจะซื้อขายด้วยความถี่สูง หากรวมต้นทุนส่วนนี้เข้าไปเพิ่มจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก และอาจจะตัดสินใจลดการลงทุนในไทย ซึ่งจะกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดหุ้นไทยได้
“ตลาดหุ้นอยู่ได้ด้วยสภาพคล่อง ขณะเดียวกันสภาพคล่องที่หายไปจะกระทบต่อการระดมทุนของภาคธุรกิจด้วย หลายประเทศที่ตลาดทุนกำลังพัฒนาจะไม่ได้เก็บภาษีส่วนนี้ ส่วนตัวจึงยังไม่สนับสนุนให้เรียกเก็บเพิ่มเติมในเวลานี้”
ขณะเดียวกันอยากให้มองว่าตลาดทุนสามารถเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับ SMEs ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรจะปล่อยให้ตลาดทุนพัฒนาต่อไป เมื่อ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้นก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลไปได้
ด้านทีมวิจัย บล.กสิกรไทย ระบุว่า โดยทั่วไปต้นทุนของนักลงทุนอยู่ที่ราว 0.12-0.15% หากเรียกเก็บเพิ่มเติมตามกระแสข่าว ต้นทุนของนักลงทุนก็อาจจะเพิ่มขึ้นมาอีก 0.11%
อย่างไรก็ตาม คงจะต้องติดตามกันต่อว่ากระแสข่าวดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริงจะมีรายละเอียดอย่างไร แต่ในเบื้องต้น หากเกิดขึ้นจริงเชื่อว่าจะกระทบต่อ Sentiment ตลาดหุ้นในระยะสั้น
หลังจากนี้คงต้องตามดูว่าภาครัฐจะมีความเห็นอย่างไร แต่หากเกิดขึ้นจริงก็มีโอกาสจะกระทบต่อภาวะตลาดในระยะสั้นได้ อย่างกรณีของอิตาลีซึ่งเคยประกาศใช้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลง 3% ในวันที่ประกาศ แต่หลังจากนั้นตลาดก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้
นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อมูลในอดีต การเก็บภาษีดังกล่าวอาจทำให้ความผันผวนของตลาดหุ้นลดลง และจะกระทบต่อการซื้อขาย Derivatives ที่มักจะถูกใช้เพื่อ Hedging ให้ลดลงตามไปด้วย
ด้าน ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองไปในทิศทางเดียวกันว่า หากประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะกระทบต่อ Sentiment ตลาดในระยะสั้น แต่การเรียกเก็บ 0.11% เฉพาะฝั่งการขายหุ้น อาจจะไม่ได้สูงมากนัก เมื่อเทียบกับบางประเทศที่เรียกเก็บอยู่แล้ว
อ้างอิง:
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/exclusive-thailand-weighs-new-transaction-tax-securities-trades-sources-2021-07-05/
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/


—————————————————

ไม่พลาดข่าวไฮไลต์ประจำวัน มาเป็นเพื่อนกับ THE STANDARD WEALTH ในไลน์ คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ สำหรับมือใหม่ถือยาวๆ แต่ต้องศึกษาก่อนซื้อนะ ว่า ขาลงหรือขาขึ้นครับ
06/07/2021

หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ สำหรับมือใหม่ถือยาวๆ แต่ต้องศึกษาก่อนซื้อนะ ว่า ขาลงหรือขาขึ้นครับ

15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์
ที่ราคาเพิ่มสูงสุดในรอบครึ่งปีแรก ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2564

--------------------------------------------

หุ้นกล่มบรรจุภัณฑ์ (PKG) เป็นอีกกลุ่มที่ทำผลงานได้โดดเด่นมากกว่าตลาดโดยรวม (Outperform) โดยมูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มนี้ ณ ปิดครึ่งปีแรก 2564 (สิ้นเดือน มิ.ย.2564) เท่ากับ 3.5 แสนล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 63 จาก 2.5 แสนล้านบาท

และช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา (พ.ค.-มิ.ย.) หุ้นในกลุ่มนี้ ยังมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ทั้ง SITHAI, SCGP, SLP, SPACK และ GLOCON เป็นต้น


โพสนี้จึงจะมาสรุปราคา 15 หุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ในรอบรอบครึ่งแรกของปี 2564 ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกันบ้าง


(ข้อมูลเรียงลำดับจาก %เพิ่มมากสุดเมื่อเที่ยบกับสิ้นปี 63)


1. SITHAI : บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,767 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 1.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท จาก 0.64 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 117.2% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 23% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3toknIW


2. SLP : บริษัท สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 996 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 0.83 บาท เพิ่มขึ้น 0.4 บาท จาก 0.43 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 93% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 16.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3b6VQBU


3. TPP : บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 724 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 19.3 บาท เพิ่มขึ้น 7.7 บาท จาก 11.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 66.4% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -16.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 35.49 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2QXy4kW


4. NEP : บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 907 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 0.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท จาก 0.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 56% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3uor8vN


5. SCGP : บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 266,161 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 62 บาท เพิ่มขึ้น 20.5 บาท จาก 41.5 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 49.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 12.2% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 38.8 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2JCi0kR


6. SPACK : บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,086 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 3.62 บาท เพิ่มขึ้น 1.18 บาท จาก 2.44 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 48.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 28.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 12.8 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RwYvxz


7. TFI : บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,938 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 0.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท จาก 0.19 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 42.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 78.96 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3enBxC5


8. GLOCON : บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,372 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 1.24 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท จาก 0.94 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 31.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 15.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3x5t255


9. PTL : บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 23,400 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 26 บาท เพิ่มขึ้น 3.4 บาท จาก 22.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 15% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -2.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 7.87 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2O8e7WI


10. AJ : บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 9,284 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 21.1 บาท เพิ่มขึ้น 2.3 บาท จาก 18.8 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 12.2% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 9.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.41 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3tlVGg3


11. TOPP : บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,260 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 210 บาท เพิ่มขึ้น 21 บาท จาก 189 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 11.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -4.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.12 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3nRFsdC


12. TCOAT : บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 302 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท จาก 26 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 10.6% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 6.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 24.46 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hsZ2tK


13. TPBI : บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,272 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 5.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.4 บาท จาก 5.05 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 7.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.9 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RvCX4J


14. SFLEX : บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,674 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 5.7 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท จาก 5.35 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 6.5% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -3.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 31.93 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3xR3Hx5


15. ALUCON : บริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 7,733 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 179 บาท เพิ่มขึ้น 9 บาท จาก 170 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 5.3% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 2.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.03 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hiqJHa


❗หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂


#หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์
#การลงทุน



Reference
https://www.set.or.th /


สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : http://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่งบน้อย แต่ต้องศึกษาก่อนซื้อนะว่าขาขึ้นหรือลง
06/07/2021

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่งบน้อย แต่ต้องศึกษาก่อนซื้อนะว่าขาขึ้นหรือลง

โผ 20 หุ้นต่ำบาท ปรับตัวเพิ่มในรอบเดือน มิ.ย.64

---------------------------------------

หุ้นต่ำบาท (ราคาต่ำกว่าหนึ่งบาท) เป็นหุ้นอีกกลุ่มที่เป็นที่สนใจ สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ เพราะด้วยต้นทุนราคาต่ำ อีกทั้งถ้าราคาขยับขึ้นแม้เพียงสตางค์เดียว ก็ทำกำไรได้มากมาย ทำให้นักลงทุนมือใหม่ มองว่าน่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่จะมาเก็งกำไรกับหุ้นต่ำบาทเหล่านี้


ที่จริงหุ้นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการลงทุนมาก เพราะโดยส่วนใหญ่มักไม่มีปัจจัยพื้นฐานใดจะมาสนับสนุนบริษัท อีกทั้งหลายต่อหลายบริษัท มีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง และที่หนักกว่านั้น บางตัวก็ติดเครื่องหมายแจ้งเตือนต่าง ๆ ให้นักลงทุนต้องระวังกันเสมอ


จึงทำให้หุ้นเหล่านี้อาจกลายเป็นกับดักให้นักลงทุนมือใหม่ ถูกล่อให้เข้ามาเจ็บตัวและขาดทุนกันอย่างหนักเช่นเดียวกัน


จากการสำรวจการซื้อขายของหุ้นต่ำบาท ในวันที่ 30-6-2564 มีถึง 91 บริษัท โดยมีเพียง 28 บริษัทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา (วัดจาก สิ้นเดือน มิ.ย. 64 เทียบกับสิ้นเดือน พ.ค. 64) โดย

– ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-30% มี 5 บริษัท
– ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-20% มี 7 บริษัท
– ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1-10% มี 16 บริษัท


ซึ่งมีบริษัทที่มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 20 อันดับแรก ดังนี้


1. EFORL : บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 EFORL มีราคาปิดที่ 0.13 เพิ่มขึ้น 30% หรือเพิ่มขึ้น 0.03 บาท จากราคา 0.1 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย EFORL มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 5.55%


2. ARIP : บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 ARIP มีราคาปิดที่ 0.86 เพิ่มขึ้น 28.4% หรือเพิ่มขึ้น 0.19 บาท จากราคา 0.67 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย ARIP มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 0.45%


3. HYDRO : บริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 HYDRO มีราคาปิดที่ 0.41 เพิ่มขึ้น 28.1% หรือเพิ่มขึ้น 0.09 บาท จากราคา 0.32 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย HYDRO มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 6.92%


4. WIN : บริษัท สวนอุตสาหกรรม วินโคสท์ จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 WIN มีราคาปิดที่ 0.67 เพิ่มขึ้น 21.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.12 บาท จากราคา 0.55 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย WIN มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 4.61%


5. H**P : บริษัท เฮลท์ เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 H**P มีราคาปิดที่ 0.56 เพิ่มขึ้น 21.7% หรือเพิ่มขึ้น 0.1 บาท จากราคา 0.46 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย H**P มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 113.2%


6. SLP : บริษัท สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 SLP มีราคาปิดที่ 0.83 เพิ่มขึ้น 16.9% หรือเพิ่มขึ้น 0.12 บาท จากราคา 0.71 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย SLP มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 3.19%


7. B : บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 B มีราคาปิดที่ 0.73 เพิ่มขึ้น 14.1% หรือเพิ่มขึ้น 0.09 บาท จากราคา 0.64 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย B มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 147.34%


8. EMC : บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 EMC มีราคาปิดที่ 0.33 เพิ่มขึ้น 13.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.04 บาท จากราคา 0.29 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย EMC มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 2.54%


9. DV8 : บริษัท ดีวี8 จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 DV8 มีราคาปิดที่ 0.57 เพิ่มขึ้น 11.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.06 บาท จากราคา 0.51 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย DV8 มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 8.55%


10. DIMET : บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 DIMET มีราคาปิดที่ 0.3 เพิ่มขึ้น 11.1% หรือเพิ่มขึ้น 0.03 บาท จากราคา 0.27 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย DIMET มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 43.1%


11. U : บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 U มีราคาปิดที่ 0.97 เพิ่มขึ้น 10.2% หรือเพิ่มขึ้น 0.09 บาท จากราคา 0.88 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย U มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 70.33%


12. TCC : บริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 TCC มีราคาปิดที่ 0.45 เพิ่มขึ้น 9.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.04 บาท จากราคา 0.41 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย TCC มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 0.75%


13. UPA : บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 UPA มีราคาปิดที่ 0.37 เพิ่มขึ้น 8.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.03 บาท จากราคา 0.34 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย UPA มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 15.86%


14. JSP : บริษัท เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 JSP มีราคาปิดที่ 0.4 เพิ่มขึ้น 8.1% หรือเพิ่มขึ้น 0.03 บาท จากราคา 0.37 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย JSP มีผลการดำเนินงานล่าสุด กำไรสุทธิ 25.15%


15. SDC : บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 SDC มีราคาปิดที่ 0.4 เพิ่มขึ้น 8.1% หรือเพิ่มขึ้น 0.03 บาท จากราคา 0.37 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย SDC มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 65.72%


16. AJA : บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 AJA มีราคาปิดที่ 0.31 เพิ่มขึ้น 6.9% หรือเพิ่มขึ้น 0.02 บาท จากราคา 0.29 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย AJA มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 23.11%


17. MIDA : บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 MIDA มีราคาปิดที่ 0.65 เพิ่มขึ้น 6.6% หรือเพิ่มขึ้น 0.04 บาท จากราคา 0.61 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย MIDA มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 8.4%


18. NBC : บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 NBC มีราคาปิดที่ 0.81 เพิ่มขึ้น 5.2% หรือเพิ่มขึ้น 0.04 บาท จากราคา 0.77 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย NBC มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 21.68%


19. GTB : บริษัท เจตาแบค จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 GTB มีราคาปิดที่ 0.89 เพิ่มขึ้น 4.7% หรือเพิ่มขึ้น 0.04 บาท จากราคา 0.85 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย GTB มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 1.57%


20. MACO : บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.64 MACO มีราคาปิดที่ 0.72 เพิ่มขึ้น 4.3% หรือเพิ่มขึ้น 0.03 บาท จากราคา 0.69 ที่สิ้นเดือน พ.ค.64

โดย MACO มีผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุนสุทธิ 70.34%



❗❗ สิ่งที่ต้องพึงระวังในการลงทุนหุ้นต่ำบาท ก็คือ

1. จาก 8 ใน 20 บริษัท มีการขาดทุนในผลการดำเนินงานล่าสุด และเมื่อย้อนกลับไปดูส่วนใหญ่มักมีการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง

2. หุ้นในกลุ่มนี้มักจะติดเครื่องหมายไม่พึงประสงค์ ทำให้บางครั้งนักลงทุนมือใหม่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เข้าไปลงทุนโดยไม่ทันสังเกต เช่น

▪C ที่หมายถึง บริษัทจดทะเบียนมีเหตุการณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจ ผู้ลงทุนให้เพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

▪SP (Trading Suspension) : การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับการขึ้นเครื่องหมาย H แต่บริษัทยังไม่ สามารถชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯได้ หรืออาจฝ่าฝืน ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ส่งงบการเงินให้ภายในเวลากำหนด

▪NP (Notice Pending) : บริษัทมีข้อมูลที่ต้องรายงาน และตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท

3. หุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นตัวเล็ก จึงยากต่อการหาบทวิเคราะห์ หรือคาดการณ์ผลกำไร (อาจไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว)

4.หุ้นขนาดเล็กมักมีแรงเก็งกำไรและปรับตัวขึ้นได้ดียามที่ดัชนีฯ เป็นขาขึ้น แต่หากมีการปรับฐาน หุ้นกลุ่มนี้จะมีแรงขายก่อน


ดังนั้น การลงทุนไม่ใช่แค่ดูเรื่องของราคาขึ้นลงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขอให้ศึกษารายละเอียดและปัจจัยอื่น ๆ ให้รอบคอบก่อนการลงทุนเสมอนะครับ หวังว่าโพสนี้จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ได้เข้าใจและระมัดระวังในการลงทุน (เก็งกำไร) ในหุ้นต่ำบาทมากขึ้น


❗ หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้น เพื่อให้ระมัดระวังในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂


Reference
https://www.set.or.th /


#หุ้นต่ำบาท
#การลงทุน



สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : http://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

ลงทุน 30 หุ้น SETHD รอบใหม่ (กลุ่มอัตราปันผลสูงและสภาพคล่องสูง)
01/07/2021

ลงทุน 30 หุ้น SETHD รอบใหม่
(กลุ่มอัตราปันผลสูงและสภาพคล่องสูง)

12 App ที่นักลงทุนรุ่นใหม่ควรมี หนึ่งในนั้นแอดมิน ก็ เทรด เหรียญนะ แอดใช้ของ Binance
14/06/2021

12 App ที่นักลงทุนรุ่นใหม่ควรมี หนึ่งในนั้นแอดมิน ก็ เทรด เหรียญนะ แอดใช้ของ Binance

มีเงิน1000บาท ก็ซื้อ หุ้น เก็บไว้ได้  คนรุ่นใหม่ ทำงานอย่างเดียวอยู่ยาก ครับ
14/06/2021

มีเงิน1000บาท ก็ซื้อ หุ้น เก็บไว้ได้ คนรุ่นใหม่ ทำงานอย่างเดียวอยู่ยาก ครับ

13/06/2021

มือใหม่ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนการลงทุน ครับ

ที่อยู่

Suphan Buri

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มือใหม่เริ่มเล่นหุ้น เข้าใจไปพร้อมๆกันรวมข้อมูลเพจต่างๆผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท