20/09/2021
ว้าวๆๆๆๆ ❤️
: เทพ Graphic ต้องมาแล้ว !! ✨
🧐 งานนำเสนอ รูปที่โพสต์ต้องเป๊ะ เท่านั้น มามุงตรงนี้เลยกับ คอร์สเรียนฟรี จาก 4 มหาลัย เปิดคอร์สสอนออนไลน์ เพื่อการผลิตสื่อ อาร์ทเวิร์ค โมชั่นกราฟิก การออกแบบภาพแอนิเมชัน 3 มิติ เรียบจบมีใบประกาศการันตีอีกด้วย
📍 การผลิตสื่อกราฟิกอย่างมืออาชีพ | Graphic Design Crash Course มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
💻 https://bit.ly/3kmZ7Sz
📍 โมชั่นกราฟิกพื้นฐาน | Foundation of Motion Graphic สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
💻 https://bit.ly/2XtoR6X
📍 การออกแบบ Infographic | Infographic Design มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
💻 https://bit.ly/39juTcT
📍 แอนิเมชั่น 3 มิติ ขั้นเริ่มต้น-ขั้นกลาง | 3ds Animation Foundation มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
💻 https://bit.ly/3lGZiaG
📍 การออกแบบกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์ | Computer Based Graphics Design มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
💻 https://bit.ly/3kp2s3m
#วิธีสมัครเข้าเรียน
(คอร์สนี้ไม่มีวันหมดอายุ และบุคคลทั่วไปสามารถเรียนได้)
1. กดตามลงก์ไปลงทะเบียน
2. คลิกที่ "เข้าคอร์สที่อยากเรียน"
3. ทำการกรอกข้อมูลและลงทะเบียนได้เลย
——————————
#ตั๋วถูก #ทางลัด #โปรโมชั่น #ตั๋วเครื่องบิน #ส่วนลด #โรงแรม #ตั๋วโปร
———————————-
ซื้อประกันออนไลน์ได้เองง่ายๆ ทั้งแผนมะเร็งค่าเบี้ยคงที่ หรืออุบัติเหตุ พลัส ทำฟัน (ขูด เคลือบ อุด ถอน) คลิ๊ก>> https://bit.ly/3tpOUqk
15/09/2021
พร้อมกันหรือยังคะ 👌👌👌
แวะมาเตือน
ใครยังไม่เริ่มอ่าน ต้องเริ่มแล้วน้าา
สู้ค้าบ ปกลจห❤💚
25/08/2021
มาฝึกการคุยกันจ้า ❤️
6 เทคนิคเพิ่มทักษะการคุยเล่น จากหนังสือ อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น
1) เล่าเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยของตัวเอง เมื่อเริ่มต้นบทสนทนา
เพื่อเป็นการทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายกับทั้งสองฝ่าย การพูดติดตลกด้วยการเล่าเรื่องขำของตัวเองจึงช่วยลดความเกร็งในการพูดคุยของสองฝ่าย
แต่การนำเรื่องข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของตัวเองมาใช้ก็มีข้อควรระวังคือ ห้ามให้เรื่องนั้นทำให้เราดูเป็นคนไม่เอาไหน และห้ามให้เรื่องนั้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเรากำลังโอ้อวดตัวเอง เรื่องข้อผิดพลาดดังกล่าวจึงเหมือนมีเส้นบางๆที่จะทำให้เราทลายกำแพงความเคอะเขินกับคู่สนทนาหรืออาจทำให้เกิดความไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเลยก็ได้
ส่วนตัวอย่างที่หนังสือให้ไว้ เช่น การพูดทำนองว่า เมื่อวานดื่มหนักไปหน่อย วันนี้เลยแอบเมาค้างอยู่ ซึ่งทำให้คู่สนทนารู้สึกเป็นกันเอง และแอบขำเบาๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นการบอกว่าเราเป็นคนไม่เอาไหน หรือจะเล่นกับรูปร่างตัวเองเช่นบอกว่า เห็นผอมๆแบบนี้ แต่ตัวเรากินเก่งนะ เป็นต้น
2) พูดด้วยเสียงระดับ ‘ฟา’ กับ ‘ซอล’
การพูดให้เสียงสูงขึ้นจะช่วยทำให้การสนทนาสนุกขึ้น ทำให้ลดอาการหม่นหมอง เพราะเสียงที่ต่ำทุ้มมักจะทำให้การพูดคุยดูเนือยๆและน่าเบื่อ
แต่เสียงที่สูงเกินไปก็อาจสร้างความรำคาญกับคู่สนทนา หรือทำให้การพูดดูไม่จริงใจ ผู้เขียนจึงแนะนำว่าระดับเสียงที่พอเหมาะคือระดับเสียงที่ตัว ฟา และ ซอล ซึ่งถ้าเราไล่ระดับเสียงตามโน้ตดนตรี ‘โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด’ นั้น ระดับเสียง ฟา และ ซอลจะอยู่ตรงๆกลางๆ โดยผู้เขียนบอกไว้ว่าระดับเสียงโดยทั่วไปที่คนมักสนทนากันคือ โด เร มี
3) กฎเหล็กของการคุยเล่น คือ ต้องไม่เถียงกันอย่างเด็ดขาด
เพราะเราต้องการสร้างความรู้สึกดีๆให้เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย จะได้บรรลุเป้าหมายของการคุยเล่น เพราะฉะนั้นการคุยเล่นที่ทำให้เกิดความขัดแย้งเป็นเรื่องต้องห้าม และแน่นอนว่า หัวข้อที่มักจะทำให้เกิดความขัดแย้งได้ง่าย เช่น การเมือง ศาสนา
ส่วนเรื่องประเภท ความรัก หรือเรื่องใต้สะดือนั้น ผู้เขียนแนะนำว่าต้องดูเป็นกรณีๆไปครับ เพราะว่าเรื่องประเภทนี้อาจใช้ได้กับคนกลุ่มหนึ่ง แต่ก็อาจใช้ไม่ได้กับคนอีกประเภทก็เป็นได้
การเตรียมหัวเรื่องที่จะนำมาใช้สนทนาจึงควรมีทั้งความกว้างและความลึก โดยผู้เขียนแนะนำว่าเราควรเตรียมเรื่องที่ไว้ชวนคุยอย่างน้อย 5-6 เรื่อง
4) พูดทวน หรือพูดสรุปเรื่องที่อีกฝ่ายพูดมา
นอกจากเป็นการแสดงว่าเราสนใจในสิ่งที่อีกฝั่งพูดแล้วนั้น การพูดทวนและพูดสรุปยังทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเราเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ
ผมเพิ่มเติมด้วยว่าการพูดทวนยังเป็นการทบทวนข้อความที่อีกฝ่ายส่งออกมา ทำให้เราเข้าใจแน่ชัดว่าเราไม่ตกหล่นในเนื้อความ หรือมีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นระหว่างการสื่อสาร
5) พูดถึงเรื่องที่อีกฝ่าย เคยบอกเมื่อครั้งก่อน
ข้อนี้มักใช้กับการเจอกันเป็นครั้งที่สอง หรือครั้งถัดๆไป หลังจากที่เราได้เริ่มความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายไปแล้ว เราก็ควรจะรักษาระดับความสัมพันธ์นั้นไว้ด้วย ซึ่งถ้าเราไม่ทำอะไรเลย การไม่เจอกันเป็นระยะเวลาหนึ่งก็คงทำให้ความสัมพันธ์ขาดช่วงลงไป
ผู้เขียนจึงแนะนำว่า พอมาเจอกับคู่สนทนาอีกครั้งหนึ่ง ให้นำหัวเรื่องที่เคยคุยกันเมื่อครั้งที่แล้วมาพูดคุยกันต่อ เช่น เรื่องที่อีกฝ่ายแนะนำไปเมื่อครั้งก่อน ถ้าอีกฝ่ายแนะนำให้ไปดูหนังเรื่องนั้น ก็ให้นำเรื่องนั้นเข้ามาเปิดประเด็นการสนทนาเมื่อเจอกันอีกครั้ง
วิธีนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเราสนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดด้วย และยังทำให้ทั้งคู่มีหัวเรื่องให้คุย สานต่อบทสนทนากันไปได้อีกสักพัก
6) พูดเข้าประเด็นสำคัญ หลังจากคุยเล่นจนเกิดบรรยากาศดีๆ
อย่างที่ผมเกริ่นไปแล้วว่า ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าการจะเข้าสู่หัวเรื่องสำคัญมักจะมาหลังจากที่เราชวนคุยเล่นจนรู้สึกผ่อนคลายก่อน ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านจากเรื่องสบายๆ ไปยังประเด็นสำคัญจึงควรทำอย่างลื่นไหลและไม่ทำลายความต่อเนื่องของบทสนทนา
เพราะถ้าเราอุดส่าสร้างบรรยากาศการสนทนาที่ดีมาตั้งนาน เราคงไม่อยากให้มันพังลงแบบง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่องจริงจังแบบกระทันหัน
การพยายามเชื่อมหัวข้อที่คุยเล่นกันอยู่กับประเด็นที่เราตั้งใจมาคุยกับอีกฝ่ายจึงเป็นเรื่อสำคัญมาก และเราต้องพยายามหาจุดเชื่อมโยงและเปลี่ยนผ่านบทสนทนาให้เรียบและเป็นธรรมชาติที่สุด
………………………………………………………………………….
ผู้เขียน: ทาดาชิ ยาซุดะ
ผู้แปล: ช่อลดา เจียมวิจักษณ์
สำนักพิมพ์: Welearn
แนวหนังสือ: พัฒนาตัวเอง, บริหารธุรกิจ
…………………………………………………………………………..
---------------------------------------------------------------------
ใครสนใจสั่งซื้อหนังสือ แนเะนำร้าน Attorney285
https://bit.ly/3syKj5T
https://bit.ly/3y41LjS
https://bit.ly/3813T11
--------------------------------------------------------------------
#หลังอ่าน #หนังสือควรอ่านก่อนอายุ30 #100เล่มควรอ่านก่อน30
#อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น
17/08/2021
📣เปลี่ยนเเค่1%ชีวิตดี100%
[ Pop-Up your life ]: ลองดูไหม คุณก็ทำได้ “เปลี่ยนแค่ 1% ชีวิตดีขึ้น 100%”
Work From Home ยาวๆ นี่ทำให้มีโอกาสได้อ่านหนังสือหลายเล่มมากขึ้น แต่มีเล่มหนึ่งที่ผมอ่านจบแล้วรู้สึกว่า “ทำไมเราเพิ่งได้อ่านเล่มนี้วะ” เพราะเหมือนหนังสือเล่มนี้มันคุยกับเราโดยตรง เคยเป็นไปไหมครับที่เราถูกใจหนังบางเรื่อง เพลงบางเพลง หนังสือบางเล่ม ที่พอฟังจบแล้วก็รู้สึกว่า หรือมันถูกเขียนมาเพื่อเราโดยเฉพาะ
เปลี่ยนแค่1% ชีวิตดีขึ้น100% เขียนโดย ทอม คอนเนลแลน โดยตั้งคำถามว่าในหลายๆครั้งการกำหนดว่าใครเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะนั้นตัดสินกันแค่ความต่างแค่ 1% เท่านั้น อย่างเราเพิ่งดูโอลิมปิกจบกันไปใช่ไหมครับ เคยสังเกตไหมว่ากีฬาบางชนิดนี่รู้ผลกันในเสี้ยววินาที อย่างน้องเทนนิส นักเทควันโดไทยที่จากเป็นผู้นำ กำลังจะกลายเป็นผู้แพ้ในยกสุดท้าย แต่แล้วแค่7วินาทีสุดท้ายที่พลิกกลับมาเป็นฝ่ายคว้าเหรียญทองไปได้ นั่นคือความต่าง 1%
ถามว่าคู่แข่งของเราไม่เตรียมตัวหรอ ถามว่าโชคช่วยเราหรือเปล่า หรือเราฝึกซ้อมมาดีกว่าใช่ไหม คำตอบเหล่านี้ล้วนคือความแตกต่างของ 1%ที่กำหนดสถานการณ์ให้แตกต่างกันไปทั้งนั้น สิ่งที่เดียวที่คอนเนลแลน บอกให้เราโฟกัสก็คือ “ตัวเราเอง” เพราะมันเป็นปัจจัยเดียวที่เราสามารถควบคุมได้ จะโทษฟ้าโทษฝนโทษชะตาก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก เขา นำทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาตนเองเรื่อง "การกระทำ" และ "แรงจูงใจ"มาใช้ในหนังสือเล่มนี้
โดยมองว่าถ้าหากเรายิ่งสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองได้มากเท่าไหร่ เราก็จะรีดเค้นพลังงานแฝงในตัวเราออกมาได้มากเท่านั้น เมื่อเลือกทำสิ่งใดเราก็ต้องแน่ใจว่ามันคือสิ่งที่ควรทำจริงๆ สิ่งนันจะพัฒนาตัวเราเอง ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ทำแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้พัฒนาตามแผน โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆน้อยๆค่อยๆทำ ทำทีละอย่างไป และคอลเนลแลนยังเตือนสิตว่าอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น เพราะมันมีคนที่เก่งกว่าเสมอ
คนที่เราควรจะเปรียบเทียบมากที่สุดก็คือ “ตัวเราเอง” โดยเปรียบเทียบก่อนและหลังที่จะตั้งเป้าเพื่อการเปลี่ยนแปลง เราสามารถชี้วัดได้ดีว่าวันนี้เราเก่งขึ้นดีขึ้นกี่เปอร์เซนต์ เช่น เราเคยเดาะบอลได้ 100 ครั้ง ถ้าวันพรุ่งนี้เราเดาะได้ 150 ครั้งก็แปลว่าเรากำลังเก่งขึ้น แล้วถ้าอย่างนั้นวันมะรืนเราลองเดาะบอลให้ได้ 200ครั้งล่ะ จะทำได้ไหม เมื่อเราค่อยๆเห็นพัฒนาการของตัวเราเองไปเรื่อยๆ เราก็จะพบว่าเราเป็นเราที่ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆได้ ในทุกๆด้าน
จงจำคำของคอนนอลแลนว่า “อย่าเปรียบเทียบกันคนอื่น ให้เปรียบเทียบกับตัวเราเองในทุกๆวัน”
เขียนโดย บ้านอยู่ธนฯ คนอยู่เป็น
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
“Knowledge is the only way to success”
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
ติดตามคอนเทนต์เพื่อพัฒนาตัวเองสู่ความสำเร็จจาก Future Trends ได้ที่
Facebook : https://bit.ly/38fXEYs
Youtube : https://bit.ly/3gBYyzG
(อย่าลืมกด See First เพื่อไม่ให้พลาดคอนเทนต์ใหม่ในทุก ๆ วัน)
06/07/2021
👇🏻👇🏻👇🏻
# # เป้าหมายของเจ้าของ กับสามเหลี่ยมกลยุทธ์ # #
เจ้าของหรือผู้ประกอบการจำเป็นต้องกำหนดความต้องการจากการทำธุรกิจให้ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะมันส่งผลต่อการทำงาน การวางกลยุทธ์ เนื่องจากเป้าหมายบางประการจะทำให้เราต้อง Trade-off หรือการตัดสินใจเลือกสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากสองสิ่ง
งานวิจัยตีพิมพ์ของ Harvard ได้เปิดเผยว่าเป้าหมายของเจ้าของ หรือ "Owner Goal" จะเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการหรือเป้าหมายอยู่ประมาณ 3 มิติ ซึงเป็นเรื่องที่เจ้าของต้องครุ่นคิดเสมอ เช่น การเติบโตของกิจการจะเติบโตเร็วแค่ไหน? จะนำเอาสภาพคล่อง (เงินสด) ออกจากกิจการมาสร้าง Wealth หรือความมั่งคั่งให้กับตนเองมากน้อยเพียงใด และสุดท้ายต้องรักษาอำนาจการควบคุมกิจการไว้มากน้อยเพียงใด
หากคุณที่เป็นเจ้าของนำเอากำไรจากบริษัทมาแจกจ่าย เช่น การปันผล การจะลงทุนเพื่อให้กิจการเติบโตก็จะทำได้น้อยลง หรือหากคุณรักษาอำนาจการควบคุมกิจการโดยหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้หรือตอบรับการลงทุนจากภายนอก คุณก็จะมีเงินไม่มากในการลงทุนเพื่อให้เติบโตหรือสร้างสภาพคล่องให้กับกิจการ
เจ้าของจึงต้อง balance หรือทำให้ความต้องการจาก 3 เป้าหมาย ได้แก่ การเติบโต สภาพคล่อง และอำนาจในการควบคุม ให้มีความสมดุลและหมาะสมกับรูปแบบกิจการ ความต้องการ ความเหมาะสม ณ ช่วงเวลานั้นๆ โดยปกติแล้วจะพบว่าเจ้าของส่วนใหญ่จะสร้างสมดุลอย่างน้อย 2 ใน 3 เพราะว่าการกำหนดทั้ง 3 เป้าหมายมันค่อนข้างมีความขัดแย้งในเชิงกลยุทธ์บางประการ
ทั้ง 3 เป้าหมายจึงถูกออกแบบเป็น "สามเหลี่ยมกลยุทธ์เจ้าของกิจการ หรือ Owner Strategy Triangle" เพื่อให้เห็นทางเลือกเป้าหมาย 3 ด้านที่ผสมผสานกันอย่างเหมาะสม
#1 เติบโตและการมีอำนาจควบคุม (Growth and Control)
เจ้าของกิจการจำนวนมากที่ต้องการให้กิจการเติบโต และก็อยากจะรักษาอำนาจในการบริหารจัดการหรือความเป็นเจ้าของ
ถ้าคุณมีเป้าหมายในลักษณะนี้ การเติบโตของคุณจะมาจากการรักษาระดับรายได้ให้มีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และทำให้รายจ่าย รวมถึงการปันผลหรือนำเงินออกจากกิจการอยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึงการรักษาระดับการเป็นหนี้หรือการนำเงินทุนจากภายนอกเข้ามาในระดับต่ำหรือไม่มีเลยด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาอำนาจในการบริหารจัดการ แต่ถ้าจำเป็นต้องการเงินทุนจากภายนอก คุณอาจเลือกวิธีการออกหุ้นกู้ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการลงทุน แต่อำนาจสิทธิ์ขาดยังเป็นของคุณ
สิ่งสำคัญของเจ้าของที่เลือกเป้าหมายแบบเติบโตและการมีอำนาจควบคุม พวกเขาจะระมัดว่าการเป็นหนี้กับธนาคารอย่างมาก เพราะนั่นจะทำให้ธนาคารมีอำนาจเข้ามาสั่งพวกเขาให้ต้องทำอย่างนั้นอย่างงี้ เพื่อให้สามารถจ่ายคืนหนี้ได้ พวกเขาจึงเลือกหันหลังให้กับธนาคารในการเป็นหนี้ แต่เน้นแนวคิด "ช้าลงและมั่นคงขึ้น" พวกขาจะค่อยๆ เติบโตจากกำไรสะสม ถึงแม้มันช้าแต่มันเป็นการก่อร่างสร้างอาณาจักรให้เติบโตแบบบล็อกต่อบล็อก ไปพร้อมกับอำนาจในการเป็นเจ้าของกิจการอย่างเต็มตัว
#2 เติบโตและสภาพคล่อง (Growth and Liquidity)
แนวทางนี้เป็นการให้ความสำคัญกับการสร้างกิจการให้เติบโต การขยายกิจการแต่ก็ยังรวมไปถึงการจ่ายเงินไปยังเจ้าของเพื่อให้เจ้าของมีสภาพคล่อง ดังนั้นกิจการจึงเลือกใช้เงินจากนักลงทุนหรือการก่อหนี้สินเพื่อนำเงินมาใช้ในการสร้างกิจการให้เติบโตขึ้น และยอมที่จะยกอำนาจการบริหารจัดการหรือการควบคุมบางอย่างให้กับนักลงทุน
การเติบโตและสภาพคล่อง เหมาะสมกับกิจการที่เปิดขึ้นมาในระยะหนึ่งเริ่มมีผลกำไร มีสภาพคล่องในระดับปานกลางหรือที่ดี แต่มีความสามารถที่จะเติบโตได้อีก โดยกิจการมีแผนที่จะโตและมีความต้องการเงินลงทุนที่มากขึ้นเพื่อทำให้กิจการโตหรือขยายไปได้ รวมถึงเจ้าของมีแผนที่จะเพิ่มสภาพคล่องให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน โดยการถอนการลงทุนบางส่วนกลับมาเป็นผลประกอบการหรือผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับตนเอง
กิจการจึงเลือกหั่นหุ้นบางส่วนออกขายให้กับนักลงทุน หรือการหานักลงทุนเข้ามาถือหุ้นด้วยการเพิ่มทุน โดยอาจประเมินมูลค่าบริษัทให้สูงขึ้น และขายหุ้นออกไปในราคาอนาคต เงินที่ได้มาก็จ่ายคืนกลับไปที่เจ้าของ ทำให้เจ้าของ Wealth ขึ้นผ่านการขายหุ้นออกไป และกิจการก็ได้เงินมาเป็นสภาพคล่องในการลงทุนกิจการต่อไป
แต่แน่นอนว่าวิธีการนี้เจ้าของต้องยอมตัดใจลดทอนอำนาจในการบริหารหรือควบคุมกิจการลงบ้าง ซึ่งในอนาคตก็อาจทำ Exit Strategy ออกจากธุรกิจด้วยวิธีนี้เช่นกัน โดยทำได้ทั้งวิธี M&A หรือการเอาเข้าตลาดหุ้น
#3 สภาพคล่องและการควบคุม
ถ้าคุณเลือกแนวทางนี้ หมายความว่าคุณไม่กังวลกับการเติบโตของกิจการ แต่คุณให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพคล่องและอำนาจในการควบคุมกิจการมากกว่า
ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สภาพคล่องของเจ้าของ โดยการถ่ายเทเงินจากกิจการที่ทำกำไรได้กลับไปที่เจ้าของ ผ่านการปันผลตั้งแต่ระดับกลางถึงปันผลในสัดส่วนที่สูง หรืออาจใช้การดึงกำไรสะสมออกจากกิจการในรูปเงินยืมกรรมการ ขณะที่พยายามรักษาการเป็นหนี้ของกิจการให้อยู่ในระดับต่ำหรือไม่มีเลย รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายของกิจการให้อยู่ในระดับต่ำ
แนวทางนี้บริษัทไม่จำเป็นต้องเติบโต แต่ต้องสร้างรายได้หรือเงินสดเข้ากิจการอย่างสม่ำเสมอ มันอาจไม่เคยคืนทุนเลยก็ได้ เพราะเจ้าของไม่ได้ต้องการ การคืนทุน แต่ต้องการให้กิจการสร้างเงินสดในรูปแบบ Cash Machine และปันเงินสดนั้นกลับมาที่เจ้าของ ก่อนที่เจ้าของจะแปลงไปเป็นสินทรัพย์หรือความมั่งคั่งอื่นๆ และถ้ารักษากิจการไว้ไม่ให้เป็นหนี้ กิจการนั้นก็ยังเป็นของเจ้าของและก็เป็นกิจการที่คอยสร้างเงินสดให้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนี่ง โดยที่เข้าของไม่มีภาระหนี้สินหรือภาระผูกพัน
ถ้าคุณต้องการอ่านเรื่องราวเหล่านี้ในครั้งต่อไปๆ พิมพ์ "8"
ดร.ทอย ปุญญภณ เทพประสิทธิ์
DrToy Punyapon Tepprasit
บริษัทที่ปรึกษา เอ็มวีพี คอนซัลท์แทนท์ จำกัด
#พ่อมดการตลาด
์ธุรกิจ
01/07/2021
ช่วงโควิดแบบนี้ หาช่องทางรายได้เสริมกันจ้า 😍
Tiktok ทำการตลาดให้ธุรกิจได้ยังไง Live นี้มีคำตอบ
🌈 #เรียนฟรีฉันชอบ
ตึด ตึ่ง ตือ ตือ ดิ ตือ ดิ ตือ 🎶
เพื่อนๆ อยากรู้รึเปล่า ถ้าจะทำการตลาดให้ปัง ด้วย tiktok เค้าทำอย่างไร
แอดนิสงสัย เค้าทำยังไงให้ยอดขายมันปังได้นะใน tiktok เนีย
มาทางนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เค้าจะมาเฉลยให้ว่าทำยังไง
กับ หลักสูตร “ชี้ช่องรวย ด้วย TikTok”
📆ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2564
⏰เวลา 09.00-16.30 น.
📌หัวข้อบรรยายประกอบด้วย เครื่องมือให้คนติดตามมาก | หารายได้จากติ๊กต็อก สร้างคอนเทนต์ | ถ่ายทอดประสบการณ์ | ตัดต่อคลิป
👉สนใจสมัครคลิก
https://forms.gle/i6tgpq6X51Sy175K7
ส่วนพรุ่งนี้เค้า Live สด ผ่านทางเพจ Digital DIP นะ ไปตามดูจากตรงนั่นได้เลย
🙏ขอบคุณข้อมูลจาก Digital DIP
———————————————————————❤️
แล้วอย่าลืม กด like 👍 กด shared 🔀
ให้เพื่อนๆ คนอื่นได้ฟินกับของฟรีไปด้วยกัน
ติดตามเรื่องราวของคนชอบของฟรี ในช่องทางอื่นได้ที่
👥Facebook: https://www.facebook.com/ilikefreething/
▶️ Website: https://ilikefreething.com
💬 Line official: https://lin.ee/VvE5ekP
#ฉันชอบของฟรี #ฟรี #อบรมฟรี #อบรม #อบรมออนไลน์
29/06/2021
📣
ส่อง 10 สายอาชีพมาแรง! แห่งยุค
LinkedIn เผยตลาดแรงงานไทยที่ต้องการในปี 2021
LinkedIn แพลตฟอร์ม ระดับโลกที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ถูกจ้าง ได้เผยผลสำรวจ ‘Jobs on the Rise’ อาชีพมาแรง ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการในประเทศไทยนั้น จากผลสำรวจพบ 10 สายงาน ดังนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เตรียมพบกับงานสัมนาเสริมทักษะแห่งอนาคต “Skillforce Virtual Conference 2021 - COVID-19 Disruption” ในวันที่ 7-8 สิงหาคม 2021
เจาะลึกแนวคิด พัฒนาสกิล พร้อมก้าวนำการเปลี่ยนแปลงใหม่ในยุคดิสรัปชัน กับ 7 เวที ด้วยสปีคเกอร์ผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละวงการที่จะมาแชร์ทักษะ และประสบการณ์แบบจัดเต็มกว่า 30 คน
ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/3jcYfjm
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Skillforce และ Future Trends
28/06/2021
ช่วงนี้ดูแลตัวเองกันด้วยน้าทุกคน✌️✌️✌️
#เกาะติดสถานการณ์โควิด19
ช็อกติดเชื้อเกินครึ่งหมื่น ⁉ #โควิด19 คร่าอีก 22 คน ติดเชื้อรายใหม่ 5,406 คน 😱 เป็น #คลัสเตอร์เรือนจำ 9 คน และมีผู้ป่วยรักษาหาย 3,343 คน
คลิกอ่านข่าว : https://news.ch7.com/detail/495846
#ช่อง7รวมใจสู้ภัยโควิด19
#สู้ไวรัสโควิด19
้อนออนไลน์
#ข่าว7HD
🔴เกาะติดข่าว news.ch7.com
📌 อัปเดตสถานการณ์ ข่าวโควิด-19 แบบเกาะติด
ได้ที่ >> https://www.ch7.com/covid19
27/06/2021
🌟อยู่บ้านเราก็อัพสกิลได้ 😆
รวม 9 แอปพลิเคชันฝึกภาษาที่สาม เรียนรู้หลายภาษาได้ด้วยตนเอง
หลังจากที่ได้แนะนำแอปพลิเคชันสำหรับฝึกภาษาอังกฤษไปแล้ว วันนี้ เราจะมาแนะนำแอปฯ ฝึกภาษาอื่นๆ กันบ้าง ซึ่งที่รวบรวมมาเป็น 9 แอปพลิเคชันที่มีหลายภาษาให้เลือกภายในแอปเดียว ตอบโจทย์คนที่สนใจอยากเรียนรู้ภาษาที่สาม โดยแต่ละแอปฯ จะมีบทเรียนหลากหลายรูปแบบให้คุณได้ตามความถนัดเลย
มีแอปฯ ไหนบ้าง ไปเลือกดูกันเลย!
1. Duolingo
ถ้าพูดถึงแอปพลิเคชันฝึกภาษาที่สาม จะไม่แนะนำแอปฯ นี้ไม่ได้เลย ด้วยบทเรียนที่ออกแบบมาให้สั้นกระชับ การเรียนรู้คำศัพท์ผ่านเกมจะช่วยให้คุณไม่เบื่อ แถมมีการติดตามผล ช่วยกระตุ้นให้เราฝึกได้อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือ ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี ดังนั้น นี่จึงเป็นหนึ่งในแอปฯ ยอดฮิตสายฝึกภาษาเลย
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
2. Drops: Fun Language Learning
เรียนรู้คำศัพท์ผ่านการเล่นเกมสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที ก็ช่วยให้คุณจดจำคำศัพท์หลายคำได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมมีรูปภาพประกอบที่เชื่อมโยงกับความหมายของคำ โดยในแอปฯ ได้บรรจุบทเรียนไว้กว่า 37 ภาษา เน้นการเรียนรู้พื้นฐาน จดจำคำศัพท์ ตัวอักษร และฝึกการออกเสียง
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
3. LingoDeer - Learn Languages
ฝึกฝนครบทุกทักษะ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน มีทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่สเศส สเปน และอีกหลายภาษา เรียนรู้คำศัพท์ และหลักแกรมม่าระดับพื้นฐานถึงปานกลาง ฝึกฟังจากเสียงชัดๆ จากเจ้าของภาษา แถมมีบัตรคำศัพท์ ( flashcards) และแบบทดสอบให้คุณได้เลือกฝึกสลับกันไป พร้อมสามารถติดตามสถิติความก้าวหน้าของตนเองได้ ทั้งยังดาวน์โหลดบทเรียนไว้เรียนตอนออฟไลน์ได้อีกต่างหาก
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
4. Memrise: Fun Language Learning
สำหรับใครที่เน้นฝึกสกิลการพูด เราแนะนำแอปพลิเคชันนี้เลย มีให้เลือกเรียนมากกว่า 20 ภาษา เรียนรู้จากคลิปวิดีโอ เพิ่มคลั่งศัพท์และสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ฝึกออกเสียงตามเจ้าของภาษา แถมการดูคลิปยังทำให้ได้ฝึกการฟังไปอีกด้วย
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
5. Tandem - Learn new languages
แอปพลิเคชันที่คุณสามารถใช้ฝึกภาษาได้มากกว่า 160 ภาษา เรียนรู้ภาษาโดยการเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วทุกมุมโลก ค้นหาเจ้าของภาษาที่จะมาช่วยให้คุณได้ใช้ภาษาเพื่อสนทนาจริงๆ ได้ทั้งทักษะภาษาและได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่ใครที่ยังใช้ภาษาที่สามไม่คล่อง ไม่ต้องห่วงไป เพราะเขามีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณได้แก้ไขเรื่องคำศัพท์ และหลักภาษาด้วย
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
6. Babbel - Learn Languages - Spanish, French & More
แอปพลิเคชันที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนภาษา มีภาษาในเลือกเรียน 14 ภาษา บทเรียนของเขาออกแบบมาให้คุณใช้เวลา 10-15 นาทีต่อวัน เพียงฝึกทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้คุณเก่งขึ้นได้ ส่วนเนื้อหาก็สามารถนำไปใช้ได้หลายสถานการณ์ พร้อมมีฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คุณออกเสียงได้เหมือนกับเจ้าของภาษาด้วย
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
7. Rosetta Stone: Learn Languages
แอปฯ นี้ ถือเป็นเจ้าแรกๆ ในตลาดแอปพลิเคชันฝึกภาษาเลย โดยจุดเด่นของเขาอยู่ที่การช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น มีบทเรียนสั้นๆ ที่จัดให้เหมาะกับระดับภาษาของผู้เรียน มีภาษาให้เลือกฝึกถึง 24 ภาษา มีแบบฝึกให้คุณได้เรียนรู้การออกเสียงที่ถูกต้อง แถมยังช่วยให้คุณวางแผนและติดตามความก้าหน้าของตนเองได้
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
8. HelloTalk - Language Learning
อีกแอปฯ ที่ตอบโจทย์ หากคุณอยากฝึกด้วยการพูดคุยกับเจ้าของภาษาตัวจริง เสียงจริง ค้นหาเพื่อนที่จะมาช่วยคุณฝึกภาษา โดยคุณสามารถสื่อสารกับเขาได้ด้วยข้อความ เสียง และวิดีโอ ซึ่งแน่นอนในแอปฯ ก็มีฟีเจอร์ช่วยแก้ไขคำและช่วยแปลความหมายให้ด้วย ส่วนการเรียนด้วยรูปแบบอื่นๆ อย่างเรียนกับติวเตอร์ผ่านคลาสสด หรือการฝึกฟังด้วยพอดแคสต์อันนี้ก็มีเหมือนกัน
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
9. Mondly: Learn 33 Languages
เลือกเรียนภาษาที่คุณสนใจ จาก 33 ภาษาในแอปพลิเคชันนี้ เรียนรู้คำและวลีที่ใช้ได้หลายสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้คุณสามารถสร้างบทสนภาษาในภาษานั้นๆ ได้ เรียนรู้การผันกริยาให้ถูกต้อง พร้อมฝึกออกเสียงให้ชัดเจน และแอปฯ นี้ ยังเข้าใจว่า วิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนนั้นต่างกัน เขาจึงปรับรูปแบบการเรียนให้เหมาะกับสไตล์ของคุณอีกด้วย
ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งใน iOS และ Android
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
“Knowledge is the only way to success”
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
ติดตามคอนเทนต์เพื่อพัฒนาตัวเองสู่ความสำเร็จจาก Future Trends ได้ที่
Facebook : https://bit.ly/38fXEYs
Youtube : https://bit.ly/3gBYyzG
(อย่าลืมกด See First เพื่อไม่ให้พลาดคอนเทนต์ใหม่ในทุก ๆ วัน)