บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ป.1-3 โรงเรียนบ้านวังขอน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3

บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ป.1-3 โรงเรียนบ้านวังขอน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 Educational

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ  เรื่อง  ว่าวน้อยลอยลม (พลังงานธรรมชาต)  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนบ้านวังขอน ตำบลคลองก...
25/03/2026

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ เรื่อง ว่าวน้อยลอยลม (พลังงานธรรมชาต) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังขอน ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2568 ดำเนินการจัดกิจกรรม 8 มกราาคม 2569
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- ว่าวสามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร
- ทำอย่างไร ว่าวจึงจะลอยได้นานๆ เเละสูง
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ว่าวขนาดใหญ่จะลอยบนท้องฟ้าได้นาน
- เชือกยาวๆจะทำให้ว่าวลอยได้สูง
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
- นักเรียนศึกษาการพับว่าวกระดาษ แล้วลงมือพับว่าวด้วยตัวเอง
- ใช้เชือกความยาว ต่างกัน
- นักเรียนทดสอบโดยการนำว่าวไปทดลองวิ่ง
4. สังเกตและบรรยาย
- นักเรียนสังเกตวิธีการพับจรวดแบบต่าง ๆ
- นักเรียนทดลองวิ่งว่าวเเข่งกับเพื่อนๆ
- นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลที่ทำให้ว่าวขึ้นสูง เเละลอยอยู่บนม้องฟ้าได้นาน
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนร่วมกันอธิบายลักษณะของว่าวที่ลอบได้นาน และขึ้นได้สูงกว่าเพื่อน
- นักเรียนบันทึกลักษณธของว่าวลงในสมุด
6. อภิปรายผล
- จากการสังเกตและศึกษาวิธีการพับว่าวจากเพื่อน นักเรียนสามารถออกแบบและฝึกพับว่าวด้วยตัวเองได้
คุณครูรัชนี แสงกล้า ผู้จัดกิจกรรม

การสืบเสาะอิสระ เรื่อง ดอกไม้หอม กลิ่นมะกรูด ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย                  ระดับชั้นประถมศ...
25/03/2026

การสืบเสาะอิสระ เรื่อง ดอกไม้หอม กลิ่นมะกรูด ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2569
คำถามที่นักเรียนสนใจ
ครู : โรงเรียนของเรามีโครงการ สุขาดี มีความสุข
โบนัส : มีสุขอย่างไรคะ
ครู : ห้องน้ำสะอาดและหอมก็มีความสุข เวลาเราเข้าไปใช้
แก้ม : ห้องน้ำจะหอมได้ทั้งวันต้องทำอย่างไรคะ
แซมมี่ : หนูเห็นในยูทูปเขาทำดอกไม้หอมมะกรูดไว้ตั้งในห้องน้ำค่ะ
สไปร์ : พวกเราอยากทำดอกไม้หอมมะกรูดครับ กิจกรรมที่นักเรียนทำ
ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้
- ห้องน้ำจะหอมได้ทั้งวันต้องทำอย่างไรคะ
ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ
- นักเรียนคาดคะเนดอกไม้หอมกลิ่มมะกรูดหอมได้ตลอดวัน
ขั้นที่ 3 ดำเนินการประดิษฐ์ดอกไม้หอมกลิ่นมะกรูด
- วัสดุอุปกรณ์
- ใบมะกรูด ดอกพุด ผลมะกรูด เข็มหมุด กรรไกร ลวดเย็บ/ตัวลวดเย็บ
- ขั้นตอนการทำ
1. ตัดใบมะกรูดเป็นรูปหัวใจ
2. นำดอกพุดไปประกอบกับใบมะกรูดเป็นกลีบ
3. นำกลีบไปประกอบใส่ผลมะกรูดจนเต็มผล เป็นรูปดอกไม้
ขั้นที่ 4 สังเกตและบันทึก
- นักเรียนสังเกตว่าระหว่างวันในการนำดอกไม้กลิ่นหอมกลิ่นมะกรูดไปตั้งไว้ในห้องน้ำ มีกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ  เรื่อง  จรวดกระดาษ  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนบ้านวังขอน ตำบลคลองกระจัง  อำเภอศรีเทพ  ...
25/03/2026

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ เรื่อง จรวดกระดาษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านวังขอน ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2568 ดำเนินการจัดกิจกรรม 6 มกราาคม 2569
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- จรวดกระดาษ มีวิธีการพับแบบไหนนะ
- ทำอย่างไร จรวดกระดาษ จึงจะพุ่งไปได้ไกลที่สุด
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- การพับจรวดกระดาษให้สามารถพุ่งไปได้ไกลต้องมีเทคนิคการพับ
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
- นักเรียนศึกษาการพับจรวดกระดาษจากเพื่อนๆ : สอนวิธีพับจรวดกระดาษ
- นักเรียนออกแบบการพับจรวดกระดาษด้วยตัวเอง
4. สังเกตและบรรยาย
- นักเรียนสังเกตวิธีการพับจรวดแบบต่าง ๆ
- นักเรียนทดลองขว้างจรวดเเข่งกับเพื่อนๆ
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนร่วมกันอธิบายลักษณะของจรวดที่สามารถขว้างไปได้ไกลที่สุด
- นักเรียนบันทึกรูปทรงของจรวดลงในสมุด
6. อภิปรายผล
- จากการสังเกตและศึกษาวิธีการพับจรวดจากเพื่อน นักเรียนสามารถออกแบบและฝึกพับจรวดด้วยตัวเองได้

การจัดกิจกรรมสืบเสาะอิสระของนักเรียนตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 25...
25/03/2026

การจัดกิจกรรมสืบเสาะอิสระของนักเรียนตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2568 วันที่ 9-13 มีนาคม 2569
* คำถามที่นักเรียนสนใจ
1. ครูห่อไข่ออนเซ็นมารับประทานที่โรงเรียนตอนกลางวัน นักเรียนสังเกตเห็นว่าไข่ไม่สุกจึงถามครูว่า ครูกินไข่ดิบหรือคะ ครูตอบว่า ครูต้มมาแล้ว นักเรียนจึงสงสัยว่าทำไม่ไข่ต้มจึงสุกไม่เหมือนกับที่นักเรียนเคนกิน จึงต้องการหาคำตอบว่าททำไมไข่จึงสุกไม่เท่ากัน
กิจกรรมที่นักเรียนทำ
ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้
- นักเรียนเห็นไข่ต้มที่ครูนำมารับประทานกับไข่ต้มที่นักเรียนเคยกิน ไข่จึงสุกไม่เท่ากัน
ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ
- นักเรียนคาดคะเนเวลาต้มไข่
ขั้นที่ 3 ดำเนิดการสำรวจตรวจสอบ (ขั้นตอนการทดลองต้มไข่)
- วัสดุอุปกรณ์ เตาแก๊สปิกนิก ไข่ไก่ กระทะ ทัพพี ถ้วย จาน น้ำสะอาด
-นักเรียนนำนำสะอาดใส่กระทะ ตั้งเตาแก๊สและต้มน้ำให้เดือด เพื่อทดลองต้มไข่
- ต้มไข่ 2 นาที เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วตักไข่มาวางพักไว้ให้เย็น
- ต้มไข่ 6 นาที่ เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วตักไข่มาวางพักไว้ให้เย็น
- ต้มไข่ 10 นาที่ เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วตักไข่มาวางพักไว้ให้เย็น
หลังจากที่ต้มไข่ตามเวลที่กำหนดจนครบ นักเรียนช่วยกันปอกไข่และสังเกตว่าไข่มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง แล้วจดบันทึก
ขั้นที่ 4 สังเกตและบันทึก
- นักเรียนสังเกตว่าระหว่างต้มไข่เกิดอะไรขึ้น
- ในขณะต้มไข่ มีฟองอากาสเกาะที่เปลือกไข่
- ในขณะต้มไข่ มีไข่บางฟองแตก
ขั้นที่ 5 บันทึกผล
-จากการสืบเสาะอิสระ เรื่องตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน พบว่า
-ไข่ที่ต้มเวลา 3 นาที่ จะได้ไข่ลวก
-ไข่ที่ต้มเวลา 6 นาที่ จะได้ไข่ต้มสุกแต่ไข่แดงตรงกลางยังเป็นยาง มะตูม
-ไข่ที่ต้มเวลา 9 นาที่ จะได้ไข่ต้มสุกมากทั้งใบ ไข่แดงสุก
ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล
-จากการสืบเสาะของนักเรียนเรื่อง ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน เมื่อใช้เวลาต้มที่แตกต่างกันไข่ต้มจะมีลักษณะไม่เหมือนกัน

ครูเพชรทอง นันทกรพิทักษ์ ครูผู้จัดกิจกรรม

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ   เรื่อง    ประโยชน์ของพืชที่โรงเรียนของฉัน    ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  2    โรงเรียนบ้านวังขอน ...
25/03/2026

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ เรื่อง ประโยชน์ของพืชที่โรงเรียนของฉัน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านวังขอน ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2566 ดำเนินการจัดกิจกรรม 2-6 มีนาคม 2569
ครูผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ นางสาวสิตากานต์ ศรีบัวรินทร์
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
-ในโรงเรียนของฉันมีพืชอะไรบ้าง
-พืชแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
2.รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
-พืชที่พบในโรงเรียนมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีประโยชน์ที่แตกต่างกัน
3.ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.นักเรียนสำรวจและศึกษาพืชแต่ละชนิดภายในบริเวณโรงเรียน
2.นักเรียนไปศึกษาประโยชน์ของพืชแต่ละชนิด
4.สังเกตและบรรยาย
-นักเรียนสำรวจและเก็บตัวอย่างใบของพืชแต่ละชนิด
5.บันทึกข้อมูล
-นักเรียนเขียน วาดภาพ และติดตัวอย่างใบของพืชแต่ละชนิด
6.อภิปรายผล
จากการสังเกตและศึกษาพืชแต่ละชนิด นักเรียนสามารถบอกถึงประโยชน์ของพืชแต่ละชนิดได้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  Hand  On  ชื่อกิจกรรม  หน้าที่ส่วนต่างๆของพืช  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ดำเนินการจัดการเรี...
25/03/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม หน้าที่ส่วนต่างๆของพืช ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ วันที่ 4 กันยายน 2568 จำนวน 1 ชั่งโมง โรงเรียนบ้านวังขอน สังกัด สพป. เพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่าส่วนประกอบต่างๆของพืช มีหน้าที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- นักเรียนบอกได้หรือไม่ว่าใบของพืชทำหน้าที่ได้อย่างไร
-นักเรียนเคยเห็นใบไม้มีสีอะไรบ้าง
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- รากมีหน้าที่ ดูดซึมน้ำเเละเเร่ธาตุ
- ใบไม้มีหน้าที่สร้างอาหาร
- ลำต้นมีหน้าที่ลำเลียงน้ำลำเลียงอาหาร
- ดอกมีหน้าที่ ล่อเเมลงมาผสมเกษร
- ผล มีหน้าที่ ขยายพันธ์พืช
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1) ครูนักเรียนนำใบไม้ที่เตรียมมา ศึกษาลักษณะ เเละสมบัติที่สามารถสร้างอาหารได้
2) นักเรียนสังเกตส่วนประกอบของใบไม้
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถาม
- ใบไม้มีลักษณะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ใบไม้ส่วนมากมีสีอย่างไร ทำไมถึงต้องเป็นสีเขียว
5. บันทึกข้อมูล
ให้นักเรียนวาดภาพใบไม้โดยใช้สีระบาย ลอกลายใบไม้ เพื่อให้เห็นเส้นใบชัดเจน เเล้วเปรียบเทียบเส้นใบที่นักเรียนวาด
6. อภิปรายผล
ใบไม้มีลักษณะของเส้นใบสองเเบบ คือ เป็นตาข่าย กับเป็นเส้นยาว
ลักบพืชมีหน้าที่หลักคือ สร้างอาหาร ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงโดยใช้สารสีเขียว (คลอโรฟิลล์) นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ หายใจ แลกเปลี่ยนแก๊ส และ คายน้ำ เพื่อลดอุณหภูมิและช่วยในการลำเลียงน้ำจากรากมาสู่ใบ
สรุปหน้าที่สำคัญของใบ
สร้างอาหาร (สังเคราะห์ด้วยแสง): ใบใช้แสงแดด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำในการผลิตน้ำตาลและแป้ง
หายใจและแลกเปลี่ยนแก๊ส: ใบมีปากใบช่วยหายใจ โดยดูดแก๊สออกซิเจนและปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางคืน
คายน้ำ: ช่วยระบายน้ำส่วนเกินออกทางปากใบ ทำให้อุณหภูมิของใบเย็นลง
แลกเปลี่ยนแก๊ส: ใบรับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และปล่อยแก๊สออกซิเจนในตอนกลางวัน
ส่วนประกอบหลักของใบ:
แผ่นใบ: มีลักษณะแบนเพื่อรับแสง
เส้นใบ: ลำเลียงน้ำและอาหาร
ก้านใบ: เชื่อมใบกับลำต้น
รายชื่อครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. นางสาวรัชนี แสงกล้า
2. นางทองคำ ประทุม

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On  เรื่อง ท่อส่งน้ำ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 วันที่จัดกิจกรรม 19 ธันวาคม 2568 จำนวน 1 ชั่วโมงโร...
24/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On
เรื่อง ท่อส่งน้ำ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
วันที่จัดกิจกรรม 19 ธันวาคม 2568 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านวังขอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามคำถามนักเรียน ดังนี้
- นักเรียนคิดว่าท่อส่งน้ำเชื่อมต่อกันด้วยวิธีใด
- นักเรียนคิดว่าถ้าต่อท่อไม่สนิท การส่งน้ำจะเป็นอย่างไร
- หากนักเรียนต้องการรดน้ำต้นไม้สองต้นพร้อมกันจะทำอย่างไร
2.รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ถ้าท่อมีรูรั่วหรือต่อไม่สนิท น้ำจะไหลออกและไปไม่ถึงปลายทาง
- หากต่อท่อให้แน่น น้ำจะไหลได้ต่อเนื่องไม่รั่วซึม
- หากท่อมีความยาวมาก น้ำอาจไหลช้าลง
- หากต้อท่องเป็นสองทางจะรดน้ำต้นไม้สองต้นได้พร้อมกัน
3.ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรม ท่อส่งน้ำ ดังนี้
- แจกหลอดขนาดต่างๆ (หลอดงอ,หลอดตรง,หลอดขนาดเเตกต่างกัน, เทปใส)
- นักเรียนทดลองต่อท่อส่งน้ำด้วยหลอดตามรูปแบบที่นักเรียนได้ออกแบบไว้
- นำขวดพลาสติกกรอกน้ำแล้วนำมาเทลงในท่อส่งน้ำที่นักเรียนออกเเบบ
4.สังเกตการบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนฝึกทักษะการคิดจากกิจกรรม ท่อส่งน้ำ ดังนี้
- นักเรียนมีวิธีการเทน้ำอย่างำรเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก และสามารถรดน้ำต้นไม้ได้
- ท่อส่งน้ำของนักเรียนมีรอยรั่วหรือเชื่อมต่อไม่สนิทหรือไม่
- นักเรียนสามารถซ่อมแซมท่อส่งน้ำที่รั่วได้หรือไม่ และซ่อมแซมอย่างไร
5.บันทึกข้อมูล
- นักเรียนบันทึกผลการทดลอง เรื่องท่อส่งน้ำ ลงในแบบบันทึกกิจกรรม
6.อภิปรายผล
- นักเรียนเเต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน เเละอภิปรายผลการทดลองกลุ่มของตนเอง
-ท่อส่งน้ำที่มีรอยต่อแน่นน้ำจะไม่รั่วซึม ไหลได้สะดวกและต่อเนื่อง หากท่อส่งน้ำต่อไม่สนิทน้ำจะรั่วซึมและไหลช้า และการที่น้ำไหลแรงหรือช้ามีผลมาจากแรงดันน้ำ และระดับความสูงของท่อส่งน้ำ (การเทแรง/เทค่อยๆ)
ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
คณะครูโรงเรียนบ้านวังขอน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  Hand  On  ชื่อกิจกรรม  การวิจัยเกี่ยวกับพืช (ใบไม้เเสนสวย)  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ดำเนิ...
13/11/2025

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม การวิจัยเกี่ยวกับพืช (ใบไม้เเสนสวย) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ วันที่ 6 สิงหาคม 2568 จำนวน 1 ชั่งโมง โรงเรียนบ้านวังขอน สังกัด สพป. เพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
- นักเรียนเคยสังเกตใบไม้ที่อยู่รอบๆตัวเราไหม ใบไม้เเต่ละต้นเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่ารูปร่างของใบไม้แบ่งเป็นกี่แบบ
-นักเรียนเคยเห็นใบไม้มีสีอะไรบ้าง
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ใบไม้มีรูปร่างเเตกต่างกัน สีต่างกัน ขนาดต่างกัน
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1) ครูนักเรียนนำใบไม้ที่เตรียมมา นำมาเปรียบเทียบกัน
2) นักเรียนสังเกตขนาด สี รูปร่างของใบไม้ เส้นใบ
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถาม
- ใบไม้มีลักษณะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- เส้นใบของใบไม้แต่ละชนิดมีลักษณะรูปร่างอย่างไรบ้างขึ้น
5. บันทึกข้อมูล
ให้นักเรียนวาดภาพใบไม้โดยใช้สีระบาย ลอกลายใบไม้ เพื่อให้เห็นเส้นใบชัดเจน เเล้วเปรียบเทียบเส้นใบที่นักเรียนวาด
6. อภิปรายผล
ใบไม้มีลักษณะของเส้นใบสองเเบบ คือ เป็นตาข่าย กับเป็นเส้นยาว
ลักษณะของใบไม้ที่เป็นร่างตาข่าย คือพืชใบเลี้ยงคู่
ลักษณะของใบไม้ที่เป็นเส้นเเนวยาว คือพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
รายชื่อครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. นางสาวรัชนี แสงกล้า
2. นางสาวสิตากานต์ ศรีบัวรินทร์

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม ตัวเลขกับอวัยวะภายนอก ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จัดกิจกรรมวันที่ 5 สิงหาคม ...
24/10/2025

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม ตัวเลขกับอวัยวะภายนอก ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
จัดกิจกรรมวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2568
โรงเรียนบ้านวังขอน สพป. เพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการณ์สืบเสาะ
1. ตั้งคำถามบูรณาการวิชาวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์
ครูถามนักเรียนดังนี้
1.1 นักเรียนเคยสังเกตส่วนต่างๆของร่างกายที่สามารถมองเห็นหรือไม่
1.2 นักเรียนลองสังเกตส่วนต่างๆของร่างกายว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างมีจำนวนเท่าไร
1.3 นักเรียนรู้และเขียนจำนวนอวัยวะที่มองเห็นได้หรือไม่
2. รวบรวมความคิดและคำศัพท์
2.1 นักเรียนช่วยกันสังเกต ช่วยกันตอบคำถามจำนวนอวัยวะที่สามารถมองเห็นได้
3. ปฏิบัติการสืบเสาะ
3.1 นักเรียนแต่ละคนสังเกตร่างกายตนเอง ร่างกายเพื่อนๆ แล้วสามารถบอกจำนวนส่วนต่างๆของร่างกายได้
3.2 จากนั้นให้นักเรียนใช้หลอดที่ตัดเป็นท่อนความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ให้ออกแบบการสร้างตัวเลข ตามจำนวนของอวัยวะที่นักเรียนสังเกตุได้
4. แบบรูปทางคณิตศาสตร์
ครูตั้งคำถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
4.1 นักเรียนมีวิธีการจำหลักการเขียนตัวเลขอย่างไร?
4.2 อวัยวะของเราส่วนใดที่มีจำนวนมากที่สุด
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนสำรวจอวัยวะต่างๆของร่างกาย ส่วนใดที่มีจำนวนเท่ากัน ส่วนใดที่มีจำนวนเเตกต่างกัน
6. อภิปรายผล
- อวัยวะภายนอกของคนเราส่วนมากมี 2 ข้าง อวัยวะที่มีมากที่สุดคือนิ้วมือ
ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้
จากการทำกิจกรรมตัวเลขกับอวัยวะภายนอกพบว่า
- นักเรียนสามารถบอกจำนวนอวัยวะภายนอกของตนเอง และเขียนเป็นตัวเลขได้ถูกต้อง
- นักเรียนได้เรียนรู้จำนวนชิ้นส่วนของร่างกายของตนเองจากการสังเกตว่ามีจำนวนเท่าไร พร้อมทั้งทราบจำนวนทั้งหมดของชิ้นส่วนร่างกายตนเอง โดยการนำตัวเลขแต่ละชิ้นส่วนมาบวกกัน
- เด็กๆสามารถนำสิ่งของต่างๆรอบตัวมาประดิษฐ์เป็นตัวเลข 1-10 ตามความคิดสร้างสรรค์ของตนเองได้อย่างหลากหลาย
- เด็กๆสามารถจำตัวเลขจากการพบเจอในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งบอกประโยชน์ของตัวเลขนั้นๆได้
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวรัชนี แสงกล้า / ครูผู้สอน, ครูผู้ประสานงาน
นางเพชรทอง นันทกรพิทักษ์ / ครูประจำชั้น

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม กระดูกมือ  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จัดกิจกรรมวันที่ 25 กรกฏาคม พ.ศ.2568 ...
25/07/2025

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม กระดูกมือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 25 กรกฏาคม พ.ศ.2568 โรงเรียนบ้านวังขอน สังกัด สพป. เพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียนในวันนี้ โดยใช้คำถามดังต่อไปนี้
- มือของเรรามีลักษณะอย่างไร
- ทำไมมือของเราจึงหยิบ จับ สิ่งของได้
- ถ้ามือของเราไม่มีกระดูกจะเกิดอะไรขึ้น
- เราจะพบกระดูกที่บริเวณใดบ้าง
- กระดูกของมือเรามีลักษณะอย่างไร
2.รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ภายในมือมีกระดูก
- กระดูกมือมีหลายข้อ
-กระดูกแต่ละนิ้วยาวไม่เท่ากัน
3.ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
-ให้นักเรียนดูภาพโครงกระดูกมือ
-ร่วมกันอภิปรายและบันทึกรูปร่างและความยาวของกระดูกมือ ลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง กระดูกมือ
-ให้นักเรียนแต่ละคนร่างแบบจำลองโครงกระดูกมือและแขน แบบบันทึก
4.สังเกตและบรรยาย
-ให้นักเรียนแต่ละคนออกมานำเสนอภาพจำลองโครงกระดูกมือและแขนหน้าชั้นเรียน
5.บันทึกข้อมูล
-นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 เรื่อง โครงกระดูก
6.อภิปรายผล
ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปกิจกรรม ดังต่อไปนี้
-ในมือของเรามีกระดูกที่ทำให้มือเราเเข็งเเรง
- กระดูกในนิ้วมือของเรามีขนาดเเละความยาวต่างกัน
- นิ้วมือเเต่ละนิ้วมีกระดูก 3 ท่อน ยกเว้นนิ้วหัวเเม่มือมีกระดูก 2 ท่อน
- นิ้วมือเรางอได้เพราะมีกระดูกเป็นข้อสั้นๆ ไม่เหมือนเเขนที่เป็นกระดูกยาวตรง
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.นางสาวรัชนี แสงกล้า
2.นางทองคำประทุม

ที่อยู่

โรงเรียนบ้านวังขอน
Si Thep
67170

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ป.1-3 โรงเรียนบ้านวังขอน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท