บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านโปร่ง สพป. ศรีสะเกษ เขต 1

บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านโปร่ง สพป. ศรีสะเกษ เขต 1 บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย

21/05/2026
15/04/2026

โครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์.... กระดาษจากใบเตย

กิจกรรมที่ ๒๐ น้ำล้น น้ำท่วม จุดประสงค์๑.  เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลอยและการจม การเกิดน้ำล้นน้ำท่วม ๒.  เพื่อ...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๒๐ น้ำล้น น้ำท่วม

จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลอยและการจม การเกิดน้ำล้นน้ำท่วม
๒. เพื่อให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสามารถทำการทดลองอย่างง่ายด้วยตนเอง
เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
๑. ครูและเด็กร่วมสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทดลอง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง
๒. ตั้งอ่างน้ำบนพื้นราบ อ่างมองทะลุทุกด้านเพื่อให้เด็กๆสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำได้ เติมน้ำลงไปในอ่างอย่าให้ล้น จากนั้นให้เด็กๆทุกคนจุ่มมือลงไปในอ่างน้ำ สังเกตระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เมื่อใดที่ระดับน้ำสูงขึ้นและเมื่อใดระดับน้ำลดลง เด็กๆทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นใช่หรือไม่ สรุปผลการทดลอง (เมื่อเด็กๆจุ่มมือลงไประดับน้ำจะสูงขึ้นและเมื่อยกมือขึ้นระดับน้ำจะต่ำลง)
๓. เติมน้ำลงในแก้วใบใหญ่ใบหนึ่งปริมาณ ๒ใน ๓ ของแก้ว แล้วให้เด็กๆว่างวัตถุที่ละชิ้นลงในน้ำแล้วบันทึกด้วยปากกาเคมี ถามเด็กๆว่าอะไรทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลง สิ่งใดทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงมากและน้อย สรุปผลการทดลอง (เมื่อวางวัตถุลงในน้ำระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับน้ำหนักและขนาดของวัตถุ)
๔. เติมน้ำในแก้วจนปริ่มจากนั้นวางผลไม้ทีละชิ้นลงในแก้ว สำรวจสิ่งไหนลอยน้ำได้และไม่ลอนน้ำ หากมีวัตถุจมน้ำให้เติมน้ำให้ปริ่มอยู่ตลอด ให้เด็กๆชั่งน้ำหนักของผลไม้และน้ำที่ล้นออกมาแล้วเปรียบเทียบกัน ปริมาณน้ำและผลไม้ที่ลอยน้ำได้เกี่ยวข้องกันหรือไม่ สรุปผลการทดลอง (ผลไม้หลายชนิดทำให้ล้นแตกต่างกัน อยู่ที่ว่าจะจมลงน้ำได้ลึกแค่ไหน น้ำที่ล้นออกมามีน้ำหนักโดยประมาณเท่าๆกับผลไม้ที่ลอยน้ำได้)
๕. แจกดินน้ำมันให้เด็กคนละเท่ากัน ให้เด็กปั้นเป็นลูกกลม จากนั้นให้เด็กคิดว่าจะปั้นอย่างไรให้ดินน้ำมันลอยน้ำได้ เมื่อค้นพบแล้วว่าสามรถลอยน้ำได้ ให้นำไปว่างบนน้ำปริ่มที่ภาชนะมีชามรอง ให้เด็กสังเกตว่ามีน้ำล้นออกมามากแค่ไหน จากนั้นให้ปั้นเป็นรูปเรือแล้วนำไปลอยน้ำที่ปริ่มที่มีชามรอง สังเกตว่ามีน้ำล้นออกมาหรือไม่ ให้เด็กเปรียบเทียบน้ำหนักของดินน้ำมันกับน้ำหนักของน้ำที่ล้นออกมา สรุปผลการทดลอง (ดินน้ำมันกลลมจะจมน้ำ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นเรือจะลอยน้ำได้ น้ำที่ล้นออกมาก็มีน้ำหนักเท่าเรือดินนำมัน)
๖. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลการทดลองพร้อมบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพระบายสีและนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

กิจกรรมที่  ๑๙ เรื่อง  ความลับของสีดำจุดประสงค์๑. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการดูดซับ                                   ...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๑๙ เรื่อง ความลับของสีดำ

จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการดูดซับ ๒. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการกระจายของสี ๓. เพื่อให้เด็กเรียนรู้ในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
๑. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับการละลายของน้ำ เด็กๆเคยเห็นกระดาษที่มีภาพวาดและเปียกน้ำไหม เห็นเป็นอย่างไร เด็กๆบอกว่า กระดาษจะเปียก และสีจะกระจายไปรอบๆกระดาษ
๒. ครูสนทนากับเด็กๆว่า ที่น้ำกระจายไปรอบๆกระดาษ เกิดจากการแพร่กระจายของน้ำนั่นเอง และ ถ้าเราระบายสีลงบนกระดาษ เมื่อกระดาษเปียกน้ำ สีจะกระจายไปรอบๆกระดาษด้วย ครูจึงพาเด็กทดลอง เรื่อง “ความลับของสีดำ” ๓. ครูแนะน้าวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง เช่น กระดาษกรอง สีเมจิก น้ำเปล่า และแก้วน้ำ
๔. เด็กๆใช้สีเมจิกสีดำ ระบายลงไปบนกระดาษกรอง จากนั้นเจาะรูตรงกลาง ๕. ม้วนกระดาษกรองอีกแผ่นหนึ่ง แล้วเสียบเข้าไปตรงกลาง ๖. จากนั้นเทน้ำใส่แก้ว แล้วน้ากระดาษกรองจุ่มลงในแก้วน้ำ สังเกตการเปลี่ยนแปลง ๗. ครูสรุปกิจกรรม เมื่อเราน้ากระดาษกรองไปจุ่มน้ำาจะเกิดการดูดซับ การแพร่กระจายของน้ำ ทำให้สีดำเกิดการกระจาย เป็นสีหลายๆสี ซึ่งสรุปได้ว่า สีดำเกิดจากการรวมกันของสีมากกว่า ๒ สี นั่นเอง เราจึงเห็นสีหลายๆสีออกมาจากสีดำ

กิจกรรมที่ ๑๘  เรื่อง ปั้มขวดและลิฟต์เทียน                                                                              ...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๑๘ เรื่อง ปั้มขวดและลิฟต์เทียน

จุดประสงค์
๑. เพื่อฝึกทักษะการสังเกตและบอกได้ว่าสิ่งใดที่ช่วยในการเผาไหม้ ๒. จำแนกวัสดุ อุปกรณ์ของกิจกรรมปั้มขวดและลิฟต์เทียนได้ ๓. สรุปผลการจัดกิจกรรมปั้มขวดและลิฟต์เทียนได้

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
๑. เด็กและครูช่วยกันเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ทดลองวางบนโต๊ะให้เด็กเห็นได้ชัด
๒. ครูแนะนำสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ในการทดลอง เช่น ขวดแก้ว จาน แก้ว สีผสมอาหาร น้ำ
๓. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเรื่องล้างแก้วครูถามเด็ก ๆ มีใครสังเกตหรือไม่ว่า เมื่อล้างแก้ว ด้วยน้ำร้อนและนำไปคว่ำไว้บนพื้นโต๊ะมีเสียงอะไรเกิดขึ้น ๔. เด็กๆ ทุก คนตอบ ว่ามีไอน้ำ มีน้ำอยู่ข้างไหน หลังจากนั้นเด็กและครูร่วมกันทดลองว่าจะเกิดอะไร ขึ้นถ้าเราเทน้ำร้อนออกจากขวด ๕. เด็กและครูช่วยกันผสมสีกับน้ำบนจานพลาสติก ๖. เติมน้ำร้อนลงในขวดพลาสติกแข็งประมาณครึ่งขวดแล้วปิดฝาให้เด็ก ๆ ผลัดกันเขย่า ครูต้องคอยดูอยู่ใกล้ชิด ขณะทำกิจกรรม จากนั้นเทน้ำออก และคว่ำปากขวดลงบนจานที่มีน้ำผสมสี แล้วตั้งขวดไปสักพัก ๗. เด็กและครูร่วมกันสังเกต ให้เด็กสังเกตและบันทึกผล ๘. ต่อจากนั้นให้นำขวดออกแล้วนำเทียนถ้วยตั้งตรงกลางจานและจุดไฟ สังเกต เมื่อเอาแก้วครอบ เทียนบนจาน
๙. เด็ก ๆ และครูร่วมกันสรุปและแสดงความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการทดลองเรื่อง ปั๊มขวดและลิฟต์เทียน พบว่า การให้ความร้อนแก่ขวดทำให้อากาศภายในขวดอุ่นส่งผลให้อากาศภายนอกเคลื่อนที่เข้าไป เมื่ออากาศเย็นตัวลงอากาศเริ่มเคลื่อนที่เข้าหากันมากขึ้น ทำให้น้ำที่อยู่บริเวณปากขวด ไหลเข้า และในการทดลองเทียนถ้วยเมื่อเทียนถูกครอบออกซิเจนจะถูกใช้อย่างรวดเร็วจนหมดทำให้ เทียนดับ และขณะที่ไฟติดอากาศก็จะร้อนออกซิเจนก็หมด เมื่อไฟดับอากาศค่อย ๆ เย็นลงทำให้ เคลื่อนตัวเข้าชิดกัน ดึงน้ำที่อยู่ปากแก้วเข้ามาแทนที่

กิจกรรมที่ ๑๗  ปริมาณน้ำในแก้วเท่ากันหรือไม่จุดประสงค์๑.  เพื่อให้เด็กได้เปรียบเทียบภาชนะที่มีความจุต่างกัน (เล็ก,ใหญ่,ส...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๑๗ ปริมาณน้ำในแก้วเท่ากันหรือไม่

จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กได้เปรียบเทียบภาชนะที่มีความจุต่างกัน (เล็ก,ใหญ่,สูง,เตี้ย)
๒ เพื่อให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และสามารถเปรียบเทียบความจุขนาดภาชนะเล็ก,ใหญ่ด้วยตนเอง
๓. เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์,คณิตศาสตร์

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง โดยใช้คำถามว่า
- ใครรู้จักและเรียกชื่อสิ่งที่วางบนโต๊ะได้บ้างคะ
- ทราบไหมว่าวันนี้ครูจะพาเด็กๆทำอะไร
- เราจะทำอย่างไร ถึงจะรู้ว่าแก้วขนาดใดบรรจุได้มากกว่ากัน
หลังจากได้รับคำตอบแล้ว เด็กและครูร่วมกันออกแบบการทดลองดังนี้
๑. ครูและร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่นำมาทดลอง ช่วยกันหาภาชนะที่มีขนาดและความสูงแตกต่างกัน
๒. จากนั้นให้เด็กๆเลือกภาชนะที่จะมาทดลองคนละ ๒ ใบ ที่มีขนาดต่างกัน ให้เด็กลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง(ครูคอยแนะนำอยู่ใกล้ๆ) เริ่มเทน้ำลงภาชนะใบที่ ๑ จากนั้นเทจากภาชนะใบที่ ๒ และเปรียบเทียบ จากนั้นตั้งคำถามว่า ภาชนะใดมีน้ำ “มากกว่า”และเพราะอะไร สังเกตเห็นอะไรบ้าง ครูคอยแนะนำให้เด็กตั้งสมมติฐานและการสังเกต โดยใช้คำถามเหล่านี้ในการอธิบาย “มากกว่า” น้อยกว่า” “สูงกว่า”และ“เตี้ยกว่า” จากนั้นให้เด็กเปรียบเทียบปริมาณภาชนะหลายๆใบ โดยใช้กระบอกตวง “เป็นหน่วยกลาง” ครูถามเกี่ยวกับสมมติฐานอีกครั้งว่า ภาชนะใดจุน้ำได้น้อยที่สุด และให้เรียงลำดับจากน้อยสุดไปจนถึงมากที่สุด จากนั้นเทน้ำลงในภาชนะใบที่ ๑ ให้เต็ม แล้วเทใสกระบอกตวง ขีดระดับน้ำไว้ด้วยปากกาเคมี แล้วเทน้ำออก ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆกับภาชนะใบที่ ๒,๓,๔,๕….ถ้าปริมาณเพิ่มหรือลดให้ดูจากขีดที่ทำไว้ แสดงว่าสามารถเรียงลำดับความจุของภาชนะน้อยสุดไปหามากสุดได้
๓. การที่ให้เด็กเทน้ำจากภาชนะใบที่ ๑ ลงในภาชนะใบที่ ๒ ไปเรื่อยๆ ทำให้เด็กรู้ว่า ภาชนะที่เป็นทรงสูงอาจมีปริมาตรไม่มากเสมอไป แต่อาจมีปริมาตรน้อยกว่าภาชนะทรงเตี้ยก็ได้
๔. และครูร่วมกันสรุปผลการทดลองพร้อมบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพระบายสีและนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

กิจกรรมที่ ๑๖  เรื่อง ไหลแรงหรือค่อย                                                                                    ...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๑๖ เรื่อง ไหลแรงหรือค่อย

จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องความดันน้ำ ๒. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการไหลของน้ำ ๓. เพื่อให้เด็กเรียนรู้ในการท้างานร่วมกันกับผู้อื่น

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
๑. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับการอาบน้ำ เวลาเราอาบน้ำ เราเปิดน้ำจากอะไร เด็กๆตอบว่า เปิดจาก ก๊อก เด็กๆสังเกตเห็นอะไรบ้าง เด็กๆตอบว่า น้ำไหลจากข้างบนลงข้างล่าง ๒. ครูสนทนากับเด็กๆว่า การที่น้ำไหลจากข้างบนลงสู่ข้างล่างนั้น เพราะ น้ำมีแรงดัน ที่บริเวณน้ำลึก จะมีความดันมากกว่าน้ำตื้น การไหลของน้ำจะเกิดขึ้นได้ต้องมีอากาศเข้าไปแทนที่ ครูจึงพาเด็กๆทดลอง เรื่อง “ไหลแรงหรือค่อย” ๓. ครูแนะน้าวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง เช่น ขวดพลาสติก เข็มหมุด (ครูเป็นคนเจาะให้เด็ก) เทปกาว น้ำเปล่า และกะละมังพลาสติก ๔. ครูเจาะรูขวดให้เด็กๆ ๒ รู จากนั นเด็กๆใช้เทปกาวปิดขวดไว้ ๕. จากนั่นให้เด็กๆเติมน้ำลงไปในขวด และให้เด็กๆแกะเทปกาวรูบนออกก่อน แล้วสังเกตการ เปลี่ยนแปลง
๖. เด็กๆบอกว่า น้ำไหลออกมาจากขวด จากนั นให้เด็กๆแกะเทปกาวรูล่างออก แล้วสังเกตการ เปลี่ยนแปลง เด็กๆบอกว่าน้ำไหลแรงขึ้น ครูถามเด็กๆว่ารูบนหรือรูล่างที่ไหลแรงกว่ากัน เด็กๆตอบว่า “รูล่าง” ๗. ครูสรุปกิจกรรม เมื่อเราเจาะรูที่ขวด รูที่ใกล้ก้นขวดมาก น้ำจะยิ่งไหลแรง และน้ำจะไหลออกจากรู ที่เจาะไว้ก็ต่อเมื่อมีอากาศเข้ามาแทนที่น้ำในเวลาเดียวกันนั่นเอง

กิจกรรมที่ ๑๕  เรื่อง การกรองน้ำ                                                                                       จ...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๑๕ เรื่อง การกรองน้ำ
จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการกรองน้ำ ๒. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการท้าให้น้ำใสสะอาด ๓. เพื่อให้เด็กเรียนรู้ในการท้างานร่วมกันกับผู้อื่น

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
๑. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับการกับน้ำ เด็กรู้จัก “น้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาล” หรือไม่เด็กๆตอบว่า “เคยได้ยิน” ครูถามต่อว่า สงสัยไหมว่าทำไม น้ำบาดาลสะอาดจนสามารถนำมาใช้ในบ้านของเราได้น้ำมาจาก ไหน แล้วทำไมจึงมีน้ำใสสะอาดไหลออกมาจากก๊อก เด็กสงสัยและอยากรู้ ครูจึงพาเด็กทดลอง เรื่อง “การกรองน้ำ”
๒. ครูแนะนำวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง เช่น ขวดน้ำพลาสติก หิน ถ่าน ทรายหยาบ กรวด สำลี และน้ำที่ผสมดิน ๓. ครูขออาสาสมัครออกมา เทน้ำใส่ขวดพลาสติก (ครูตัดขวดเตรียมไว้ให้) จากนั้นใส่สำลีลงไปตาม ด้วยทรายหยาบ กรวด ถ่าน และหิน ๔. เมื่อได้เครื่องกรองแล้ว เทน้ำที่ผสมดินลงไป แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลง ๕. เด็กๆบอกว่า “น้ำใสขึ้น” ๖. ครูให้เด็กนำน้ำที่กรองแล้ว กรองซ้ำอีกประมาณ 5 ครั้งแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลง
๗. ครูสรุปกิจกรรมว่า หิน ถ่าน ทรายหยาบ กรวด สำลี สามารถกรองสิ่งสกปรกได้ หลังจากผ่านการกรองแล้ว ททำให้น้ำใสสะอาดมากขึ้น

กิจกรรมที่ ๑๔  เรื่อง เมล็ดพืชเต้นระบำ            จุดประสงค์๑. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์        ...
18/03/2026

กิจกรรมที่ ๑๔ เรื่อง เมล็ดพืชเต้นระบำ
จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ๒. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับแรงดันอากาศ ๓. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
๑. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับน้ำอัดลม โดยถามประสบการณ์เดิมเด็กๆว่า เด็กๆรู้จักน้ำอัดลมไหม มีลักษณะเป็นอย่างไร เด็กๆตอบว่า” เคยเห็น” เป็นน้ำสีดำๆ มีฟองอยู่ในขวดด้วย
๒. ครูสนทนากับเด็กๆว่า น้ำอัดลมมีฟองเพราะ ในน้ำอัดลมประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO๒) เนื่องจากฟองก๊าซเบากว่าน้ำ จึงลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ จึงพาเด็กทำการทดลองเรื่อง “เมล็ดพืชเต้นระบำ”
๓. ครูแนะนำวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง เช่น น้ำเปล่า น้ำโซดา แก้วน้ำ และเมล็ดถั่วแดง
๔. ครูให้เด็กตักเมล็ดถั่วแดงใส่ลงไปในแก้ว จากนั้นให้เด็กเทน้ำาเปล่าลงไป แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลง
๕. จากนั้นครูให้เด็กตักเมล็ดถั่วแดงใส่ลงไปในแก้ว และให้เด็กเทน้ำาโซดาลงไป จากนั้นสังเกต การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ๖. เด็กๆตอบว่า เมล็ดพืชเต้นระบำในแก้วที่ใส่น้ำโซดา ๗. ครูสรุปกิจกรรม ว่าน้ำโซดาเกิดจากการอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เบากว่าน้ำ จึงทำให้วัตถุลอยขึ้นมาเหนือน้ำได้

ที่อยู่

โรงเรียนบ้านโปร่ง
Si Sa Ket
33250

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านโปร่ง สพป. ศรีสะเกษ เขต 1ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท