TSQM-A จังหวัดศรีสะเกษ

TSQM-A จังหวัดศรีสะเกษ เพจเพื่อประชาสัมพันธ์งานโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ TSQM-A

เด็กจะฮู้จักควมได้ ต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย
22/04/2026

เด็กจะฮู้จักควมได้ ต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย

ศรีสะเกษโมเดล: เติบโตเป็น ‘เด็กฮู้จักควม’ พัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดศรีสะเกษได้ขับเคลื่อนงานด้านปฐมวัยโดยมุ่งเน้นไปที่การวางโครงสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อสร้าง ‘เด็กฮู้จักควม’ หรือเด็กที่มีสมรรถนะในการจัดการตนเองและมีจิตสำนึกความเป็นพลเมือง โดยใช้ ‘บ้านโกโมเดล’ ซึ่งมีการระบุเป้าหมายเรื่องทักษะทางสังคมอารมณ์ (Self) และทักษะสมอง (EF) ลงไปในวาระจังหวัด ด้วยมุ่งหวังให้การพัฒนาทักษะเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในจังหวัดศรีสะเกษ

ในระดับห้องเรียน ครูริน-ธนกร โพธิ์งาม ครูแกนนำปฐมวัยโรงเรียนบ้านโก สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 ได้นำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ผ่านกิจกรรมจิตศึกษาพัฒนาปัญญาภายใน ใช้พลังบวกในการสร้างสถานที่ที่สงบ สถานที่ที่ปลอดภัย รวมถึงท่าทางของคุณครูที่แสดงออกจะต้องเป็นกัลยาณมิตรต่อเด็ก

“คุณครูจะสร้างสถานการณ์จากนิทาน เรื่องเล่า รูปภาพ หรือสื่อต่างๆ เพื่อให้เขาเกิดการคิด ฝึกการไตร่ตรอง แล้วก็ตัดสินใจในเชิงคุณธรรม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง Self-control หรือการกำกับตัวเอง อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของเด็กฮู้จักควม คือรู้จักว่าตนเองจะปฏิบัติตัวอย่างไรในสังคม”

จากนั้นเด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่าน ‘ห้าง’ ในชีวิตจริง ซึ่งประกอบด้วย งานครัว งานสวน งานบ้าน งานสำรวจ กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการฝึกให้เด็กมีการคิดวิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในช่วงวัยของตนเอง โดยครูรินได้ยกตัวอย่างกิจกรรมการสำรวจที่พาเด็กๆ ไปสำรวจดินในโรงเรียนว่า

“เขารู้จักดินชนิดไหนบ้าง พาเขาไปสังเกต พาเขาไปสัมผัสว่าดินแต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร ให้เขาได้คิดแล้วคุณครูก็ร่วมพูดคุยกับเขา ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถนำไปเชื่อมโยงต่อได้ในเรื่องของกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ว่าการไหลซึมของน้ำผ่านดินร่วน ดินเหนียว ดินทรายเป็นอย่างไร แล้วคุณครูก็จะบันทึกผลการทดลองมาสรุปให้เด็กๆ ได้ฟัง”

นอกจากนี้ยังมีการสำรวจร่างกายผ่านการอาบน้ำก่อนนอนพักผ่อน ซึ่งไม่ใช่แค่กิจวัตรประจำวัน แต่เป็นการสร้าง Self-concept ให้กับเด็ก เด็กจะได้เรียนรู้ว่าร่างกายของเขามีลักษณะอย่างไร แตกต่างจากเพื่อนอย่างไร นำไปสู่การเคารพซึ่งกันและกัน และการเรียนรู้สิทธิหน้าที่ของตัวเอง

ทั้งนี้ความร่วมมือในการพัฒนาเด็กร่วมกันกับผู้ปกครองก็เป็นสิ่งที่สำคัญ มีบางครั้งหรือบางกรณีที่ผู้ปกครองทำชิ้นงานแทนลูก เพียงเพราะผู้ปกครองคิดว่าเด็กที่ทำสวยอาจจะได้รับการยอมรับจากเพื่อนและคุณครูมากขึ้น คุณครูจึงได้อธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจว่า

“เด็กอนุบาลเป็นช่วงสำคัญในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก แล้วก็การสร้างความมั่นใจในตนเอง งานของเด็กที่ทำด้วยลายมือของตัวเองอาจจะไม่สวย อาจจะโยกเยกไปบ้าง หรือระบายสีออกนอกกรอบบ้าง แต่นี่คือความภูมิใจและเป็นพัฒนาการที่นำไปประเมินเด็ก เพื่อที่จะได้นำมาพัฒนาเด็กได้ตรงจุด ก็ขอความร่วมมือให้คุณพ่อคุณแม่เน้นให้กำลังใจ นั่งดูอยู่ข้างๆ เด็ก” พร้อมกันนี้ครูรินยังกล่าวเสริมอีกว่า

“โรงเรียนบ้านโกมุ่งพัฒนาแบบองค์รวม ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อให้มั่นใจว่า เด็กปฐมวัยของเราเติบโตไปเป็นเด็กฮู้จักควม ที่มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีพัฒนาการสมองที่แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต”

อ่านบทความ เตรียมเด็กปฐมวัยให้พร้อมสู่โลกอนาคต: ถอดรหัสการจัดการเรียนรู้ภายใต้บริบทพื้นที่ จังหวัดภูเก็ตและศรีสะเกษ https://thepotential.org/creative-learning/together-we-grow-4/

เรื่อง ผ่องอำไพ รำพรรณ์

10/04/2026

"เด็กทุกคนคือของขวัญล้ำค่าจากธรรมชาติ"

ที่ซ่อนศักยภาพอันยิ่งใหญ่ไว้ภายใน (รอรับการสร้างพื้นที่แห่งความงอกงามจากผู้ใหญ่ที่รายล้อม)

ช่วงปฐมวัยจึงเปรียบเสมือน “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่เปิดให้การเรียนรู้และการพัฒนาเกิดขึ้นได้อย่างลึกซึ้งและรวดเร็ว หากเด็กได้รับการดูแลและส่งเสริมอย่างถูกทาง เขาจะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การเรียนรู้ในวัยนี้ไม่จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นผ่านการเล่น การลงมือทำ และประสบการณ์ที่หลากหลายรอบตัว

ครูจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ออกแบบการเรียนรู้ที่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย อบอุ่น และกระตุ้นให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง และกล้าแสดงออก ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับครอบครัวก็เป็นพลังสำคัญที่ช่วยเติมเต็มพัฒนาการของเด็กให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เมื่อเด็กได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกัน เขาจะค่อย ๆ ค้นพบตัวตนของตนเอง มีความมั่นใจ และเรียนรู้ที่จะเติบโตอย่างมีความหมาย การทำงานกับเด็กจึงไม่เพียงเป็นหน้าที่ แต่เป็นการเดินทางแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความสุขและแรงบันดาลใจในทุกวัน และเมื่อเราร่วมกันเปิด “หน้าต่างแห่งโอกาส” นี้อย่างตั้งใจ เรากำลังร่วมกันสร้างอนาคตที่งดงาม ผ่านการเติบโตของเด็กทุกคนได้อย่างแท้จริง

อาจารย์ธิดา พิทักษ์สินสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัย
จากเวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow ครั้งที่ 4 หัวข้อ : การเตรียมเด็กระดับปฐมวัย สู่เป้าหมายในการพัฒนาเด็กของจังหวัด เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

#กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา
#มูลนิธิสยามกัมมาจล #ภาคีเครือข่ายการศึกษาไทย

06/04/2026

การพัฒนาเด็กปฐมวัยคือการวางรากฐานชีวิตที่สำคัญที่สุดของมนุษย์

เพราะในช่วงวัยแรกเริ่ม คือ ช่วงเวลาที่พัฒนาการ การทำงานของสมองและจิตใจเติบโตอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งที่สุด

การดูแลเด็กจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของโรงเรียน หากแต่เป็นความร่วมมือของครอบครัว ชุมชน และทุกภาคส่วนในสังคม การสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย จะช่วยหล่อหลอมให้เกิดทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งการคิดวิเคราะห์ การควบคุมตนเอง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

การพัฒนา Self และ Executive Functions (EF) จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องปลูกฝังอย่างต่อเนื่อง เด็กที่ได้รับการดูแลอย่างรอบด้านจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความมั่นใจ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก การทำงานแบบเครือข่ายจึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงพลังของทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง

หากผู้ใหญ่ทุกคนเห็นคุณค่าของเด็กเท่าเทียมกัน สังคมจะสามารถสร้างพลเมืองที่มีศักยภาพและมีหัวใจที่เข้มแข็งในอนาคตได้ ที่ไม่ใช่เพียงการลงทุนเพื่อเด็กคนหนึ่ง แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของทั้งประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

จากเวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow ครั้งที่ 4 หัวข้อ : การเตรียมเด็กระดับปฐมวัย สู่เป้าหมายในการพัฒนาเด็กของจังหวัด เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

#กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา
#มูลนิธิสยามกัมมาจล #ภาคีเครือข่ายการศึกษาไทย

30/03/2026

กระบวนการพัฒนาและขับเคลื่อนเด็กปฐมวัย จากรากฐานสู่เป้าหมายในการพัฒนาเด็กของจังหวัดศรีสะเกษ ภารกิจพิชิตเด็กฮู้จักควม

ร่วมปูพื้นฐานที่แข็งแรงไปด้วยกัน
22/03/2026

ร่วมปูพื้นฐานที่แข็งแรงไปด้วยกัน

🙋 เด็กหนึ่งคน…เริ่มต้นจาก “โอกาสเล็ก ๆ” ในช่วงปฐมวัย แต่สามารถเติบโตเป็น “ศักยภาพที่ยิ่งใหญ่” ในอนาคต …

📢 มูลนิธิสยามกัมมาจล ภายใต้โครงการ TSQM-A กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow ครั้งที่ 4
👶✨หัวข้อ : “การเตรียมเด็กปฐมวัย สู่เป้าหมายการพัฒนาเด็กของจังหวัด”
เพราะ “รากฐานชีวิต” เริ่มต้นที่ปฐมวัย

มาร่วมเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเด็กจากประสบการณ์จริงของโรงเรียนและผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัย ที่จะช่วยตอบคำถามสำคัญว่า
👉 เราจะเตรียมเด็กให้พร้อมกับโลกยุคใหม่ได้อย่างไร
👉 แต่ละจังหวัดกำลังสร้าง “เด็กแบบที่อยากเห็น” โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานของการเติบโต

🎤 พบกับผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนโรงเรียนจากพื้นที่จริง
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง
📅 วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569
⏰ เวลา 10.00 – 12.00 น.
💻 ผ่านระบบออนไลน์ และรับชมการถ่ายทอดสด เพจ มูลนิธิสยามกัมมาจล https://www.facebook.com/share/p/1AvfqKFPEp/

📌 โดยเชิญชวนผู้อำนวยการ คณะครู หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีร่วมกัน สามารถดำเนินการลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ https://forms.gle/8cXbej5zvbX5tMsHA (ระหว่างวันที่ 20-25 มีนาคม 2569)

💡 เพราะการเติบโตของเด็ก ต้องอาศัยพลังจากผู้ใหญ่ใจดี
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตของเด็กไทยไปด้วยกัน

#กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา #มูลนิธิสยามกัมมาจล #ภาคีเครือข่ายการศึกษาไทย

30/12/2025

โรงเรียนบ้านปะทาย ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เด็กจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านไปอยู่ในศูนย์พักพิง ขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน เผชิญความตึงเครียด ความขัดแย้ง และสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ในรูปแบบเดิม

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘จะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้ทันหลักสูตร’ แต่คือ ‘โรงเรียนจะดูแลเด็กอย่างไรในภาวะที่ชีวิตของพวกเขาไม่ปกติ’

ในเวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow by TSQM-A ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล (SCBF) ร่วมกับโครงการ TSQM-A จังหวัดศรีสะเกษ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ครูแจง–จารุวรรณ์ เลิศศรี ครูวิชาการของโรงเรียนบ้านปะทาย ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่ ซึ่งโรงเรียนต้องปรับบทบาทอย่างเร่งด่วน จาก ‘พื้นที่เรียนรู้’ สู่ ‘พื้นที่เยียวยา’ ให้ความสำคัญกับหัวใจของเด็ก และวางรากฐานให้เด็กสามารถกลับมาสู่เส้นทางชีวิตของตนเองได้

เมื่อเด็กต้องใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์อพยพ ครูแจงเล่าว่า ที่โรงเรียนบ้านปะทายมองว่าการจัดการเรียนรู้ไม่อาจยึดรูปแบบเดิมที่เน้นเนื้อหาหรือการส่งงานได้อีกต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น คือการเข้าใจเด็กจริงๆ ว่าเขากำลังเผชิญอะไร รู้สึกอย่างไร และต้องการพื้นที่แบบไหนในการทบทวนประสบการณ์ของตนเอง

“สำหรับประเด็นที่ใช้ในการทำกิจกรรม เราได้ขยายเป็น 5 ข้อ ได้แก่ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในชีวิตของเด็กในช่วงที่ผ่านมา เด็กเกิดความรู้สึกใดบ้าง เด็กจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างไร สภาวะปัญหาที่เกิดขึ้นและวิธีการแก้ไขปัญหา และเด็กคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อใคร ต่อสังคม ชุมชน ประเทศ หรือโลกอย่างไร”

และหลังจากโรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนแบบ On-site สิ่งแรกที่โรงเรียนให้ความสำคัญ คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่งผ่านพ้นมา ค่อยๆ พาเด็กไปสู่การใคร่ครวญ ตกผลึก และสร้างความหมายให้กับประสบการณ์ชีวิตของตนเอง ผ่านกระบวนการ Reflection และจิตศึกษาอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ประสบการณ์ในศูนย์อพยพทำให้โรงเรียนเห็นชัดว่า การจัดการตนเองไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่เป็นทักษะที่เด็กต้องใช้จริงในชีวิต ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลสภาพจิตใจของตนเอง ไปจนถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและโลกออนไลน์

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงไม่มองสมรรถนะการจัดการตนเองเป็นเพียงเนื้อหาในหลักสูตร แต่เป็นเป้าหมายร่วมที่ต้องปลูกฝังผ่านทุกพื้นที่การเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียน โรงเรียน บ้าน ชุมชน และแม้แต่ในศูนย์อพยพ

“ถ้าเด็กได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการตนเองตั้งแต่ในห้องเรียน ครูทุกคนเชื่อว่าเด็กจะสามารถดูแลตัวเอง ออกแบบการใช้ชีวิต และก้าวผ่านสภาพปัญหาต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใดก็ตาม นี่คือเป้าหมายร่วมกันของทุกคนในโรงเรียนในขณะนี้ และจะนำไปสู่การออกแบบการจัดการเรียนรู้ในศูนย์อพยพต่อไปค่ะ”

บทเรียนจากภาวะวิกฤตจึงไม่ได้จบลงเพียงการเยียวยาในระยะสั้น แต่ถูกนำมาต่อยอดเป็นทิศทางการจัดการเรียนรู้ในระยะยาว ที่โรงเรียน บ้าน และชุมชนต้องร่วมกันออกแบบ

จากพื้นที่ชายแดนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โรงเรียนบ้านปะทายจึงค่อยๆ สร้างความมั่นคงภายในใจของเด็ก ผ่านการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริง ความสัมพันธ์ และสมรรถนะการจัดการตนเอง เพื่อให้เด็กสามารถยืนหยัดอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างดี

อ่านบทความ https://thepotential.org/creative-learning/crisis-learning-management-banpatai/

เรื่อง กนกพิชญ์ อุ่นคง

29/12/2025

จิตศึกษา ‘Self เด็กดี’ ที่ครูสร้างได้
‘นวัตกรรมจิตศึกษา’ ที่มุ่งพัฒนาปัญญาภายในมีพื้นฐานสำคัญคือ ‘การฝึกสติ’ เมื่อเด็กมีสติก็จะตระหนักรู้ต่อสภาวะภายในตน ตั้งแต่ตระหนักรู้ต่อผัสสะและการรับรู้ ความคิด ความรู้สึก สู่วิจารณญาณ สู่การตัดสินใจที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น หรือที่เรียกว่า ‘พัฒนา Self จากภายใน’
อย่างไรก็ดีการพัฒนาเด็กไปสู่เป้าหมายเหล่านั้น ครูต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยเกื้อหนุน โดยเฉพาะ ‘การสร้างสนามพลังบวก’ ไม่ว่าจะด้วย คำพูด สีหน้า ท่าทาง กริยาที่เป็นมิตร ซึ่งจะช่วยให้ระบบการทำงานของสมองเป็นไปอย่างสงบ ผ่อนคลาย รู้จักไตร่ตรอง และกำกับตนเองได้
ขณะเดียวกันหากห้องเรียนเป็นสนามพลังลบ เด็กจะสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว และพลังลบเหล่านั้นจะกระตุ้นให้อะมิกดาลา (Amygdala) สมองส่วนที่รับผิดชอบการประมวลผลทางอารมณ์ โดยเฉพาะความกลัวและความวิตกกังวลทำงานมากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมของครูจะส่งผลต่อการเปิดใจรับการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง
#โรงเรียนพัฒนาตนเอง #จิตศึกษา

12/12/2025

“แด่ค่ำคืนที่นอนหลับสนิทและภาวการณ์ดำเนินชีวิตที่ผาสุก”

จากสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างชายแดน คืบคลานต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเด็ก

มูลนิธิสยามกัมมาจล (SCBF) ร่วมกับโครงการ TSQM-A จังหวัดศรีสะเกษ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมเสวนาออนไลน์ Together We Grow by TSQM-A ครั้งที่ 2
ในหัวข้อ : บทบาทของโรงเรียน–บ้าน–ชุมชน ต่อการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง
ตอน: การจัดการศึกษาในภาวะวิกฤตและความไม่แน่นอนของพื้นที่ชายแดน

ท่ามกลางสถานการณ์ของโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน รวดเร็ว และไม่แน่นอน “ภาวะวิกฤต (Crisis) เกิดขึ้นได้ในทุกขณะ” อย่างพื้นที่ชายแดนคือด่านแรกที่สะท้อน “ความท้าทายของการศึกษาไทย” อย่างชัดเจน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงบริการพื้นฐาน ความปลอดภัย การอพยพ การย้ายถิ่นฐานตลอดจนการเรียนรู้ของเด็กที่ต้องปรับตัว รับมือ (ทั้งกายและใจ) พร้อมประเด็นท้าทายทางการเรียนรู้เฉพาะที่จำเป็นในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน พื้นที่เหล่านี้กลับต้องอาศัยพลังของความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนที่ลุกขึ้นมาร่วมกันสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

🔍 หัวข้อสำคัญที่จะชวนถกกันในเวทีเสวนา
-การจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์เสี่ยงและภาวะวิกฤต (ผลกระทบต่อเด็ก)
-พลังความร่วมมือของครู ผู้ปกครอง และชุมชนชายแดน
-แนวคิด TSQM-A กับการออกแบบระบบสนับสนุนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
-บทเรียนจากพื้นที่ที่เผชิญความไม่แน่นอนจริง (ด้านการบริหารจัดการต่อสถานการณ์วิกฤต)
-แนวทางสร้าง “ความมั่นคงทางการศึกษา” ให้เกิดขึ้นได้ แม้ในบริบทที่เปราะบางที่สุด

ในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 – 16.00 น. (โดยเข้าระบบในเวลา 13.45 น.) ผ่านระบบ Online โดยใช้ Zoom

จึงอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้ปกครอง เครือข่ายชุมชน นักพัฒนาเชิงพื้นที่ และผู้สนใจการศึกษาเชิงพื้นที่ในบริบทชายแดน ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/1fw-DlUlv-1hW10-2XP4wZeV8DzMxwgofsR1nVuKAa0w/preview (ตั้งแต่วันนี้ - 13 ธันวาคม 2568)

แล้วพบกันนะ พลังใจจากผู้ใหญ่ใจดีที่จะช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันทางการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้อย่างไร ในวันที่ความไม่แน่นอน…อาจกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ของโลกใบนี้ ที่ต้องรับมือ (ภาวะวิกฤต)

02/12/2025

💭 บนเส้นทางของ “ผู้สร้างการเรียนรู้” ทุกก้าวล้วนเต็มไปด้วยการลองผิด ลองถูก การก้าวออกจาก Comfort Zone และการค้นพบความหมายใหม่ของคำว่า “การพัฒนา” ไม่ใช่เพียงเพื่อผู้เรียน แต่เพื่อการเติบโตของตัวเราเองในฐานะครู ศึกษานิเทศก์ และกระบวนกร ผู้ฝากความหวังไว้กับการเปลี่ยนแปลงจริงของการศึกษาไทยในพื้นที่ปฏิบัติการ
ขอชวนคุณมาร่วมฟัง “ประสบการณ์จริงที่เขย่าใจ” ของทีมวิทยากร ศึกษานิเทศก์ ครูรัก(ษ์)ถิ่น
จากผู้เรียน…สู่ผู้สร้างการเรียนรู้
จากงานประจำ…สู่การเป็นผู้พัฒนา
จากการให้…สู่การได้รับกลับมาอย่างไม่คาดคิด

📅 วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568
⏰ เวลา 10.00 – 12.00 น.

📽 รับชมการถ่ายทอดสดผ่านเพจ I AM KRU. สังคมสร้างสรรค์ของคนสอน และ
🎟 กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
🎟 ครูรัก(ษ์)ถิ่น
🎟 TSQM รวมพลังขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมวงแลกเปลี่ยนพร้อมรับเกียรติบัตรผ่านระบบ Zoom ได้ที่

https://forms.gle/rBCiFwzv4Ad4wZzN9

💥 ต้นเรื่องเส้นทางการแลกเปลี่ยน
🔹 ดร.การญ์พิชชา กชกานน
“Active Learning Series: ออกแบบหลักสูตรให้ ‘งอกงาม’ ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแล้วจบ”

🔹 ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล
“เวิร์กชอปที่มีชีวิต: การจัดกิจกรรมที่สอนผ่านประสบการณ์และสะท้อนกลับเพื่อการพัฒนา”


⭐️ เรื่องเล่าจากพื้นที่ TSQM-A ผ่านมุมมองการทำงานของศึกษานิเทศก์จากพื้นที่ 3 จังหวัด

🔹 ศน.นงค์นุช บุตรสนาม (ศธจ.สระแก้ว)
“ศน.ในบทบาทกระบวนกร: เมื่อ ‘งานประจำ’ กลายเป็น ‘งานพัฒนา’ ”

🔹 ศน.กฤติญดา อ่อนคล้าย (สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1)
“เชื่อมงานฝึกอบรมสู่พื้นที่จริง: ความท้าทายบนเส้นทาง TSQM-A”

🔹 ศน.นายไกรสิทธิ์ ศิริมาก (สพป.สุรินทร์ เขต 1)
“เดินต่อแบบไม่สะดุด: พลังของการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

✏️ นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น (รุ่น 3)
🔹 นางสาวขวัญจิรา แก้วบุญมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

🔹 นางสาวภิญญดา โปยกั๊ก มรภ.หมู่บ้านจอมบึง

🔹 นายเจษฎา สีแสด มรภ.อุบลราชธานี

🔹 นายอุดม อนุชิตวรการ มรภ.เชียงใหม่

✏️ ก้าวแรกนอก Comfort Zone: จากผู้เรียนสู่ผู้สร้างการเรียนรู้
✏️ หลักสูตรที่เขย่าใจ: ความท้าทายที่ทำให้เราเติบโต
✏️ เมื่อการอบรมเปลี่ยนครูในห้องเรียน: ประสบการณ์จริงที่พาไปสู่การเปลี่ยนแปลง
✏️ การให้ที่ทำให้เราได้กลับคืน: เรื่องดี ๆ ของการเป็นกระบวนกร

#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ. #สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา ังขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง #ครูรักษ์ถิ่น #นักศึกษาทุนครูรักษ์ถิ่น

ที่อยู่

องค์การบริหารส่วนจังหวัด
Si Sa Ket
33000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TSQM-A จังหวัดศรีสะเกษผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์