บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านทุ่งมั่ง

บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านทุ่งมั่ง การจัดกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย

การทดลองแสนสนุก ดินน้ำมันลอยน้ำ 💦
18/11/2025

การทดลองแสนสนุก ดินน้ำมันลอยน้ำ 💦

กิจกรรมจรวดลูกโป่ง ของน้องอนุบาล 2 และ 3 🚀
19/08/2025

กิจกรรมจรวดลูกโป่ง ของน้องอนุบาล 2 และ 3 🚀

20/04/2025

📌แก้ไขคลิปวิดีโอ วันที่ 30 เมษายน 2568
โครงงานกาวแป้งหนึบหนับ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านทุ่งมั่ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 https://drive.google.com/file/d/1XsQg97tQMCDyllHkeWauaa6e_Ugvj692/view?usp=drivesdk

โครงงานเทียนหอมใบเตย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 🌱🕯️
25/03/2025

โครงงานเทียนหอมใบเตย ชั้นอนุบาลปีที่ 3
🌱🕯️

โครงงานสืบเสาะ กาวแป้งหนึบหนับ ชั้นอนุบาลปีที่ 2📌เราสามารถทำสไลม์จากกาวแป้งมันได้อย่างไร ?      หลังจากเด็กๆ ได้ไขข้อสงส...
14/03/2025

โครงงานสืบเสาะ กาวแป้งหนึบหนับ ชั้นอนุบาลปีที่ 2
📌เราสามารถทำสไลม์จากกาวแป้งมันได้อย่างไร ?
หลังจากเด็กๆ ได้ไขข้อสงสัยว่าอะไรสามารถติดกระดาษแทนกาวลาเท็กซ์ที่เราใช้เป็นประจำได้บ้าง ได้ทดลองและสรุปได้ว่ากาวแป้งมันติดได้ดีที่สุด ติดได้นานและล้างออกง่าย ปลอดภัยต่อการใช้งาน จึงลงความเห็นว่า จะทำอย่างไรให้กาวแป้งมันกลายร่างมาเป็นของเล่นได้
ครูจึงชวนเด็กๆ สนทนาต่อเนื่องว่า สไลม์ที่เด็กๆรู้จักมีลักษณะเหมือนและต่างกันหรือไม่
แตกต่างกันอย่างไร “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำยาขนิดไหนบ้างที่ผสมกับกาวแป้งมันแล้วกลายเป็นสไลม์ได้”และครูให้เด็กคาดคะเนคําตอบ โดยแบ่งกลุ่ม เด็กออกเป็น ๒ กลุ่ม 1.ยาสระผม 2.ครีมอาบน้ำ
ถ้านำแชมพูและครีมอาบน้ำมาผสมกับกาวแป้งมันกับแป้งและน้ำเย็นจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเด็กๆ จะทดลองเป็นกลุ่ม ครูจึงให้เด็กๆแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สไลม์จากแชมพู กลุ่มที่ 2 สไลม์จากครีมอาบน้ำ จากนั้นให้เด็กๆสังเกตลักษณะของสไลม์และให้ทดลองชั่งน้ำหนัก โดยใช้กาวแป้งมัน 200 กรัม ครีมอาบน้ำและแชมพู 80 มิลลิลิตรผสมกับน้ำเย็นและแป้ง แล้วแล้วนวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
จากการทดลองทําสไลม์จากกาวแป้งมัน ปรากฏว่า สไลม์ที่ทำจากกาวแป้งมันผสมกับแชมพูและครีมอาบน้ำมีความเหมือนกัน

โครงงานสืบเสาะ กาวแป้งหนึบหนับ ชั้นอนุบาลปีที่ 2📌 แป้งชนิดใดสามารถนำมาทำกาวได้ โดยล้างออกง่าย ปลอดภัยและติดกระดาษได้ ?? ...
14/03/2025

โครงงานสืบเสาะ กาวแป้งหนึบหนับ ชั้นอนุบาลปีที่ 2
📌 แป้งชนิดใดสามารถนำมาทำกาวได้ โดยล้างออกง่าย ปลอดภัยและติดกระดาษได้ ??
หลังจากทำกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์กิจกรรมฉีกปะแสนสนุกและกิจกรรมใบไม้แปลงร่างเสร็จสิ้นเด็กๆจึงได้ไปทำความสะอาดโดยการล้างมือที่เลอะกาวออก และพบว่าใช้เวลานานกว่าจะล้างกาวออก จึงเกิดข้อสงสัยว่า มีอะไรที่สามารถนำมาติดกระดาษแทนกาวลาเท็กซ์ได้บ้าง ที่ล้างออกง่ายๆ ปลอดภัยและติด
กระดาษได้เหมือนกัน ? เด็กและครูร่วมกันทบทวนการคาดคะเนคําตอบจากคําถาม “เด็ก ๆ คิดว่า แป้งชนิดใดบ้างสามารถนํามาทำกาวได้”
📌1.แป้งมัน 2.แป้งข้าวโพด 3.แป้งข้าวเหนียว 4.แป้งข้าวจ้าว
▶️ ถ้านำแป้งข้าวโพด แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว แป้งมันมาต้มจะมีความแตกต่างกันอย่างไร? ซึ่งเด็กๆ จะทดลองเป็นกลุ่ม ครูจึงให้เด็กๆ แบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 แป้งข้าวโพด กลุ่มที่ 2 แป้งข้าวเจ้า กลุ่มที่3 แป้งข้าวเหนียว และ กลุ่มที่4 แป้งมัน จากนั้นให้เด็กๆ สังเกตลักษณะของแป้งและให้ทดลองชั่งน้ำหนัก โดยใช้แป้ง 240 กรัม ต้มกับน้ำอุณภูมิ 220 องศา แล้วทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นสังเกตการเปลี่ยนแปลง
 ▶️จากการทดลองทํากาวจากแป้ง 4 ชนิด ปรากฏว่า แป้งแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ข้าวโพด เป็นก้อน ติดกระดาษไม่ได้
กลุ่มที่ 2 แป้งข้าวจ้าว เนื้อเหนียวน้อยกว่าแป้งข้าวเหนียว ติดกระดาษได้
กลุ่มที่ 3 แป้งข้าวเหนียว เนื้อเหนียวน้อยกว่าแป้งมันติดกระดาษได้
กลุ่มที่ 4 แป้งมัน กาวแป้งมันมีเนื้อเหนียว เป็นเนื้อเดียวกัน ติดกระดาษได้ดีมาก

กิจกรรมที่ 20 แสงและภาพ 💡1.จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เรื่อง การดูดกลืนแสง 2. เพื่อให้เด็กเรียนรู้แสงและภาพ2....
14/03/2025

กิจกรรมที่ 20 แสงและภาพ 💡
1.จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เรื่อง การดูดกลืนแสง
2. เพื่อให้เด็กเรียนรู้แสงและภาพ
2.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูปิดห้องเรียนให้มีความมืดแล้วให้เด็กสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะต้องทำอย่างไร เด็ก : มืด ตอนไฟดับต้องจุดเทียน ส่องไฟฉาย
2. ครูแนะนำวัสดุ อุปกรณ์ เช่น แผ่นพลาสติกใส ปากกาเมจิ กระดาษสี กาว จากนั้นให้เด็กวาดรูปลงบนแผ่นใสแล้วนำไปวางบนกระดาษสีดำ พร้อมให้เด็กสังเกต
3. ครูชวนเด็กทำกิจกรรมโดยใช้คำถามกระตุ้น ดังนี้ "เรามีวิธีทำให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น
เด็ก : ส่องไฟฉาย จากนั้นให้เด็กตัดกระดาษเพื่อทำไฟฉายจำลองและนำไฟฉายจำลองสอดเข้าไปได้แผ่นไสที่วาดภาพ ให้เด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลง เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า เห็นภาพชัดขึ้น
4. ให้เด็กบันทึกการทดลองและนำเสนอผลงาน
5.ครูและเด็กร่วมกันสรุปการทดลองเรื่องแสงและภาพ
3. วัสดุอุปกรณ์
1.แผ่นพลาสติกใส
2.เทปกาว
3.กระดาษแข็งสีดำ
4.กระดาษ A4
5.สีเมจิก , สีเทียน
ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการ)
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กได้รู้เรื่องการดูดกลืนแสง
1.2 เด็กได้รู้เรื่องแสงและภาพ
2. พัฒนาการความสามารถขั้นพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา
ด้านการเรียนรู้ จากการทดลอง เด็กได้เรียนรู้ว่าเมื่อวาดภาพลงบนแผ่นพลาสติกใส เราจะ
มองเห็นภาพได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และเมื่อวางภาพบนพื้น เราจึงมองเห็นพื้นผ่านแผ่นพลาสติกได้
แต่ถ้าวาดภาพลงบนกระดาษสีขาว เราจะไม่สามารถมองทะลุผ่านได้ เมื่อวางแผ่นพลาสติกใสบน
กระดาษแข็งสีดำ เราจะมองเห็นภาพได้ไม่ชัดเจน รายละเอียดของภาพมองเห็นได้ยาก และการแยกแยะ
สีก็ทำได้ยากเช่นกันแสงไฟจากไฟฉายกระดาษที่อยู่ใต้แผ่นพลาสติกทำให้สีและรายละเอียดของภาพ
กลับมาชัดเจนอีกครั้ง เหมือนถูกไฟส่องแต่ไฟฉายกระดาษไม่ได้ส่องสว่างได้จริง
ด้านภาษา
- การฟัง การฟังเพื่อนและครูอธิบาย และแสดงความคิดเห็นระหว่างทดลอง
- การพูด การอธิบายการทดลอง
- การอ่าน การอ่านใบกิจกรรมตามคุณครู
- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารจากการทำกิจกรรมการทดลองไหลแรงหรือค่อย
ด้านสติปัญญา
เด็กส่วนใหญ่สามารถทำการทดลองและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง
เมื่อพื้นผิวของวัตถุสะท้อนแสงกลับได้ดี วัตถนั้นจะมีสีสว่างแต่ถ้าวัตถุดูดกลืนแสงมาก เราจะมองเห็นเห็นเป็น
สีดำ เพราะแสงที่ตกกระทบบนวัตถุไม่สะท้อนมายังตาเรา แต่ถ้าวัตถุยอมให้แสงผ่านทะลุได้แสดงว่า
วัตถุนั้นเป็นวัตถุโปร่งแสง
2.2 ด้านสังคม
เด็กได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน ต่างเพศและต่างวัย รู้จักมีมารยาทในการฟัง และการแสดงความ
คิดเห็นอย่างเหมาะสม ปฏิบัติตามข้อตกลงขณะการทดลอง รู้จักรอคอย และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
2.3 ด้านอารมณ์
เด็กแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างเหมาะสม มีความสนุกสนาน ความยับยั้งชั่งใจ รู้จักรอคอย
และมีสมาธิในการปฏิบัติกิจกรรม
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว
เด็กเคลื่อนไหวโดยการจับอุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่วขณะปฏิบัติกิจกรรม และระมัดระวังตนเอง
และผู้อื่น

📌กิจกรรมที่ 19 การวาดรูปแบบสมมาตร “พับหรือตัดก็ทับกันสนิท” 1.จุดประสงค์  1. เพื่อให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหา...
19/02/2025

📌กิจกรรมที่ 19 การวาดรูปแบบสมมาตร “พับหรือตัดก็ทับกันสนิท”
1.จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้
2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
2.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูทักทาย สนทนา พูดคุยกับสิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน การตัดกระดาษ การระบายสี
2. ครูบอกชื่อกิจกรรมการทดลอง “พับหรือตัดก็ทับสนิทกัน”
3. ครูอธิบาย แนะนำ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ และวิธีใช้พร้อมและซักถามเกี่ยวกับ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่นักเรียนเคยเห็น หรือ รู้จัก ว่านำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
4. แบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละเท่า ๆ กัน
5. ให้นักเรียนพับครึ่งกระดาษแล้วคลี่ออก ให้นักเรียนหยดสีน้ำลงบนกระดาษเพียงด้านเดียว
เมื่อเสร็จให้พับกระดาษลงรอยเดิม ใช้มือกดตรงที่สีหยด สังเกตผล
6. เด็กนักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง พับหรือตัดก็ทับกันสนิท พร้อมร่วมกันอธิบายถึงวิธีการทำกิจกรรมพับหรือตัดก็ทับกันสนิท
7. อภิปรายผลโดยครูถามเด็ก ๆ ว่าเห็นอะไรบ้างและสนทนากับเด็กถึงที่สังเกตได้ แล้วให้เด็ก ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเอง
8. ครูและเด็กร่วมกันสรุปผลที่ได้จากการทดลองเรื่อง พับหรือตัดก็ทับกันสนิท เด็กๆได้เรียนรู้การทำให้เกิดรูปสมมาตรจากการหยดสีลงบนกระดาษที่พับครึ่ง
9. เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพระบายสี
3. วัสดุอุปกรณ์
1.เชือก
2.สีน้ำ
3.กรรไกร
4.กระดาษ
5.น้ำ
การสร้างรูปสมมาตร จากการหยดสีลงบนกระดาษแล้วพับครึ่ง หรือการตัดกระดาษที่พับกันหลายๆทบ จะช่วยในการเรียนรู้เรื่องการสมมาตรเบื้องต้นได้ หลักพื้นฐานของรูปสมมาตรคือ การแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน และรูปในแต่ละส่วนจะมีขนาดเท่ากันทุกประการ กล่าวคือ รูปรูปนึงจะเป็นรูปสมมาตรก็ต่อเมื่อพับครึ่งแล้วรูปทับกันสนิทพอดี แล้วรอยที่พับคือแกนสมมาตรนั่นเอง 

📌การทดลองที่ 18 น้ำเดินได้ ๑.จุดประสงค์ ๑. เพื่อให้เด็กมีทักษะการสังเกตเปรียบเทียบ สังเกตสีและสังเกตการเคลื่อนที่ของน้ำไ...
18/02/2025

📌การทดลองที่ 18 น้ำเดินได้
๑.จุดประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กมีทักษะการสังเกตเปรียบเทียบ สังเกตสีและสังเกตการเคลื่อนที่ของน้ำได้
๒. เด็กสามารถเรียนรู้และปฏิบัติการทดลองด้วยตนเองจริงและบอกได้ว่าสะพานน้ำเดินได้เปลี่ยนเป็นสีอะไร
๓. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองของตนเองได้
๒.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
(สรุปสาระสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเด็กได้ปฏิบัติ และได้พัฒนาด้านต่าง ๆ ตามผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก)
๑. ครูให้เด็กสนทนาเกี่ยวกับลักษณะของสะพานน้ำเดินได้ ว่ามีความบางเบา หรือหนัก และคล้าย
กับอะไรบ้าง นักเรียนช่วยกันตอบ เบามากค่ะ เหมือนกับปุยเมฆบนท้องฟ้า เหมือนกระดาษครับ
๒. ครูอธิบายว่าเมื่อสะพานน้ำเดินได้(ทิชชู่)เจอกับน้ำในแต่ละแก้ว ทิชชู่จะทำหน้าที่ดูดชับน้ำได้ดีมาก
๓. ครูแนะนำอุปกรณ์การทดลอง สะพานน้ำเดินได้ มีดังนี้ กระดาษทิชชู่ สีน้ำ น้ำ แก้ว
๔. ครูหยิบกระดาษทิชชู่ เป็นแบบแผ่น ให้นักเรียนจับคนละ ๑ แผ่น พร้อมให้นักเรียนบอกลักษณะ
ของกระดาษทิชชู่
๕.ครูให้ตัวแทน เทน้ำน้ำที่มีสีผสมอาหารลงในแก้วจำนวน ๓ ใบ แล้วใส่สะพานจากกระดาษทิชชู่ลงไป
แต่ละแก้ว และสังเกตความเปลี่ยนแปลงสะพานน้ำเดินได้จะดูดซับน้ำได้จริงไหม
๖. เด็กๆ ร่วมกันทดลองทำกิจกรรมโดยให้สังเกตและเปรียบเทียบผลของการทดลอง
๗.ครูและเด็กๆ ร่วมกันสรุปกิจกรรม เด็กๆ บันที่กที่การทดลอง
๓.วัสดุอุปกรณ์
๑.สีผสมอาหาร
๒.น้ำ
๓.กระดาษชำระ
๔.แก้ว
จากการทดลอง พบว่า ทิชชูมีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี และทิชชูยังมีช่องว่างของเส้นใย ทำให้น้ำสามารถไหลผ่านได้อย่างรวดเร็วและเกิดการเคลื่อนที่ของน้ำไหลขึ้นด้านบน ต้านกับแรงโน้มถ่วงของโลก เพราะแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นระหว่างน้ำกับทิชชูนั้นเอง 😲

📌การทดลองที่ 17  ความลับของสีดำ ⚫️1.จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้ศึกษาการเกิดของสีดำ 2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทย...
18/02/2025

📌การทดลองที่ 17 ความลับของสีดำ ⚫️
1.จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้ศึกษาการเกิดของสีดำ
2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้
2.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูร่วมสนทนากับเด็กเกี่ยวกับประสบการณ์เดิม เช่น การระบายสีน้ำหลายๆสีเท่ากันจะเป็นสีดำ
2. ครูและเด็กช่วยกันเตรียมแผ่นกระดาษและสีน้ำ
3. ครูให้เด็กวาดภาพ 1 ภาพ ในกระดาษของตน
4. ครูให้เด็กระบายสีน้ำภาพของตนเองโดยให้นักเรียนล้างพู่กันก่อนเปลี่ยนสีทุกครั้ง
5. เมื่อระบายสีเสร็จแล้ว สังเกตน้ำในแก้ว ถามนักเรียนว่าน้ำในแก้วเป็นสีอะไร
6. ครูใช้กระดาษกรองมาระบายสีดำ แล้วสังเกตการณ์แยกตัวของสี
7. ครูและเด็กร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง ความลับของสีดำ พบว่าสีดำประกอบไปด้วยสีหลายๆ สีรวมกันหรือผสมกัน
8. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสี
3.วัสดุอุปกรณ์
1. น้ำเปล่า
2. แก้ว
3. กระดาษกรอง
4. หลอดหยด
5. กรรไกร
6. สีเมจิก
กระดาษกรองจะดูดซึมน้ำและแพร่ออกไปเป็นรูปวงกลมเมื่อน้ำซึมไปยังภาพวาดจะพาน้ำหมึกไปด้วย ทำให้สีดำของปากกาเมจิกบนกระดาษถูกแยกเป็นสีต่างๆจนเกิดเป็นวงกลมหลากสี การนำพาสีดังกล่าวนี้เรียกว่า “โครมาโทกราฟี“

📍การทดลองที่ 16 โทรศัพท์จากแก้วน้ำ ☎️1.จุดประสงค์         1. เพื่อให้เด็กสามารถอธิบายและเรียนรู้การเดินทางของเสียงได้   ...
18/02/2025

📍การทดลองที่ 16 โทรศัพท์จากแก้วน้ำ ☎️
1.จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กสามารถอธิบายและเรียนรู้การเดินทางของเสียงได้
2. เพื่อให้เด็กรู้จักวิธีการควบคุมเสียงดังและเสียงเบาด้วยวิธีของตัวเองได้
2.ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการเดินทางของเสียงได้
2. ครูใช้คำถามกระตุ้นการคิดของเด็กเกี่ยวกับการเกิดของเสียง เด็กๆ คิดว่าเสียงเดินทางผ่าน อะไรได้บ้าง
3. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับอุปกรณ์การทดลอง ว่ามีอะไรบ้าง เช่น เชือก แก้วกระดาษ ที่เจาะรู กรรไกร เป็นต้น เริ่มเตรียมการทดลอง
4. ครูและเด็กร่วมกันประดิษฐ์โทรศัพท์จากแก้วกระดาษ ทำได้ง่ายๆ โดยร้อยเชือกผ่านก้นแก้ว แบต่างๆ ตามที่เด็กชอบ เตรียมแก้ว 2 ใบ เจาะรูตรงกลางก้นแก้ว ผูกปมไว้ที่ก้นของแก้วด้านในของแก้วเพื่อยึดเชือกกับถ้วยไม่ให้หลุดเวลาดึงหรือทำการทดลอง
5. เริ่มทำการทดลองโดยให้เพื่อนอีกคนเอาแก้วด้านในแนบกับหู และให้เพื่อนอีกคนพูดเบาๆผ่านอีกแก้วใบหนึ่ง แล้วถามเด็กว่าได้ยินเสียงอะไรไหม น้องอาร์ทตอบ ได้ยินเสียงที่เพื่อนพูดกับผมครับ น้องดิวเรียกชื่อผม ครูให้เด็กทำการทดลอง ( ครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิด คอยให้คำแนะนำเด็กๆ )
6. เด็กและครู ร่วมกันสังเกตว่าเส้นเชือกต้องมีลักษณะอย่างไร จึงจะทำให้ได้ยินเสียง เชือกทุกประเภททำการทดลองนี้ได้ไหมและเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีคนสัมผัสเชือก ต้องใช้เชือกยาวเท่าไหร่ถึงจะได้ยินเสียงชัดเจนแล้วเด็กๆใช้คำถามในการสนทนาได้มากกว่า 1 คำ หรือไม่
7. ครูชวนเด็กทำการทดลอง ให้น้องพอดีใช้มือตีพื้นห้องและให้เด็กๆใช้หูแนบกับพื้นเพื่อฟังเสียงและบอกว่าเสียงดังอย่างไร
8. เด็กบันทึกผลการทดลองจากกิจกรรมการทดลอง แล้วออกมานำเสนอผลการทดลองของตนเองให้เพื่อและครูฟัง
9. เด็กและครูร่วมกันสรุปการฟังสียงผ่านเส้นเชือก เกิดจากเสียงเดินทางผ่านเส้นเชือกมายังเพื่อนผู้ฟัง ผู้ฟังจึงได้ยินเสียงอีกคนพูดใส่แก้วที่อยู่อีกด้านหนึ่ง และเสียงสามารถเดินทางผ่านของแข็งและน้ำได้ซึ่งเราจะได้ยินเสียงไม่เหมือนกัน
3.วัสดุอุปกรณ์
1.แก้วกระดาษ
2.สีเทียน
3.เชือก
4.กระดาษ
การฟังผ่านเส้นเชือก ประดิษฐ์โทรศัพท์จากแก้วน้ำ โดยร้อยเส้นเชือกผ่านก้นแก้ว 2 ใบที่เจาะรู ผูกปมที่ปลายเส้นเชือกด้านในเพื่อยึดเส้นเชือกกับแก้ว ให้เด็กคนหนึ่งเอาแก้วด้านหนึ่งแนบหู และให้เด็กอีกคนพูดเบาๆผ่านแก้วอีกใบหนึ่ง จะเห็นได้ว่า เสียงเดินทางผ่านเชือกมายังหูของผู้ฟัง ผู้ฟังจึงได้ยินเสียงที่อีกคนพูดใส่แก้วที่อยู่อีกด้าน 🤩

📍การทดลอง ลูกข่างหลากสี ชั้นอนุบาลปีที่ 3🪀      จากการทดลอง ตาของเราไม่สามารถสังเกตเห็นซี่ล้อรถ ใบพัดของพัดลม หรือลายบนล...
13/02/2025

📍การทดลอง ลูกข่างหลากสี ชั้นอนุบาลปีที่ 3🪀
จากการทดลอง ตาของเราไม่สามารถสังเกตเห็นซี่ล้อรถ ใบพัดของพัดลม หรือลายบนลูกข่างที่กำลังหมุนได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงภาพและสีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงมองเห็นสีบนลูกข่างเป็นสีผสม เพราะตาของเราไม่สามารถแยกแยะสีได้ขณะที่ลูกข่างกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว 🤩

ที่อยู่

โรงเรียนบ้านทุ่งมั่ง ตำบลอีปาด อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
Si Sa Ket

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านทุ่งมั่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท