บ้านวิทยาศาสตร์น้อย โรงเรียนบ้านบูรพา ศรีสะเกษ เขต 1

บ้านวิทยาศาสตร์น้อย โรงเรียนบ้านบูรพา ศรีสะเกษ เขต 1 โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย

17/03/2024
กิจกรรมที่ 20 เรื่อง การฟังเพื่อบอกทิศทางระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็ก ๆ ฝึกทัก...
22/12/2023

กิจกรรมที่ 20 เรื่อง การฟังเพื่อบอกทิศทาง
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566

จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็ก ๆ ฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมผัสด้วยการฟัง
2. เพื่อให้เด็กฟังแล้วสามารถบอกทิศทางของเสียงได้ว่ามาจากทิศทางใด
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. หมวกกันน็อค
2. ลูกแก้ว
3. นาฬิกาปลุก
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1.ครูทักทาย สนทนา เรื่องเสียง และร่วมกันตั้งคำถาม “หูกับตาอวัยวะใดมีประสาทสัมผัสไวกว่ากัน”
2.เด็กๆช่วยกันคาดคะเนคำตอบ
3. ครูให้เด็กๆนั่งเป็นวงกลมขนาดใหญ่และให้ทุกคนหลับตา และให้เล่นเกมหาเสียงนาฬิกาปลุก
4.ครูให้เด็ก 1 คนหลับตาและใส่หมวกกันน็อคเพื่อกันเสียง และให้เด็กที่เหลือเรียกชื่อเพื่อน เพื่อให้หาทิศทางของเสียง
5.เด็กนักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง การฟังเพื่อบอกทิศทาง
6.นักเรียนบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสี
ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็ก ๆ ฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมผัสด้วยการฟังที่ดี
1.2 เด็กฟังแล้วสามารถบอกทิศทางของเสียงได้ว่ามาจากทิศทางใด
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้

2. พัฒนาความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/ด้านสติปัญญา
-เด็ก ๆ มีประสาทสัมผัสทางด้านการฟังที่ดี และเรียนรู้เกี่ยวกับทิศทางของเสียง
-เด็ก ๆ สามาพูดคุย ตอบคำถาม สิ่งที่พบเห็นได้
2.2 ด้านสังคม
-เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและการยอมรับ ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
-เด็ก ๆ ร่วมกันทำกิจกรรมด้วยความสนใจ และสนุกสนาน
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
-เด็ก ๆ ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบอุปกรณ์การทดลองคล่องแคล่ว

กิจกรรมที่ 19 เรื่อง การละลายของน้ำตาลระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่...
22/12/2023

กิจกรรมที่ 19 เรื่อง การละลายของน้ำตาล
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่าน้ำเป็นตัวทำละลายของน้ำตาล
2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
3.เพื่อให้เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. จานก้นลึก
2. แว่นขยาย
3. สีผสมอาหาร
4. น้ำตาลก้อน
5. หลอดหยด
6. ทิชชู่
7. น้ำเปล่า
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับน้ำตาล ลักษณะและสี รสน้ำตาล
2. ครูและเด็กช่วยกันเจือจางสีผสมอาหารในน้ำอย่างระวัง
3. ครูให้เด็กลองฝึกใช้หลอดหยด
4. สร้างความสนใจให้กับเด็กโดยการวางน้ำตาลก้อนในจานที่มีอยู่แล้ว สังเกตการณ์ละลายของน้ำตาล
5. ให้เด็กๆเทน้ำใส่จานจนปริ่มของจาน
6. จากนั้นให้เด็กวางน้ำตาลก้อน 2 ก้อน บนกระดาษชำระแล้วหยดสีลงในน้ำตาลก้อนเล็กน้อย
7. น้ำตาลก้อนไปวางในจานที่มีน้ำแล้ว แล้วให้แว่นขยายส่องดูเพื่อสังเกตผลึกของน้ำตาลก้อน
8. ครูและเด็กร่วมสรุปบทเรียนการทดลอง เรื่อง การละลายน้ำตาล พบว่าน้ำจะแทรกเข้าไปอยู่ในระหว่างผลึกน้ำตาลซึ่งมีกากาศอยู่ ทำให้อากาศถูกแทนที่ด้วยน้ำ จึงทำให้มองเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมา สังเกตการละลายของน้ำตาล
9. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีให้สวยงาม
ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1.ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องน้ำสามารถเป็นตัวทำละลายของน้ำตาล
1.2 เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการพยากรณ์ ทักษะการคำนวณ ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล และทักษะการสื่อความหมายข้อมูล
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้

2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/ด้านสติปัญญา
-เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการละลาย จากกิจกรรม “การละลายของน้ำตาล” มีการฟังครูอธิบายขั้นตอนการทดลองและลงมือปฏิบัติจริง มีการระดมความคิดในการอภิปราย หาเหตุผลและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลอง รวมทั้งการนำเสนอผลงานให้เพื่อนและครูฟัง
2.2 ด้านสังคม
-เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
-เด็ก ๆ มีความร่วมมือในการทำกิจกรรมด้วยความสนใจ อยากรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นและสนุกสนาน กับกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติ
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
-เด็ก ๆ ได้พัฒนาด้านร่างกายโดยใช้ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการปฏิบัติการทดลอง การหยิบจับอุปกรณ์ อีกทั้งมีการประสานสัมพันธ์ของตาและมือ เช่น การใช้มือในการหยิบก้อนน้ำตาล การใช้มือบีบหลอดหยด เป็นต้น

กิจกรรมที่ 18 เรื่อง ภูเขาไฟระเบิดระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์ 1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการห...
22/12/2023

กิจกรรมที่ 18 เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้
2. เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองเพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งไว้ได้
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. จานก้นลึก
2. ดินน้ำมัน
3. หลอดหยด
4. สีผสมอาหาร
5. เบกกิ้งโซดา
6. น้ำยาล้างจาน
7. ผงฟู
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับภูเขาไฟระเบิดเป็นอย่างไร
2. ครูแนะน้ำอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมภูเขาไฟระเบิด
3. ครูใช้คำถามกระตุ้นเด็กการคิดเกี่ยวกับภูเขาไฟระเบิด ดังนี้
- เด็กๆ คิดว่าถ้าคุณครูจะทำภูเขาไฟระเบิดและมีอุปกรณ์ที่มีอยู่เด็กๆ จะมีวิธีทำอย่างไร จะใส่อะไร ก่อน – หลัง
- ทำไมถึงคิดว่าเป็นเช่นนั้น
- ถ้ำใส่น้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะเป็นอย่างไรคะ
4. เด็กและครูร่วมกันคาดคะเนกำรทดลองภูเขาไฟระเบิด
5. เด็กๆร่วมกันทดลองทำกิจกรรมตามวิธีของกลุ่มตนเอง ให้ทำทีละกลุ่มและสังเกตเปรียบเทียบผลของกำรทดลองของแต่ละกลุ่มว่าเป็นอย่างไร
6. เด็กบันทึกกำรทดลองกิจกรรมภูเขาไฟระเบิด
7. เด็กน้ำเสนอผลงานให้เพื่อนฟังทีละกลุ่ม
8. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรมภูเขาไฟระเบิด

ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1.ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้
1.2 เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานที่ตั้งไว้ได้
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้
2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา
- เด็กสามารถอธิบายและจัดเรียงคำพูดจากการสังเกตและสรุปผลการทดลอง
2.2 ด้านสังคม
- เด็กได้ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม , รอคอยตามลำดับก่อน-หลังได้
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กเกิดความมั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออก มีความสนุกสนานในการทดลอง
2.4ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
- เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับอุปกรณ์ในการทดลอง
- เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการทางระบบประสาทการรับรู้ผ่านการทดลอง

กิจกรรมที่ 17 เรื่อง กักน้ำไว้ได้ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าอากาศม...
20/12/2023

กิจกรรมที่ 17 เรื่อง กักน้ำไว้ได้
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าอากาศมีแรงดัน
2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. กะละมัง
2. แก้วน้ำ
3. กรรไกร
4. น้ำเปล่า
5. กระดาษ
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูร่วมสนทนากับเด็กๆกับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น เวลาขึ้นลิฟต์รู้สึกอย่างไร อากาศมีอยู่รอบตัว
2. แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกัน
3. ให้เด็กๆตัดกระดาษเป็นรูปวงกลมหรือสี่เหลี่ยม เพื่อใช้ปิดปากแก้ว
4. เทน้ำให้เต็มแก้วที่เตรียมไว้ ให้เด็กทำการทดลองโดยใช้ภาชนะขนาดใหญ่ลอง
5. ให้เด็กนำกระดาษปิดปากแก้วให้สนิท โดยใช้มือกดกระดาษให้ปิดปากแก้วให้แน่น
6. คว่ำแก้วลงช้าๆให้แก้วตั่งอยู่บนปลายมือ
7. สนทนากับเด็กๆว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อค่อยๆดึงแก้วขึ้นด้านบน ให้นักเรียนดูว่ามีน้ำไหลออกมาจากแก้วหรือไม่
8. ครูและเด็กๆร่วมกันสรุปผลการทดลองเรื่อง กักน้ำไว้ได้ พบว่า ถูกกักน้ำไว้ในแก้วโดยไม่ไหลออกมาเพราะแรงดันอากาศภายนอกแก้วออกแรงดันกับกระดาษที่ปิดปากแก้วอยู่ตลอดเวลา และสามารถ เอาชนะ แรงดันอากาศภายในแก้วได้ น้ำจึงถูกกักอยู่ในแก้ว และเมื่อเราใช้กระดาษบางๆ จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าแผ่นกระดาษนั้นโค้งเว้าเข้าไปภายในแก้ว
9. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีให้สวยงาม

ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1.ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องของอากาศที่มีแรงดัน
1.2 เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการพยากรณ์ ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล และทักษะการสื่อความหมายข้อมูล
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้
2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/ด้านสติปัญญา
-เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง แรงดันอากาศ กิจกรรม “กักน้าไว้ได้” มีการฟังครูอธิบายขั้นตอนการทดลองและลงมือปฏิบัติจริง มีการระดมความคิดในการอภิปราย หาเหตุผล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลอง รวมทั้งการนำเสนอผลงานให้เพื่อนและครูฟัง หน้าชั้นเรียน
2.2 ด้านสังคม
-เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
-เด็ก ๆ มีความร่วมมือในการทำกิจกรรมด้วยความสนใจ อยากรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นและสนุกสนาน กับกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติ
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
-เด็ก ๆ ได้พัฒนาด้านร่างกายโดยใช้ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการปฏิบัติการทดลอง การหยิบจับอุปกรณ์ อีกทั้งมีการประสานสัมพันธ์ของตาและมือ เช่น การใช้กรรไกรตัดกระดาษ การเทน้ำ เป็นต้น

กิจกรรม 16 ลูกโป่งพองโตระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์  1.  เพื่อให้เด็กสามารถบอกและอธิบายการพองโ...
20/12/2023

กิจกรรม 16 ลูกโป่งพองโต
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กสามารถบอกและอธิบายการพองโตของลูกโป่งได้
2. เด็กสามารถปฏิบัติการทดลอง เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งไว้ได้
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. โซดา
2. ขวดเปล่า
3. ลูกโป่ง
4. สีผสมอาหาร
5. เบกกิ้งโซดา
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1.ครูแนะนำวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมลูกโป่งพองโต
2.ครูใช้คำถามกระตุ้น เราจะทำให้ลูกโป่งพองโตโดยไม่เป่าได้ด้วยวิธีใดบ้าง
- เด็กๆร่วมตอบ : ใช้ที่สูบสูบลมเข้าไป
3.ครูให้เด็กเป่าลูกโป่งเพื่อให้ยืดหยุ่นได้ดีแล้วปล่อยลมออก นำน้ำส้มสายชูไปใส่ในขวดและค่อยใส่ผงฟูลงไปในขวดสวมลูกโป่งที่ปากขวด ที่ใส่น้ำส้มสายชูและผงฟูแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ลูกโป่ง
4.เมื่อสวมลูกโป่งแล้วสังเกตลูกโป่งว่าเปลี่ยนอย่างไร
5.ครูใช้คำถามกระตุ้นดังนี้
- ทำไมเมื่อเติมน้ำส้มสายชูและผงฟูลงไปในขวดแล้วลูกโป่งพองโตได้
6.ให้เด็กทำการทดลอง โดยครูดูแลใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
7. ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานของตนเองและเล่าให้เพื่อนฟัง
8. จากนั้นนักเรียนและครูร่วมกันสนทนาและสรุปผลการทดลอง

ผลที่เกิดกับเด็ก
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กสามารถบอกและอธิบายการพองโตของลูกโป่งได้
1.2 เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการทำการทดลองได้สำเร็จ โดยสังเกตลูกโป่งพองขึ้นเมื่อเติม
น้ำส้มสายชูและผงฟูลงไปลูกโป่งพองขึ้น และเมื่อนำลูกโป่งไปสวมที่ปากขวดทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในขวดมีผลทำให้ลูกโป่งพองขึ้น
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/ด้านสติปัญญา
ด้านการเรียนรู้
- เด็กบอกลักษณะสิ่งที่สังเกตด้วยประสาทสัมผัสต่าง ๆ เช่น หยิบ จับ สัมผัส วัสดุ
- เด็กได้เรียนรู้เรื่อง ลูกโป่งพองโต ซึ่งสังเกตได้จากการทดลอง พบว่า ขวดที่ใส่น้ำส้มสายชูและผงฟูลงไปในขวดเกิดก๊าชขึ้น ที่เรียกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อนำลูกโป่งไปสวมที่ปากขวดทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในขวดมีผลทำให้ลูกโป่งพองขึ้น
- เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
ด้านภาษา
- เด็กพูดสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็นได้
- เด็กอธิบายสิ่งที่พบจากการทดลองได้
- เด็กเกิดทักษะด้านภาษาจากการพูด บรรยาย เล่าสิ่งที่ตนสังเกต
ด้านสติปัญญา
- เด็กคิดและรู้จักการตั้งคำถามในสิ่งที่ตนสงสัย
- เด็กได้มีการพัฒนาสติปัญญา เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การคาดคะเน ทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
2.2 ด้านสังคม
- เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
- เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- เด็กเคารพกฎกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียนได้
2.3 ด้านอารมณ์ – จิตใจ
- ตื่นเต้นเด็กตื่นเต้นสนุกสนานมีความสุขในการทดลอง และขณะปฏิบัติกิจกรรม
- เด็กมั่นใจในตนเอง กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย
- เด็กเคลื่อนไหวหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆในการทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว
- เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตนเองจนได้ข้อมูลที่ชัดเจน
- เด็กสามารถวาดภาพในกระดาษได้อย่างคล่องแคล่วและชัดเจน

กิจกรรมที่ 15 เรื่อง การเผาไหม้ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์  1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาค...
20/12/2023

กิจกรรมที่ 15 เรื่อง การเผาไหม้
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้
2. เพื่อทำให้เด็ก ๆ รู้ว่าอากาศประกอบไปด้วยก๊าซหลายชนิด
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. น้ำเปล่า
2. ไฟแซ็ก
3. สีผสมอาหาร
4. แก้วน้ำ 2 ใบ
5. เทียนถ้วย
6. หลอดหยด
7.จานก้นลึก
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูเตรียมอุปกรณ์และแนะนำอุปกรณ์ วิธีใช้ให้เด็กรู้จัก
2. ครูสนทนากับเด็กเกี่ยวกับเรื่องของก๊าซในอากาศ ก๊าซออกซิเจนเป็นก๊าซที่สำคัญที่สุดเพราะช่วยในการหายใจ ช่วยในการเผาไหม้ การดับไฟจึงต้องไม่ให้เปลวไฟได้รับก๊าซออกซิเจน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้ไฟดับ
3. ครูจุดเทียนลงในจานแล้วใช้แก้วเปล่าค่อยๆ ครอบลงไป ให้เด็กสังเกตเปลวเทียนที่ค่อย ๆ หรี่ลงแล้วก็ดับ
4. ครูนำน้ำผสมสีเทลงไปในจานแล้วจุดเทียนลงตั้งในจานที่มีน้ำผสมสีอยู่ จากนั้นใช้แก้วเปล่าค่อย ๆ ครอบลงไป น้ำสีที่อยู่ในจานจะถูกดูดเข้าไปอยู่ในแก้ว เทียนก็จะถูกน้ำดันลอยสูงขึ้น
5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่องการเผาไหม้
6.ครูให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพระบายสี

ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1.ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้
1.2 เด็กเกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่
- ทักษะการสังเกต เด็กสังเกตการเผาไหม้ของเทียน
- ทักษะการพยากรณ์ เด็กให้เหตุผลการคาดคะเนคำตอบของการทดลองได้
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้
2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา
- เด็กสามารถอธิบายและจัดเรียงคำพูดจากการสังเกตและสรุปผลการทดลอง
2.2 ด้านสังคม
- เด็กได้ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม , รอคอยตามลำดับก่อน-หลังได้
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กเกิดความมั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออก มีความสนุกสนานในการทดลอง
2.4ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
- เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับอุปกรณ์ในการทดลอง
- เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการทางระบบประสาทการรับรู้ผ่านการทดลอง

กิจกรรมที่ 14 เรื่อง น้ำมะนาวโซดาแสนอร่อยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์1. เด็กบอกได้ว่าเมื่อเติม...
20/12/2023

กิจกรรมที่ 14 เรื่อง น้ำมะนาวโซดาแสนอร่อย
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. เด็กบอกได้ว่าเมื่อเติมน้ำลงในแก้วที่มี กรดมะนาว โซดา เกิดอะไรขึ้น
2. เด็กบอกความแตกต่างของรสชาติของเครื่องดื่มที่มี กรดมะนาวผสมน้ำ และ
กรดมะนาวผสมโซดาและน้ำหวานได้
3. เด็กวาดภาพการคาดคะเนและผลการทดลองน้ำมะนาวโซดาแสนอร่อยได้
วัสดุอุปกรณ์
1. แก้วน้ำ
2. โซดา
3. ซ้อน
4. เบกกิ้งโซดา
5. กรดมะนาว
6. หลอดดูด
7. น้ำตาล
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูเตรียมสารที่จะทดลองไว้ให้เด็ก
2. เด็กเทโซดา กรดมะนาว อย่างละ 1 ช้อนชา จากนั้นเติมน้ำลงไป สังเกตสิ่ง
ที่เกิดขึ้น บันทึกผล
3. เด็กใช้เทโซดา ลงในแก้วใบที่ 1 และเทกรดมะนาว 1 ช้อนชา
ลงในแก้วใบที่ 2 แล้วเติมน้ำประมาณ 1/4 แก้ว คนให้เข้ากัน สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นเติม
น้ำหวานลงไปเด็กใช้หลอดดูดเพื่อชิมรสชาติ
4. เด็กใช้ช้อนตักกรดมะนาว 1 ช้อนชา เทโซดา เติมน้ำลงไป สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้นเติมน้ำหวานลงไป เด็กชิมรสชาติ ถ้ายังไม่พอใจสามารถเติมน้ำหวานลงได้อีก ชิมอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพอใจแล้วก็แจกจ่ายให้เพื่อนๆชิมได้
5. ครูและเด็กร่วมกันสรุปผลที่ได้จากการทดลองเรื่องมะนาวโซดาแสนอร่อย
6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีให้สวยงาม

ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กทุกคนบอกได้ว่ากันเมื่อเทน้ำลงไปในสารที่ผสม โซดา กรดมะนาว และน้ำตาลจะเกิดฟองฟู่ขึ้น ซึ่งเกิดจากโซดาและกรดมะนาวทำปฏิกริยากัน
1.2 เด็กทุกคนบอกว่าเครื่องดื่มที่ผสมระหว่างโซดากับกรดมะนาวมีรสเปรี้ยว ส่วนเครื่องดื่มผสมระหว่างโซดากับกรดมะนาวเมื่อเติมน้ำหวานลงไปจะทำให้รสชาติอร่อย ( หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ )
1.3 เด็กทุกคนวาดภาพการคาดคะเนและจากผลการทดลองได้
2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา
- เด็ก ๆเกิดทักษะการคาดคะเน การสังเกต ทักษะการเปรียบเทียบ การสนทนาซักถาม พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง สามารถสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น อธิบายสิ่งที่สังเกตเห็นและชิมได้
2.2 ด้านสังคม
- เด็กๆรู้จักช่วยเหลือในการหยิบอุปกรณ์ในการทดลอง ปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กมีความมั่นใจในตนเอง มุ่งมั่นในการทำงาน รู้จักการรอคอย ตื่นเต้นและมีความสุขเมื่อได้ชิมน้ำมะนาวโซดา
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
- เด็กได้หยิบ จับขวดน้ำ แก้วน้ำ ตวง เทน้ำ วาดภาพระบายสี มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหว

กิจกรรมที่ 13 เรื่อง ความลับของสีดำระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้ศึกษาการเกิด...
20/12/2023

กิจกรรมที่ 13 เรื่อง ความลับของสีดำ
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้ศึกษาการเกิดของสีดำ
2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. น้ำเปล่า
2. แก้วน้ำ
3. กระดาษกรอง
4. กรรไกร
5. หลอดหยด
6. ปากกาเมจิกสีดำ
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูร่วมสนทนากับเด็กเกี่ยวกับประสบการณ์เดิม เช่น การระบายสีน้ำ หลายๆสีเท่ากันจะเป็นสีดำ
2. ครูและเด็กช่วยกันเตรียมแผ่นกระดาษและสีน้ำ
3. ครูให้เด็กวาดภาพ 1 ภาพ ในกระดาษของตน
4. ครูให้เด็กระบายสีน้ำภาพของตนเองโดยให้นักเรียนล้างพู่กันก่อนเปลี่ยนสีทุกครั้ง
5. เมื่อระบายสีเสร็จแล้ว สังเกตน้ำในแก้ว ถามนักเรียนว่าน้ำในแก้วเป็นสีอะไร
6. ครูใช้กระดาษกรองมาระบายสีดำ แล้วสังเกตการณ์แยกตัวของสี
7. ครูและเด็กร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง ความลับของสีดำ พบว่าสีดำประกอบไปด้วยสีหลายๆ สีรวมกันหรือผสมกัน
8. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสี

ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1.ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเกิดของสีดำ
1.2 เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการพยากรณ์ ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ทักษะการสื่อความหมายข้อมูล และทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้

2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/ด้านสติปัญญา
-เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเกิดของสีดำ กิจกรรม “ความลับของสีดำ” มีการฟังครูอธิบายขั้นตอนการทดลองและลงมือปฏิบัติจริง มีการระดมความคิดในการอภิปราย หาเหตุผล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลอง รวมทั้งการนำเสนอผลงานให้เพื่อนและครูฟัง
2.2 ด้านสังคม
-เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและการยอมรับ ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
-เด็ก ๆ มีความร่วมมือในการทำกิจกรรมด้วยความสนใจ อยากรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นและสนุกสนาน กับกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติ
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
-เด็ก ๆ ได้พัฒนาด้านร่างกายโดยใช้ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการปฏิบัติการทดลอง การหยิบจับอุปกรณ์ อีกทั้งมีการประสานสัมพันธ์ของตาและมือ เช่น การวาดภาพ การใช้หลอดหยด เป็นต้น

กิจกรรมที่ 12 เรื่อง เมล็ดพืชเต้นระบำระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เร...
20/12/2023

กิจกรรมที่ 12 เรื่อง เมล็ดพืชเต้นระบำ
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
2. เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. น้ำเปล่า
2. แว่นขยาย
3. โซดา
5. ขวดโหล
6. เมล็ดพืช
7. หลอดดูด
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูร่วมสนทนากับเด็กเกี่ยวกับฟองอากาศในน้ำอัดลมทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
2. ครูและเด็กร่วมกันจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยกัน
3. เทน้ำเปล่าลงไปในขวดแยม 1ใบ 2/3 ขวดโรยเมล็ดพืชแล้วปิดฝาทันที
4. สังเกตการเปลี่ยนแปลง
5. เทน้ำโซดาลงในขวดแยมอีกใบ พร้อมโรยเมล็ดพืช พร้อมปิดฝาสังเกตดูว่าเกิดอะไรขึ้น
6. เตรียมขวดแยม 3 ขวด ใบแรกเติมน้ำโซดา ใบที่ 2 เติมน้ำเปล่า ใบที่ 3 เติมน้ำสไปรท์ จากนั้นใส่หลอดดูดลงไปในขวดแต่ละใบ สังเกตดูว่าหลอดดูดเคลื่อนที่ไปมาในขวดหรือไม่
7. วัสดุเล็กๆ เช่น ยางรัดผม มาทดสอบโดยหย่อนลงไปในขวดทั้ง 3 ใบแล้วสังเกตผล
8. ครูและเด็กร่วมกันสรุปผลการทดลองเรื่อง เมล็ดเต้นระบำ พบว่า ในขวดน้ำเปล่าเมล็ดพืชจะเต้นต่อเมื่อเขย่าขวดเท่านั้น ในขวดโซดาจะเต้นขึ้น – ลงเช่นเดียวกับการจุ่มหลอดดูดในน้ำโซดา หลอดดูดส่วนที่จมจะถูกฟองอากาศและเคลื่อนที่ขึ้นลง
9. เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพระบาย

ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน)
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
1.2 เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการพยากรณ์ ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล และทักษะการสื่อความหมายข้อมูล
1.3 เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองและนำเสนอผลการทดลองได้

2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/ด้านสติปัญญา
-เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กิจกรรม “เมล็ดพืชเต้นระบำ” มีการฟังครูอธิบายขั้นตอนการทดลองและลงมือปฏิบัติจริง มีการระดมความคิดในการอภิปราย หาเหตุผล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลอง รวมทั้งการนำเสนอผลงานให้เพื่อนและครูฟัง
2.2 ด้านสังคม
-เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
-เด็ก ๆ มีความร่วมมือในการทำกิจกรรมด้วยความสนใจ อยากรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นและสนุกสนาน กับกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติ
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
-เด็ก ๆ ได้พัฒนาด้านร่างกายโดยใช้ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการปฏิบัติการทดลอง การหยิบจับอุปกรณ์ อีกทั้งมีการประสานสัมพันธ์ของตาและมือ เช่น การใช้มือหยิบจับเมล็ดถั่ว การเทน้ำ เป็นต้น

กิจกรรมที่ 11 ลูกข่างหลากสีระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566จุดประสงค์  1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบ...
20/12/2023

กิจกรรมที่ 11 ลูกข่างหลากสี
ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ปีการศึกษา 2566
จุดประสงค์
1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้
2. เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองเพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งไว้ได้
3. เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองได้
วัสดุอุปกรณ์
1. กรรไกร
2. กระดาษ
3. สีไม้
4. ดินน้ำมัน
5. ลูกแก้ว,ลูกปัด
6. คัดเตอร์
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. ครูจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทดลอง
2. ครูแนะนำสื่อ อุปกรณ์ ให้แก่เด็กก่อนจัดกิจกรรมการทดลอง ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับล้อหมุนของมอเตอร์ไซด์และรถจักรยาน
3. ครูตั้งคำถามเชื่อมโยงจากประสบการณ์เดิมของเด็ก
4. ครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กคิดขณะปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง
5. ครูจัดให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม
6. ครูเปิดโอกาสให้เด็กได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม
7. ครูจัดกิจกรรมให้เด็กได้ฝึกบันทึกผลการทดลอง (วาดรูป-ระบายสี)
8. ครูได้สรุป ทบทวน ผลการทดลอง
9. ครูประเมินพัฒนาการเด็กที่ครอบคลุมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ผลที่เกิดกับเด็ก
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการทำการทดลองได้สำเร็จ
1.2 การกิจกรรมเป็นกลุ่มได้ผลการทดลองที่ถูกต้อง
1.3 เด็กได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์ เป็นผลของการทดลอง
2. พัฒนาความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา
- เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ในการสังเกต สำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ โดย
สังเกตแยกแยะสีได้ในขณะวัตถุมีการเคลื่อนไหว
2.2 ด้านสังคม
- เด็กรู้จักการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มย่อย
- เด็กรู้จักการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หรือข้อตกลงร่วมกัน
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กรู้จักตัดสินใจในการเลือกวิธีการทดลอง และยอมรับผลที่เกิดขึ้น
- เด็กรู้จักใช้เหตุผลในการทำการสำรวจและอธิบายสิ่งต่าง ๆ
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย
- เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ในการสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว
- เด็กใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้อย่างคล่องแคล่ว
- การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาของเด็กอย่างคล่องแคล่ว

👏👏อนุบาล 2 และ 3 ตั้งใจทำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์😍
06/12/2023

👏👏อนุบาล 2 และ 3 ตั้งใจทำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์😍

ที่อยู่

๗๗ หมู่ ๕ ตำบลจาน อำเภอกันทรารมย์
Si Sa Ket
๓๓๑๓๐

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านวิทยาศาสตร์น้อย โรงเรียนบ้านบูรพา ศรีสะเกษ เขต 1ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท