Heyday Club 🐳Heyday Club 🎬 Digital Art Online 🔴Liveสด 🗣️“🌈 ทักษะศตวรรษที่ 21 🎉🚀
(1)

คุณเคยถามข้อมูลคุณครูที่มาสอนลูกไหม?คุณครูเรียนจบแล้วหรือยัง?จบด้านใดมา?และมีความรู้เฉพาะทางตรงกับสิ่งที่สอนหรือไม่?การจ...
19/08/2026

คุณเคยถามข้อมูลคุณครูที่มาสอนลูกไหม?

คุณครูเรียนจบแล้วหรือยัง?
จบด้านใดมา?
และมีความรู้เฉพาะทางตรงกับสิ่งที่สอนหรือไม่?

การจ้างครูชั่วคราว
หรือใช้ผู้สอนที่ยังเรียนไม่จบ

อาจช่วยลดต้นทุน
จัดตารางได้ง่าย
และเปลี่ยนคนได้รวดเร็ว

แต่นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของ Heyday

เราคัดเลือกคุณครูที่จบการศึกษาแล้ว
มีประวัติและผลการเรียนที่ดี
รวมถึงมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางตรงกับสิ่งที่สอน

เพราะสำหรับเรา

การวาดภาพเป็น
การทำ Animation เป็น
กับการสอนเด็กเป็น
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คุณครู Heyday ไม่ใช่ผู้สอนที่เข้ามาสอน 45 นาที แล้วจบหน้าที่ทันทีเมื่อออกจากห้องเรียน

เราเลือกจ้างคุณครูประจำ
ให้ทำงานเต็มเวลาอยู่ในระบบของ Heyday

ก่อนสอน
คุณครูต้องเตรียมบทเรียนในแต่ละ EP และเข้าใจเป้าหมายของ Mission

ระหว่างสอน
ต้องสังเกตวิธีคิด พฤติกรรม และการตอบสนองของเด็กแต่ละคน

หลังสอน
ต้องตรวจ Mission ให้ Feedback และประเมินการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล

เพราะเด็ก 9–12 คนในห้องเดียวกัน
ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะเรียนรู้เหมือนกัน

บางคนเข้าใจเร็ว
บางคนต้องการเวลา
บางคนกล้าถาม
และบางคนต้องการคุณครูที่สังเกตเห็นว่า เขากำลังติดอยู่ตรงไหน

งานของคุณครูจึงไม่ใช่เพียง
“สอนให้ครบเนื้อหา”

แต่ต้องมองเห็นว่าเด็กแต่ละคนกำลังเรียนรู้อย่างไร และควรได้รับการพัฒนาต่อไปในด้านใด

คุณครู Heyday ต้องมีมากกว่าความสามารถด้าน Digital Art

ต้องมีความรับผิดชอบ
ทุ่มเทกับหน้าที่
เข้าใจความแตกต่างของเด็กแต่ละคน
ทำงานร่วมกับทีมได้
และถ่ายทอดความเป็น Heyday ผ่านทุกคำพูด ทุก Feedback และทุกการตัดสินใจในห้องเรียน

คุณครูอาจเป็นคนละคน
แต่คุณภาพที่เด็กได้รับ
ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน

เราเลือกได้ว่าจะลดต้นทุน
ด้วยการจ้างใครก็ได้มาสอน

หรือเลือกลงทุนกับบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถที่จะหล่อหลอมเด็กๆHeydayในทุกสัปดาห์

Heyday เลือกอย่างหลัง

เพราะ “แม่พิมพ์” มีความสำคัญต่อการหล่อหลอมเด็ก มากเกินกว่าจะเลือกเพียงเพราะต้องการต้นทุนที่ต่ำ

เราไม่ได้เลือกคุณครู
เพียงเพื่อให้เป็นแค่คนชวนเด็กวาดรูป

เราเลือกคุณครูที่จะพาเด็กๆสร้าง
วิธีคิด วินัย ความมั่นใจ และมีทัศนคติดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก

คุณภาพของเด็กๆ Heyday ในวันข้างหน้า
เริ่มต้นจากคุณภาพของคนที่เราเลือกให้เขาในวันนี้

🐳 HEYDAY
เราไม่เอาใครก็ได้มาสอนเด็ก

ื่อสร้างSoftSkills
🌱🌱🌱

19/08/2026

Animation on ipad
📝 ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่าน procreate dreams

🐳 Heyday

#วาดภาพบนไอแพด #เลี้ยงลูกเชิงบวก #เรียนออนไลน์สด

ื่อสร้างSoftSkills

19/08/2026

โลกอนาคตของลูกเรา

🐳Heyday

19/08/2026

เชื่อเถอะลูกในวัย7-8ขวบ
สอนง่ายกว่า..
ช่วงวัยรุ่น

เชื่ิอเถอะวินัยจะทำให้ลูกคุณรอด🐳Heyday
19/08/2026

เชื่ิอเถอะวินัยจะทำให้ลูกคุณรอด

🐳Heyday

“อนาคต” ถ้าลูกคุณขาดวินัย

พ่อแม่หลายคนกำลังเข้าใจผิด

คิดว่าการตามใจลูก
คือการให้ความสุขกับลูก

แต่ความจริงคือ
คุณอาจกำลังส่งลูกออกไปสู่โลกจริง
โดยไม่มีเครื่องมือสำคัญที่สุดติดตัวไปเลย

เครื่องมือนั้นชื่อว่า
“วินัย”

เด็กที่ไม่มีวินัย
ไม่ได้แพ้ตอนสอบ

เขาแพ้ตั้งแต่วันที่
เขาทำสิ่งที่ควรทำไม่ได้
เพียงเพราะเขาไม่อยากทำ

เขาแพ้ตั้งแต่วันที่
ความเบื่อชนะเขา

เขาแพ้ตั้งแต่วันที่
ความสบายสั่งใจเขา
แทนเหตุผล

เขาแพ้ตั้งแต่วันที่
เขารอให้คนอื่นเตือน
รอให้คนอื่นช่วย
รอคนอื่นแก้ปัญหาให้

และวันหนึ่ง
เด็กคนนั้นจะโตขึ้น

โตขึ้นพร้อมนิสัยเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือปัญหาเริ่มใหญ่ขึ้น

ตอนเด็ก
เขาไม่ทำการบ้าน

ตอนโต
เขาไม่รับผิดชอบงาน

ตอนเด็ก
เขาเบื่อแล้วเลิก

ตอนโต เขาเริ่มทุกอย่าง
แต่ไปไม่สุด สักอย่าง

ตอนเด็ก
เขารอพ่อแม่จัดการให้

ตอนโต
เขารอให้โลกใจดีกับเขา

แต่ในโลกจริง
ไม่มีแบบนั้น

โลกจริงไม่ลดมาตรฐาน
เพราะลูกคุณเหนื่อย

โลกจริงไม่รอ
เพราะลูกคุณยังไม่พร้อม

โลกจริงไม่ปรบมือ
ให้กับคนที่มีศักยภาพ
แต่ไม่มีวินัยพอจะใช้ศักยภาพนั้นให้เกิดผล

นี่คือเรื่องที่พ่อแม่ต้องกล้ายอมรับ

เด็กที่ไม่มีวินัย
อาจไม่ได้ขาดความสามารถ

แต่เขาขาดสิ่งที่พาความสามารถไปถึงปลายทาง

เขาอาจฉลาด
แต่ไม่ต่อเนื่อง

เขาอาจมีพรสวรรค์
แต่ไม่มีความอดทน

เขาอาจมีฝัน
แต่ระบบชีวิตไม่มีพอ
ที่จะพาเขาไปถึงฝันนั้น

สุดท้าย
เขาจะไม่แพ้เพราะคนอื่นเก่งกว่า

เขาจะแพ้
เพราะเขาคุมตัวเองไม่ได้

คุมเวลาไม่ได้
คุมอารมณ์ไม่ได้
คุมความอยากไม่ได้
คุมความเบื่อไม่ได้
คุมชีวิตตัวเองไม่ได้

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของผู้ใหญ่จำนวนมาก
ที่มีความสามารถ
แต่ชีวิตไม่ไปไหน

พ่อแม่บางคนชอบคิดและพูดว่า

“เขายังเด็กอยู่ เดี๋ยวโตไปก็ดีเอง”

ไม่จริงครับ

เด็กไม่ได้โตขึ้นแล้วมีวินัยเอง
เด็กโตขึ้นพร้อมสิ่งที่ถูกฝึกซ้ำ

ถ้าวันนี้ฝึกให้รอ
เขาจะโตไปเป็นคนอดทน

ถ้าวันนี้ฝึกให้รับผิดชอบ
เขาจะโตไปเป็นคนน่าเชื่อถือได้

ถ้าวันนี้ฝึกให้ทำสิ่งที่ควรทำ
แม้ไม่อยากทำ
เขาจะโตไป
เขาจะเป็นคนที่พาตัวเองรอดได้

แต่ถ้าวันนี้ปล่อยให้ความสบายชนะเขาทุกวัน
วันหนึ่งความสบายจะกลายเป็นเจ้าของชีวิตเขา

พ่อแม่ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ลูกสบายที่สุด

พ่อแม่มีหน้าที่ทำให้ลูกแข็งแรงพอ
ที่จะอยู่ในโลกที่ไม่สบาย
ในวันที่พ่อแม่ไม่อยู่ด้วยได้

วินัยไม่ใช่การทำร้ายลูก

วินัยคือการเตรียมลูกให้พร้อม
จะได้ไม่ถูกโลกในความเป็นจริงทำร้าย

เพราะอนาคต
ไม่ได้เป็นของเด็กที่อยากสบายที่สุด

อนาคตเป็นของเด็กที่
คุมตัวเองได้
รับผิดชอบได้
และไม่ยอมแพ้ให้กับใจตัวเองง่าย ๆ

🐳 Heyday
เราไม่ได้เปลี่ยนเด็กด้วยคำพูด
เราเปลี่ยนเด็กด้วยระบบ การฝึก และความร่วมมือของพ่อแม่

18/08/2026

ความมักง่ายกับ🦠ไวรัสตับอักเสบเอระบาด

🐳Heyday

18/08/2026

รู้จักHeyday
ตอน7ขวบ
เพิ่งอยากเรียน ตอนนี้อายุ11ปี..อดสิครับ😢

“สร้างความเข้มแข็งภายในจะเป็นภูมิต้านทานให้ลูก“🐳Heyday
18/08/2026

“สร้างความเข้มแข็งภายในจะเป็นภูมิต้านทานให้ลูก“

🐳Heyday

ข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
สำรวจเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ถึงความรุนแรงในโรงเรียน

โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 7-25 ปี
จำนวน 41,944 คนในปี 2568 พบว่า กว่า 65.54%
เคยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้ง

ส่งผลให้ผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก มากกว่า 1 ใน 4 มีความคิดทำร้ายตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกบูลลี่ มักจะได้รับผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจในระยะยาว
ขณะเดียวกันผลสำรวจสภาองค์กรของผู้บริโภค
(8–22 เม.ย. 2568 จาก 798 คน) พบว่า 42% (337 คน) เคยพบหรือมีประสบการณ์ความรุนแรงแบ่งเป็น 4 มิติหลัก

1. ความรุนแรงทางกาย (337 คน)
พบว่า การตี เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมากที่สุดถึง 62.6% ตามด้วยการต่อย 52.8% และการเตะ 37.7%

2. ความรุนแรงวาจา (335 คน)
พูดจาทำร้ายจิตใจ พบมากที่สุด 68.7% รองลงมาคือ การนินทาและคำพูดเสียดสี 63.3% และการล้อเลียนรูปร่างหรือบุคลิก 52.8%

3. ความรุนแรงทางสังคม (337 คน)
ล้อเลียนหรือทำให้อับอายต่อหน้าคนจำนวนมาก และการพูดลับหลัง ปล่อยข่าวลือ เกิดขึ้นในอัตราเท่ากันที่ 50.1% การกีดกันออกจากกลุ่ม 31.8%

4. การรังแกในโลกไซเบอร์ (326 คน)
การโพสต์ข้อความด่าทอหรือเหยียดหยาม 27.6%
พบมากที่สุด รองลงมาคือ การปล่อยข่าวลือ 13.5% และการกีดกันออกจากกลุ่มออนไลน์ 12.9%
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น สสส.เสนอรัฐบาล แนะ 3 ด่านป้องกันความรุนแรงในเด็ก “ครอบครัว - โรงเรียน - ชุมชน” สร้างพื้นที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ร่วมกับภาคีเครือข่ายเด็ก เยาวชน และครอบครัว
จัดเวทีเสวนาหัวข้อ “อย่ารอให้เกิดเหตุ : เห็นสัญญาณ เชื่อมการดูแล สร้างความปลอดภัย สังคมไทยไร้ความรุนแรง” เดินหน้าชวนภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมเสนอแนวทางการป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว ลดปัญหาความรุนแรงในสังคมไทย

⏺︎ ขับเคลื่อนมาตรการสร้างระบบนิเวศที่ปลอดภัย 3 ด่าน

1. ด่านครอบครัว
เร่งส่งเสริมทักษะการสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน สังเกตสัญญาณเสี่ยง และรู้จักวิธีรับมือเมื่อลูกถูกกลั่นแกล้ง

2. ด่านโรงเรียน
จัดให้มีกิจกรรม Homeroom เพื่อสร้างสัมพันธภาพและคัดกรองนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเชิงรุก พร้อมจัดตั้งทีมครูและนักจิตวิทยา คอยช่วยเหลือทันที และสร้างช่องทางแจ้งเหตุโดยไม่เปิดเผยตัวตน
ที่สำคัญ เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง ต้องใช้การไกล่เกลี่ยแทนการลงโทษ และจัดให้มีฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุวิกฤต

3. ด่านชุมชน
ส่งเสริมการจัดตั้งกลไกเฝ้าระวังร่วมกัน ใช้แนวคิด “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” คอยสอดส่องและแจ้งเหตุ และสนับสนุนลานเล่น ลานกีฬา ศิลปะ ดนตรี ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนและวันหยุด

⏺︎ ขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อความปลอดภัย 3 มิติ ป้องกันในสถานศึกษา

เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ บรรจุหลักสูตรฝึกซ้อมเผชิญเหตุเป็นวิถีปฏิบัติ เพิ่มบุคลากรจิตวิทยา และสร้างแกนนำนักเรียน ช่วยสอดส่องดูแลเพื่อน ควบคุมภัยไซเบอร์

เสนอให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายกำกับการเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อลดการซึมซับความรุนแรง ผนึกกำลังเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อร่วมกำหนดมาตรการคัดกรองโพสต์ที่สื่อถึงความรุนแรง และพัฒนาช่องทางแจ้งเหตุด่วน (Fast Track)

ให้มีการรายงานเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบเห็นสัญญาณความเสี่ยง ส่งเสริมศักยภาพองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ร่วมสร้างพื้นที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและเยาวชนที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”

โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤตจากภัยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจผู้ปกครองและเด็ก

เพื่อพลิกพื้นที่วิกฤติให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา เสนอให้โรงเรียนและผู้ปกครองใช้การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก ใช้เวลากับครอบครัวคนรอบข้าง เพื่อก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์ความรุนแรง

ที่มา : https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2951346 และ
https://www.thaihealth.or.th/content-detail/11a7a794-92cd-4655-96e7-c4d718a24cda

วันนี้ได้คุยกับคุณแม่ของน้องคนหนึ่งที่กำลังเรียน Basic Drawing LV1 กับ Heyday จากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย 🇦🇺น้องเป็นเด...
18/08/2026

วันนี้ได้คุยกับคุณแม่ของน้องคนหนึ่งที่กำลังเรียน Basic Drawing LV1 กับ Heyday จากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย 🇦🇺

น้องเป็นเด็กผู้ชายลูกครึ่งวัยกำลังน่ารักเลยครับ

คุณแม่เล่าว่า การเรียนที่ออสเตรเลียค่อนข้างให้อิสระกับเด็ก ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง แต่คุณแม่ก็อยากให้ลูกได้เรียนรู้เป็นระบบ มีระเบียบ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นภายใต้กติกาที่ชัดเจนด้วย

เมื่อเห็นระบบของ Heyday คุณแม่จึงรู้สึกว่าน่าจะตอบโจทย์สิ่งที่คุณแม่กำลังมองหา

ช่วงแรกที่เข้าเรียน น้องมีคำถามตลอดว่า

“ทำไมต้องทำแบบนี้?”
“ทำไมต้องทำตาม?”
“ทำไม…?”

การตั้งคำถามไม่ใช่เรื่องผิดครับ
แต่อิสระก็ไม่ได้หมายความว่า เด็กไม่จำเป็นต้องเรียนรู้กติกา

เพราะในโลกจริง เด็กต้องรู้ว่า

เวลาไหนสามารถเลือกได้
เวลาไหนต้องฟัง
เวลาไหนต้องรอ
และเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น เราไม่สามารถทำทุกอย่างตามใจตัวเองได้เสมอไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเริ่มเรียนในห้อง Heyday น้องได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นเปิดกล้อง ฟังคุณครู ทำตามขั้นตอน และรับผิดชอบ Mission ของตัวเอง

เมื่อเพื่อนคนอื่นไม่ติดอยู่กับคำถามทุกขั้นตอน แต่สามารถฟังและลงมือทำต่อได้ น้องก็ค่อย ๆ เรียนรู้จากบรรยากาศรอบตัว และปรับพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น

นี่คือพลังของการเรียนแบบ Private Group

บางเรื่องคุณครูไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำหลายครั้ง
เพราะเด็กเรียนรู้ได้จากการมองเห็นเพื่อนวัยเดียวกันเป็นตัวอย่าง

เขาไม่ได้ถูกบังคับให้เหมือนคนอื่นแต่กำลังเรียนรู้ว่า
การมีอิสระต้องอยู่ร่วมกับความรับผิดชอบและกติกา

ห้องเรียนที่ดีจึงไม่ได้พัฒนาเด็กเพียงจากเนื้อหาที่ครูสอน แต่ยังพัฒนาผ่านวัฒนธรรมของห้องเรียน และพฤติกรรมของเพื่อนที่เรียนร่วมกันด้วย

เพราะHeydayเราให้ความสำคัญกับการสร้างสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้

ที่ผ่านมา Heyday เคยมีเด็กเกาหลีใต้เรียนกับเรา
มีเด็กไทยที่เริ่มเรียนตั้งแต่อยู่ประเทศไทย ปัจจุบันย้ายไปเรียนโรงเรียนประจำที่อินเดีย ก็ยังเรียนกับเราอย่างต่อเนื่อง
และมีเด็กจากประเทศลาวสองคนที่เรียนจนเพิ่งจบ Basic Drawing Lv.3

ส่วนเด็กจากสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกก็เคยติดต่อเข้ามา แต่ข้อจำกัดเรื่องเขตเวลาทำให้เราประเมินแล้วว่าอาจไม่เหมาะกับชีวิตประจำวันของเด็ก จึงไม่ได้รับไว้เพียง

เพราะสำหรับ Heyday การเรียนออนไลน์ไม่ได้แปลว่าเราจะรับเด็กจากทุกประเทศโดยไม่ดูความพร้อม

เด็กต้องเรียนในเวลาที่เหมาะสม
สามารถเปิดกล้องและสื่อสารกับคุณครูได้
มีพลังพร้อมเรียนตลอด 45 นาที
และเข้าร่วมกับเพื่อนในห้องได้อย่างต่อเนื่อง

ระยะทางอาจไม่ใช่อุปสรรคของการเรียนอีกต่อไป

แต่ไม่ว่าเด็กจะเรียนจากประเทศไทย ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลีใต้ หรือลาว สิ่งที่ Heyday ให้ความสำคัญยังเหมือนเดิม

เด็กควรได้รับทั้งพื้นที่ให้คิดอย่างอิสระ
และระบบที่ช่วยให้เขารู้จักฟัง รอ ปรับตัว รับผิดชอบ และเคารพกติกาของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

เพราะอิสระที่ไม่มีกรอบ อาจกลายเป็นการทำตามใจตัวเอง

แต่อิสระที่อยู่บนความรับผิดชอบ
จะค่อย ๆ พัฒนาเด็กให้คิดเองได้ และอยู่ร่วมกับคนอื่นเป็น

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน Heyday
ไม่ว่าเด็กจะนั่งเรียนอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม 🌏

🐳Heyday

#เรียนออนไลน์สด
ื่อสร้างSoftSkills

18/08/2026

ที่อยู่

Sathon
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66818143717

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Heyday Clubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Heyday Club:

แชร์