03/06/2022
วิกฤตอาหารโลก ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ
#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ผลพวงสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลายประเทศจำกัดการส่งออกสินค้าเกษตรบางรายการ ไทยได้รับผลกระทบเรื่องปุ๋ย อาหารสัตว์ ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์มและน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องจับตาแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
ข้อมูลอ้างอิงจาก Peterson Institute for International Economics ระบุว่า ประเทศที่มีนโยบายห้ามส่งออกอาหาร มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารเฉพาะตัว (Food Protectionism) ดังนี้
1. “อาร์เจนตินา” ห้ามส่งออก น้ำมันถั่วเหลือง, กากถั่วเหลือง สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 และจำกัดการส่งออกเนื้อวัว จนถึงปี 2566
2. “แอลจีเรีย” ห้ามส่งออกพาสต้า, เมล็ดข้าวสาลี, น้ำมันพืช, น้ำตาล สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
3. “อียิปต์” ห้ามส่งออกน้ำมันพืช, ข้าวโพด สิ้นสุดวันที่ 12 มิถุนายน 2565 และข้าวสาลี, แป้งสาลี, น้ำมันพืช, ถั่วเลนทิล, พาสต้า, ถั่ว สิ้นสุดวันที่ 10 มิถุนายน 2565
4. “อินโดนีเซีย” ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม, น้ำมันปาล์มจากเมล็ดปาล์ม สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
5. “อิหร่าน” ห้ามส่งออก มันฝรั่ง, มะเขือม่วง, มะเขือเทศ, หัวหอม สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
6. “คาซัคสถาน” ห้ามส่งออก ข้าวสาลี, แป้งสาลี สิ้นสุดวันที่ 15 มิถุนายน. 2565
7. “โคโซโว” ห้ามส่งออก ข้าวสาลี, ข้าวโพด, แป้งสาลี, น้ำมันพืช, เกลือ, น้ำตาล สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
8. “ตุรกี” ห้ามส่งออก เนื้อวัว, เนื้อแกะ, เนื้อแพะ, เนย, น้ำมันประกอบอาหาร สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
9. “ยูเครน” ห้ามส่งออก ข้าวสาลี, ข้าวโอ๊ต, ข้างฟ่าง, น้ำตาล สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
10. “รัสเซีย” ห้ามส่งออก น้ำตาล, เมล็ดทานตะวัน สิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2565 และข้าวสาลี, แป้งเมสลิน, ข้าวไรย์, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวโพด สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565
11. “เซอร์เบีย” ห้ามส่งออกข้าวสาลี, ข้าวโพด, แป้งสาลี, น้ำมันพืช สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
12. “ตูนิเซีย” ห้ามส่งออกผัก, ผลไม้ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
13. “คูเวต” ห้ามส่งออกผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่, ธัญพืช, น้ำมันพืช สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
14. “อินเดีย” มีมาตรการชั่วคราวห้ามส่งออกข้าวสาลี และ น้ำตาล อาจมีการปรับเปลี่ยนมาตรการอีกที
หลายประเทศในเอเชียเริ่มมีท่าทีดำเนินนโยบาย Food Protectionism ตามไปด้วย อย่าง มาเลเซียเพิ่งประกาศห้ามการส่งออกไก่และสัตว์ปีก ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2565 รายงานจากบลูมเบิร์กอ้างว่าจำนวนประเทศที่ดำเนินนโยบายลักษณะนี้ได้ขยายไปถึง 30 ประเทศทั่วโลกแล้ว
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลกรวมถึงแนวโน้มวิกฤตอาหารโลก จากการที่หยุดการส่งออกสินค้าสำคัญอย่างธัญพืช ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี เรปซีดออยล์ และน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสำรองอาหารและพลังงานไว้เพื่อความมั่นคงในประเทศ ทั้งนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล ถึงวิกฤตราคาอาหารแพงทั่วโลก โดยจากรายงาน FAO ระบุว่าดัชนีราคาอาหาร (Food Price Index) รวมทั้งปี 2564 แล้วดัชนีที่ว่าจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 125.7 เพิ่มขึ้น 28.1% เทียบกับปี 2563 โดยเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ น้ำมันพืช และน้ำตาล” ในปี 2565 ดัชนีราคาอาหารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาราคาอาหารเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 30
“ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ” ประเทศไทยได้รับผลกระทบในเรื่องปุ๋ย อาหารสัตว์ ถั่วเหลือง ข้าวโพด น้ำมันปาล์มและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องเตรียมแผนรับมือให้ดี คือเรื่องราคาอาหารสัตว์ที่เป็นภาระต้นทุนเกษตรกรไทย อย่างถั่วเหลืองถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะอาหารสัตว์มีสัดส่วนถึงร้อยละ 77 การที่อาร์เจนตินาห้ามส่งออกถั่วเหลืองมีผลให้ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับสูงเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ประเทศไทยนำเข้ากากถั่วเหลือง และเมล็ดถั่วเหลืองจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะจากบราซิลและอาร์เจนตินา ต้นทุนอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับไทยยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาดในสัตว์ทั้งหมูและสัตว์ปีก ราคาเนื้อสัตว์น่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก
“จับตาอัตราเงินเฟ้อ” แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2565 และ 2566 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.9 และ 1.7 ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 5 ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ในปี 2565 จากราคาพลังงานและผ่านต้นทุนในหมวดอาหารเป็นหลัก ก่อนที่จะปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 แต่ถ้าดูจากสถานการณ์หลายประเทศทยอยออกนโยบายห้ามส่งออกอาหารมุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารเฉพาะตัว (Food Protectionism) ส่งผลให้ราคาอาหารและพลังงานโลกปรับสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อน่าจะปรับตัวสูงกว่าที่คาดไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ต้องมาจับตาดูกันต่อไป
“ในภาพรวมไทยยังได้เปรียบในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร” ตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนเมษายน 2565 ขยายตัวร้อยละ 9.9 มีมูลค่า 23,521 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การนำเข้า ขยายตัวร้อยละ 21.5 มีมูลค่า 25,429 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้การส่งออกที่ขยายตัวเป็นผลมาจากสินค้าการเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว เงาะสด มังคุดสด และมะม่วงสด โดยเฉพาะข้าว กระทรวงพาณิชย์พยายามผลักดันการส่งออกข้าวตามความต้องการของตลาดโลก นอกจากนี้สินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น
แม้ว่าไทยยังมีโอกาสเรื่องส่งออก ประเด็นเรื่องวิกฤตอาหารโลกน่ากลัวและยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ไทยต้องเตรียมรับมือเช่นกัน
คลิกอ่านข่าว : https://news.ch7.com/detail/573523
#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด #วิกฤตอาหารโลก
้อนออนไลน์
#ข่าว7HD
🔴เกาะติดข่าว news.ch7.com