Stock In Trend - หุ้นอินเทรนด์

Stock In Trend - หุ้นอินเทรนด์

แชร์

เลือกหุ้นอย่างเป็นระบบและเติบโตไป?

17/09/2021

ขอบคุณลูกเพจทุกคนครับที่ติดตาม ช่วงนี้แอดมินไม่ค่อยได้ลงโพสหุ้นหรือTFEX เท่าไหร่นัก เพราะตลาดซึมลงแบบเหงาๆ มีแต่หุ้นตัวละบาทสองบาทวิ่งกันให้พรึบพรับเลยทีเดียว เลยมาเปิดโอกาสให้ลูกเพจรู้จักแอดมินกันครับในวันศุกร์สบายๆแบบนี้

#หุ้นอินเทรนด์

15/09/2021

Review หนังสือ คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น: บริหารเงินสไตล์นายธนาคารยิว
"แม้คุณจะมีเงินมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่มีความสุข มันก็แค่นั้น"

ในช่วงที่ตลาดเงียบเหงาและกำลังรอเลือกทางอยู่นั้น แอดมินได้นึกถึงหนังสือเล่มนี้ซึ่งแอดมินประทับใจมากตอนอ่านจบเล่มและอยากบอกต่อทุกคนที่แอดมินได้รู้จักรวมถึงลูกเพจทุกๆคนครับ

เป็นหนังสือที่เล่าถึงตัวเอกชื่อเคน นักศึกษาชาวญี่ปุ่นที่ได้เดินทางไปหาคนชื่อฮอฟฟ์มันด์ เศรษฐีในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะเป็นคนสอนหลักคิดการใช้จ่ายเงิน หลักคิดต่างๆเกี่ยวกับเงิน

เท่าที่อ่านถือเป็นหนังสือที่เล่าเรื่องได้ดี ถ้าใครเคยอ่านพ่อรวยสอนลูกเล่มแรก ก็จะเล่าคล้ายๆกันโดยใช้ตัวเอกเดินเรื่องและมีการสอนไปในแต่ละบท
หนังสือได้เริ่มต้นเล่าถึงการยอมเสียสละเวลาของเคนที่ยอมมาเรียนรู้หลักคิดการเงิน ซึ่งจริงๆแล้ว เคนเอาเวลาไปหาเงินที่ญี่ปุ่นก็ได้ แต่เค้ายอมเสียเวลาเพื่อให้ได้สิ่งที่น่าจะดีกว่า

คุณฮอฟฟ์มันด์ได้สอนหลักคิดที่แตกต่างกันระหว่างเศรษฐีกับคนทั่วไป รวมถึงเศรษฐีที่มีความสุขกับเศรษฐีที่ไม่มีความสุข เค้าเน้นเรื่อง mindset ค่อนข้างมาก เอาง่ายๆเลยคือ จุดตั้งตั้นก่อนจะนึกถึงผลลัพท์ต้องเริ่มที่การคิด วิธีคิดที่ถูกต้องก่อน คิดแบบเดิม แต่อยากได้ผลลัพท์ที่ยิ่งใหญ่กว่า อันนี้ประหลาดยิ่งนัก

การรู้ว่าเงินคืออะไร ทำไมเราถึงต้องมีเงิน ทำไมเงินถึงมีอิทธิพลในชีวิตของใครหลายคนมากมาย แต่ในอีกมุมกลับไม่มีผลมากมายนักกับอีกกลุ่มคน
นอกจากนี้ เค้าจะสอนเรื่องแนวคิดการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณฮอฟฟ์มันด์อยากให้เคนเอาไปใช้ตอนกลับไปที่ญี่ปุ่น

นอกจากเรื่อง mindset ที่สอนการมองเงินที่แตกต่าง ยังสอนในเรื่องการเป็นผู้ให้มากกว่าจะนั่งตั้งตาคอยเป็นผู้รับ ยิ่งให้ยิ่งสุข ซึ่งตอนท้ายของหนังสือ เค้าจะเน้นส่วนนี้ ซึ่งการที่เรามีเงินเยอะเป็นเศรษฐีแต่ไม่มีความสุข ก็ไม่แตกต่างจากคนจนทั่วไปที่ยังต้องไขว่คว้ากังวลหาเงินไปตลอด

นอกจากนี้ หนังสือยังมีการเล่าในส่วนที่เคนได้แอบชอบสาวชื่อฟลอร่า ที่เป็นหลานสาวของคุณฮอฟฟ์มันด์ ก็จะเป็นอารมณ์ว่าเค้าจะจีบเธอติดหรือเปล่า แทรกไปในแต่ละส่วนของบทด้วย

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

#หนังสือหุ้น #คิดแบบยิวทำแบบญี่ปุ่น #บริหารเงิน

15/09/2021

UPDATE S50U21 (30 min)
วันที่ตลาดเงียบ คนเทรดเหงา ดูกราฟแล้วจะหลับ แอดมินนึกว่าตลาดปิด

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

Photos from Stock In Trend - หุ้นอินเทรนด์'s post 13/09/2021

ตัวอย่างหุ้นทำใส้เทียนยาวมากประจำวัน 😅😅😅
แผนที่ดีและการตัดสินใจที่เด็ดขาดจะทำให้รอดจากตลาดได้

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

#หุ้น **P

13/09/2021

UPDATE S50U21 (TF 2hr)

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

13/09/2021

“รอให้เป็น แผนต้องมี หนีให้ทัน พอใจที่ตลาดให้ อย่าโลภเกินความรู้”
หน้าหลักตามแผนให้เด้ง S เพราะฉะนั้นผมจึงรอให้จังหวะนั้นมาถึง แม้ว่าตลาดช่วงบ่ายเหมือนจะไปต่อ สุดท้ายก็โดนเทลงมา ผมก็แค่ทำตามแผนที่วางไว้เท่านั้นเอง

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

12/09/2021

UPDATE S50U21 (TF 2hr)

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

12/09/2021

สรุปเนื้อหา MOMENTUM MASTERS by Mark Minervini
บทที่ 2 - การเลือกหุ้นรายตัว
อ่านบทที่ 1 ได้ที่ https://www.facebook.com/Stockintrend2020/photos/a.101453141600152/361082528970544/

คำถามที่ 1 - อะไรคือวิธีการหาหุ้นที่ดีที่สุดในกรหาหุ้นโมเมนตัมที่ราคามีโอกาสวิ่งขึ้นได้อีกมาก

Minervini: หาหุ้นที่มีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นและหุ้นตัวอื่น มีความผันผวนและการแกว่งตัวของราคาน้อย
Ryan: หาหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดีและต่อเนื่อง
Zanger: การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเขาจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมไปเรื่อยๆ
Ritchie II: หาหุ้นที่มีค่า Relative strength ที่สูง

คำถามที่ 2 - คุณเคยซื้อหุ้นเพื่อเก็งว่าราคามันน่าจะทำจุดต่ำสุดแล้วหรือไม่ (bottom fish)

Minervini: ไม่เคย เพราะเขาจะเริ่มซื้อหุ้นที่เริ่มกลับมาขึ้นหลังจากราคาหุ้นย่อตัวลงมาตามปกติ (Normal pullback) โดยหุ้นนั้นต้องมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นชัดเจน และเมื่อราคาหุ้นย่อลงมาแล้วต้องสามารถขึ้นผ่านจุดกลับตัวให้ได้เสียก่อน (Pivot point)
Ryan: ไม่ซื้อหุ้นที่ราคาทำ new low
Zanger: ทำไม่บ่อย
Ritchie II: ไม่เคย แต่อาจจะเก็งกำไรจุดต่ำสุดในตลาดฟิวเจอร์

คำถามที่ 3 -ในการหาหุ้นคุณเริ่มจากวิธีการใดระหว่าง เริ่มศึกษาจากตัวหุ้นก่อน (Bottom up) หรือเริ่มจากการหากลุ่มอุตสาหกรรมที่นำตลาดก่อน แล้วค่อยเลือกศึกษาหุ้นในกลุ่มนั้น

Minervini: เลือกวิธี Bottom up ซึ่งทำให้ผลตอบแทนดีขึ้นมากกว่าการหากลุ่มอุตสาหกรรมที่นำตลาดก่อน
Ryan: หาจากหุ้นรายตัวก่อน แต่ถ้าเห็นว่ามีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวน่าสนใจ เขาจะเข้าไปคัดกรองเพื่อหาหุ้นที่น่าจะดีที่สุดของกลุ่มนั้น
Zanger: ใช้แบบการหาอุตสาหกรรมที่นำตลาดก่อน จากนั้นจึงให้ความสนใจไปที่หุ้นผู้นำของกลุ่มนั้น
Ritchie II: ดูจากหุ้นรายตัวก่อน

คำถามที่ 4 - คุณมีวิธีการค้นหากลุ่มอุตสาหกรรมที่นำตลาดอย่างไร

Minervini: หาหุ้นนำตลาดของกลุ่มให้เจอโดยเร็วที่สุดซึ่งจะนำไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งตามมา
Ryan: เปิดกราฟหุ้นเพื่อค้นหาตัวที่มีโอกาสเป็นหุ้นนำตลาด
Zanger: ใช้โปรแกรมกราฟของ AIQ Trading systems
Ritchie II: หาหุ้นที่แข็งแกร่งก่อน เขาจะไม่เริ่มจากกลุ่มอุตสาหกรรม

คำคามที่ 5 - คุณเทรดหุ้น IPO ที่เพิ่งเข้าตลาดบ้างหรือไม่ และมีวิธีการประเมินโมเมนตัมของหุ้นเข้าใหม่ที่มีข้อมูลการซื้อขายย้อนหลังให้ดูเพียงเล็กน้อยอย่างไร

Minervini: จะรอดูอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อน และสังเกตพฤติกรรมของราคาหุ้นกับvolumeเป็นหลัก จากนั้นรอราคาเริ่มทำฟอร์มตัวที่ดี และซื้อเมื่อมันเริ่มวิ่งขึ้นหลังจากสร้างฐานราคาเสร็จ
Ryan: รออย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไปจึงจะเริ่มเทรด
Zanger: จะซื้อหุ้นที่พุ่งขึ้นไปบริเวณจุดกลับตัวจากฐานราคาที่ดูแข็งแรงแน่นหนาดี
Ritchie II: รออย่างน้อย 2-3 สัปดาห์หรือถ้าให้ดีก็สัก 1-2 เดือนก่อน เมื่อเริ่มทำกรอบราคาและมีแนวโน้มให้เห็น แต่จะลงน้ำหนักซื้อหุ้นตัวใหม่ๆพวกนี้มากหน่อย

คำถามที่ 6 - คุณมีวิธีการเทรดหุ้นขนาดใหญ่ (Large caps) ต่างกับการเทรดหุ้นขนาดเล็ก (Small caps) หรือไม่ ในกรณีที่หุ้นตัวนั้นผ่านเกณฑ์ต่างๆที่คุณใช้ในการคัดเลือกหุ้นและเทรดต่างกันอย่างไรบ้าง

Minervini: สำหับหุ้นขนาดใหญ่ เขาจะพยายามซื้อให้เร็วในช่วงที่ตลาดยังปรับฐานอยู่ ซึ่งช่วงที่ดีที่สุดคือ เมื่อสิ้นสุดตลาดหมี หรือหลังจากตลาดปรับฐานลงมาค่อนข้างลึก
แต่ถ้าเป็นหุ้นขนาดเล็ก จะเทรดที่ราคาบริเวณใกล้จุดสูงสุดของมันเพราะหุ้นขนาดนี้มักมีประสิทธิภาพน้อยกว่า จึงไม่จำเป็นต้องรับซื้อให้ได้ราคาต่ำกว่าคนอื่น
Ryan: หุ้นขนาดใหญ่จะมีอัตราการเติบโตที่ช้าจึงทำให้ไม่เห็นราคาของหุ้นขนาดใหญ่วิ่งขึ้นแรงๆได้มากเท่าหุ้นขนาดเล็ก
Zanger: ไม่ค่อยสนใจหุ้นใหญ่เพราะมันมีอัตรการเติบโตที่ช้า
Ritchie II: ยิ่งหุ้นมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ เขาจะยิ่งให้ส่วนลดมันมากขึ้นด้วยเพราะโอกาสที่ราคาหุ้นจะๆม่มีประสิทธินั้นจะสวนทางกับขนาดของมัน ซึ่งถ้าเกิดต้องการกำไรจากส่วนต่างราคามากๆ ควรคาดหวังจากหุ้นขนาดใหญ่ให้น้อยลง

คำถามที่ 7 - คุณเคยรอเทรดเฉพาะหุ้นตัวที่ชอบใน watch list ของคุณโดยไม่ยอมเข้าเทรดหุ้นตัวอื่นเพื่อรอให้หุ้นตัวที่ชอบเกิดสัญญาณซื้อหรือไม่

Minervini: พยายามที่จะไม่มีหุ้นที่ชอบเป็นการส่วนตัว ซึ่งถ้ามัวรอเทรดหุ้นตัวที่คิดว่าน่าจะขึ้นในขณะที่หุ้นตัวอื่นกำลัง break out กัน มันอาจจะทำให้เขาพลาดหุ้นนำตลาดตัวสำคัญไป
เขาต้องการให้ตลาดนำทางไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของเขานำทาง เพราะว่าตลาดนั้นไม่เคยผิด
Ryan: เขาเลือกซื้อหุ้นที่เริ่มวิ่งผ่านจุดซื้อซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบมากกว่าเฝ้ารอหุ้นที่เขาชอบ
Zanger: เขาอยู่ประจำแต่เขาก็เฝ้าระวังหุ้นตัวอื่นๆที่สามารถ break out และกลายเป็นหุ้นตัวโปรดได้ถ้ามันทำราคาได้ดี
Ritchie II: จะพยายามไม่มีหุ้นตัวโปรดเพราะมันจะบดบังการตัดสินใจที่ดีเวลาเทรด โดยปกติเขาจะไม่มองข้ามหุ้นตัวอื่นที่ผ่านเกณฑ์ของเขาเพราะเขาเชื่อว่าตลาดมีความฉลาดมากกว่าเขานั่นเอง

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

#หุ้น #หนังสือหุ้น #หนังสือลงทุน

11/09/2021

สรุปเนื้อหา MOMENTUM MASTERS by Mark Minervini
บทที่ 1 - แนะนำตัว

ผมจะขอยกตัวอย่างคำถาม 6 ข้อจาก 11ข้อในบทนี้ที่คิดว่านักลงทุนมือใหม่จะได้ประโยชน์จากการตอบคำถามของท่านทั้ง 4 คนนี้นะครับ

คำถามที่ 1 - พวกคุณแต่ละคนได้เทรดหุ้นมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ปัจจุบันคุณยังเทรดด้วยวิธีการเดิมและใช้รูปแบบกราฟเหมือนกับตอนที่เพิ่งเริ่มเทรดหุ้นหรือไม่ หรือเมื่อเวลาผ่านไป สไตล์การเทรดของคุณก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

Minervini: 95% ยังใช้หลักการเดิม ดูหลักการของ demand supply ของหุ้น
Ryan: ยังคงใช้การซื้อ break out เหมือนเดิมแต่เพิ่มการซื้อหุ้นตอนมันย่อตัวลงมาด้วย
Zanger: ใช้หลักการเดิม เพิ่มเติมคือขายทำกำไรหุ้นออกมาก่อนที่ตลาดจะร่วงลงแรง
Ritchie II: เราต้องคอยสังเกตว่าขณะนั้นเรากำลังอยู่ตรงไหนของวงจรการขึ้น-ลงของตลาด

คำถามที่ 2 - กิจกรรมประจำวันของคุณมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปอย่างไรบ้าง

Minervini: เตรียมแผนการเทรดตอนกลางคืน เปิดจอเทรด 8.30 น. เพื่อตรวจสอบข่าวสารต่างๆและข่าวผลประกอบการที่อาจมีผลกระทบกับหุ้น คอยติดตามตลาดฟิวเจอร์ช่วงก่อนตลาดหุ้นเปิดเพื่อประเมิณว่าวันนี้หุ้นจะเปิดบวกหรือลบ
Ryan: ตื่นนอนก่อนตลาดเปิด 1 ชม. จากนั้นจะอ่านข่าวเกี่ยวกับตลาดและข่าวเกี่ยวกับหุ้น จะไม่เทรดหรือทำอะไรมากนักในช่วง 45นาทีแรกหลังตลาดเปิดทำการเพราะจะมีการวิ่งหลอกของราคาค่อนข้างมาก
Zanger: เปิดดู ticker ช่วงก่อนตลาดเปิด ดูตลาดฟิวเจอร์ จากนั้นค่อยดูตลาดหุ้น
Ritchie II: เริ่มจากการตรวจดูหุ้นที่ถืออยู่ จากนั้นก็มาดูตลาดฟิวเจอร์พันธบัตรสหรัฐ จากนั้นค่อยมาดูหุ้นที่สนใจ ตั้งเตือนเวลาเอาไว้ ถ้ามีสัญญาณซื้อขายก็ทำตามแผน
พอตลาดปิด จะนั่งไล่ดูหุ้นทีละตัว 200-500 ตัวต่อวันเพื่อคัดกรองทำแผนการเทรด

คำถามที่ 3 - ผู้เล่นรายใหญ่มีข้อได้เปรียบเหนือกว่านักลงทุนรายย่อยหรือไม่ และคุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการที่มีคนบอกว่าการเทรดหุ้นมันเป็นสิ่งที่ถูกจัดฉากไว้หมดแล้ว

Minervini: มันไม่ได้ถูกจัดฉาก รายย่อยมีข้อได้เปรียบเรื่องสภาพคล่องและความคล่องตัว
คนที่ชอบบอกว่าการเล่นหุ้นมันเป็นกลโกงหรือการจัดฉาก คือ กลุ่มคนที่ไม่สามารถทำผลตอบแทนชนะตลาดได้
Ryan: คงต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลถ้าจะต้องจัดฉาก นักลงทุนรายใหญ่มีข้อได้เปรียบตรงสามารถเข้าถึงข้อมูลมากกว่า แต่ปัญหาคือการปรับพอร์ตอย่างรวดเร็วอาจจะทำได้ลำบาก
ส่วนรายย่อยสามารถซื้อหุ้นได้ครบได้ก่อนที่กองทุนต่างๆจะซื้อเสร็จเพราะความคล่องตัวสูง
Zanger: รายใหญ่มีวิธีการเขย่าหรือข่มขวัญรายย่อยให้กลัวโดยวิธีต่างๆ เช่น สื่อข่าว
Ritchie II: ทั้งเทรดเดอร์และนักลงทุนรายใหญ่ต่างก็ถูกทำให้เสียเปรียบจากโครงสร้างตลาดในปัจจุบันด้วยการทำราคาหุ้นเพื่อดูแลสภาพคล่อง (Market-making situation)

คำถามที่ 4 - คุณคิดว่านักลงทุนรายย่อยที่ทำงานประจำแบบเต็มเวลาจะสามารถประสบความสำเร็จในการเทรดหุ้นโดยการใช้เฉพาะราคาปิดรายวันได้หรือไม่

Minervini: ทำได้ แต่ต้องใช้โปรแกรมเทรดเพื่อวางจุดเข้า-ออกล่วงหน้าไว้
Ryan: ทำได้และดีกว่าการนั่งดูจอทั้งวันเพราะมันอาจส่งผลเสียต่อผลตอบแทนของเรา
Zanger: ถ้าเทรดแบบ real time ไม่ได้ ก็ต้องทำการคัดเลือกหุ้นให้ดีขึ้นและเหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา
Ritchie II: สามารถทำได้ถ้าเลือกหุ้นบางตัวที่น่าจะให้ผลตอบแทนดีเข้าพอร์ตแล้วถือไปเรื่อยๆในระยะยาว

คำถามที่ 5 - ถ้าคุณไม่สามารถอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ในช่วงวันทำการ จะมีวิธีการเข้าซื้อหุ้นหรือขายหุ้นออกมาอย่างไร

Minervini: แจ้งกับโบรกเกอร์ของคุณเรื่องจุดตัดขาดทุน
Ryan: ใช้คำสั่งแบบอัติโนมัติ โดยจะทำแผนและตั้งคำสั่งล่วงหน้าช่วงกลางคืนของวันก่อน
Zanger: ใช้ smart phone ที่มีโปรแกรมดูหุ้น real time ดีๆ
Ritchie II: ตั้งคำสั่งตัดขาดทุนในระหว่างวันหรือไม่ก็เทรดโดยใช้กรอบระยะเวลาที่ยาวขึ้น

คำถามที่ 6 - มันเป็นไปได้ไหมที่จะร่ำรวยจากการเทรดหุ้นแม้ว่าคุณจะเริ่มจากพอร์ตขนาดเล็ก

Minervini: เป็นไปได้แน่นอน เป็นสนามที่ทุกคนสามารถเข้ามาเล่นได้
Ryan: ทำได้แน่นอน แต่คงไม่สามารถร่ำรวยได้ภายในปีเดียว คุณต้องขยันจริงจัง เรียนรู้จากความผิดพลาดและมีวินัยอย่างสม่ำเสมอ
Zanger: ทำได้ และแนะนำว่าให้เริ่มจากพอร์ตเล็กก่อน อย่าเพิ่งใส่เงินจำนวนมาก
Ritchie II: คุณสามารถทำพอร์ตเล็กให้เติบโตขึ้นได้อย่างสวยงามและทำผลตอบแทนเมื่อเทียบความเสี่ยงได้ดีมาก แบบนี้ก็ถือว่ารวยมากแล้ว

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

#หุ้น #หนังสือหุ้น #หนังสือลงทุน

Photos from Stock In Trend - หุ้นอินเทรนด์'s post 08/09/2021

หุ้นทรงสวย volumeงามๆ จะไปต่อหรือพักก่อน ตัดสินใจกันดีๆนะครับ 🥳🥳🥳

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

#หุ้น

08/09/2021

เพราะแนวรับที่เคยวางไว้เริ่มทำงาน ถึงเวลาย่อ Long เพื่อไปต่อ
พอร์ตนี้ช่วยๆกันดันต่อหน่อยนะ อีกพอร์ตอย่าเพิ่งน้อยใจไปนะ 🥺🥺🥺

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

Photos from Stock In Trend - หุ้นอินเทรนด์'s post 08/09/2021

นี่แค่เริ่มต้นของการลงหรือเป็นเพียงการย่อเพื่อไปต่อนะ 😯😯😯
จากพฤติกรรมที่ทุบลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วมีการดึงกลับอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นใส้เทียนยาวพร้อมปริมาณการซื้อขายมากขนาดนี้ ทำให้นึกสถานการณ์ที่เป็นไปได้อยู่ 2 อย่าง นั่นคือ

1. เป็นเพียงการทดสอบแรงซื้อของรายย่อยว่าจะมารับกันเยอะขนาดไหน นั่นหมายความว่าถ้ารายใหญ่จะปล่อยของออกมาทั้งหมด ต้องมั่นใจว่าเวลาทุบจะมีคนมารับซื้อของอย่างแน่นอน ทำง่ายๆโดยการลองทุบให้แรงๆรอดูการซื้อ ถ้าเป็นแบบนี้ต้องระวังว่าการทุบครั้งต่อๆไปจะทำให้รายย่อยหลงกล และรีบเข้าไปรับจนลืมหูลืมตา

2 เป็นการออกของรายใหญ่จริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะทุบลงแรงต่อเนื่อง เพราะว่าการที่คริปโตขึ้นรอบนี้ sideway อยู่ไม่นาน การเก็บของไม่เยอะ การทุบออกไม่กี่ครั้งก็สามารถออกของได้หมดแล้ว

แล้วคุณคิดว่ามีสถานการณ์อื่นที่เป็นไปได้นอกจากนี้มั้ยครับ 🤭🤭🤭

แลกเปลี่ยนแนวคิด/สอบถามได้ใน comment หรือ chat ได้นะครับ ยินดีมากๆครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Samut Prakan?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


เทพารักษ์
Samut Prakan
10270