17/05/2026
#ภาษิตคำพังเพยสำนวนไทย
"ยศช้างขุนนางพระ"
ยศช้างขุนนางพระ เป็นสำนวน หมายถึง ยศที่ไม่สำคัญจริงจัง ไม่สามารถให้คุณหรือให้โทษแก่ใครได้ ยศช้าง หมายถึง ยศของช้างสำคัญที่ได้รับพระราชทาน เช่น เป็น พระ พระยา เจ้าพระยา อย่าง พระเศวตอดุลยเดชพาหน (ช้างสำคัญในรัชกาลที่ ๙) เจ้าพระยาปราบไตรจักร (ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ขุนนางพระ หมายถึง ภิกษุที่ได้รับการสถาปนาหรือตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นต่าง ๆ ตั้งแต่ชั้นสามัญจนถึงชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จพระราชาคณะหรือสมเด็จพระสังฆราช คนทั่วไปจะใช้สรรพนามในภาษาปากว่า เจ้าคุณ หรือเจ้าประคุณ
ยศช้างขุนนางพระ เป็นคำเปรียบว่า ช้างถึงจะมียศศักดิ์สูงส่งเพียงใดก็ยังคงเป็นช้างเหมือนเดิม เช่นเดียวกับพระภิกษุทรงสมณศักดิ์ ท่านก็ยังมีจริยวัตรดำรงอยู่ในสมณเพศเช่นเดิม ด้วยท่านเห็นความจริงว่ายศถาบรรดาศักดิ์เป็นเรื่องสมมติ
อ้างอิง: หนังสือรู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๗ ฉบับราชบัณฑิตยสภา
17/05/2026
ค่าสอนปรับพื้นฐาน หรือ ค่าทริปสานสัมพันธ์
เครือข่ายฯรายงานว่า โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จัดทริปสานสัมพันธ์น้องพี่ ณ เกาะช้าง จ.ตราด
โดยค่าใช้จ่ายทริปนี้ ใช้เงินค่าสอนปรับพื้นฐาน ที่เรียกเก็บจากนักเรียนและผู้ปกครอง คนละ 1,800 บาท แต่ปลายทางกลับกลายเป็น “ทริปสานสัมพันธ์” เกาะช้าง – หมู่บ้านไร้แผ่นดิน จันทบุรี
คำถามสำคัญคือ… เงินนี้ถูกใช้เพื่อการศึกษาจริงหรือไม่?
จากเอกสารและกำหนดการที่ปรากฏ พบการจัดกิจกรรมชื่อ “สานสัมพันธ์น้องพี่ นวมินทร์เตรียมพัฒน์”
ระหว่างวันที่ 14–16 พฤษภาคม 2569
ณ เกาะช้าง จังหวัดตราด และหมู่บ้านไร้แผ่นดิน จังหวัดจันทบุรี
โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 130 คน
ใช้งบประมาณรวมราว 400,000 บาท
สิ่งที่สังคมตั้งคำถามคือ
📌 เงินที่เรียกเก็บจากนักเรียนในชื่อ “ค่าสอนปรับพื้นฐาน” ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง?
📌 การใช้สถานที่ราชการ ใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้บุคลากรครูในการสอนปรับพื้นฐาน แต่มีการเก็บเงินเพิ่มจากนักเรียน เหมาะสมหรือไม่?
📌 เงินส่วนต่างหลังหักค่าใช้จ่าย ถูกนำไปใช้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวหรือสันทนาการหรือไม่?
📌 กิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเรียนการสอน หรือไม่?
เมื่อดูจากกำหนดการ พบว่ามีกิจกรรมล่องแพเปียก ชมเหยี่ยวแดง เที่ยวทะเลแหวก งานเลี้ยงสังสรรค์ และพักรีสอร์ตหลายจุด ซึ่งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า “นี่คือกิจกรรมพัฒนาการศึกษา” หรือ “ทริปท่องเที่ยวในนามโรงเรียน”
ประเด็นสำคัญไม่ใช่การจัดกิจกรรมสัมพันธ์
แต่คือ “ความโปร่งใสของงบประมาณ” และ “ความถูกต้องในการเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครอง”
เพราะทุกบาทที่เก็บจากนักเรียน ต้องตอบได้ว่า
✔ เก็บตามระเบียบอะไร
✔ ผ่านความเห็นชอบจากใคร
✔ มีบัญชีรายรับ–รายจ่ายตรวจสอบได้หรือไม่
✔ เหลือเงินเท่าไร และนำไปใช้อะไร
โรงเรียนคือสถานที่สร้างอนาคต ไม่ใช่พื้นที่สีเทาทางงบประมาณ
หากกิจกรรมดี มีประโยชน์ โปร่งใส ก็ต้องเปิดเผยได้ แต่ถ้ามีการนำ “ค่าเรียน” ไปปะปนกับ “ค่าเที่ยว” สังคมย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถาม ว่าไม่ควรเรียกเก็บเงิน
้านทุจริต
#งบการศึกษาต้องโปร่งใส
#ค่าสอนปรับพื้นฐานหรือค่าเที่ยว
#ตรวจสอบได้ต้องตรวจสอบ
#โรงเรียนโปร่งใสผู้ปกครองสบายใจ
17/05/2026
#เติมภาษา
เกม “ส่วนไหน...ใครรู้บ้าง”
ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เราจะเห็นภาพการจำลองการไถนาที่งดงาม แต่ทราบหรือไม่ว่าอุปกรณ์ไถนานี้มีชื่อเรียกเอาส่วนต่าง ๆ ว่าอะไรบ้าง มาแสดงความเห็นบอกกันได้เลยค่ะ แล้วพรุ่งนี้มาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ
15/05/2026
#คำไทยที่มักใช้สับสน
"เท่า เถ้า เฒ่า"
เท่า หมายถึง เสมอกัน เช่น สูงเท่ากัน ถึง เช่น ตราบเท่า ทัน เช่น รู้เท่า แค่, เพียง เช่น สูงเท่าใด, เก่งเท่าไหน, ตัวเท่านี้ จำนวนที่เพิ่มขึ้น ตามส่วนของจำนวนเดิม เช่น ๓ เท่า คือจำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็น ๓ ส่วนของจำนวนเดิม
เถ้า หมายถึง สิ่งที่เป็นผงละเอียดของสิ่งที่เหลือจากไฟเผามอดแล้ว ขี้เถ้า ก็ว่า
เฒ่า หมายถึง แก่, มีอายุมาก ในภาษาถิ่นใช้ว่า เถ้า ก็มี
เฒ่าแก่ หมายถึง สตรีสูงอายุที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดให้ตั้งไว้ในตำแหน่งข้าราชการ มีหน้าที่ดูแลสตรีฝ่ายในในพระราชสำนักและยังหมายถึง ผู้ใหญ่ที่เป็นประธานในการสู่ขอและการหมั้นใช้ว่า เถ้าแก่ ก็มี
อ้างอิง: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
15/05/2026
🚨 เปิดอีกมุม “คอร์รัปชันเชิงระบบ” ไม่ใช่แค่เงินใต้โต๊ะ… แต่คือ “ต้นทุนแฝง” ที่กัดกินเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศ
ผลสำรวจของ กกร. และเครือข่าย Zero Corruption พบว่า หลายธุรกิจมองว่า “การจ่ายพิเศษ” กลายเป็นต้นทุนปกติในการทำธุรกิจกับภาครัฐ 😳
📌 หน่วยงานที่มี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง” สูงสุด
🥇 กรมควบคุมมลพิษ — 102,160 บาท/ครั้ง 🥈 — 100,000 บาท/ครั้ง
🥉 กรมสรรพสามิต Excise Department — 94,667 บาท/ครั้ง 4️⃣ — 89,498 บาท/ครั้ง
5️⃣ กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) — 88,750 บาท/ครั้ง
6️⃣ FDA Thai/ กระทรวงสาธารณสุข — 74,643 บาท/ครั้ง
7️⃣ กรมทางหลวง — 70,167 บาท/ครั้ง
8️⃣ กรมโยธาธิการและผังเมือง PR — 70,000 บาท/ครั้ง
9️⃣ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — 68,000 บาท/ครั้ง
🔟 กรมป่าไม้ — 67,500 บาท/ครั้ง
📉 สิ่งที่เอกชนสะท้อนตรงกัน • ขั้นตอนราชการซับซ้อน • ใช้ดุลพินิจสูง • กลัวงานล่าช้า • ไม่มั่นใจระบบร้องเรียน
โดยกว่า 43.7% ยอมรับว่า “ไม่กล้าร้องเรียน” แม้พบการเรียกรับผลประโยชน์
💡 ข้อเสนอหลักจากภาคเอกชน
✔️ ใช้ E-Government / E-Procurement ลดการพบเจ้าหน้าที่
✔️ เปิดข้อมูล TOR-งบประมาณ-ผลประมูล ให้ตรวจสอบได้
✔️ ลดขั้นตอนกฎหมายที่เปิดช่องทุจริต
✔️ เพิ่มโทษผู้กระทำผิด
📌 ช่องทางแจ้งเบาะแส
• สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
โทร 1205
• สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป․ป․ท․ โทร 1206
• องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน
• ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน
“คอร์รัปชัน” ไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎหมาย แต่คือสิ่งที่ทำให้ต้นทุนประเทศสูงขึ้น เศรษฐกิจอ่อนแอ และความเชื่อมั่นหายไปทีละน้อย
คุณคิดว่า… ปัญหานี้ควรเริ่มแก้จากตรงไหนก่อน? 💬
06/05/2026
#คำไทยน่ารู้
"มูรธาภิเษก"
มูรธาภิเษก มาจากคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การรดน้ำที่ศีรษะ คำว่า มูรธ แปลว่า ศีรษะ คำว่า อภิเษก แปลว่า การรดน้ำ มูรธาภิเษก เป็นพระราชพิธีที่กระทําในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์
อ้างอิง: หนังสือรู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๗ ฉบับราชบัณฑิตยสภา
06/05/2026
ไม่ใช่แค่โกง…แต่นี่คือ ระบบที่ออกแบบมาให้โกง
ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาแค่ คนโกง
แต่กำลังติดอยู่ในโครงสร้างที่เอื้อให้โกงได้ตลอดเวลา และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ทุกคนในระบบรู้…แต่ไม่มีใครหยุดมันจริงจัง!!
1. งบหายครึ่ง…แต่ไม่มีคนผิด
เงิน 7,000 ล้าน ถูกใช้ซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพียงครึ่งเดียว
ทุกอย่าง “ถูกระเบียบ”
ทุกคน “ทำตามขั้นตอน”
สุดท้าย…ไม่มีใครผิด
นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่นี่คือ ระบบที่ทำให้ความเสียหายมหาศาล กลายเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย
2. รถหลวง = ของส่วนตัว
ข้าราชการแห่ใช้รถหลวง ไปงานส่วนตัว งานวันเกิด งานเลี้ยง ไม่มีใครกลัว ไม่มีใครหยุด
เพราะระบบนี้สอนให้รู้ว่า อำนาจ = สิทธิพิเศษ
3. จับคนโกง…แต่ระบบยังโกงต่อ
เจ้าหน้าที่รับส่วย ถูกจับ ติดคุก แต่คนใหม่เข้ามา…ทำเหมือนเดิม เพราะอะไร..?
เพราะตำแหน่งนั้น ถูกออกแบบมาให้เรียกรับผลประโยชน์ได้ นี่ไม่ใช่ คนเลว แต่นี่คือ “ระบบที่บังคับให้เลว ถ้าอยากอยู่รอด”
ประเทศไทยไม่ได้แพ้คอร์รัปชัน เพราะกฎหมายไม่ดีพอ แต่แพ้เพราะ คนที่มีอำนาจ “ไม่กล้าแตะระบบ”
ด้วยเหตุผลเดิมซ้ำๆ
* ไม่กล้า…เพราะมันกระทบพวกตัวเอง
* ไม่ทำ…เพราะกลัวเสียฐานอำนาจ
* ไม่สนใจ…เพราะไม่เคยเดือดร้อน
คำพูดของ บรรยงค์ พงษ์พานิช ยังแทงใจเหมือนเดิม “สู้ไปก็สิ้นพวก ไม่สู้ก็สิ้นชาติ”
คำถามคือ วันนี้คนมีอำนาจ…เลือกอะไร?
ถ้าจะ “เอาจริง” ต้องรื้อทั้งระบบ!!
ไม่ใช่แค่จับคนผิด แต่ต้องทำให้ “โกงไม่ได้ตั้งแต่แรก” ต้องทำทันที
📍นี่คือ “วิธีทำแบบลงมือได้เลย” ทีละข้อ
1) เปิดงบประมาณทุกบาทให้ตรวจสอบได้จริง
#วิธีทำ
* ออกกฎหมาย “งบประมาณเปิด (Open Budget Law)”
* บังคับทุกหน่วยงานอัปโหลดข้อมูล ระดับรายการ (รายจ่ายย่อย) ภายใน 30 วัน
* ใช้ระบบกลางเดียว (Dashboard) แสดง
* ใครใช้เงิน
* ใช้อะไร
* ซื้อจากใคร
📍ห้ามใช้ไฟล์ PDF ต้องเป็นข้อมูลที่ค้นหา/วิเคราะห์ได้ (machine-readable)
รัฐมักอ้างว่า "เปิดเผยข้อมูลแล้ว" ผ่านไฟล์ PDF แต่ในทางปฏิบัติ นี่คือการ "เปิดแบบปิด" เพราะ..
• ตรวจสอบยาก..ข้อมูลถูกล็อกไว้ในรูปแบบ "ภาพ" หรือการจัดหน้า ดึงตัวเลขไปคำนวณต่อไม่ได้ ต้องเสียเวลาพิมพ์ใหม่
• ซ่อนเงื่อนง่าย..สามารถตัดบางหน้า ซ่อนข้อมูลสำคัญไว้ท้ายไฟล์ หรือทำตัวหนังสือให้อ่านยาก เพื่อลดการสังเกต
• เปรียบเทียบไม่ได้..แต่ละหน่วยงานทำคนละรูปแบบ ทำให้เช็กไม่ได้ว่าที่ไหนซื้อแพงกว่า หรือมีพิรุธตรงไหน
• บล็อก Ai. เทคโนโลยีตรวจโกง (Data Analytics) ทำงานไม่ได้กับไฟล์สแกน ทำให้ตรวจจับการ "ฮั้วประมูล" ได้ยาก
✅ ทางออก ต้องเปิดเป็น "ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์อ่านออก" (Machine-readable)
ความโปร่งใสที่จริงใจ ต้องใช้ไฟล์อย่าง Excel (CSV), Database หรือ API ซึ่งมีคุณสมบัติ..
1. ค้นหาได้ทันที ไม่ต้องไล่เปิดทีละหน้า
2. วิเคราะห์ได้เลย นำตัวเลขไปคำนวณหาจุดผิดปกติได้ทันที
3. เชื่อมโยงได้ เปรียบเทียบข้อมูลข้ามหน่วยงานได้ทั้งระบบ
📍ตัวล็อกสำคัญ
* ไม่อัปโหลด = ผิดวินัยร้ายแรง
* เบิกเงินไม่ได้ถ้าไม่เปิดข้อมูล
2) ยกเลิกดุลยพินิจ ใช้ ระบบอัตโนมัติ แทน..
วิธีทำ
* ทำ “คู่มือกติกาชัด” ทุกบริการ (เช่น ขอใบอนุญาตต้องมีอะไรบ้าง)
* เขียนเป็น Rule Engine (เงื่อนไขในระบบ)
* ใช้ระบบออนไลน์:
* กรอกครบ → ผ่านอัตโนมัติ
* ไม่ครบ → ระบบตีกลับทันที
📍ตัวล็อกสำคัญ
* เจ้าหน้าที่ “ห้ามอนุมัตินอกระบบ”
* ทุกการ override ต้องมี log + เปิดเผยตรวจสอบได้
3) e-bidding 100% ไม่มีข้อยกเว้นมั่ว
วิธีทำ
* แก้ระเบียบพัสดุ:
* ยกเลิก “วิธีเฉพาะเจาะจง” ยกเว้นภัยพิบัติจริง (ต้องมีหลักฐานจากกรมอุตุฯ และประกาศภัยพิบัติ)
* ใช้ระบบ e-bidding กลางทั้งประเทศ
* เชื่อมฐานข้อมูล:
* ราคากลาง
* ผู้รับเหมา
* ประวัติการชนะงาน
เสริมด้วยเทคโนโลยี AI ตรวจจับ:
* บริษัทเดิมชนะซ้ำ
* ราคาประมูลใกล้กันผิดปกติ
📍ตัวล็อกสำคัญ
* ถ้าเลี่ยงระบบ = สัญญา “เป็นโมฆะทันที”
* ผู้อนุมัติร่วมรับผิด
4) เอาผิด “หัวหน้า” เมื่อมีโกง
วิธีทำ
* ออกกฎหมาย “ความรับผิดเชิงบังคับบัญชา”
* ถ้ามีคดีคอร์รัปชันในหน่วยงาน
* หัวหน้าถูกตั้งสอบอัตโนมัติ
* กำหนด KPI ผู้บริหาร
* คะแนนโปร่งใส
* จำนวนเรื่องร้องเรียน
📍ตัวล็อกสำคัญ
* หน่วยงานมีโกง = หัวหน้าหมดสิทธิเลื่อนตำแหน่ง
* ถ้าปล่อยปละ = ผิดวินัยร้ายแรง
5) เปิดข้อมูลทรัพย์สินแบบเชื่อมทั้งประเทศ
วิธีทำ
* เชื่อมฐานข้อมูล:
* ธนาคาร
* กรมที่ดิน
* ตลาดหลักทรัพย์
* บังคับเจ้าหน้าที่ระดับ “เสี่ยงสูง” ยื่นบัญชีทรัพย์สินทุกปี (ไม่ใช่แค่ตอนเข้า/ออกตำแหน่ง)
* ใช้ระบบ AI วิเคราะห์:
* รายได้ vs ทรัพย์สิน
* การเพิ่มขึ้นผิดปกติ
📍ตัวล็อกสำคัญ
* ไม่ยื่น = พ้นตำแหน่งทันที
* รวยผิดปกติ = อายัดทรัพย์ชั่วคราวก่อนสอบ
6) หยุดนักการเมืองแทรกแซงราชการ
วิธีทำ
* ตั้ง “คณะกรรมการแต่งตั้งอิสระ” (คล้าย ก.พ. แต่โปร่งใสกว่า)
* ใช้ระบบคะแนน:
* ผลงาน
* ความสามารถ
* ประวัติ
* ทุกการแต่งตั้งต้อง “เปิดเผยคะแนน + เหตุผล”
📍ตัวล็อกสำคัญ
* นักการเมืองสั่งโยกย้าย = ต้องมีบันทึก (Log) ตรวจสอบได้
* ถ้าแทรกแซงโดยมิชอบ = ผิดกฎหมายโดยตรง
แก่นสำคัญ (ถ้าทำไม่ครบ = ล้มเหลว)
ทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ ต้องมี “3 เครื่องมือบังคับ”
1. ระบบดิจิทัลกลาง (Single Platform)
* ทุกอย่างอยู่ในระบบเดียว
* ตรวจสอบย้อนหลังได้ 100%
2. กฎหมายเอาผิดจริง
* ไม่ใช่แค่ระเบียบ
* ต้องมีโทษ “เจ็บจริง”
3. การเปิดข้อมูลให้สังคมตรวจสอบ
* ประชาชน = ผู้ตรวจสอบตัวจริง
* ยิ่งเปิดมาก → ยิ่งโกงยาก
ถ้าทำแค่ “ประกาศนโยบาย” ล้มเหลวแน่นอน
📍แต่ถ้าทำแบบนี้
* ล็อกระบบ
* ล็อกข้อมูล
* ล็อกความรับผิด
คอร์รัปชันจะไม่หาย 100% แต่จะ “ทำยาก เสี่ยงสูง และไม่คุ้ม”
และนั่นคือ จุดเริ่มต้นของการรื้อระบบจริง
📍หยุดหลอกตัวเอง การ “ปราบโกงรายเคส”
ไม่เคยทำให้ประเทศดีขึ้น
เพราะตราบใดที่ ระบบยังเปิดช่องให้โกง คนโกงจะไม่มีวันหมดไป
ถ้ายังเลือกปกป้องพวกพ้อง ประเทศนี้จะไม่มีวันเปลี่ยน แต่ถ้ากล้าชนโครงสร้าง แม้จะ “สิ้นพวก”อย่างน้อย…ชาติอาจยังเหลือ
จะเลือก “รักษาพวก” หรือ “รักษาชาติ”
STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย
06/05/2026
#ภาษิตคำพังเพยสำนวนไทย
"งอมพระราม"
สำนวน งอมพระราม หมายความว่า ลำบากมาก ลำบากเต็มที่ มักใช้ในกรณีที่ถูกทำร้ายหรือได้รับความลำบาก เช่น คนร้ายที่เข้าไปขโมยของในบ้านถูกเจ้าของบ้านใช้ไม้ตีเสียงอมพระรามไปเลย สำนวนนี้มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กล่าวถึงพระรามต้องออกไปเดินป่าระหกระเหินเป็นเวลาถึง ๑๔ ปี ในระหว่างนั้นพระรามต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้รับความลำบากยากแค้น ทั้งยังเกิดเหตุการณ์ยุ่งยากคือ ทศกัณฐ์มาลักนางสีดาไป พระรามต้องตามไปชิงนางคืน ต้องรบพุ่งกับทศกัณฐ์และญาติพี่น้องของทศกัณฐ์หลายครั้งด้วยความลำบากเป็นเวลานาน กว่าจะได้นางคืน
อ้างอิง: หนังสือนานาสาระภาษาและวัฒนธรรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสภา
02/04/2026
๒ เมษายน
วันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นางภัคนันท์ ชลารักษ์ ผู้ดูแลเพจภาษาไทยกับครูภัค