28/09/2023
Kru Srirat-ครูศรีรัตน์
รับสอนภาษาอังกฤษ รันบสอนภาษาอังกฤษ
28/09/2023
18/08/2023
นี่ไม่ใช่นิวยอร์กนะ! นี่คือ "สวนเบญจกิติ" ป่ากลางเมือง 💚🌎🌲🌸
เปิดภาพมุมสูงของ #สวนเบญจกิติ ที่เห็นแล้วถึงกับต้องตาค้าง ขยี้ตาแปป ว่านี่ประเทศไทยจริงๆใช่มั๊ย ดูยิ่งใหญ่มากๆ มองผิวๆเผินๆ แอดนึกว่า Central park, New york
สวนสาธารณะแห่งนี้เปิดทำการทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.ตั้งอยู่ระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนดำรงค์พิทักษ์ (ทางด่วนขั้นที่1 ช่วงถนนเพลินจิต-พระราม4) แต่ปัจจุบันสวนยังไม่ได้เปิดใช้งานเต็มพื้นที่จึงต้องเข้า-ออกผ่านทางถนนรัชดาภิเษก
🚗
คลิกเพื่อดูแผนที่สำหรับเดินทาง >> https://goo.gl/maps/w8ED3Mwpq4WQvnoJ8
สามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีอโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิทและสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หากขับรถยนต์ส่วนตัวมาที่สวนสาธารณะประตูเข้า-ออกสำหรับจอดรถจะเปิดช่วงเช้าเวลา 05.00 – 09.00 น. และช่วงบ่ายเวลา 16.00 – 21.00 น.เท่านั้น
ความพิเศษของ สวนเบญจกิติ เฟสใหม่ที่พึ่งเสร็จสมบูรณ์ไปไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้และทำทางเดินสำหรับวิ่งและออกกำลังกายเช่นเดียวกับสวนสาธารณะทั่วไปที่เราเคยรู้จัก สวนแห่งนี้ออกแบบให้มีพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่สำหรับสร้างระบบนิเวศเลียนแบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ ซึ่งป่าต้องอาศัยความชุ่มชื้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้หล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ในสวน อีกทั้งภูมิประเทศเดิมของกรุงเทพมหานครเองก็เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่ซับซ้อนของพันธุ์พืชและสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่กำลังสูญหายไปจากการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สวนทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่รับเอาน้ำที่ระบายไม่ทันและกำลังท่วมขังมากักเก็บและช่วยบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ กลายเป็นพื้นที่หน่วงน้ำในกรณีที่มีน้ำมากเกินความจำเป็นและเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะน้ำจากคลองไผ่สิงโตที่อยู่ทางทิศเหนือของสวน
พื้นที่เดิมเป็นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ หลังจากทำการรื้อถอน เศษวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนอาคารนำมาใช้ในการก่อสร้างงานฮาร์ดสเคปในสวนด้วย เช่นอิฐโครงสร้างของอาคารนำมาใช้ในการทำระบบทางเดินน้ำในส่วนของคลองระบายน้ำ หรือ เศษคอนกรีตทั่วไปนำมาทุบให้เล็กเพื่อทำหน้าที่เหมือนหินธรรมชาติเพื่อรองรับน้ำไหลบ่าบนผิวดิน (Surface Runoff) ป้องกันการกัดเซาะและทำให้ฐานแน่น ส่วนถนนและโครงสร้างงานฮาร์ดสเคปเดิมยังคงเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของสวน ทำให้งบในการก่อสร้างประมานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ตารางเมตรละ 2,000 บาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าโครงการออกแบบภูมิทัศน์ทั่วไปในปัจจุบัน
การออกแบบพรรณไม้ในสวนจะเก็บต้นไม้เดิมไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ 1,733 ต้น และยังเพิ่มต้นไม้ที่ลงใหม่ 7,155 ต้น โดยใช้พรรณไม้ที่เป็นพืชท้องถิ่นเดิมในบริเวณกรุงเทพมหานคร กว่า 300 ชนิด ทั้งหมดจัดออกมาเป็นสวนแบบวนเกษตรที่ประกอบด้วยพรรณไม้พื้นบ้านและพรรณไม้ชายน้ำ กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้เรื่องพรรณไม้ในระบบนิเวศที่แตกต่างกันไป ทั้งพรรณไม้ป่าชายเลน พรรณไม้บึงน้ำจืด พรรณไม้ป่าดิบลุ่มต่ำและพรรณไม้ป่าดิบแล้ง นอกจากเป็นการอนุรักษ์พรรณไม้พื้นถิ่นที่กำลังมีจำนวนลดลงแล้ว ยังช่วยลดภาระจากการดูแลต้นไม้ด้วย เพราะต้นไม้เหล่านี้สามารถเติบโตได้เองในธรรมชาติของพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่แล้ว
ที่ตั้ง : ถ.รัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ผู้ดำเนินการ : กรุงเทพมหานคร
พื้นที่ : เนื้อที่รวมประมาณ 453 ไร่
เปิดตัว : 9 ธันวาคม พ.ศ. 2547
source : baanlaesuan.com
picture : Progressive Thailand
#สวนเบญจกิติ #สวนสาธารณะกลางกรุงเทพฯ
#พื้นที่สีเขียว #สวนป่าเบญจกิติ #สวน #ต้นไม้ #ธรรมชาติ
03/08/2023
นิสิตหญิงรุ่นแรกของการอุดมศึกษาไทย
#ย้อนวันวานผ่านความทรงจำในภาพเก่า
ย้อนระลึกถึงนิสิตหญิงรุ่นแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของไทย กับเรื่องราวของการเริ่มต้นสหศึกษาอย่างสมบูรณ์ในมหาวิทยาลัยยุคแรกเริ่ม ที่เป็นผลจากความตั้งพระทัยมั่นของหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี คณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในขณะนั้น
"เช้าที่สดใสวันหนึ่งในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม มีรถยนต์สองสามคันแล่นตามกันไปจอดที่หน้าตึกอำนวยการ แล้วสุภาพสตรีค่อนข้างสาว ๘ คนก็ก้าวออกมา สวมเสื้อแขนยาวแบบคนทำงานในออฟฟิศ ติดกระดุมจนถึงคอและนุ่งผ้าถุงยาวสามส่วนเต็มที่ แต่ละคนหิ้วกระเป๋าสี่เหลี่ยมใบใหญ่ดูขึงขัง บางคนหิ้วตะกร้าใส่อาหารไปด้วย แทบจะในทันที่ที่พวกนั้นลับหายเข้าไปทางประตูหน้าตึก ทางประตูหลังก็มีข่าวที่ชวนตะลึงพุ่งออกมา และแพร่กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่งเหมือนกับไฟไหม้ป่า ว่านั่นคือนักศึกษาหญิงรุ่นแรกของมหาวิทยาลัย"
ความทรงจำเกี่ยวกับวันแรกที่นิสิตหญิงทั้ง ๘ เข้ามาเรียนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตุสิงห์ ผู้เป็นนิสิตเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๐ บอกเล่าอย่างละเอียดถึงเรื่องราวของสตรีกลุ่มนี้ หากแต่ที่มาของการนำสตรีเขามาเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นมีมาก่อนหน้านั้น
พุทธศักราช ๒๔๖๖ เมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือทางวิชาการกับมูลนิธิรอกกี้เฟลเลอร์ ศาสตราจารย์ ดร.เอ.จี.แอลลิส ได้เข้ารับตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี จึงทรงย้ายไปรับตำแหน่งคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อจัดการศึกษาชั้นเตรียมแพทย์ ระหว่างนั้นเองได้ทรงดำริและเสนอให้มีการรับสตรีเข้าศึกษาในชั้นเตรียมแพทย์ เพื่อประโยชน์ของการผลิตแพทย์หญิงทำการรักษาสตรีในอนาคต แต่ดำริข้อนี้ถูกคัดค้านอย่างมาก แม้ว่าการศึกษาสำหรับสตรีโดยเฉพาะจะเริ่มมาตั้งแต่ในรัชกาลที่ ๕ จนกระทั่งมีการส่งไปศึกษาต่อในต่างประเทศบ้างแล้วก็ตาม แต่ทัศนะในเวลานั้นยังไม่นิยมให้มีการเรียนรวมกันของบุรุษและสตรี ทั้งค่านิยมที่ส่วนหนึ่งยังเห็นว่าสตรียังไม่ควรศึกษาในระดับสูง หากแต่ด้วยความพยายาม ความรอบคอบ และมั่นพระทัยในความเสมอภาคทางการศึกษาของท่านพูนศรีเกษม ถึงกับทรงนำตำแหน่งหน้าที่ราชการเข้าเป็นเดิมพัน จึงทรงเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้ในพุทธศักราช ๒๔๗๐ ทรงเริ่มโดยการคัดเลือกสตรีจากตระกูลและประวัติที่ดี ทรงเอาพระทัยใส่ดูแลแนะนำอย่างละเอียด จนที่สุดทรงขอให้หม่อมเจ้าศุขศรีสมร เกษมศรี พระชายา ทรงปลอมองค์เป็นหนึ่งในนิสิตาชุดแรกนั้น เพื่อสังเกตการณ์และดูแลอย่างใกล้ชิดในระยะแรก
นิสิตหญิงเตรียมแพทย์ทั้ง ๗ คน ซึ่งภายหลังได้ขอลาออกเพื่อไปสมรส ๑ คน คงเหลือทั้ง ๖ ท่านนั้นได้แก่
๑. หม่อมราชวงศ์ส่งศรี เกษมศรี ๒. ฉลอง ไกรจิตติ ๓. ไทยเชียง อรุณลักษณ์ ทั้ง ๓ สำเร็จการศึกษาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๕
๔. เต็มดวง บุนนาค และ ๕. หม่อมราชวงศ์นันทา ทองแถม สำเร็จการศึกษาในพุทธศักราช ๒๔๗๖
การรับสตรีเข้าเป็นนิสิตหญิงเตรียมแพทย์นี้ เป็นเรื่องที่อาจจะคัดค้านมุมมองของยุคสมัยนั้นอย่างมาก หากแต่ยังมีผู้สนับสนุนแนวคิดนี้หลายท่านเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ดังตอนหนึ่งในลายพระหัตถ์ประทานหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม ความว่า "การรับผู้หญิงเข้าโรงเรียนแพทย์นั้น Interest ฉันมาก เพราะเป็นความตั้งใจไว้ว่าถ้ามีโอกาสอยากจะลอง แต่ฉันเองไม่ได้นึกว่าจะมีวันเห็น เธอเก่งมาก สิ่งไรทั้งหมดต้องลองจึงจะรู้ว่าทำได้หรือไม่"
ผ่านไปไม่นานนักหลังจากวันแรกที่นิสิตาทั้ง ๗ เข้ามาเรียนในจุฬาฯ บรรยากาศก็เปลี่ยนแปลงไป ดังที่ นพ.อวย เกตุสิงห์ ได้บันทึกไว้ว่า "พอถึงภาคเรียนที่สาม พวกเธอทั้งหมดก็ได้ประสบความสำเร็จในการยืนยันสิทธิแห่งการอยู่ร่วมบนรากฐานแห่งนิสัยใจคอที่ไม่มีข้อบกพร่อง หลังจากนั้น ไม่ว่างานสังคมอะไร ถ้าไม่มีพวกเธอเข้าไปเพิ่มสีสันด้วยแล้ว งานนั้นก็เรียกว่สมบูรณ์ไม่ได้ ก่อนที่ปีการศึกษานั้นจะสิ้นสุดลง ทุกๆ คนก็ยอมรับว่า การริเริ่มสหศึกษาได้รับความสำเร็จโดยเต็มเปี่ยมแล้วจริงๆ"
จากความตั้งพระทัยและความพยายามของหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี ในการผลักดันให้รับสตรีเข้าในระดับอุดมศึกษานี้เอง การสหศึกษาในประเทศไทยได้ก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น จนแผ่ขยายไปสู่การศึกษาในทุกระดับ ทุกสาขา ผลิตบัณฑิตสตรีที่มีความรู้ความสามารถเป็นกำลังของประเทศชาติมากมายจนถึงปัจจุบัน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เว็บไซต์
ที่อยู่
Ratchaburi
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:00 - 19:45 |
| อังคาร | 08:00 - 19:45 |
| พุธ | 08:00 - 19:45 |
| พฤหัสบดี | 08:00 - 19:45 |
| ศุกร์ | 08:00 - 19:45 |
| เสาร์ | 08:00 - 19:45 |
| อาทิตย์ | 08:00 - 19:45 |