โตขึ้นฉันจะใส่ "เสื้อกาวน์"

โตขึ้นฉันจะใส่ "เสื้อกาวน์" ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก โตขึ้นฉันจะใส่ "เสื้อกาวน์", การศึกษา, กบินทร์บุรี, Prachin Buri.

07/03/2015

#(ติดตามนิทานข้อคิดได้ทุกวันเสาร์นะคะ^^)

เรื่อง...อย่าร้องเพราะนมหก
….ในทันทีทันใดนั้นเอง ครูก็เอามือไปปัดโดน ขวดนมแตกดังโครมลงในอ่างล้ามมือ ครั้นแล้ว ครูเรียกนักเรียนทุกคนมาที่อ่างล้างมือ แล้วบอกนักเรียนทุกคนดูที่ขวดนมที่แตกกระจัด กระจายอยู่ แล้วพูดว่า “เธอจงมองดูให้ดี ฉัน ต้องการให้เธอทุก คนจำบทเรียนนี้ไว้ตลอดชีวิต ของเธอ นมไม่มีเหลืออยู่เลย เธอจะเห็นว่ามันไหล ลงท่อหมดแล้ว เธอจะร้องเอะอะโวยวายหรือ จะเสียอกเสียใจขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถ นำมันคืนมาได้ แม้แต่หยดเดียว แต่ถ้าเราใช้สติ ปัญญาเล็กน้อยนมอาจจะไม่หก แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว มีทางเดียวที่เราควรกระทำคือ ถือว่ามันสูญสิ้นไปแล้ว ลืมมันเสีย แล้วหาทางแก้ไขหรือถ้าแก้ไม่ได้ก็ทำอย่างอื่นต่อไป เพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้เพราะนมหก…..

04/03/2015

#เราจะมีนิทานข้อคิดให้ติดตามกันทุกคืนวันเสาร์นะคะ^_^

03/03/2015

สวัสดีค่ะ^^ เราจะมาเริ่มโพสแรก กับบทความนะคะ

อีกหนึ่งบทความดีๆสำหรับคนอยากเรียนหมอนะ..
บทความที่ส่งเข้าประกวดที่ได้รับรางวัล ในสายนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
------------------------------
รางวัลรองชนะเลิศอันดับสาม ประเภทนักเรียน น.ส.ณัฏฐา เหล่าเกื้อ จังหวัดพังงา
--------------------------------
(4) อยากเป็นหมอ
“...ฉันเคยเป็นคนไม่เอาไหน ไม่เคยคาดหวังอะไรในชีวิต ไม่พยายาม ไม่อยากได้อะไรเลย จนฉันอยากเป็นหมอ...คำว่า “อยากเป็นหมอ” คือแรงบันดาลใจให้ฉันก้าวไปในชีวิตที่ดี เป็นคนดี การเป็นหมอไม่เหมือนอาชีพอื่น เพราะการเป็นหมอจะทำให้ฉันได้ทำสิ่งดีๆไปทั้งชีวิตที่เหลืออยู่...”
ถ้าให้นึกถึงคำตอบของคำถาม “ทำไมถึงอยากเป็นหมอ? แรงบันดาลใจของฉันคืออะไร?” แรงบันดาลใจที่จะเป็นแพทย์ของฉันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามประสบการณ์ชีวิตที่ฉันได้ค้นพบในแต่ละวัน
ฉันเกิดมาในครอบครัวที่เป็นครูมาตั้งแต่รุ่นปู่ แต่ฉันกลับมีพรสวรรค์เรื่องศิลปะและที่ตลกกว่านั้นฉันอยากเป็นหมอ ฉันสอบเข้าม.ปลายติดห้องวิทย์-คณิต ด้วยการเดาข้อสอบ แรงบันดาลใจแรกที่ทำให้ฉันอยากเป็นหมอคือ”วิชาชีววิทยา” ตอนแรกที่เริ่มเรียนชีววิทยา ฉันไม่คิดเลยสักนิดว่าฉันจะชอบวิชานี้ แต่เมื่อเรียนถึงเรื่องระบบอวัยวะ ฉันรู้สึกตื่นเต้น อยากรู้ อยากเรียน แล้วถ้าฉันอยากรู้ให้ลึกกว่านี้ ฉันจะต้องเรียนอะไร ? ใช่...ต้องเรียนหมอ คณะแพทยศาสตร์ได้เรียนกายวิภาคศาสตร์ หลังจากนั้นฉันตั้งใจเรียนชีววิทยาเพราะเคยอ่านเจอว่า “อยากเป็นหมอต้องเก่งวิชาชีววิทยา”
การอยากเป็นหมอเริ่มต้นจากการเรียนวิชาชีววิทยา แต่ระหว่างการเดินทางฉันกลับพบสิ่งอื่นๆอีกมากมาย
ในช่วงม.ปลายฉันพบว่า...ฉันเกลียดการยืนดูคนอื่นป่วย คนอื่นตาย โดยที่ฉันได้แค่เป็นคนยืนดู ถ้าฉันเป็นหมอ ฉันคงได้ทำอะไรบ้าง ถึงรักษาไม่หายก็ตามแต่ขอแค่ฉันได้ลองทำอะไรบ้าง
ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าฉันอยากจะเป็นหมอที่ดี หมอที่เลว หมอที่เห็นแก่เงิน หรือ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผู้ป่วย ฉันรู้แค่ว่า...ฉันอยากเรียนกายวิภาคศาสตร์กับฉันไม่อยากเห็นใครตายโดยที่ฉันทำได้แค่ยืนดูเฉยๆอีกแล้ว
จนวันที่ฉันจบ ม.6 ผลสรุปคือ “ฉันสอบหมอไม่ติด”
ความคิดในตอนนั้น “ไม่เป็นไร ฉันคงไม่ได้ Born to be doctor เหมือนคนอื่นๆ หลังจากนี้ฉันจะ Want to be doctor”
ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าความคิดนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ความเห็นแก่ตัวแทรกซึมเข้ามาในใจ ฉันรู้สึกว่าฉันเริ่มไม่สนว่าจะเป็นหมอเพื่อรักษาใคร จะทำอะไรให้ใคร แค่ฉันได้เรียนหมอ ฉันก็จะพอใจ ทุกครั้งที่เห็นสถิติรายได้ของแพทย์ มันยิ่งยั่วให้อยากเรียนหมอ...ฉันคิดว่าการให้ การทำอะไรเพื่อคนอื่นจนสุดตัวไม่มีอยู่จริง คนทุกคนทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ฉันก็คงต้องอยากเรียนหมอเพื่อตัวเอง
และปีนั้น “ฉันก็ยังสอบไม่ติด” อีกปี...วิชาเฉพาะพาร์ทจริยธรรมฉันได้คะแนนลดลงเกือบ 30 คะแนนจากปีแรกที่สอบ ฉันเริ่มถามตัวเองว่า ทำไม? ฉันเริ่มกลับมามองตัวเองอีกครั้ง...
ตอนนั้นฉันกำลังจะเรียนจบปี 1 ในคณะวิทยาศาสตร์ ฉันได้อ่านหนังสือ “เด็กหญิงของเรา” ผู้เขียนคือ พญ.ชัญวลี ศรีสุโข เมื่ออ่านจบความคิดกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง “ถ้าเป็นหมอคงจะดี ถ้าเป็นหมอก็คงทำอะไรได้มากกว่านี้” เมื่อฉันอ่านจบ ฉันตัดสินใจเลยว่า “จะไม่กลับไปเรียนอีกแล้ว เพราะถ้าขึ้นปี 2 จะสอบหมออีกไม่ได้ จะต้องเรียนหมอให้ได้” อีก 2 วันต่อมา...ฉันไปลาออก
ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่อีกครั้ง เพราะที่บ้านไม่ให้ฉันหยุดเรียนเฉยๆเพื่อมาอ่านหนังสือ ปีนั้นทั้งปีฉันลำบากที่สุดในชีวิต ฉันอดทนทำทุกอย่างเพื่อจะสอบหมอให้ติด
ฉันพบว่าการจะเป็นหมอที่ดี มันมากกว่าแค่สอบติดหรือเรียนเก่ง ฉันเป็นคนติดนิสัยพูดคำหยาบ ทำอะไรหลายๆอย่างตามอารมณ์ ใครหลายคนพูดว่า “ฉันควรจะเรียนสถาปัตย์มากกว่าหมอ”
ฉันพยายามปรับปรุงตัวเอง ฉันอยากเป็นคนที่เหมาะสมจะเป็นหมอ
“และฉันก็ยังสอบไม่ติดเหมือนเดิม”
ฉันจะไปทำอะไรต่อดี...เภสัช สถาปนิก พยาบาล วิศวกร หรือเรียนต่อคณะเดิม แล้วฉันก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่เป็นครั้งที่ 3 “คณะอะไรก็ได้ ที่ดีที่สุดที่จะคว้ามาได้ในตอนนี้” ฉันเริ่มหาข้อมูลเงินเดือนที่ได้ ความมั่นคงของงาน แต่ฉันกลับพบคำตอบที่ทำให้ฉันเข้าใจความหมายของการครองชีพที่แท้จริง
“ตอนที่ยังไม่ทำงาน เงินแค่ 5000-6000 ยังอยู่ได้ พอได้ทำงานหน่อยจะแสวงหางานที่เงินเดือนมากมายไปทำไม จะมีบ้านที่กว้างขวางใหญ่เกินพอดีไปทำไม จะฟุ่มเฟือยทำไมมากมายในชีวิต”
ผลออกมาฉันสอบติด พยาบาล และ สถาปัตย์ ... ฉันร้องไห้อย่างหนัก ถ้าเลือกจะเรียน 2 อย่างนี้ ฉันอาจจะไม่มีโอกาสสอบหมออีกเลยในชีวิต
ในปี 2555 ฉันยังไม่ติดหมอ ฉันทิ้งทุกอย่างในชีวิต ... ฉันเหลือไว้อย่างเดียว คือ “สิ่งที่ฉันอยากทำจริงๆ” ฉันไม่สนอีกแล้วว่าเงินเดือนหมอจะเท่าไร ทำอะไรจะรวยที่สุด ฉันอยากเป็นหมอที่เป็นคนดี
ทุกครั้งที่กราบพระ ฉันจะอธิษฐานในใจเสมอ “ขอให้ติดหมอ แต่ขอให้ติดในวันที่พร้อมจะเป็นหมอที่ดี วันที่เข้าใจเพื่อนมนุษย์มากที่สุด วันที่มองเห็นมนุษย์ทุกคนมีค่าเท่าๆกัน ถ้าฉันได้เป็นหมอแต่เป็นหมอที่ไม่ดี หวังในเรื่องรายได้ ไม่แคร์ความรู้สึก ไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย การเป็นหมอก็คงไม่มีค่าอะไร”
ทุกครั้งที่ได้ยินใครพูดว่าอยากให้ฉันเป็นหมอเพราะ “เป็นอาชีพที่อวดได้” ฉันจะตอบไปว่า “ฉันไม่ได้เป็นหมอเพราะจะอวดใคร ฉันอยากเป็นหมอเพราะฉันอยากเป็น”
ฉันเคยเป็นคนไม่เอาไหน ไม่เคยคาดหวังอะไรในชีวิต ไม่พยายาม ไม่อยากได้อะไรเลย จนฉันอยากเป็นหมอ ฉันรู้ว่าฉันมีสิ่งที่ต้องทำ ฉันมีทางที่อยากเดิน ถ้าให้ค้นหาคำตอบ ค้นกันทั้งชีวิตก็คงไม่พอว่าเราเหมาะจะเป็นอะไร หลายคนนับถือในความพยายามของฉัน หลายคนถามว่าฉันแน่ใจหรอที่เลือกแบบนี้ ในระหว่างทางฉันต้องเจออะไรมากมายจนฉันรู้สึกว่ายิ่งกว่าคำว่ามั่นใจ ฉันเป็นคนที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่นที่พ่อของฉันสอนให้ทำอะไรก็ได้ที่สร้างประโยชน์ ให้โอกาสฉันได้เลือกสิ่งที่อยากจะเรียนเอง ... และวันนี้ฉันอยากใช้โอกาสที่ฉันได้รับไปทำอะไรให้คนอื่นบ้าง
ตอนนี้แรงบันดาลใจในการเป็นหมอคงไม่มี แต่คำว่า “อยากเป็นหมอ” คือแรงบันดาลใจให้ฉันก้าวไปในชีวิตที่ดี เป็นคนดี การเป็นหมอไม่เหมือนอาชีพอื่น เพราะการเป็นหมอจะทำให้ฉันได้ทำสิ่งดีๆไปทั้งชีวิตที่เหลืออยู่
ฉันไม่รู้ว่าปีนี้ฉันจะสอบติดไหม...ฉันรู้แค่ว่าชีวิตฉันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ไม่พูดคำหยาบ ใจเย็น มีความรู้เพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่เห็นแก่ตัว มองโลกให้กว้างขึ้นเพราะ”ฉันอยากเป็นหมอ(ที่ดี)”

ที่อยู่

กบินทร์บุรี
Prachin Buri
25110

เบอร์โทรศัพท์

+66811578180

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โตขึ้นฉันจะใส่ "เสื้อกาวน์"ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท