𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐮𝐤𝐞𝐭𝐢𝐚𝐧 𝐁𝐚𝐛𝐚-𝐍𝐲𝐨𝐧𝐲𝐚

𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐮𝐤𝐞𝐭𝐢𝐚𝐧 𝐁𝐚𝐛𝐚-𝐍𝐲𝐨𝐧𝐲𝐚 วิถีชีวิตฅนบาบ๋าภูเก็ตผ่านมุมมองภาษาและวัฒนธรรม และบทความว่าด้วยชาวเปอรานากัน

เมื่อแฟชั่นร็อกกลายเป็นพื้นที่ “สื่อสารอัตลักษณ์”————————————————เนเน่ รอยัล (Nene Royal) หรือ รัตติกานต์ อำลอย ศิลปินนั...
26/08/2026

เมื่อแฟชั่นร็อกกลายเป็นพื้นที่ “สื่อสารอัตลักษณ์”
————————————————
เนเน่ รอยัล (Nene Royal) หรือ รัตติกานต์ อำลอย ศิลปินนักร้องและมือกีตาร์สาววัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต กลายเป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นเยาว์ที่ได้รับความสนใจจากสื่อไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก หลังสร้างความโดดเด่นบนเวที America’s Got Talent (AGT) ซีซัน 21 ด้วยการแสดงที่ผสมผสานเสียงร้องอันทรงพลังกับทักษะกีตาร์ โดยเฉพาะการแสดงเพลง “Black Hole Sun” ของ Soundgarden ในรอบ Live Show ซึ่งทำให้น้องได้รับ “Golden Buzzer” จาก Mel B และผ่านเข้าสู่รอบ Final โดยตรง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การปรากฏตัวของน้องเนเน่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงเสียงเพลงและกีตาร์เท่านั้น เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของน้องกลายเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ศิลปิน เพราะเสื้อผ้าของน้องไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้าง “ลุคร็อกเกอร์” แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงตัวตนของคนรุ่นใหม่จากภูเก็ตเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้และวัฒนธรรมบาบ๋า (เปอรานากัน)
————————————————
🔸สาวร็อกที่ยังคงความเป็นวัยรุ่น🔸

ก่อนที่น้องเนเน่จะปรากฏตัวในรอบ Live Show ด้วยเครื่องแต่งกายที่นำความเป็นปุ๊นเต่ (ท้องถิ่น) มาผสมกับแฟชั่นร็อก สื่อแฟชั่นอย่าง ELLE Thailand ได้ให้ความสนใจกับลุคของน้องจากการแสดงบนเวที AGT โดยเฉพาะเดรสลูกไม้สีดำที่มีความเป็นเฟมินินและดูสมวัย
ELLE Thailand เปรียบเทียบภาพลักษณ์ของน้องกับนักร้องหญิงสายร็อกในอดีต เช่น Courtney Love และ Dolores O’Riordan ซึ่งต่างเคยใช้เครื่องแต่งกายที่ดูเป็นผู้หญิงหรือดูอ่อนหวานมาสร้างความขัดแย้งกับพลังของดนตรีร็อก บทความดังกล่าวมองว่าเดรสลูกไม้ของ น้องไม่ได้ทำให้เธอดูอ่อนแอ แต่กลับช่วยเน้นย้ำว่าน้องสามารถเป็น “เด็ก” และเป็นศิลปินที่มีพลังได้พร้อมกัน
ในแง่นี้ เครื่องแต่งกายของน้องจึงแตกต่างจากภาพจำของ “นักร้องร็อกหญิง” ที่อาจเน้นความดุดัน ความเซ็กซี่ หรือการทำให้ผู้แสดงดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การเลือกเดรสลูกไม้และปล่อยผมยาวทำให้เธอยังคงภาพของวัยรุ่น ขณะเดียวกันเสียงร้องและการเล่นกีตาร์กลับสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งและหนักแน่น ความขัดแย้งระหว่าง “ความอ่อนหวาน” กับ “พลังร็อก” จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางแฟชั่นของน้อง
————————————————
🔸แจ็กเก็ตผ้าบาติก: ร็อกเกอร์กับอัตลักษณ์ภูเก็ต🔸

ลุคที่เห็นได้ชัดที่สุดของการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาผสมกับภาพลักษณ์ร็อกเกอร์เกิดขึ้นในรอบ Live Show ของ AGT 2026 โดยน้องสวมแจ็กเก็ตทรงสั้นหรือแจ็กเก็ตเอวลอยที่ทำจาก “ผ้าบาติก” หรือ “ผ้าปาเต๊ะ (Batik)” และเป็นผ้าลาย “ประแจจีน” หรือ “รักษิณา” จากร้านดาหลาบาติก (Dahla Batik) และได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ไทย Tita Style ซึ่งติดต่อประสานร่วมกับเพจ “อีจี้จุ๋ม” (ก๊อของข้าพเจ้า)
เบื้องหลังชุดนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะทีมออกแบบต้องการผ้าบาติกที่มีโทนสีดำและเทา และต้องการให้มีกลิ่นอายของบาบ๋าภูเก็ตด้วย โดยแหล่งข่าวที่รายงานเบื้องหลังระบุว่าการเลือกผ้าดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากผ้าบาติกจำนวนมากมีสีสันค่อนข้างสด แต่สุดท้ายทีมสามารถค้นหาผ้าลายประแจจีนที่ตรงกับแนวคิดได้ และนำไปตัดเย็บเป็นแจ็กเก็ตภายในเวลาเพียงสองวันก่อนที่น้องจะเดินทางไปแสดง
จุดนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของเครื่องแต่งกายของน้อง กล่าวคือ น้องไม่ได้สวมชุดพื้นเมืองภูเก็ต (ชุดย่าหยา / เคบาย่า) แบบตรงตัว แต่เลือก “หยิบองค์ประกอบทางวัฒนธรรม” มาประกอบกับเสื้อผ้าสมัยใหม่ เมื่อแจ็กเก็ตบาติกถูกนำมาอยู่บนโครงสร้างชุดแบบร็อก เส้นแบ่งระหว่าง “เสื้อผ้าท้องถิ่น” กับ “แฟชั่นร่วมสมัย” จึงถูกทำให้เลือนลง
กล่าวได้ว่า น้องใช้แฟชั่นเป็นภาษาชนิดหนึ่งในการสื่อสารว่า ความเป็นภูเก็ต (Phuketian) ไม่จำเป็นต้องปรากฏเฉพาะในชุดพื้นเมือง แต่สามารถอยู่ในแจ็กเก็ตยีนส์ กางเกงสีเข้ม เสื้อยืด และเครื่องประดับแบบร็อกได้เช่นกัน
————————————————
🔸“ซองเก็ต ซัมปิง” กับการเปลี่ยนสิ่งทอพื้นเมืองให้เป็นแฟชั่นร็อก🔸

องค์ประกอบอีกชิ้นหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากสื่อคือ ผืนผ้าที่น้องนำมาคาดหรือผูกเฉียงบริเวณเอวเหนือกางเกงยีนส์สีเข้ม แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่าผืนดังกล่าวเป็น “ซองเก็ต ซัมปิง (Songket Samping)” หรือ “ผ้าซัมปิง (Samping)” ซึ่งใช้เป็นผ้าคาดเอวหรือนุ่งทับกางเกงในวัฒนธรรมการแต่งกายของภาคใต้และพื้นที่คาบสมุทรมลายู
“ซัมปิง” เป็นคำที่หมายถึงลักษณะการใช้ผ้า เช่น การคาดหรือนุ่งบริเวณเอว มากกว่าจะเป็นชื่อของเทคนิคสิ่งทอเพียงชนิดเดียว โดยผ้าที่นำมาใช้สามารถเป็นผ้าทอ ผ้าซองเก็ต ผ้าปาเต๊ะ หรือผ้าบาติกได้
สำหรับน้องเนเน่ จุดเด่นอยู่ที่การนำผ้าซัมปิงมา “ผูกเฉียง” คู่กับกางเกงยีนส์สีเข้ม แทนที่จะสวมในลักษณะชุดพื้นเมืองเต็มรูปแบบ การปรับวิธีสวมใส่เช่นนี้ทำให้สิ่งทอที่มีรากทางวัฒนธรรมกลายเป็นองค์ประกอบของแฟชั่นร็อก และทำให้ผู้ชมต่างชาติสามารถมองเห็นวัฒนธรรมไทยผ่านเสื้อผ้าที่ดูร่วมสมัยมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ลวดลายสีทองของผ้าซัมปิงมีความโดดเด่นเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟของเวที จึงทำหน้าที่ทั้งในเชิงความหมายทางวัฒนธรรมและในเชิงภาพ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการแสดงดนตรีขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยองค์ประกอบของแสง สี และการเคลื่อนไหวในการสร้างภาพจำให้ผู้ชม
————————————————
🔸“ปิ๊นตั้ง” เครื่องประดับที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมบาบ๋า🔸

หากพูดถึงเครื่องประดับที่มีความหมายมากที่สุดในลุคของน้อง ชิ้นที่น่าสนใจคือ “ปิ๊นตั้ง” ซึ่งถูกนำมาประดับบนบริเวณอกเสื้อและร้อยต่อเข้ากับโซ่ ปิ๊นตั้งเป็นเครื่องประดับท้องถิ่นเก่าแก่ของวัฒนธรรมบาบ๋าในภูเก็ต และสามารถใช้ได้ทั้งในลักษณะเข็มกลัดและจี้ห้อยคอ
ในเบื้องหลังการออกแบบชุดมีการอธิบายว่า ปิ๊นตั้งเป็นองค์ประกอบที่ต้องการนำเข้ามาเพื่อให้แจ็กเก็ตมีความเป็น “บาบ๋าภูเก็ต” อย่างชัดเจน โดยลักษณะของเครื่องประดับดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการแต่งกายของสตรีบาบ๋าและการใช้เป็นเครื่องประดับบนเสื้อ
ปิ๊นตั้ง (Bintang) เป็นคำในภาษามลายู หมายถึง “ดาว” และรูปแบบดั้งเดิมอาจมีลักษณะเป็นดาวหกแฉกหรือแปดแฉก และเป็นทรงนูนคล้ายกระดองหรือหลังเต่า การนำเครื่องประดับชิ้นนี้มาติดบนเสื้อผ้าแนวร็อกจึงมีความน่าสนใจในเชิงวัฒนธรรม เพราะเครื่องประดับชิ้นเดียวสามารถทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือ เป็นส่วนหนึ่งของ styling และเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงน้องกับภูมิหลังของภูเก็ตได้
————————————————
🔸เสื้อผ้าและเครื่องประดับในฐานะ “ภาษาทางวัฒนธรรม”🔸

เมื่อพิจารณาลุคโดยรวม จะเห็นว่าการแต่งกายของน้องไม่ได้เป็นเพียงการประกอบเสื้อผ้าหลายชิ้นเข้าด้วยกัน แต่เป็นการสร้างภาษาภาพที่มีองค์ประกอบหลายระดับ อย่างเช่น

ระดับแรกคือ “ร็อก” ซึ่งปรากฏผ่านกางเกงยีนส์สีเข้ม โครงสร้างแจ็กเก็ต เสื้อยืด และบุคลิกการสะพายกีตาร์

ระดับที่สองคือ “ความเป็นวัยรุ่น” ซึ่งเห็นได้จากรูปแบบเสื้อผ้าที่ไม่พยายามทำให้น้องดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ซึ่งสอดคล้องกับการตีความของ ELLE Thailand ต่อเดรสลูกไม้ของน้อง

ระดับที่สามคือ “ความเป็นภูเก็ตและภาคใต้” ซึ่งถูกสื่อผ่านผ้าบาติก ผ้าซัมปิง และปิ๊นตั้ง ขณะที่ระดับสุดท้ายคือ “ความเป็นสากล” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อองค์ประกอบทางวัฒนธรรมเหล่านี้ถูกนำเสนออยู่บนเวทีระดับโลกของ AGT
ดังนั้น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของแฟชั่นน้องเนเน่ อาจไม่ใช่ชิ้นเสื้อผ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่คือวิธีการนำของเก่ามาใส่ในบริบทใหม่ กล่าวคือ ไม่ได้ทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นกลายเป็น “เครื่องแต่งกายย้อนยุค” แต่ทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นร่วมสมัย
————————————————
🔸จาก “แฟชั่นประกอบการแสดง” สู่ “Soft Power ของภูเก็ต”🔸

การแต่งกายของน้องยังมีความหมายในระดับ Soft Power เพราะเมื่อศิลปินจากภูเก็ตนำผ้าบาติก ลวดลายความเป็นบาบ๋า ปิ๊นตั้ง และผ้าซัมปิงไปปรากฏบนเวทีระดับนานาชาติ สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนจากวัตถุทางวัฒนธรรมที่ผู้ชมท้องถิ่นคุ้นเคยให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ชมทั่วโลกสามารถมองเห็นและตั้งคำถามถึงที่มาได้
การนำผ้าพื้นเมืองมาผสมกับแฟชั่นสมัยใหม่นั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสิ่งทอไทยในการก้าวข้ามรูปแบบการแต่งกายแบบเดิม และสามารถนำไปประยุกต์กับวิถีชีวิตและแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ได้
นอกจากนี้ การประยุกต์ผ้าซัมปิงเข้ากับแฟชั่นร็อกทำให้สิ่งทอทางวัฒนธรรมสามารถเดินทางออกจากกรอบของเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม และปรากฏอยู่ในบริบทของแฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ
จึงอาจกล่าวได้ว่า เครื่องแต่งกายของน้องทำหน้าที่ในฐานะ “สื่อ” มากกว่าการเป็นเพียงเครื่องประดับร่างกาย เพราะมันเล่าเรื่องภูเก็ตผ่านลวดลาย วัสดุ เทคนิค และสัญลักษณ์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดใด ๆ
————————————————
สำหรับเพจของข้าพเจ้า ในฐานะสื่อที่ถือกำเนิดภายใต้แนวคิด “รักษา-สานต่อ-ส่งต่อ” มองว่า น้องเนเน่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของศิลปินรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ผ่านทั้งดนตรีและแฟชั่น เครื่องแต่งกายของน้องมีพัฒนาการจากเดรสลูกไม้ที่สะท้อนความเป็นวัยรุ่นและหญิงร็อก ไปสู่แจ็กเก็ตบาติกที่เชื่อมโยงกับความเป็นภูเก็ต และการใช้ผ้าซัมปิงกับปิ๊นตั้งซึ่งนำมรดกของภาคใต้และวัฒนธรรมบาบ๋าเข้าสู่เวทีระดับโลก
ความโดดเด่นจึงอยู่ที่การไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง “ความเป็นไทย” กับ “ความเป็นร็อกสากล” แต่กลับทำให้ทั้งสองสิ่งอยู่ร่วมกันได้ในภาพเดียว กีตาร์ไฟฟ้าอยู่คู่กับผ้าบาติก แจ็กเก็ตร็อกอยู่คู่กับปิ๊นตั้ง และกางเกงยีนส์อยู่คู่กับผ้าซัมปิง
ในมุมนี้ เครื่องแต่งกายของน้องจึงไม่ได้เป็นเพียง costume สำหรับเวที AGT แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเล่าเรื่องอัตลักษณ์ร่วมสมัย อัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่จากภูเก็ตที่สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกโดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากทางวัฒนธรรมของตนเอง
————————————————
🗂เอกสารอ้างอิง🗂

[1] ไทยรัฐออนไลน์. รู้จัก “ผ้าซัมปิง” ผ้าคาดเอวที่ “เนเน่ รอยัล” สวมขึ้นเวที America’s Got Talent 2026[EB/OL]. (2026-08-26)[2026-08-26]. https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2955345.
[2] แนวหน้า. เปิดเบื้องหลัง "เนเน่ รอยัล" คอสตูมสุดปัง "แจ็กเก็ตแบรนด์ไทย" สู่สายตาชาวโลก[EB/OL]. (2026-08-26)[2026-08-26]. https://www.naewna.com/n/top-stories/26740/.
[3] ปานใจ ปิ่นจินดา. ลุคสุดปัง 'เนเน่ รอยัล' ส่ง 'ผ้าไทย-ของดีภูเก็ต' ผงาด America's Got Talent[EB/OL]. (2026-08-26)[2026-08-26]. https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/beauty-fashion/1249194.
[4] ELLE Thailand. ไอเท็มสายแบ๊วของหญิงใจขบถผู้ไม่สยบต่อขนบ: จาก Cranberries จนถึง Nene Royal[EB/OL]. (2026-08-26)[2026-08-26]. https://ellethailand.com/nene-royal/.
[5] GIFT T. เปิดที่มาชุด เนเน่ รอยัล ใส่ขึ้นโชว์ AGT 2026 ผ้าบาติก พื้นเมืองภูเก็ต สู่สายตาชาวโลก[EB/OL]. (2026-08-26)[2026-08-26]. https://thethaiger.com/th/news/1602201/.
[6] JS100. รู้จัก ผ้านุ่ง ที่เนเน่ รอยัล สวมใส่ ในรอบ Live Shows สะท้อนอัตลักษณ์ชายแดนภาคใต้[EB/OL]. (2026-08-26)[2026-08-26]. https://today.line.me/th/v3/article/DRmkDN8.
[7] Nene Royal. Bio Nene Royal[EB/OL]. [2026-08-26]. https://neneroyal.com/bio/.
[8] South China Morning Post. Thai teen rocker Nene Royal talks America’s Got Talent and dreaming big[EB/OL]. (2026-08-24)[2026-08-26]. https://www.scmp.com/week-asia/lifestyle-culture/article/3365020/thai-teen-rocker-nene-royal-talks-americas-got-talent-and-dreaming-big?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article.

26/08/2026

อยากพูดถึงเสื้อน้องเนเน่ ที่ธูป Tita Style ให้จี้วิ่งหาผ้า “จี้จุ๋ม ธูปอยากได้ผ้าบาติกวาดมือสีดำๆ เทาๆ” หูยยย บาติกมีแต่สีแป๊ดๆ เพแอ๊ะ แถมจะเอาแนวจีน บาบ๋าเพอราณากันภูเก็ตหลาวโด้ อิให้น้องใส่ไปอวดชาวโลก โอ้ย!!! จี้ทำยากไปเหล้ย จี้วิ่งวานฝิด (วุ่น) แต่ก็ทำนะ 😇 เด็กไปจากภูเก็ตต้องเด็ดสุดป่ะวะ

สุดท้ายได้ผ้าลายประแจจีนจากดาหลาบาติก สีดี ความหมายก็ยิ่งใหญ่ได้ใจ เอาต๊ะ! แข่งให้สุดใจ ประแจจีนจะเหนี่ยวนำโชคลาภ เงินทอง ให้เข้ามาหาตัวและไม่รั่วไหล อัยยะ!!! ความหมายมันใช่เลย!!! เอ้า! บาบ๋าทัังที ปินตั้งต้องไปด้วย 😇🥰😂♥️ ชื่อเสียงขจรต้องกลัดดาวกระจาย เอาให้ผังงงไปเลยนิ

น้องธูปใช้เวลาเนรมิต 2 วันเอง ตอนพับใส่กระเป๋า เสื้อยังร้อนๆ เลย 🥰😚 แต่วา นางโทรมาหาจี้ว่า.. ไม่รู้น้องจะใส่มั้ยว่า แต่นางทำสุดใจว่า ..โอ้ยยย!!!! ป้าธูปโทรมาเสียงสั่น… น้องเอาบาบ๋าภูเก็ตขึ้นเวที ฮายยย!!!! อี๋ๆ หายเหนื่อย 📌 ที่นำ้ตาไหลกันคือน้องได้ไปต่อ กรี้ดดดด!!!!

https://www.facebook.com/share/1EqStnPvFx/?mibextid=wwXIfr

#อีจี้จุ๋ม #บาบ๋า #เพอราณากัน Orasa Tosawang

26/08/2026

𝐁𝐚𝐛𝐚 𝐏𝐨𝐡-𝐓𝐬𝐚𝐢 𝐕𝐥𝐨𝐠
————————————————
ถ่าย Vlog เปิดเทอมวันแรกครับ พอเป็นพิธีครับ 55555
————————————————
#อย่าปิดการมองเห็น #อย่าปิดกั้นการมองเห็น #อย่าปิดการมองเห็นผม #ภาษาถิ่นภูเก็ต #ภาษาบาบ๋าภูเก็ต #ภาษาภูเก็ต #บาบ๋าย่าหยา #เปอรานากัน #มหาวิทยาลัยหนานจิง #南京大学 #南京大學 #เทรนด์วันนี้ #เทรนด์วันนี้tiktok #ภาษาใต้

ดราม่าสนั่น! คณะเต้นในชุด “เคบาย่า” จุดกระแสถกเถียงวัฒนธรรม————————————————เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสิงคโปร์ หลังคณะนักเ...
24/08/2026

ดราม่าสนั่น! คณะเต้นในชุด “เคบาย่า” จุดกระแสถกเถียงวัฒนธรรม
————————————————
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสิงคโปร์ หลังคณะนักเต้นจากเมืองฉางซา (长沙) ประเทศจีน เดินทางมาแสดงและถ่ายทำคลิปในย่านไชน่าทาวน์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสมาชิกคณะฝูหลาน (弗兰舞团) สวมชุด “โสร่งเคบาย่า (Sarong Kebaya)” ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับวัฒนธรรมเปอรานากัน (Peranakan) ก่อนออกลีลาเต้นอย่างดุดันทั้งภายในร้านอาหารและบนท้องถนน จนมีผู้คนหยุดชมและมีคลิปจากผู้พบเห็นถูกเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก
รายงานจากสื่อสิงคโปร์ระบุว่า การแสดงดังกล่าวเป็นผลงานของคณะเต้นจากจีน โดยมีนักเต้นชายที่ใช้ชื่อว่า “เสินถงถง (神童童)” เป็นผู้นำทีม สมาชิกประมาณ 5 คนเริ่มต้นการแสดงภายในร้านอาหาร “ก้วนจี้ซากัว (灌记砂锅)” ในย่านไชน่าทาวน์ ก่อนออกมาเต้นต่อด้านนอก ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
การแสดงโดดเด่นด้วยลีลาที่ใช้พลังสูง ทั้งการเตะ การยกขา และท่าทางที่ผสมผสานความเป็นการเต้นกับศิลปะการต่อสู้ โดยในบางช่วงยังมีการใช้อาวุธลักษณะคล้ายดาบประกอบการแสดง ขณะเดียวกัน เครื่องแต่งกายซึ่งเป็นชุดเคบาย่ากลับสร้างความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมเปอรานากันในภูมิภาคนี้
ด้านผู้ชมจำนวนหนึ่งชื่นชมความสามารถของคณะ โดยมองว่าการเต้นมีเอกลักษณ์ เต้นอย่างมืออาชีพ และสร้างสีสันให้กับพื้นที่สาธารณะ หลายคลิปยังได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับไม่ได้เป็นไปในทางบวกทั้งหมด โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นบางส่วนวิจารณ์เรื่องระดับเสียงและความเหมาะสมของการแสดงภายในร้านอาหาร โดยเฉพาะท่าทางที่มีการยกขาและเตะสูงใกล้โต๊ะอาหาร จนเกิดข้อกังวลด้านสุขอนามัยและความเหมาะสมของสถานที่ บางคนถึงกับแสดงความคิดเห็นเชิงเสียดสีว่า “กลัวฝุ่นจะตกลงไปในอาหาร” หรือหวั่นว่าอุปกรณ์ที่สวมใส่อาจหลุดกระเด็นระหว่างการแสดง
————————————————
🔸“เคบาย่าไม่ใช่เครื่องแต่งกายสำหรับการแสดงที่ไร้กาลเทศะ”🔸

นอกจากประเด็นเรื่องสุขอนามัยแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่กลายเป็นที่ถกเถียงในวงกว้างยิ่งกว่าคือการสวมชุด “โสร่งเคบาย่า” ในการแสดง
บาบ๋า อัลวิน อุ่น (Baba Alvin Oon) ชาวเปอรานากันสิงคโปร์และสมาชิกชมรมเปอรานากัน ซายัง (Peranakan Sayang) ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขามองว่าการนำชุดเคบาย่าซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่มีภาพลักษณ์สง่างามและมีคุณค่าทางวัฒนธรรม มาใช้ประกอบการแสดงที่มีทั้งการตะโกน ท่าทางรุนแรง และฉากต่อสู้ด้วยดาบนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
เขาตั้งคำถามว่า เหตุใดการแสดงศิลปะการต่อสู้จึงไม่เลือกใช้ชุดกังฟูหรือเครื่องแต่งกายจีนที่สอดคล้องกับรูปแบบการแสดง แต่กลับเลือกชุดเคบาย่าซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของชุมชนเปอรานากัน
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ครั้งแรก แต่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเครื่องแต่งกายดั้งเดิมถูกนำไปใช้เป็น “ชุดประกอบการแสดง” โดยไม่คำนึงถึงความหมายทางประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุดดังกล่าว จนอาจทำให้ภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมเปอรานากันถูกทำให้กลายเป็นเพียงองค์ประกอบเพื่อสร้างความหวือหวาและดึงดูดความสนใจ
เขาเรียกร้องให้คนในชุมชนตระหนักและออกมาปกป้องความถูกต้องของวัฒนธรรม พร้อมย้ำว่าชุดเคบาย่าควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเข้าใจและความเคารพ ไม่ใช่ถูกลดทอนให้เป็นเพียงพร็อพสำหรับการแสดงหรือการสร้างกระแสในโลกออนไลน์
กระแสกรณีนี้จึงสะท้อนประเด็นที่ละเอียดอ่อนระหว่าง “ศิลปะการแสดง” กับ “การนำวัฒนธรรมอื่นมาใช้” โดยเฉพาะเมื่อเครื่องแต่งกายและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมถูกนำออกจากบริบทเดิมมาใช้เพื่อความบันเทิง
แม้การแสดงของคณะเต้นจากฉางซาจะได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมและโลกออนไลน์ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ในยุคที่การสร้างคอนเทนต์สามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การนำสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาใช้ควรคำนึงถึงความเหมาะสม บริบท และความเคารพต่อเจ้าของวัฒนธรรมมากเพียงใด
ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นในไชน่าทาวน์ครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของ “เต้นดีหรือเต้นไม่ดี” แต่เป็นอีกกรณีศึกษาที่ชวนให้สังคมพูดคุยถึงเส้นแบ่งระหว่างการสร้างสรรค์ทางศิลปะกับการบิดเบือนหรือทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นเพียงเครื่องมือสร้างกระแส ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังคงเปิดกว้างให้ถกเถียงกันต่อไป
————————————————
🗂เอกสารอ้างอิง🗂

[1] Alvin Oon. [EB/OL]. (2026-08-24)[2026-08-24]. https://www.facebook.com/share/p/19mhCbwWdF/.
[2] 陈祎婷. 中国长沙弗兰舞团现身新加坡,街头起舞吸引围观[EB/OL]. (2026-08-24)[2026-08-24]. https://vibes.8world.com/e-news/china-changsha-tongmen-dance-station-singapore-chinatown-3257476...........................................................................
สามารถสนับสนุนเพจเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้ที่
💵PromptPay: 0954289757
สามารถสั่งซื้อหนังสือนิยายเรื่อง "เป็นบาบ๋าเพราะรู้สึก" แบบ E-bookได้ที่ Mebmarket
https://www.mebmarket.com/web/index.php.............................................................................
𝑻𝒂𝒈𝒔🔖———————————————
#ภูเก็ตร่ำรวยด้วยวัฒนธรรม #ภูเก็ตเปอรานากัน #เปอรานากัน #บาบ๋า #ย่าหยา #บาบ๋าย่าหยาภูเก็ต #ภาษาถิ่นภูเก็ต #ภาษาภูเก็ต #สนับสนุนสภาวัฒนธรรมเทศบาลนครภูเก็ต #เครือข่ายวัฒนธรรม #รักษาสืบสานส่งต่อภูเก็ตจากรุ่นสู่รุ่น #ภาษาบาบ๋าภูเก็ต #ข่าวรอบโลก #ข่าว

22/08/2026
บทความสารคดีเรื่อง "บี๊ถ่ายบ๊าก"ตอนที่ 1 ประวัติความความเป็นมา
21/08/2026

บทความสารคดีเรื่อง "บี๊ถ่ายบ๊าก"
ตอนที่ 1 ประวัติความความเป็นมา

#สภาวัฒนธรรมเทศบาลนครภูเก็ต
#โครงการจัดเก็บมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปี ๒๕๖๙

บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目)

ตอนที่ ๑ ประวัติความเป็นมา

บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目) เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนแคะ(ฮากกา) อำเภอต้าปู้ เมืองเหมย์โจว มณฑลกวางตุ้ง (廣東省梅州市大埔縣) ทางตอนใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งในอดีตเป็นสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม เป็นเมนูของว่างเพิ่มพลังงานภายหลังสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวหรือปลูกข้าว เมื่อชาวจีนแคะอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังไต้หวัน ฮ่องกง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในเมืองภูเก็ต พวกเขาได้นำเมนูอาหารชนิดนี้ติดตัวไปด้วย

ในอดีตชาวจีนแคะเรียกเส้นชนิดนี้ว่า “โล้จู้ป้าน (老鼠粄)” หรือ “โล้จู้ฟุ่น (老鼠粉)” แปลตรงตัวว่า “แป้งหนู” เนื่องจากลักษณะของเส้นที่มีหัวท้ายเรียวแหลมและตรงกลางอ้วนป่อง คล้ายกับหางหรือตัวหนู เมื่อเมนูนี้แพร่กระจายไปยังฮ่องกง จึงถูกเปลี่ยนชื่อให้ฟังดูน่ารับประทานขึ้นว่า “หง่านจ๊ามฝัน (銀針粉)” หรือ “บะหมี่เข็มเงิน” ส่วนในประเทศไทย ชาวจีนแต้จิ๋วได้เรียกขานเส้นชนิดนี้ว่า “เกี้ยมอี๋ (尖米圓)” ซึ่งแปลว่าเม็ดข้าวปลายแหลมนั่นเอง

ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเรียกตามอุปกรณ์การทำที่เป็นตะแกรงร่อนลอดรู เรียกเมนูนี้ว่า “บี๊ทายบั๊ก (米汰目)” ตามสำเนียงฮกเกี้ยน สำเนียงฮกเกี้ยนภูเก็ต (บาบ๋า) อ่านเป็น “บี๊ถ่ายบ๊าก” ส่วนสำเนียงภาษาจีนกลางทับเสียงภาษาฮกเกี้ยนเป็น “หมี่ไถมู่ (米苔目)”

อนึ่ง บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目) เป็นชื่อเมนูที่บ่งบอกกรรมวิธีของขนมชนิดนี้ กล่าวคือ คำว่า “บี๊ถ่าย (米汰)” แปลว่าตะแกรงร่อนข้าว และคำว่า “บ๊าก (目)” แปลว่าช่องหรือรู เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า “ข้าวลอดช่อง”

สำหรับเมืองภูเก็ต สันนิษฐานว่า มีการนำเข้ามาโดยชาวจีนฮกเกี้ยนโพ้นทะเลที่มาตั้งรกรากในยุคเหมืองแร่ ปรุงเป็นเมนูของหวาน ซึ่งพบเห็นเมนูนี้ย่านชุมชนจีนฮกเกี้ยนตามหัวเมืองท่าชายฝั่งอันดามันและคาบสมุทรมลายู แต่มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น กล่าวคือ ตัวเส้นจะมีขนาดเท่ากันตลอด ไม่มีหัวท้ายเรียวแหลม ตรงกลางอ้วนป่อง และมีการใส่สีแดงลงไปในตัวเส้นบางส่วน บางส่วนคงไว้สีขาว เมื่อจะรับประทานจะผสมเส้นทั้งสองสีเข้าด้วยกัน ราดด้วยน้ำเชื่อมที่ใสด้วยกรรมวิธีเฉพาะ ตามด้วยน้ำแข็ง เป็นเมนูคลายร้อน และให้พลังงานจากแป้งและน้ำตาล

นอกจากนี้ เรายังพบเมนูของหวานนี้ตามเมืองท่าชายฝั่งภาคใต้ของไทย แต่มีลักษณะและชื่อเรียกแตกต่างกันไป อาทิ หนมผีตายหวาก หนมผีตายมาก หนมผีตายบาก หนมท่าบาก และหนมทากบาก

บี๊ถ่ายบ๊ากในปีนังและสิงคโปร์นิยมทานเป็นของคาวเช่นเดียวกัน อาทิ “บี๊ถ่ายบ๊ากทึ้ง (米汰目湯)” ซึ่งเป็นเมนูบี๊ถ่ายบ๊ากน้ำหรือซุป “ช่าบี๊ถ่ายบ๊าก (炒米汰目)” เป็นเมนูผัดบี๊ถ่ายบ๊ากลักษณะเดียวกับช่าก๋วยเตี๋ยวหรือก๋วยเตี๋ยวผัด พบได้ตามแผงขายอาหารริมทาง นอกจากนี้ ยังมีบี๊ถ่ายบ๊ากเส้นสดขายในซูเปอร์มาร์เก็ตให้ซื้อกลับไปปรุงที่บ้าน ซึ่งสามารถนำไปปรุงแบบก๋วยเตี๋ยวน้ำ หรือนำไปผัดเหมือนก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วก็ได้ ส่วนเมนูของหวานจะพบมีการนำไปใส่เครื่องเคียงเหมือนเต้าทึง ใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็งบด

โดยทั่วไปเท่าที่พบเห็นมา มีข้อสังเกตคือ เมนูบี๊ถ่ายบ๊ากที่เป็นของคาวนั้นจะมีสีขาวเพียงสีเดียว ขณะที่บี๊ถ่ายบ๊ากที่ทานเป็นของหวานมักจะทำเป็นสองสี ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวกับสีแดงหรือชมพู ซึ่งเป็นสีมงคล

รวบรวมข้อมูล : สภาวัฒนธรรมเทศบาลนครภูเก็ต

#บี๊ถ่ายบ๊าก #ปุ้นเต่โก๊ย #อาหารพื้นเมืองภูเก็ต #ขนมพื้นเมืองภูเก็ต #ของหวานบ้านเรา #ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงวัฒนธรรม

19/08/2026

📢มิวเซียมภูเก็ตเปิดรับสมัครผู้สนใจร่วมกิจกรรมอบรม
คน เล่า เมือง : City Storyteller Academy
👉 สมัครได้ที่
https://forms.gle/biHEBFAiJVBbWTjV8
ชวนทุกคนร่วมฝึกเป็นนักสื่อความหมายที่ดี เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยง “เมือง” กับ “ผู้คน” ฝึกการจับประเด็นเรื่องเล่า (Storytelling) ทดลองออกแบบเรื่องเล่าจากบริบทของสถานที่จริงและร่วมออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน โดยมีชุมชนชาเตอร์ดแบงก์เป็นสนามทดลอง
🎤วิทยากร
วิทยากรด้านการสื่อความหมาย
• ผศ.ดร.พัชราภรณ์ คชินทร์ นักวิชาการด้านภาษาเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
• คุณชุติมา กิตติธรกุล นักเขียนมากประสบการณ์

วิทยากรด้านข้อมูลชุมชน
• คุณเอกภณ บุญฤทธิ์ รองประธานชุมชนชาเตอร์ดแบงก์
• นายจักรณรงค์ ภักตรามุกข์ เจ้าหน้าที่จัดองค์ความรู้มิวเซียมภูเก็ต
พร้อมชาวชุมชนชาเตอร์ดแบงก์
📅 อบรม 29 - 30 สิงหาคม 2569 (เสาร์ - อาทิตย์)
📍 ณ มิวเซียมภูเก็ตและชุมชนชาเตอร์ดแบงก์
รูปแบบ : การอบรมเชิงกระบวนการ (Workshop/ Action Learning)
🗓 เปิดรับสมัคร
ตั้งแต่บัดนี้ – 26 สิงหาคม 2569
ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก 27 สิงหาคม 2569

👉 สมัครได้ที่
https://forms.gle/biHEBFAiJVBbWTjV8

สอบถามข้อมูลได้ที่ 094-807-7873
คุณสมบัติผู้สมัคร
• เป็นผู้มีความสนใจถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองภูเก็ตไปสู่สาธารณะ
• เยาวชนและประชาชนผู้สนใจ
• เข้าร่วมกิจกรรมได้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด
• ทำงานเป็นทีมได้และสามารถลงพื้นที่เรียนรู้ผ่านสนามทดลองที่กำหนด................................
มิวเซียมภูเก็ต Museum Phuket
จุดเริ่มต้นท่องเที่ยวเรียนรู้เมืองภูเก็ต
พิกัด: https://goo.gl/maps/MoZEJKHXt1mH7rbA6
เปิดทุกวัน อังคาร - อาทิตย์
(ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลา 9.00 น. - 16.30.น.
เฉพาะวันอาทิตย์
เปิดเวลา 13.00 - 20.30 น
สอบถามข้อมูลได้ที่ 094-807-7873

#นักสื่อความหมายเมือง
#คนเล่าเมือง

#มิวเซียมภูเก็ตจุดเริ่มต้นท่องเที่ยวเรียนรู้เมืองภูเก็ต


#เทศบาลนครภูเก็ตเพื่อประชาชน

บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目) ขนมปุ๊นเต่จากภูเก็ตได้รับผลโหวตสูงสุด
14/08/2026

บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目)
ขนมปุ๊นเต่จากภูเก็ตได้รับผลโหวตสูงสุด

13/08/2026

𝐁𝐚𝐛𝐚 𝐏𝐨𝐡-𝐓𝐬𝐚𝐢 𝐕𝐥𝐨𝐠
————————————————
“เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ” ver. ภาษาบาบ๋าภูเก็ต (ภาษาถิ่นภูเก็ต)
ฉากหลังคือ อั่งหม่อหลาวหลวงอำนาจนรารักษ์ ตัณฑเวส (ตันหยกค้วด) ซึ่งก็คือต้นสกุลเราเองนั่นแหละ
เรื่องของเรื่องคือช่วงนี้ไถ TikTok ละเห็นว่าเป็นไวรัล เราเลยลองมาแปลงเป็นภาษาบ้านเกิดตัวเองดูบ้าง ไวรัลดังกล่าวมากจากภาพยนตร์ปี 2004 เรื่อง “รักเธอหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก” หรือ “The Notebook” ซึ่งจะมีฉากหนึ่งที่แอลลี แฮมิลตัน (Allie" Hamilton) เห็นภาพโนอาห์ แคลฮอน (Noah Calhoun) ยืนถ่ายรูปคู่บ้านหลังเก่าที่ตนซ่อมแซมใหม่ในหนังสือพิมพ์ และมีบทพูดหนึ่งที่โนอาห์กล่าวว่า......

❝ เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ เพราะรู้ว่าระหว่างเรามันจบแล้ว ผมไม่เศร้าอีกแล้ว เพราะรู้ว่าเราเลิกกันจริง ๆ และถ้าในอนาคต เราได้เห็นกัน และมันมีชีวิตใหม่อยู่ในที่ที่ไกล ๆ ผมจะยิ้มให้คุณ และจะจำว่าเราเคยเล่นด้วยกันใต้ต้นไม้ในช่วงฤดูร้อน เรียนรู้กันและกัน และรักกัน ความรักที่ดีต้องทำให้วิญญาณเบิกบาน ทำให้เราทะเยอทะยาน จุดไฟในใจเรา และทำให้จิตใจเราสงบ นั้นแหละความรักที่ผมให้คุณ และเป็นความรักที่ผมอยากให้คุณตลอดไป ❞
————————————————
#อย่าปิดการมองเห็น #อย่าปิดกั้นการมองเห็น #อย่าปิดการมองเห็นผม #ภาษาถิ่นภูเก็ต #ภาษาบาบ๋าภูเก็ต #ภาษาภูเก็ต #บาบ๋าย่าหยา #เปอรานากัน #มหาวิทยาลัยหนานจิง #南京大学 #南京大學 #เทรนด์วันนี้ #เทรนด์วันนี้tiktok #เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ #ภาษาใต้

“กั่วป่าโพ้ จีโชว์เมือง”กิจกรรมดี ๆ ที่น่าค้นหา เมื่อคนกั่วป่าเปิดเรินเล่าเรื่องให้ฟัง12–16 สิงหาคม 2569 ย่านเมืองเก่าตะ...
13/08/2026

“กั่วป่าโพ้ จีโชว์เมือง”
กิจกรรมดี ๆ ที่น่าค้นหา เมื่อคนกั่วป่าเปิดเรินเล่าเรื่องให้ฟัง
12–16 สิงหาคม 2569 ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า จ.พังงา

ที่อยู่

Phuket
83000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 𝐓𝐡𝐞 𝐏𝐡𝐮𝐤𝐞𝐭𝐢𝐚𝐧 𝐁𝐚𝐛𝐚-𝐍𝐲𝐨𝐧𝐲𝐚ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท