19/02/2026
คอร์สสำหรับ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เปิดให้จองแล้วค่าาา ‼️ เทอมนี้เปิด ป.4 ให้แล้วนะคะ ตามคำเรียกร้อง
รีบสมัครกันมานะคะ (ป.6ใกล้เต็มแล้วเด้ออ) 📣
ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งวิทยาศาสตร์ กับครูนฎา 🧪🔭🔬🦠🧬🧫🚀🪐🌏☄️🛰️
19/02/2026
คอร์สสำหรับ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เปิดให้จองแล้วค่าาา ‼️ เทอมนี้เปิด ป.4 ให้แล้วนะคะ ตามคำเรียกร้อง
รีบสมัครกันมานะคะ (ป.6ใกล้เต็มแล้วเด้ออ) 📣
21/01/2026
ขอแสดงความยินดีด้วยคร๊าบบ เหนื่อยกันมามาก เจ็บมาก็เยอะ แต่บอกเสมอ คุ้มแน่นอน 🎉🎉👏🏻👏🏻
โครงการห้องเรียนพิเศษ Gifted รร.ภูเก็ตวิทยาลัย ม.1/1 รายงานตัวครับ 🩵🤍 #สอบเข้าม1 #ภูเก็ตวิทยาลัย #ห้องโครงการพิเศษ #วิทยาศาสตร์ #เรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ #เรียนพิเศษภูเก็ต
13/01/2026
ขอแสดงความยินดีกับเด็กๆ ที่ผ่านรอบคัดเลือกรอบเจียระไนเพชร เพื่อเข้าสอบคัดเลือกรอบเพรชฎาฟ้าขาว SMP และ SMT 🎉👏🏻 ทำดี ทำถึง จึ้งมากลู๊กกกก ไปกันต่อคร๊าบบ 💪🏻💪🏻 #ภูเก็ตวิทยาลัย #สอบม1 #ห้องโครงการพิเศษ
#วิทยาศาสตร์ป6 #วิทย์ครูนฎา #เรียนพิเศษภูเก็ต #ครูนฎาที่สอนวิทย์อ่ะ
การแยกสาร โดยการใช้กรวยแยก ⚗️🧪🧑🏻🔬
#ป6 #ครูนฎา
01/02/2025
NGC 1097, the galaxy shown in the top image, is estimated to contain 1 trillion stars.
The observable universe is believed to contain about 2 trillion galaxies.
Meanwhile, scientists calculate that the multiverse could contain 10^10^10^7 universes. If you'd like an approximate sense of how big that last number is:
1) 10^7 = 10,000,000 (ten million)
2) 10^10^7 = a 1 followed by ten million zeroes (a number so large it doesn’t have a name)
3) 10^10^10^7 = a 1 followed by a number of zeroes so incomprehensibly large it far exceeds the total number of particles in the observable universe.
Source 1: https://science.nasa.gov/missions/hubble/hubble-sees-the-eye-of-a-colorful-galaxy/
Source 2: https://www.herschel.caltech.edu/image/nhsc2010-008a
Source 3: https://www.technologyreview.com/2009/10/15/123729/physicists-calculate-number-of-universes-in-the-multiverse/
28/01/2025
🪐
📣 รอชมกันเลย 👀! ปรากฏการณ์แบบนี้หาดูยากมาก กับ #ดาวเจ็ดดวงเรียงตัว กัน หรือจะเรียกว่า #ขบวนพาเหรดของดาวเคราะห์ 🌟 ก็ว่าได้ โดยตลอดช่วงเดือนม.ค. ท้องฟ้าในคืนจะเห็นการเรียงตัวของดาวทั้งหก 🌌 จนเวลาข้ามมาเดือนปลายเดือนกุมภาพันธ์ เราจะได้เห็น #ปรากฏการณ์ดาวเรียง กัน 7 ดวง ✨! เรียกว่าต้องเฝ้ารอดูกันเลย อันนี้พลาดไม่ได้ 🤩
🗓 วันที่ 28 ก.พ. 68 วันเดียวเท่านั้น
🙇🏻♀️ ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : BBC
#เซลเฮียร์ #ดูดาว
17/09/2024
“มันจะอยู่รอดได้ไงมาตั้ง 120 ล้านปี?” รู้จักกระบวนการทางธรณีวิทยาที่เปลี่ยนรอยเท้านุ่ม ๆ ให้กลายเป็นฟอสซิลแข็ง ๆ ให้อยู่มาจนถึงปัจจุบัน - ฟอสซิลรอยเท้าไดโนเสาร์เกิดขึ้นได้อย่างไร? และพวกมันบอกอะไรเราบ้าง?
จากกรณีการค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ที่มีอายุ 120 ล้านปี ณ ภูหินร่องกล้าของประเทศไทย หลายคนตั้งข้อสงสัยว่ามันเป็นของจริงหรือไม่? เนื่องจากรอยเท้านุ่ม ๆ จะอยู่รอดมาได้อย่างไรนับล้านปีบ้างบอก ‘ไม่เชื่อ’ ไม่ก็ ‘คิดไปเอง’ ไปจนถึงเป็นรอยเท้าปลอมที่ทำขึ้นมาหลอก ๆ
แต่หากเข้าใจกระบวนการทางธรณีวิทยาสักนิด เราก็จะได้เห็นถึงความพิเศษของธรรมชาติที่เก็บรักษาสมบัติอันล้ำค่าในอดีตไว้ได้มาจนถึงปัจจุบัน และสิ่งเหล่านั้นก็บอกข้อมูลมากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมาโดยเฉพาะกับผู้ที่หลงใหลในไดโนเสาร์
“ด้วยโชคเล็กน้อย ตะกอนจำนวนมากและเวลา ก็อาจทำให้ได้รอยเท้าที่เป็นหินและกลายเป็นฟอสซิลอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน” Robert Matthews นักฟิสิกส์ธรณี ศาสตราจารย์รับเชิญด้านวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแอสตัน กล่าว
#รอยเท้าฟอสซิลเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เมื่อพูดถึงฟอสซิล หลายคนมักจะคุ้นเคยกับกระดูกซะมากกว่า ซึ่งเป็นฟอสซิลที่ถูกพบและจับต้องมากที่สุดอย่างหนึ่งของไดโนเสาร์ มันทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้รู้จักสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้มากขึ้น กระดูกเพียงชิ้นเดียวก็สามารถบ่งบอกถึงรูปร่าง วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมที่มันอยู่ได้
แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญได้เรียนรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ซึ่งก็ถูกค้นพบจำนวนมากด้วยเช่นกัน นั่นคือ ‘รอยเท้า’ ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีคำเรียกในวงการว่า ‘Ichnites’ (อ่านว่าอิชไนต์) ซึ่งเป็นร่องรอบฟอสซิลชนิดหนึ่งและเป็นหน้าต่างสู่อดีตของผู้ที่ทิ้งไว้
รอยเท้าเหล่านี้เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับรอยเท้าของเราที่เดินบนพื้นดินนุ่ม ๆ อย่างเช่นโคลน แต่แทนที่มันจะถูกชะล้างออกไป มันกลับคงอยู่มาเป็นเวลาหลายล้านปี ทาง Matthews ได้อธิบายกระบวนการง่าย ๆ คือ อย่างแรกตะกอนนั้นต้องอ่อนตัวพอที่จะบันทึกรอยเท้าไว้ได้ แต่ต้องไม่อ่อนตัวมากจนถูกชะล้างง่าย
ต่อมามันต้องได้รับการปกป้องด้วยตะกอนใหม่ ตัวอย่าง เมื่อเราเหยียบลงไปบนโคลนแล้วสักพักหนึ่ง ทรายหรือตะกอนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โคลนไหลเข้ามาทับถม เนื่องจากตะกอนสองอย่างนั้นไม่ผสมกัน รอยเท้าจึงถูกปกป้องไว้ได้
จากนั้นเมื่อชั้นตะกอนสะสมตัวมากขึ้นตามกระบวนการทางธรณีวิทยา แรงกดจะเปลี่ยนรอยเท้าให้หลายเป็นหิน ซึ่งจะอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน ทว่ารอยเท้านั้นก็ต้องการ ‘โชค’ พอสมควรเพราะตะกอนที่เข้ามาทับถมใหม่นั้นจะต้องไม่กลายเป็นหินไป ซึ่งจะต้องถูกชะล้างออกไปในภายหลังจึงจะโผล่ออกมาให้เห็น หรือไม่ก็แยกออกจากรอยเท้าได้ง่าย ๆ
“ความสม่ำเสมอของพื้นดินก็ส่งผลต่อรูปร่าง ขนาด และความลึกของรอยเท้า และรอยเท้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน” พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ลอนดอน ในสหราชอาณาจักรระบุ “สำหรับรอยเท้าที่สมบูรณ์แบบ พื้นดินจะต้องไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป หากแข็งเกินไป รอยเท้าที่ได้ก็จะตื้นมาก แสดงรายละเอียดได้จำกัดมาก หรือไม่มีรูปร่างเลย”
ในขณะที่ตรงกันข้าม พื้นดินที่อ่อนนุ่มเกินไป รอยเท้าก็อาจยุบตัวลงซึ่งหากมันอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน รอยเท้านั้นก็จะดูผิดปกติ แต่สิ่งหนึง่ที่แตกต่างจากกระบวนการเปลี่ยนกระดูกเป็นฟอสซิลก็คือ รอยเท้าดังกล่าวจะต้องถูกเผาให้เห็นด้วยแสงแดดก่อน อาจใช้เวลาเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
อีกสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อรอยเท้าก็คือ “การเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก” บางครั้งนักวิทยาศาสตร์ก็พบรอยเท้าในสถานที่ที่น่าประหลาดใจเช่นหน้าผา หรือเนินที่ลาดชันมาก มันไม่ได้หมายความว่าไดโนเสาร์ตัวนั้นเดินบนพื้นที่ตั้งฉากได้ แต่พื้นดินถูกเลื่อนให้ไปอยู่จุดนั้น เช่นเดียวกับการค้นพบฟอสซิลสัตว์ทะเลบนภูเขา สิ่งนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของโลกในอดีตได้
“ในบางสถานที่ รอยเท้าที่กลายเป็นฟอสซิลทำให้ดูราวกับว่าไดโนเสาร์ตัวนั้นเดินขึ้นเนินที่ลาดชันมากเช่น รอยเท้า Cal Orcko ที่เกือบจะตั้งฉากในโบลิเวีย” พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติกล่าว “แต่ที่นี่คือจุดที่ธรณีวิทยาของพื้นดินเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดหลายล้านปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Cal Orcko เคยเป็นแอ่งน้ำเมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน”
#รอยเท้าไดโนเสาร์บอกอะไรเราได้บ้าง?
รอยเท้าเหล่านี้เป็นหลักฐานของกิจกรรมของสัตว์สายพันธุ์นั้น ๆ เมื่อครั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ บางรอยสามารถระบุได้เลยว่าเกิดจากไดโนเสาร์ชนิดไหน เนื่องจากเท้าของมันมีลักษณะที่พิเศษซึ่งเกิดจากกระดูกเท้าที่จัดตัวรูปร่างไม่เหมือนใคร
ตัวอย่างเช่นเทอโรพอดที่มีเท้า 3 นิ้ว จากนั้นรวมเข้ากับข้อมูลด้านขนาดและรูปร่างของมัน ไปจนถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ว่าเคยพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ชนิดใดบ้างในแถบนี้และอายุของหินดังกล่าว ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุสายพันธุ์ได้แคบลงไป
“ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถระบุได้ว่ารอยเท้าของไดโนเสาร์นั้นเป็น 2 ขาหรือ 4 ขาซึ่งเคลื่อนที่ด้วยลักษณะที่แตกต่างกัน” พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ระบุ
“เทอโรพอด เช่น ไทรันโนซอรัส บาริโอนิกซ์ หรือเวโลซีแรปเตอร์ มีรอยเท้าที่แคบและยาวกว่าออร์นิโธพอด(ไดโนเสาร์กินพืชช่วงปลายยุคไทรแอสสิกไปจนถึงปลายยุคครีเตเชียส) รอยเท้าของเทอโรพอดโดยทั่วไปมีนิ้วเท้าเรียวยาวและมีโครงร่างเป็นรูปตัววี รอยเท้าของออร์นิโธพอดไม่มีรอยกรงเล็บที่โดดเด่น และโดยทั่วไปจะมีลักษณะโค้งมนมากกว่าโดยมีนิ้วที่กว้างกว่า”
ไม่เพียงเท่านั้นมันยังบอกวิถีชีวิตของสัตว์โบราณเหล่านี้ รอยเท้าของไดโนเสาร์ซอโรพอดบางรอยนั้นเมื่อศึกษาการเดินและการกระจายน้ำหนักแล้ว นักวิทยาศาสตร์บางคนเสนอว่าพวกมันอาจกำลังว่ายน้ำอยู่โดยใช้มือดึงตัวเองไปด้านหน้าตามแม่น้ำ
ซึ่งก็สามารถประมาณการได้ต่อไปง่าย ๆ ว่าพวกมันเคลื่อนที่ได้เร็วเพียงใด และหากเป็นรอยเท้าที่มีความสมบูรณ์มาก ก็อาจมีรอยประทับของผิวหนังหรือหลักฐานอื่น ๆ ทางกายวิภาคของสัตว์ซ่อนอยู่ด้วย รอยเท้าเพียงแค่รอยเดียวก็ให้ข้อมูลที่มีค่าแก่ผู้ที่ศึกษามัน
“รอยเท้าไดโนเสาร์ให้ภาพรวมของช่วงเวลาที่สัตว์เหล่านี้เดินเตร่ไปทั่วโลกของเรา รอยเท้าเป็นหลักฐานโดยตรงว่าสัตว์แต่ละตัวมีพฤติกรรมอย่างไรในช่วงเวลาดังกล่าว” พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ กล่าว
“แม้ว่ากระดูกฟอสซิลจะไม่ได้ถูกพบในที่ที่สัตว์อาศัยอยู่เสมอไป และอาจถูกชะล้างไปยังสถานที่ใหม่ได้ แต่รอยเท้าไดโนเสาร์ที่เคลื่อนที่ไปมาในสิ่งแวดล้อมนั้น มันจึงเป็นการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เหล่านี้กับแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันเอง”
ที่มา
https://www.nhm.ac.uk/discover/dinosaur-footprints.html
https://www.sciencefocus.com/planet-earth/how-do-dinosaur-footprints-get-fossilised
https://www.nps.gov/dena/learn/nature/making-dino-prints.htm
https://theconversation.com/fossil-footprint-discoveries-and-what-they-tell-us-211156
https://science.howstuffworks.com/environmental/earth/geology/dinosaur-feather.htm
https://www.americangeosciences.org/education/k5geosource/activities/investigations/fossils/fossil-footprints #:~:text=Trace%20fossils%20are%20formed%20when,cementation%2C%20the%20remnant%20becomes%20fossilized.
https://ucmp.berkeley.edu/science/trackways/trackways2.php
Photo : Greg Willis from Denver, CO, USA/Wikimedia Commons