ครูปอสอนภาษาจีน จังหวัดแพร่

ครูปอสอนภาษาจีน จังหวัดแพร่ รับสอนภาษาจีน ฟังพูดอ่านเขียน ทุกร?

22/12/2024

เย็นนี้ ประวัติสีม่วงแบบละเอียดยิบๆๆนะครับ ส่วนกรรมวิธีทำสีม่วงขอรอบหน้า

🥀 เอาจริงคือตอนแรกไม่ได้อะไรกับสีนี้ แต่พอมาดูประวัติศาสตร์ยุโรปรู้สึกว่าสีม่วงในยุโรปคือดูแพง และทำยากมากๆ เลยอยากรู้ว่าแล้วในจีนเนี่ยเค้ามองสีม่วงยังไง ซึ่งในประวัติศาสตร์จีนก็มีมาตั้งแต่ยุคสำริดเลยครับ

🥀 สีม่วงในวัฒนธรรมจีนมีต้นกำเนิดที่น่าสนใจ ซึ่งย้อนกลับไปได้ถึงยุคสำริด (ประมาณ 3000 ปีก่อนคริสตกาลถึง 2000 ปีก่อนคริสตกาล) ในช่วงเวลานี้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการหลอมโลหะ การใช้โลหะและแร่ธาตุต่างๆ เริ่มเป็นที่แพร่หลาย ทำให้สีม่วงเริ่มถูกค้นพบและนำมาใช้

ความหมายโดยนัยทั่วไป

🥀 ในวัฒนธรรมจีนโบราณ สีม่วงถือเป็นสีที่มีความหมายสูงส่งมากที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นขุนนาง ความศักดิ์สิทธิ์ และอำนาจ สีม่วงมีความเกี่ยวข้องกับ "จักรวาล" และ "ทิศเหนือ" ซึ่งในทางจีนโบราณนั้นถือว่าเป็นทิศของสวรรค์ สีม่วงจึงกลายเป็นสีที่เชื่อมโยงกับพลังเหนือธรรมชาติ และถูกมองว่าเป็นสีที่สื่อถึงความมีศีลธรรม ความสง่างาม และความลึกลับ
สีม่วงในบริบททางศาสนาและปรัชญา

🥀 นอกจากความหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและราชวงศ์ สีม่วงยังมีความสำคัญในทางศาสนาและปรัชญา โดยเฉพาะในลัทธิเต๋า ซึ่งสีม่วงเป็นสัญลักษณ์ของ "พลังชีวิต" (气 qì) และการเชื่อมต่อกับพลังเหนือธรรมชาติ สีม่วงยังถูกใช้ในการบำบัดทางจิตวิญญาณและเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและการเติบโต

💘 ความสัมพันธ์กับสีชิง และสีเขียว

🥀 สีม่วงและสีเขียวในวัฒนธรรมจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน สีเขียวในจีนโบราณนั้นเป็นคำที่มีความหมายกว้าง รวมถึงสีน้ำเงิน สีเขียว และสีดำบางส่วน สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ความเยาว์วัย และทิศตะวันออก
ในจีนโบราณ แหล่งสีย้อมสีเขียวมีอยู่มากและหาได้ง่าย เช่น คราม (จากพืชคราม) และสนิมเขียว (จากแร่ทองแดง) ทำให้สีเขียวได้รับความนิยมมากกว่าสีม่วง

🥀 แม้ว่าสีม่วงจะไม่มีสถานะเป็นสีหลักในระบบห้าสีของจีน แต่ก็ค่อยๆ พัฒนาและได้รับการยอมรับเป็นสีที่มีความหมายสูงส่ง การปรากฏของสีม่วงอาจถูกมองว่าเป็นผลจากการพัฒนาบนพื้นฐานของสีเขียว โดยเฉพาะในกระบวนการย้อมสีทางเคมีและการใช้สีย้อมจากแร่ธาตุธรรมชาติ สีม่วงได้พัฒนาจากสีเขียวมาเป็นสีที่มีสถานะเป็นของตัวเอง

🥀 สีม่วงในแต่ละราชวงศ์

1. ยุคราชวงศ์ฉินและฮั่น (221 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 220)

ในช่วงเวลานี้ สีม่วงยังไม่เป็นสีหลักที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ แต่เริ่มมีการใช้สีม่วงในเครื่องประดับของชนชั้นสูงและราชสำนัก ในราชวงศ์ฮั่น สีม่วงเริ่มเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ "紫气东来" (พลังสีม่วงมาจากทิศตะวันออก) ซึ่งถือเป็นลางบอกเหตุของโชคลาภและความศักดิ์สิทธิ์

2. ยุคสามก๊กและราชวงศ์เหนือใต้ (ค.ศ. 220-589)

การใช้สีม่วง: สีม่วงเริ่มได้รับความสำคัญมากขึ้นในยุคนี้ โดยเฉพาะในลัทธิเต๋า สีม่วงถูกมองว่าเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นอมตะ พลังสีม่วงถูกมองว่าเป็นลมหายใจของเซียน (เทพเจ้า) ทำให้สีม่วงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะและความสูงส่งทางจิตวิญญาณ

3. ราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907)

การใช้สีม่วง: ในยุคราชวงศ์ถัง สีม่วงได้รับสถานะที่สูงขึ้น ระบบการแต่งกายของขุนนางในราชสำนักกำหนดให้สีม่วงเป็นสีสำหรับขุนนางชั้นสูง รองจากสีเหลืองที่เป็นสีของจักรพรรดิ สีม่วงเป็นสัญลักษณ์ของความมีเกียรติ อำนาจ และคุณธรรมอันสูงส่ง และเป็นเครื่องหมายของชนชั้นสูงและขุนนางระดับสูง

4. ราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960-1279)

การใช้สีม่วง: ราชวงศ์ซ่งยังคงยึดถือสีม่วงเป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่ง สีม่วงถูกใช้ในงานศิลปะและภาพวาดอย่างแพร่หลาย โดยสื่อถึงความสงบ ความงดงาม และความลึกลับ สีม่วงยังถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และความบริสุทธิ์

5. ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)

การใช้สีม่วง: ในยุคราชวงศ์หยวน สีม่วงยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่ง แต่เน้นที่ความหมายทางศาสนาและปรัชญามากขึ้น สีม่วงได้รับการยกย่องเป็นพิเศษในพุทธศาสนาแบบทิเบต โดยถูกใช้ในวัดและพิธีกรรมทางศาสนา สื่อถึงการยกระดับทางจิตวิญญาณและพลังลึกลับ

6. ราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644)

ในยุคราชวงศ์หมิง ความหมายของสีม่วงยิ่งชัดเจนขึ้น ในฐานะสีที่เป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์และศาสนา สีม่วงถูกใช้ในพิธีกรรมของราชสำนักและพุทธศาสนาอย่างแพร่หลาย "紫禁城" (พระราชวังต้องห้าม) เป็นชื่อที่สะท้อนถึงอำนาจอันสูงสุดของจักรพรรดิและความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สามารถละเมิดได้

7. ราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1912)

การใช้สีม่วง: ในยุคราชวงศ์ชิง สีม่วงยังคงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่งและความมีเกียรติ โดยเฉพาะในราชสำนักและบริบททางศาสนา สีม่วงในราชสำนักชิงเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจของจักรพรรดิ และยังถูกใช้ในศาสนาพุทธและเต๋าเพื่อสื่อถึงความบริสุทธิ์และความสูงส่งทางจิตวิญญาณ
แหล่งที่มารอบนี้ใช้ตำราฝรั่งนะคร้าบ รอบหน้ามีอีกสีที่น่าประหลาดครับ นั่นคือสีน้ำตาล ซึ่งในสมัยก่อนคนโบราณจะให้เซนส์นี้ของความเป็นสีไม้ครับ และนับเป็น 1 ใน 5 ธาตุโบราณและฮวงจุ้ยของจีนด้วย

1. “The History of Colors in Chinese Culture" by Patricia Bjaaland Welch (2011)
2. “Purple in Chinese History and Culture" by Charles O. Hucker (1985)
3. “The Evolution of Color Symbolism in China" by Jun Li (2016)

การ์ตูนเรื่องโปรดของเหล่าซือเลยนะ
22/06/2024

การ์ตูนเรื่องโปรดของเหล่าซือเลยนะ

23/05/2024
23/05/2024

ตารางวันเสาร์-อาทิตย์
เต็มแล้วนะคะ🙏🏼

🏆✨ความสำเร็จเป็นรางวัลของคนตั้งใจจริง✨🏆เหล่าซือดีใจและภาคภูมิใจในความสำเร็จของนักเรียนทุกๆคนเลยนะคะ เก่งมากๆค่ะ ขอให้นัก...
18/05/2024

🏆✨ความสำเร็จเป็นรางวัลของคนตั้งใจจริง✨🏆

เหล่าซือดีใจและภาคภูมิใจในความสำเร็จของนักเรียนทุกๆคนเลยนะคะ เก่งมากๆค่ะ ขอให้นักเรียนภูมิใจในตัวเองมากๆ เหล่าซือจะเป็นกำลังใจและจะคอยสนับสนุนในทุกความสามารถของหนูเลย 🌷💕

27/11/2023
04/10/2023
20/09/2023
28/07/2023

ประกาศหยุดเรียน
29 ก.ค. - 1 ส.ค. 66

🥲
13/07/2023

🥲

Chinese is also easy 😎😎

ที่อยู่

400/66
Phrae
54000

เบอร์โทรศัพท์

+66945399551

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ครูปอสอนภาษาจีน จังหวัดแพร่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์