อาจารย์มาร์ค สอนปั้นธุรกิจขายดี

อาจารย์มาร์ค สอนปั้นธุรกิจขายดี

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก อาจารย์มาร์ค สอนปั้นธุรกิจขายดี, 312 ถนนสีลม ต. สุริยวงศ์ อ. บางรัก, Phra Nakhon.

ให้คำปรึกษาและสอน การสร้างธุรกิจ | พัฒนาธุรกิจ
ช่วยให้คุณ ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขายดีขึ้นแบบชีวิตไม่วุ่นวาย
.
อดีตผู้บริหารแบรนด์ระดับโลก
Adidas, Nestlé, Hyundai
.
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจข้ามชาติ
Business Development
Sales, Marketing, Insight & Data

24/06/2026

กลไกซ่อนเร้นของร้านที่ประสบความสำเร็จ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

#อาจารย์มาร์ค #ที่ปรึกษาธุรกิจ #ธุรกิจ #การขาย #การตลาด #กลยุทธ์การตลาด #พัฒนาธุรกิจ #เติบโตธุรกิจ

23/06/2026

เวลาเริ่มต้นทำธุรกิจ หลายคนมักจะพกความตั้งใจมาเต็มเปี่ยม แต่พอลงสนามจริงกลับพบว่าธุรกิจไปไม่ถึงเป้าหมายและต้องปิดตัวลงกลางทาง บางคนอาจจะมองว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีหรือโชคไม่อำนวย แต่จากสิ่งที่ผมคลุกคลีและพบเจอมา สิ่งที่ทำให้หลายกิจการต้องสะดุดล้ม ไม่ใช่เรื่องของโชคลางเลยครับ แต่มันคือ กับดัก ที่เจ้าของธุรกิจเผลอก้าวตกลงไปโดยไม่รู้ตัว

ถ้ารู้ตัวทันก่อน เรายังมีโอกาสปรับเข็มทิศและหาทางรอดมาได้ แต่ถ้าใครที่เผลอพลาดตกลงไปแล้ว การรีบแก้ไขตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ลองมาสแกนดูธุรกิจของคุณกันครับว่า ตอนนี้คุณกำลังติดอยู่ใน 7 กับดักอันตรายเหล่านี้อยู่หรือเปล่า

1. กับดัก: ขายทุกอย่างให้ทุกคน
ความคิดที่ว่าขายให้ใครก็ได้ ขายทุกอย่างที่ขายได้ ไม่ได้มีการเลือกทั้งสินค้าและลูกค้า ผลที่ตามมาก็คือ จะไม่มีตัวตนชัดเจน ไม่มีจุดแข็งอะไรให้คนจดจำ ลูกค้าไม่มีเหตุผลว่าทำไมต้องซื้อของจากเรา ต้องเลือกให้ชัดว่าจะขายอะไร และขายให้ใคร แล้วถึงจะขายดี

2. กับดัก: คิดว่าสินค้าดีแล้ว ทุกอย่างจะดีเอง
ของดีแต่ไม่มีใครรู้จัก หมายความว่า ขายไม่ได้แน่ อย่าหวังพึ่งแค่คุณภาพสินค้า แต่ต้องรู้จักโปรโมต ต้องทำให้คนเห็นและอยากซื้อ บางทีธุรกิจที่ดังไม่ใช่เพราะของดีที่สุด แต่เพราะเขาทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าของที่เค้าซื้อไปดีที่สุด

3. กับดัก: ขายดีแต่ไม่มีกำไร
ยอดขายพุ่ง แต่เงินเหลือนิดเดียว ปัญหาอาจจะมาจากการตั้งราคาต่ำเกินไป มีต้นทุนที่สูง หรือใช้โปรโมชันลดราคาจนกำไรแทบหาย ถ้าธุรกิจโตแต่เงินไม่โตตาม สุดท้ายก็ไปต่อไม่ไหว ต้องจัดการตัวเลขให้ดี ตั้งราคาที่ทำกำไรได้ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

4. กับดัก: ทำเองทุกอย่าง
เจ้าของธุรกิจบางคนคิดว่าไม่มีใครทำได้ดีเท่าตัวเอง เลยจับทุกอย่างมาทำเอง สุดท้ายคือเหนื่อยเกินไป แต่ธุรกิจก็ไปไม่ไกล ถ้าอยากโต ต้องหาคนช่วยแบ่งเบาภาระ หรือใช้ระบบมาช่วยจัดการ

5. กับดัก: ยิงแอดแบบหว่านๆ หวังให้โชคช่วย
ห้ามคิดว่ายิงแอดเยอะๆ แล้วลูกค้าจะมาเอง ไม่รู้ว่าลูกค้าตัวจริงคือใคร ยิงผิดกลุ่ม สุดท้ายเสียเงินไปฟรีๆ แถมไม่ได้ลูกค้ากลับมา ต้องเข้าใจว่า ยิงแอดไม่ใช่เน้นแค่กระจายให้กว้างมากที่สุด แต่ต้องจำกัดเป้าหมายและเล็งเป้าอย่างแม่นยำ ถึงจะทำให้ลูกค้าเดินมาหาเราเอง

6. กับดัก: ตามใจลูกค้าไปหมด
บางคนบริการดีเกินไป ลูกค้าขออะไรมาก็ทำให้ จนสุดท้ายธุรกิจไม่มีจุดยืน ขายของได้ก็จริง แต่เหนื่อยแบบไม่มีระบบ ลูกค้าคือสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่ว่าเราต้องตอบรับทุกอย่าง ต้องมีขอบเขต บริการแค่ไหนถึงจะพอ ต้องสร้างมาตรฐาน และต้องรู้ว่าอะไรที่คุ้มค่ากับธุรกิจจริงๆ

7. กับดัก: กลัวเปลี่ยนแปลง กลัวลองอะไรใหม่
โลกธุรกิจหมุนเร็วมาก แต่บางคนยังขายของแบบเดิมๆ ทำตลาดแบบเดิมๆ ไม่กล้าปรับตัว สุดท้ายคือถูกคู่แข่งแซงไป ถ้าอยากรอด ต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ อย่ากลัวที่จะปรับ อย่ากลัวที่จะลอง เพราะธุรกิจที่อยู่รอดคือธุรกิจที่ปรับตัวเร็วที่สุด

ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ว่าใครเดินได้เร็วกว่ากัน แต่วัดกันที่ว่าใครสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดและปรับตัวได้ไวกว่า หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในกับดักข้อไหน อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง รีบหาทางอุดรอยรั่วและปรับทิศทางใหม่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาเดินหน้าและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้งครับ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

#อาจารย์มาร์ค #ที่ปรึกษาธุรกิจ #ธุรกิจ #การขาย #การตลาด #กลยุทธ์การตลาด #พัฒนาธุรกิจ #เติบโตธุรกิจ

Photos from อาจารย์มาร์ค สอนปั้นธุรกิจขายดี's post 22/06/2026

แค่เปลี่ยนให้ถูกจุด ยอดขายก็พลิก! เปิด 5 เคล็ดลับอัปเกรดธุรกิจ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

#อาจารย์มาร์ค #ที่ปรึกษาธุรกิจ #ธุรกิจ #การขาย #การตลาด #กลยุทธ์การตลาด #พัฒนาธุรกิจ #เติบโตธุรกิจ

21/06/2026

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการตั้งราคาขายเป็นเพียงแค่การนำต้นทุนมาบวกกับกำไรที่อยากได้แล้วก็จบ แต่ในโลกของการทำธุรกิจ

การตั้งราคาคือการหาพื้นที่แห่งชัยชนะ ที่ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าและพร้อมจ่ายโดยไม่ลังเล หากตั้งราคาผิดพลาด ไม่เพียงแต่จะทำให้ขายสินค้ายากขึ้น แต่ยังอาจทำให้กำไรที่ควรจะได้หายวับไปในพริบตา

ลองมาดู 10 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คุณตั้งราคาได้อย่างเฉียบคมและสร้างยอดขายได้ทะลุเป้ากันครับ

1. ราคาต้องสะท้อน คุณค่า ไม่ใช่แค่ต้นทุน
อย่าคิดแค่บวกกำไรจากต้นทุน แต่ต้องดูว่าลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าคุณมีมูลค่าแค่ไหน เช่น ถ้าคุณขายเค้กโฮมเมดพรีเมียม วัตถุดิบคัดพิเศษ อย่าตั้งราคาถูก เพราะมันจะเป็นการลดคุณค่าของสินค้าไปโดยปริยาย

2. อย่าตั้งราคาถูกเกินไป เพราะคิดว่าจะขายง่าย
หลายคนกลัวขายแพงแล้วไม่มีคนซื้อ เลยกดราคาต่ำสุด ผลที่ได้คือกำไรน้อย แถมคนมองว่าสินค้าไม่มีคุณภาพ บางครั้งการตั้งราคาให้แพงขึ้น ลูกค้ากลับให้ความเชื่อมั่นมากกว่า

3. ศึกษาคู่แข่งก่อนตั้งราคา
อย่าตั้งราคาตามใจตัวเอง ลองดูว่าตลาดขายกันเท่าไหร่ แล้วคิดว่าจะตั้งราคาสูงกว่าหรือต่ำกว่า โดยมีเหตุผลรองรับ เช่น คุณภาพดีกว่า มีบริการเสริม หรือจับตลาดพรีเมียม

4. อย่าให้เลขกลมเกินไป คนชอบ 99 มากกว่า 100
ตั้งราคา 199 ฟังดูน่าซื้อมากกว่า 200 แม้จะต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่จิตวิทยาราคาทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ถูกกว่า เช่นเดียวกับ 2,990 กับ 3,000 แม้จะต่างกันแค่ 10 บาทก็ตาม

5. แพ็กเกจราคา ช่วยให้ขายดีขึ้น
บางทีลูกค้าไม่รู้จะเลือกอะไร ให้ลองใช้วิธีตั้งราคาหลายแพ็กเกจ เช่น เล็ก 299 กลาง 499 ใหญ่ 699 ลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกตัวกลาง เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุด

6. ตั้งราคาสูงแล้วลดทีหลัง ดีกว่าตั้งถูกตั้งแต่แรก
บางธุรกิจตั้งราคาให้สูงกว่าปกติ แล้วใช้โปรโมชันลดราคา ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ได้ของถูก ซึ่งได้ผลดีกว่าการตั้งราคาถูกตั้งแต่แรก เพราะคนชอบคิดว่าการซื้อของลดราคาคือความคุ้มค่า

7. ใช้ราคาเป็นตัวกรองลูกค้า
คุณอยากขายให้ใคร ถ้าตั้งถูกไป จะได้ลูกค้าที่เน้นราคาถูกและอาจไม่มีความภักดีต่อร้าน แต่ถ้าตั้งราคาสูงขึ้น พร้อมกับการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี คุณจะได้ลูกค้าที่มีกำลังซื้อและพร้อมจ่ายโดยไม่ต่อราคา

8. บอกให้ชัด ทำไมราคานี้ถึงคุ้ม
ลูกค้าต้องการเหตุผลเสมอ ว่าทำไมต้องซื้อของคุณในราคานี้ เช่น วัตถุดิบดีกว่า รับประกันนานกว่า มีบริการพิเศษ หรือเป็นสินค้าหายาก

9. จัดโปรให้ดูมีเวลาจำกัด ไม่ให้ลูกค้าลังเล
ลดถึงเที่ยงคืนนี้เท่านั้น หรือ รับแค่ 50 คนแรก พฤติกรรมลูกค้าคือถ้ามีเวลาให้คิดนานเกินไป เขาจะไม่ซื้อ ดังนั้นควรตั้งราคาพร้อมโปรโมชันที่กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจเร็วขึ้น

10. ราคาสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง
อย่าคิดว่าถูกที่สุดแล้วจะขายดี บางทีบริการที่ดี รีวิวที่แน่น หรือมีจุดเด่นที่ชัดเจน ก็ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายแพงขึ้นได้ ดังนั้นอย่าหมกมุ่นกับราคา จนลืมสร้างคุณค่าให้ตัวสินค้า

การตั้งราคาเป็นศิลปะของการสร้างและสื่อสารคุณค่าที่แท้จริงไปสู่ลูกค้า ลองนำทั้ง 10 เทคนิคนี้ไปทบทวนโครงสร้างราคาของคุณใหม่อีกครั้งนะครับ เพื่อเช็กดูว่าราคาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกำลังเป็นตัวช่วยติดปีกยอดขาย หรือเป็นตัวฉุดรั้งกำไรของคุณอยู่กันแน่ เมื่อคุณหาจุดสมดุลเจอ การเติบโตอย่างมั่นคงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

#อาจารย์มาร์ค #ที่ปรึกษาธุรกิจ #ธุรกิจ #การขาย #การตลาด #กลยุทธ์การตลาด #พัฒนาธุรกิจ #เติบโตธุรกิจ

20/06/2026

ยอดพุ่งได้ไม่ต้องเหนื่อยทำของใหม่! 3 เทคนิคปั๊มยอดขายจาก "สินค้าเดิม"

1. เพิ่มช่องทางการขาย

ขยายพื้นที่การขายให้หลากหลายและไม่ยึดติดกับที่เดิม เช่น หากมีหน้าร้านอยู่แล้วให้เปิดช่องทางออนไลน์เพิ่ม, หาตัวแทนจำหน่าย, นำสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรด หรือฝากขายตามร้านต่างๆ ยิ่งมีช่องทางมาก โอกาสเจอลูกค้าใหม่ก็ยิ่งสูงขึ้น

2. เพิ่มช่องทางสื่อสาร

สร้างการรับรู้ให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นผ่านช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ยิงโฆษณาทำคอนเทนต์ แชร์รีวิว ออกบูธงานแฟร์ หรือใช้อินฟลูเอนเซอร์ ยิ่งสื่อสารออกไปมากเท่าไร ก็ยิ่งดึงดูดลูกค้าใหม่เข้ามาได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

3. เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย

มองหาฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่สินค้าเดิมของเราสามารถเข้าไปตอบโจทย์ได้ เช่น ขยายจากกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ไปสู่กลุ่มธุรกิจ (B2B), ขยายจากวัยทำงานไปสู่กลุ่มแม่บ้าน หรือเจาะตลาดพื้นที่ใหม่ๆ ในต่างจังหวัดและต่างประเทศ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

#อาจารย์มาร์ค #ที่ปรึกษาธุรกิจ #ธุรกิจ #การขาย #การตลาด #กลยุทธ์การตลาด #พัฒนาธุรกิจ #เติบโตธุรกิจ

19/06/2026

การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญไม่ได้มีแค่การดูแลลูกค้าเก่าเท่านั้น แต่ต้องควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วย หลายธุรกิจมักตกหลุมพรางของการรอคอย หวังให้คนหน้าใหม่เดินเข้ามาอุดหนุนเอง ซึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การอยู่นิ่งเฉยอาจทำให้ธุรกิจโตช้าหรือถึงขั้นหยุดชะงัก

หากยอดขายของคุณเริ่มนิ่งและอยากเห็นกราฟธุรกิจพุ่งขึ้นอีกครั้ง การเปลี่ยนวิธีคิดและลงมือรุกตลาดเพื่อหาลูกค้าใหม่คือทางออก นี่คือ 7 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องครับ

กลยุทธ์ที่ 1: ลูกค้าใหม่ไม่ได้มาเอง ต้องออกไปหา
อย่าหวังให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณเองเพียงอย่างเดียว ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย ลูกค้าใหม่ก็ไม่มีทางเพิ่มขึ้น วิธีคิดของเจ้าของธุรกิจที่โตเร็วคือ ต้องออกไปหาลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการยิงแอด ออกบูธ ทำคอนเทนต์ให้คนเห็น หรือจับมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อขยายฐานลูกค้า

กลยุทธ์ที่ 2: คนไม่รู้จักเราก็คือคนที่ไม่ซื้อของเรา
ต่อให้สินค้าดีแค่ไหน แต่ถ้าคนไม่รู้จักก็ขายไม่ได้ ต้องหาทางเพิ่มการมองเห็นให้มากขึ้น ทำให้คนรู้จัก เช่น ทำให้เพจมีคนติดตามเยอะขึ้น ยิงแอดให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือให้ลูกค้าเก่าช่วยบอกต่อ

กลยุทธ์ที่ 3: อย่ามัวแต่ขายของ ต้องทำให้คนสนใจก่อน
การโพสต์ขายอย่างเดียวมักไม่ได้ผลเพราะลูกค้าไม่อยากถูกยัดเยียด แต่ถ้าทำให้เขาสนใจได้ก่อน เขาจะเปิดใจมากขึ้น ลองสร้างคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ รีวิวสินค้า หรือแชร์เรื่องราวที่ลูกค้ารู้สึกอินและอยากติดตาม

กลยุทธ์ที่ 4: ยิงแอดไม่แม่น เหมือนสาดกระสุนแต่ไม่โดนเป้า
การหาลูกค้าใหม่ต้องใช้ต้นทุน ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายผิดก็เหมือนเอาเงินไปละลายทิ้ง คุณต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าลูกค้าตัวจริงคือใคร แล้วยิงโฆษณาไปหาคนที่มีโอกาสซื้อสูงที่สุด

กลยุทธ์ที่ 5: อย่าขายแค่คนกลุ่มเดียว ต้องหาช่องทางเพิ่มฐานลูกค้า
ถ้าขายมานานแล้วไม่มีลูกค้าใหม่มาเพิ่ม อย่าอยู่เฉย รีบลองมองหากลุ่มลูกค้าใหม่ที่อาจสนใจสินค้าของคุณ เช่น ขายเสื้อผ้าผู้หญิงลองเพิ่มไซซ์พลัสไซซ์ หรือขายเครื่องสำอางอาจลองจับตลาดวัยรุ่นที่ชอบแต่งหน้าสไตล์เกาหลี

กลยุทธ์ที่ 6: พยายามทำให้ลูกค้าใหม่ได้ทดลองใช้สินค้า
คนที่ไม่เคยซื้ออาจมีความลังเลเพราะกลัวเสี่ยง คุณต้องทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่น มีสินค้าขนาดทดลอง มีรีวิวประกอบการตัดสินใจ หรือจัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าใหม่โดยเฉพาะ

กลยุทธ์ที่ 7: ลูกค้าใหม่ที่มาเพราะคำแนะนำ คือลูกค้าที่ดีที่สุด
คนเรามักเชื่อคำแนะนำของเพื่อนมากกว่าการโฆษณา ลูกค้าที่ถูกแนะนำมาจึงมีโอกาสซื้อสูง ดังนั้นคุณควรมีระบบให้ลูกค้าเก่าช่วยดึงลูกค้าใหม่เข้ามา เช่น ระบบแนะนำเพื่อน หรือให้ของแถมสำหรับคนที่ช่วยบอกต่อ

การหาลูกค้าใหม่ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เกิดจากการวางแผนและการลงมือทำอย่างมีทิศทาง ลูกค้าใหม่เปรียบเสมือนฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ขยายตัวและไปได้ไกลกว่าเดิม

ลองนำทั้ง 7 กลยุทธ์นี้ไปปรับใช้และเช็กดูนะครับว่าธุรกิจของคุณยังขาดข้อไหนไปบ้าง การอุดช่องโหว่และเพิ่มเทคนิคเหล่านี้เข้าไป จะช่วยเปิดประตูบานใหม่ให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณมากขึ้น และสร้างยอดขายให้เติบโตได้อย่างมั่นคงแน่นอนครับ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

18/06/2026

ผมเคยเจอเจ้าของร้านหลายคนมากเลยที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยความตั้งใจเต็มร้อย ลงทุนหมดหน้าตักกับการสร้างสินค้า ทำร้าน ตกแต่งร้าน ลงสต็อกสินค้าอย่างแน่น แต่พอเปิดร้านจริงกลับขายไม่ออก แก้ไขยังไงก็ไม่เวิร์กซะที สุดท้ายเงินก็เลยหมดก่อนจะขายได้

แต่พอผมเข้าไปดูก็เจอว่า จริงๆ แล้วร้านเล็กหรือธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ ไม่ได้แพ้ให้กับตลาดเพราะจุดอ่อนเรื่องเงินทุนน้อยหรือมีงบจำกัดเลยครับ แต่ต้นเหตุมาจากการทำธุรกิจกันแบบไม่มีกลยุทธ์ ธุรกิจเลยเดินแบบไม่มีทิศทางจนพัง

เมื่อเป็นคนตัวเล็ก ร้านเล็ก ธุรกิจเล็ก คุณจะทำธุรกิจด้วยใจอย่างเดียวไม่ได้นะครับ คุณต้องใช้สมองแทนเงิน และใช้กลยุทธ์แทนกำลัง เพื่อให้ทุกบาทที่คุณมี เป็นกระสุนที่ยิงได้แม่นตรงเป้า และได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเงินที่สุด

แต่ปัญหาใหญ่ที่ผมเจอก็คือ หลายคนพอได้ยินคำว่ากลยุทธ์ก็จะเมินหน้าหนี มองว่าเป็นเรื่องไกลตัว และเข้าใจว่ากลยุทธ์เหมาะกับบริษัทใหญ่ที่มีทีมงานพร้อม มีงบเป็นหลักล้านเท่านั้น

ซึ่งไม่ถูกต้องเลยครับ เพราะจริงๆ แล้วกลยุทธ์กลับจำเป็นมากยิ่งกว่าสำหรับธุรกิจเล็กแบบ SME เพราะงบมีจำกัด จะเอาไปใช้ลองผิดลองถูกไม่ได้ ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวอาจทำให้เงินทุนทั้งก้อนที่มีอยู่หมดไป และธุรกิจล้มได้เลย

กลยุทธ์คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ร้านเล็ก ธุรกิจเล็ก เดินไปข้างหน้าได้แบบมีทิศทาง มองเห็นเส้นทางเดินที่ชัดเจน ไม่หลงทางไปเสียเงินให้กับสิ่งที่ไม่จำเป็น

และกลยุทธ์ที่แท้จริงก็ไม่ใช่เอกสารปึกหนา แต่คือการคิดอย่างมีระบบ เพื่อให้รู้ว่าเราจะขายให้ใคร จะสู้ยังไงกับคู่แข่ง จะใช้จุดแข็งอะไรเพื่อทำให้ร้านเราโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง และจะใช้ทรัพยากรจำกัดที่มีให้เกิดผลสูงสุดได้อย่างไร

พูดแบบง่ายๆ กลยุทธ์คือการคิดก่อนทำ ไม่ใช่ทำไปก่อนแล้วค่อยหาทางรอดทีหลัง

ซึ่งร้านเล็กที่มีกลยุทธ์ชัดเจน ก็จะไปได้ไกลกว่าร้านใหญ่ที่ไม่มีทิศทาง เพราะรู้ว่าอะไรควรทำ และอะไรไม่ควรเสียเวลาทำ และการวางกลยุทธ์ให้ชัดตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ใช้เงินและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัดสินใจได้ดีขึ้น ทำการตลาดได้ตรงกลุ่ม ขายง่ายขึ้นและมีโอกาสคืนทุนได้ไวขึ้น

คนตัวเล็กจะประสบความสำเร็จได้ ต้องสู้ด้วยกลยุทธ์ อย่าไปสู้ด้วยกำลัง แค่คิดให้ครบ และวางแผนให้เฉียบ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มครับ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

Photos from อาจารย์มาร์ค สอนปั้นธุรกิจขายดี's post 17/06/2026

5 ทริคจัดโปรโมชั่นที่ลูกค้ามองว่า "โคตรคุ้ม"

1. แจกของแถม
การให้ของแถม เช่น สินค้าไซส์เล็ก หรือของพรีเมียม ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าเพราะจ่ายเท่าเดิมแต่ได้รับของเพิ่ม ยิ่งของแถมมีความสอดคล้องกับสินค้าหลัก ก็จะยิ่งสร้างความประทับใจได้มากขึ้น

2. จับฉลากชิงโชค
เปลี่ยนการซื้อให้เป็นความสนุกในการลุ้นรางวัล เช่น ซื้อครบยอดเพื่อรับสิทธิ์จับฉลาก แม้ของรางวัลจะไม่แพงมาก แต่หากออกแบบแคมเปญให้น่าตื่นเต้น ก็จะช่วยดึงยอดซื้อให้เพิ่มขึ้นได้

3. สะสมแต้ม / แสตมป์แลกของ
เป็นโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์การสร้างฐานลูกค้าประจำ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยเพิ่มยอดขายรวมในระยะยาว

4. แจกตัวอย่างสินค้า (Sample)
การแจกสินค้าขนาดทดลองฟรีช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้สัมผัสของจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อในอนาคตได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ต้องอาศัยการลองใช้ก่อน

5. แลกซื้อสินค้าราคาพิเศษ
การให้สิทธิ์แลกซื้อสินค้าราคาพิเศษเมื่อซื้อครบตามยอดที่กำหนด เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลให้สูงขึ้น และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับดีลที่คุ้มค่า

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

16/06/2026

ถ้าธุรกิจคุณกำลังเดินหน้าไปแบบช้ากว่าที่คิดไว้ ยอดขายทรงๆ หรือเพิ่มแค่ทีละนิด ลูกค้าใหม่ก็ไม่ค่อยเพิ่ม ธุรกิจยังไปไม่ถึงจุดที่เรียกว่าทะลุกรอบ หรือเปลี่ยนชีวิตได้ซักที

นั่นอาจเป็นเพราะคุณยังใช้วิธีคิดแบบเดิมกับโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว เพราะในยุคนี้ที่ทุกอย่างวิ่งเร็วกว่าเดิมเป็น 10 เท่า ธุรกิจที่โตแบบธรรมดา โตแบบตามธรรมชาติอาจไม่ทันเกมอีกต่อไป คุณจึงจำเป็นต้องโตแบบก้าวกระโดด เพื่อตามโลกให้ทัน

ซึ่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด 10X จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิด ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีทำ เพราะถ้ายังคิดแบบเดิม ต่อให้ทำมากขึ้น ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างออกไป

นี่คือ Mindset 10X วิธีคิดแบบที่ไม่ใช่แค่คิดให้ใหญ่ แต่เป็นการคิดให้ข้ามกรอบครับ

1. คิดแบบไม่มีข้อจำกัด
คนทั่วไปมักคิดภายใต้กรอบเดิม หรือคิดภายใต้ข้อจำกัด เช่น งบไม่พอ คนไม่พอ เวลาน้อย แต่คนที่มี Mindset 10X จะเริ่มต้นจากคำถามว่า ถ้ามันไม่มีข้อจำกัดเลย เราจะทำให้มันโต 10 เท่าได้อย่างไร แล้วค่อยคิดย้อนกลับมาหาทางทำให้เป็นจริง

2. มองปัญหาให้ใหญ่ แล้วหาทางแก้ให้ลึก
แทนที่จะขายสินค้าให้ได้วันละ 10 ชิ้น คนแบบ 10X จะถามว่า ทำอย่างไรให้ขายได้ 1,000 ชิ้น โดยไม่ต้องเพิ่มทีม คำถามระดับใหญ่แบบนี้ จะพาไปเจอทางออกหรือโซลูชันใหม่ๆ เช่น การใช้ระบบ เทคโนโลยี AI หรือระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการ

3. คิดแบบเลิกทำบางอย่าง แทนที่จะทำให้มากขึ้น
บางครั้งการโตแบบ 10X ไม่ได้มาจากการเพิ่มงาน แต่จากการโฟกัสให้แคบลง เลือกทำเฉพาะสิ่งที่ให้ผลลัพธ์สูงสุด แล้วตัดสิ่งอื่นออก คนคิดแบบ 10X ไม่ได้เก่งทุกอย่าง แต่เก่งในสิ่งที่เขาเลือกทำ

4. มองตลาดให้กว้างกว่าคู่แข่ง
คนทั่วไปขายของในชุมชน คน 10X มองระดับจังหวัด บางคนมองแค่ในประเทศ คน 10X มองตลาดโลก พวกเขาถามตัวเองว่า ถ้าของเราดีขนาดนี้ ทำไมต้องขายแค่ในวงแคบ ความคิดแบบนี้ทำให้รูปแบบและวิธีการที่เลือกใช้ในการทำธุรกิจต่างออกไปทันที

5. กล้าเสี่ยงอย่างมีแผน
Mindset 10X ไม่ใช่ความบ้าบิ่น แต่คือความกล้าที่จะคิดใหญ่ แล้วลงมือจริง กล้าเดินไปในเส้นทางที่คนอื่นไม่กล้า แต่เดินแบบมีแผน มีข้อมูล มีการทดสอบ และพร้อมเรียนรู้จากความล้มเหลว เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

เมื่อคุณเปลี่ยนวิธีคิดให้ใหญ่ขึ้น กล้าโฟกัส กล้าตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น แล้วลงมือสร้างระบบที่รองรับการเติบโต ธุรกิจของคุณก็มีสิทธิ์โตแบบก้าวกระโดดได้ไม่ยากครับ

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

15/06/2026

ค้นหาโอกาสและจุดประกายธุรกิจด้วยหลัก 4ส

1. สังเกต
เฝ้าดูพฤติกรรมของคนรอบตัวและคนในสังคม เพื่อหาปัญหา (Pain Point) ที่พวกเขาต้องการทางแก้ เพราะการมองเห็นปัญหาคือจุดเริ่มต้นสำคัญของไอเดียธุรกิจที่สร้างรายได้ได้จริง

2. สำรวจ
ทบทวนตัวเองว่ามีความชอบ ความถนัด หรือความเชี่ยวชาญในเรื่องใด การเริ่มธุรกิจจากสิ่งที่ทำได้ดีหรือสิ่งที่คนมักมาขอคำปรึกษา จะช่วยให้อยู่กับธุรกิจได้นานและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

3. เสาะหา
ออกไปสำรวจตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อดูว่ามีสินค้าหรือบริการใดที่สามารถนำมาคิดต่อยอดได้ การเพิ่มมูลค่า ปรับแพ็กเกจ หรือเปลี่ยนมุมมองการนำเสนอ ก็สามารถเปลี่ยนของเดิมให้กลายเป็นธุรกิจใหม่ได้ทันที

4. สอบถาม
พูดคุยและตั้งคำถามกับผู้คนหลากหลายกลุ่มเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการและปัญหาที่แท้จริง การฟังเสียงจากลูกค้าจริงโดยไม่คิดไปเอง จะช่วยให้ได้ไอเดียธุรกิจที่ชัดเจนและจับต้องได้มากขึ้น

อาจารย์มาร์ค -​ Mark Kosit
Business Growth Advisor
ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์

—-------------------------

ประสบการณ์ด้านธุรกิจกว่า 30 ปี
อดึตผู้บริหาร แบรนด์ระดับโลก Adidas | Nestlé | Hyundai
อดีต GM บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

ปรึกษาธุรกิจได้ที่
👉 Line:

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Phra Nakhon?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


312 ถนนสีลม ต. สุริยวงศ์ อ. บางรัก
Phra Nakhon
10500