22/06/2026
สวัสดีค่ะทุกคน!
วันนี้มาพูดถึงทักษะที่มีประโยชน์ต่อการทำงานที่เรียกว่า “โฮ-เรน-โซ” (報連相) กันค่ะ
“โฮ-เรน-โซ” มาจากตัวอักษรคันจิตัวแรกของคำ 3 คำ ได้แก่
1. 報告 (Hou-koku) = การรายงาน
การรายงานคือการแจ้งข้อมูลสำคัญ เช่น ความคืบหน้าของงาน ผลลัพธ์ที่ได้ หรือปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข การรายงานช่วยให้หัวหน้าและทีมงานมองเห็นภาพรวมของงานได้ชัดเจน ลดความสับสน และทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
2. 連絡 (Ren-raku) = การติดต่อสื่อสาร
การติดต่อสื่อสารหมายถึงการแจ้งหรือยืนยันข้อมูล เช่น การยืนยันนัดหมาย การแจ้งรายละเอียดงานที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือการประสานงานระหว่างแผนกและลูกค้า การสื่อสารที่ชัดเจนช่วยป้องกันความเข้าใจผิดและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด
3. 相談 (Sou-dan) = การปรึกษาหารือ
การปรึกษาหารือเกิดขึ้นเมื่อเราพบปัญหาหรือสถานการณ์ที่ไม่สามารถตัดสินใจหรือแก้ไขได้ด้วยตัวเอง การปรึกษาทีมงานช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด การไม่ปรึกษาหรือพยายามแก้ปัญหาเองโดยไม่มีความมั่นใจ อาจส่งผลกระทบต่อทีมและบริษัทได้
---
“โฮ-เรน-โซ” สำคัญอย่างไร?
“โฮ-เรน-โซ” เป็นแนวคิดสำคัญในวัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่น การรายงานอย่างเป็นระบบช่วยให้ติดตามงานได้ง่าย การติดต่อสื่อสารที่ชัดเจนช่วยลดข้อผิดพลาด และการปรึกษาหารือทำให้ทีมสามารถหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันได้
จริง ๆ แล้ว “โฮ-เรน-โซ” ไม่ใช่การจับผิดหรือควบคุมกัน แต่เป็นวิธีช่วยให้ทีมทำงานง่ายขึ้นและลดความเข้าใจผิด
การสื่อสารที่ดีจึงช่วยให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น และช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีภายในทีม
---
การมีทักษะเหล่านี้ติดตัวไว้ ย่อมทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น การพูดคุยกับคนในครอบครัว เป็นต้นค่ะ
#報連相 #เรียนต่อญี่ปุ่น #ฤดูกาลญี่ปุ่น #ชีวิตที่ญี่ปุ่น #วัฒนธรรมญี่ปุ่น
19/06/2026
👘 “衣替え (Koromogae)” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เป็นธรรมเนียมการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้สอดคล้องกับฤดูกาลของญี่ปุ่น
ถ้าใครมีแพลนจะไปเรียนหรือใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ปักหมุดคำนี้ไว้เลย เพราะมีโอกาสได้สัมผัสวัฒนธรรมนี้ด้วยตัวเองแน่นอนค่ะ
衣替え (Koromogae) คือ การเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลที่เปลี่ยนไป เช่น จากเสื้อผ้าฤดูหนาวเป็นเสื้อผ้าฤดูร้อน นอกจากนี้ยังหมายถึงการจัดเก็บหรือสลับที่เก็บเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลด้วย คำนี้สามารถเขียนได้อีกแบบว่า 衣更え หรือ 更衣 เช่นกัน
📅 ช่วงเวลาในการเปลี่ยนเครื่องแบบ
โดยทั่วไป โรงเรียนและหน่วยงานต่าง ๆ ในญี่ปุ่นมักกำหนดวันเปลี่ยนเครื่องแบบเป็น
☀️ 1 มิถุนายน → เปลี่ยนเป็นชุดฤดูร้อน
❄️ 1 ตุลาคม → เปลี่ยนเป็นชุดฤดูหนาว
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคหรือแต่ละสถาบัน
🧥 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนวันเปลี่ยนฤดู
เพื่อไม่ให้ฉุกละหุกในวันเปิดเรียนหรือวันเริ่มใช้งานชุดใหม่ ควรตรวจสอบสภาพเสื้อผ้าล่วงหน้า เช่น ขนาดยังพอดีหรือไม่ มีรอยชำรุดหรือไม่ รวมถึงเตรียมซักและรีดให้พร้อมใช้งาน
📦 การจัดเก็บเสื้อผ้าหลังเปลี่ยนฤดู (しまい方)
หลังจากเปลี่ยนชุดแล้ว เสื้อผ้าของฤดูกาลก่อนหน้าควรได้รับการดูแลและจัดเก็บอย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งาน เช่น ซักทำความสะอาดก่อนเก็บ ใช้ไม้แขวนเสื้อที่ช่วยรักษาทรง และใช้สารกันแมลงหรือสารป้องกันความชื้นตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ เชื่อกันว่าธรรมเนียมการเปลี่ยนเสื้อผ้าตามฤดูกาลนี้มีมาตั้งแต่สมัยเฮอัน (Heian Period) และยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีคิดของชาวญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลและการใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? 😊
“衣替え” อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับฤดูกาล และการปรับตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้น้อง ๆ ได้รู้จักอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่น่าสนใจของญี่ปุ่นมากขึ้นนะคะ
---
น้อง ๆ คนไหนสนใจสอบถามเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่น สามารถทักมาคุยกับแอดโดยตรงทาง Messenger ได้เลยนะคะ
#タイから日本の大学 #留学 #衣替え #เรียนต่อญี่ปุ่น #ฤดูกาลญี่ปุ่น #ชีวิตที่ญี่ปุ่น #วัฒนธรรมญี่ปุ่น
17/06/2026
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือที่พสกนิกรชาวไทยคุ้นเคยในพระนามว่า "องค์ภา"
• ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
• ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโททางกฎหมาย (LL.M.) และปริญญาเอกทางกฎหมาย (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ประเทศสหรัฐอเมริกา
ตลอดพระชนมชีพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการทั้งด้านกฎหมาย การทูต การทหาร และการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ต้องขังสตรี เด็ก และเยาวชน จนมีพระดำริให้จัดตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคม
ด้วยพระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะ “เจ้าฟ้านักกฎหมาย” จากการทรงงานในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด และด้วยบทบาทสำคัญในการเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ ขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนและความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนและประชาชนว่าเป็น “เจ้าหญิงนักการทูต”
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ทรงมีพระอาการประชวร และได้รับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จนกระทั่งสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์แจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 สิริพระชนมายุ 47 พรรษา
พระเกียรติคุณ พระวิริยอุตสาหะ และพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชน จะยังคงสถิตอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน
🖤🖤🖤
สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า
คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา
มหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซ
🖤🖤🖤
15/06/2026
สวัสดีค่ะ วันนี้มาเรียนการใช้ “นี่ นั่น โน่น” ในภาษาญี่ปุ่นกันค่ะ 🇯🇵
「これ・それ・あれ」
เป็นส่วนหนึ่งของคำกลุ่มที่เรียกว่า 「こそあど言葉」 ซึ่งใช้ชี้สิ่งของ สถานที่ หรือเรื่องราวต่าง ๆ โดยแบ่งตามระยะห่างจากผู้พูดและผู้ฟัง
📌 จำง่าย ๆ
ผู้พูดใกล้ → これ
ผู้ฟังใกล้ → それ
ทั้งสองฝ่ายไกล → あれ
นอกจากใช้ชี้สิ่งที่มองเห็นแล้ว ยังสามารถใช้พูดถึงสิ่งที่เคยกล่าวถึงในบทสนทนา หรือความทรงจำที่ผู้พูดและผู้ฟังมีร่วมกันได้อีกด้วย
★これ = KO-RE (นี่)
1. ใช้กับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด แต่ไกลจากผู้ฟัง
ตัวอย่าง
「これはペン」
(KORE WA PEN)
= นี่คือปากกา
2. ใช้พูดถึงสิ่งที่ผู้พูดรู้หรือพบเจอมา แต่ผู้ฟังยังไม่รู้
ตัวอย่าง
「昨日、スーパーのケーキを食べたんだけど、これが新商品のようだ」
(KINOU, SUUPAA NO KEEKI WO TABETAN DAKEDO, KORE GA SHINSHOUHIN NO YOUDA)
= เมื่อวานฉันกินเค้กของซูเปอร์มาร์เก็ตมา ดูเหมือนว่าเค้กนี้จะเป็นสินค้าใหม่
★それ = SO-RE (นั่น)
1. ใช้กับสิ่งที่อยู่ใกล้ผู้ฟัง หรืออยู่ในระยะกลางระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง
ตัวอย่าง
A: 「それは何?」
(SORE WA NANI?)
= นั่นคืออะไร?
B: 「さっき買ったお菓子」
(SAKKI KATTA OKASHI)
= ขนมที่ซื้อมาเมื่อกี้น่ะ
2. ใช้พูดถึงสิ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังเคยพบเจอร่วมกัน โดยผู้พูดเป็นฝ่ายแสดงความคิดเห็น
ตัวอย่าง
「この間、一緒にケーキを食べたよね。それは美味しかった」
(KONO AIDA ISSHONI KEEKI WO TABETA YONE. SORE WA OISHIKATTA)
= วันก่อนเราไปกินเค้กด้วยกันใช่ไหม เค้กนั้นอร่อยมากเลย
★あれ = A-RE (โน่น)
1. ใช้กับสิ่งที่อยู่ไกลจากทั้งผู้พูดและผู้ฟัง
ตัวอย่าง
「あれは新しいデパート」
(ARE WA ATARASHII DEPAATO)
= โน่นคือห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่
2. ใช้พูดถึงสิ่งหรือเหตุการณ์ที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังต่างรู้และนึกถึงร่วมกันอยู่แล้ว
ตัวอย่าง
A: 「この間、一緒にケーキを食べたよね。あれは美味しかった」
(KONO AIDA ISSHONI KEEKI WO TABETA YONE. ARE WA OISHIKATTA)
= วันก่อนเราไปกินเค้กด้วยกันใช่ไหม เค้กนั้นอร่อยมากเลย
B: 「そうだね。またあれを食べたいなあ」
(SOU DA NE. MATA ARE WO TABETAI NAA)
= ใช่เลย ฉันอยากกินเค้กนั้นอีกจัง
💡 ในกรณีที่ใช้พูดถึงความทรงจำร่วมกัน ภาษาญี่ปุ่นมักใช้「あれ」แม้ว่าภาษาไทยจะแปลเป็น “นั่น” จะฟังเป็นธรรมชาติมากกว่าคำว่า “โน่น” ก็ตาม
📩 สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนต่อ หรือมหาวิทยาลัยในไทยที่ต้องการความร่วมมือด้านวิชากาหรือทำกิจกรรมร่วมกับ JUE สามารถติดต่อเราได้เสมอทาง Messenger นะคะ
เรายินดีประสานงานและให้ข้อมูลทุกด้านค่ะ
#日本経済大学 #福岡 #渋谷 #留学 #เรียนต่อญี่ปุ่น #เรียนต่อต่างประเทศ #มหาวิทยาลัยศิลปากร
12/06/2026
มารู้จัก “ไอศกรีมการิการิคุง (ガリガリ君)” ไอศกรีมในตำนานที่คนญี่ปุ่นรักทั้งประเทศ! 🇯🇵
ถ้าใครเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือชอบดูคอนเทนต์ญี่ปุ่นบ่อย ๆ น่าจะเคยเห็นไอศกรีมแท่งสีฟ้าที่มีรูปเด็กผู้ชายอ้าปากกว้างอยู่บนซอง นั่นแหละคือ “การิการิคุง” ไอศกรีมระดับตำนานที่ครองใจคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน!
✨ การิการิคุงคืออะไร?
การิการิคุง (Garigarikun) เป็นไอศกรีมแท่งสัญชาติญี่ปุ่น ผลิตโดยบริษัท Akagi Nyugyo ตั้งแต่ปี 1981
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ “เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ” เพราะด้านในเป็นน้ำแข็งไส (かき氷) สไตล์ญี่ปุ่น ทำให้เคี้ยวสนุกและสดชื่นแบบไม่เหมือนไอศกรีมทั่วไป
คำว่า “ガリガリ (Garigari)” เป็นคำเลียนเสียงในภาษาญี่ปุ่น หมายถึงเสียงกัดหรือเคี้ยวของแข็งแบบกรุบกรอบ จึงเป็นที่มาของชื่อที่ทั้งน่ารักและจำง่าย
🔥 จุดเด่นที่ทำให้ฮิตตลอดกาล
・สดชื่นเต็มคำ: เกล็ดน้ำแข็งด้านในช่วยให้เย็นชื่นใจ กินแล้วไม่เลี่ยน
・รสโซดาในตำนาน: รสยอดฮิตคือ “โซดา” สีฟ้าสดใส หวานซ่าชื่นใจ
・ราคามิตรภาพ: เข้าถึงง่าย เป็นขวัญใจเด็กและนักเรียนทุกยุค
・รสชาติหลากหลาย: เคยออกมาแล้วมากกว่า 170 รสชาติ ตั้งแต่ผลไม้ไปจนถึงรสแปลก ๆ อย่างซุปข้าวโพดหรือสตูว์
สำหรับคนอยู่ไทย
ตอนนี้ในกรุงเทพฯ สามารถหาซื้อการิการิคุงได้ตาม 7-Eleven หลายสาขา และมีให้เลือกหลายรสเลย!
🍧 ไม่ใช่แค่ไอศกรีม…แต่คือ “ความทรงจำ”
สำหรับคนญี่ปุ่น การิการิคุงไม่ใช่แค่ของหวานคลายร้อน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินกินหลังเลิกเรียน
ไอศกรีมนี้อยู่คู่ญี่ปุ่นมากว่า 40 ปี และเคยทำยอดขายได้ “หลายร้อยล้านแท่งต่อปี”
🍇 อีกหนึ่งตัวที่ห้ามพลาด!
“ไอซ์โนะมิ (Ice no Mi)” ไอศกรีมเม็ดกลม ๆ ของ Glico ที่รสผลไม้เข้มข้น กินง่าย สดชื่น และเป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่นจำนวนมาก
น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว แต่ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น อยากแนะนำให้ลองสักครั้ง รับรองว่าหลายคนจะติดใจแน่นอน! 🇯🇵✨
ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่น อย่าลืมลองทั้งการิการิคุงและไอซ์โนะมิดูนะคะ ส่วนใครอยู่ไทย ตอนนี้ก็สามารถหาซื้อการิการิคุงได้ตามร้านสะดวกซื้อหลายแห่งเช่นกัน!
ใครเคยกินรสไหนของการิการิคุง มาแชร์กันหน่อยค่า 😊
———
📣 ตอนนี้ JUE เปิดรับสมัครนักศึกษาแล้ว!
ใครอยากไปเรียนต่อญี่ปุ่น ทักแอดมินมาสอบถามรายละเอียดทาง Messenger ได้เลยนะคะ 💬
#เรียนต่อญี่ปุ่น #タイから日本の大学 #留学 #ของกินญี่ปุ่น #ガリガリ君 #ไอศกรีมญี่ปุ่น #การิการิคุง
10/06/2026
ช่วงฤดูร้อนสิ่งที่มาคู่กับอากาศร้อนก็คือ ท้องฟ้าสีครามแจ่มใส มองเห็นเมฆสีขาวเป็นกลุ่มก้อนบนท้องฟ้า กำลังลอยเอื่อยๆ ตามลม เมื่อมองดูท้องฟ้าแล้วเคยสงสัยถึงชื่อเรียกของเมฆเหล่านั้นมั้ยคะ?
เมฆชนิดหนึ่งในหน้าร้อนที่พบได้บ่อยเรียกว่า 入道雲 (Nyudou-gumo) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 積乱雲 (Seki-ran-un)
ในชื่อแบบสากลที่เรารู้จักกันก็คือ “เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)”
เมฆชนิดนี้มีลักษณะเป็นเมฆขนาดใหญ่ที่พัฒนาตัวในแนวตั้ง สามารถสูงได้ถึง 10 – 20 กิโลเมตร เกิดจากสภาวะที่ไม่คงที่ในชั้นบรรยากาศ เช่น มีความชื้นสูง หรือมีมวลอากาศร้อนเหนือพื้นดินมากกว่าปกติ เมื่อความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างพื้นดินกับท้องฟ้ามากขึ้น จะทำให้ไอน้ำระเหยขึ้นไปก่อตัวเป็นเมฆ บางครั้งจึงทำให้เกิดฝนตกหนักหรือฝนตกเฉพาะบางพื้นที่ จึงได้ชื่อว่าเป็น “เมฆฝนฟ้าคะนอง”
แม้จะสามารถพบเห็นเมฆ 入道雲 (Nyudou-gumo) ได้ในทุกฤดูกาล แต่จะพบได้บ่อยที่สุดในช่วงฤดูร้อน จนกลายเป็นหนึ่งใน “สัญลักษณ์ของหน้าร้อน” ของญี่ปุ่น
ในประเทศญี่ปุ่น เมฆ 入道雲 ยังถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของฤดูร้อน และมักปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ อนิเมะ ภาพวาด และงานศิลปะต่างๆ จนกลายเป็นภาพที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ลักษณะของเมฆยังช่วยให้คาดการณ์สภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย โดยเฉพาะสำหรับนักปีนเขาหรือผู้ที่เดินทางขึ้นภูเขา ซึ่งจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องสภาพอากาศ จึงควรสังเกตรูปร่างและลักษณะของเมฆให้เป็นเพื่อความปลอดภัย
☔ เมฆที่ทำให้เกิดฝน
1. เมฆนิมโบสเตรตัส (乱層雲・Ran-sō-un)
เมฆที่แผ่ปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้าง มีลักษณะครึ้มทึบสีเทา ไทยเรียกว่า “เมฆฝน” เพราะทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน
2. เมฆคิวมูโลนิมบัส (積乱雲・Seki-ran-un)
เมฆหนาสูงในแนวตั้งคล้ายภูเขาหรือดอกกะหล่ำขนาดใหญ่ เรียกว่า “เมฆฝนฟ้าคะนอง” เพราะทำให้เกิดฝนหนัก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และลมแรง
☁️ เมฆที่เป็นสัญญาณว่าฝนจะตก
1. เมฆเลนติคิวลาร์ (つるし雲・Tsurushi-gumo)
กลุ่มเมฆคล้าย UFO จนได้รับฉายาว่า “เมฆจานบิน” เกิดขึ้นในสภาวะที่ลมชั้นบนพัดแรงและมีอากาศชื้น เป็นสัญญาณว่าอากาศกำลังจะแปรปรวน เมื่อปกคลุมอยู่เหนือยอดเขาจะเรียกว่า 笠雲 (Kasa-gumo) หรือ “เมฆหมวก”
2. เมฆเซอร์โรคิวมูลัส (うろこ雲・Uroko-gumo)
เมฆก้อนเล็ก ๆ เรียงตัวเป็นหย่อมหรือเป็นแผ่นคล้ายเกล็ดปลาสีขาว จึงเรียกว่า “เมฆเกล็ดปลา” โดยทั่วไปมักบ่งบอกถึงอากาศที่ดี แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในภายหลัง
---
#มหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซ #เรียนต่อประเทศญี่ปุ่น #留学 #ญี่ปุ่น #入道雲 #積乱雲
08/06/2026
วันนี้จะมาแนะนำ “ฮากาตะ” เขตสำคัญของเมืองฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ 🇯🇵
เขตฮากาตะ (Hakata) ในอดีตถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคคิวชู และยังเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมญี่ปุ่นกับทวีปเอเชีย ปัจจุบันก็ยังเป็นย่านที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารอร่อยๆ แหล่งช้อปปิ้ง และมุมเดินเล่นที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมมาที่ฮากาตะ เพราะสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายได้ในที่เดียว
ฮากาตะยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลชื่อดังอีกด้วย โดยมี 3 เทศกาลยอดนิยม ได้แก่
🎉 เทศกาลฮากาตะ ดงตากุ (Hakata Dontaku)
เทศกาลประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเมืองฟุกุโอกะ จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 3–4 พฤษภาคม (ช่วง Golden Week) มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2 ล้านคน จุดเด่นคือ “ขบวนแห่ดงตากุ” ซึ่งผู้คนจะแต่งกายด้วยชุดหลากสีสัน และเต้นรำไปตามถนนเมจิโดริ สร้างบรรยากาศครึกครื้นไปทั่วบริเวณรอบสถานีฮากาตะและย่านเท็นจิน
🏮 เทศกาลฮากาตะ กิออน ยามาคาสะ (Hakata Gion Yamakasa)
จัดขึ้นที่ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine) ระหว่างวันที่ 1–15 กรกฎาคมของทุกปี มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี และมีชื่อเสียงจากขบวนแห่ยามาคาสะที่ผู้ชายในชุดดั้งเดิมจะแบกเกี้ยวแห่ไปตามถนน
🍁 เทศกาลฮากาตะ โอะคุนจิ (Hakata Okunchi)
เทศกาลใหญ่ประจำฤดูใบไม้ร่วง จัดขึ้นที่ศาลเจ้าคุชิดะ เป็นหนึ่งใน “สามเทศกาลคุนจิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น” ร่วมกับคุนจิของเมืองคาราสึและเมืองนางาซากิ
*คำว่า "คุนจิ" (くんち) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง “เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง”
🍜 ฮากาตะขึ้นชื่อเรื่องของกิน โดยเฉพาะ “ราเมนฮากาตะ” (博多ラーメン) หนึ่งในราเมนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นคือซุปกระดูกหมูสีขาวข้นที่เคี่ยวเป็นเวลาหลายชั่วโมง เส้นราเมนเรียวเล็กตรง และมักเสิร์ฟพร้อมขิงดองสีแดง ต้นหอมซอย และหมูชาชู
นอกจากนี้ ในช่วงเย็นยังสามารถหาของอร่อยได้จากร้านยาไต (Yatai) หรือร้านอาหารริมทางสไตล์ญี่ปุ่น ที่เรียงรายอยู่ในย่านนากาสุ เท็นจิน และนากาฮามะ เช่น
🥟 เท็ตสึนาเบะ (เกี๊ยวซ่าฮากาตะ)
🍣 ซูชิฮากาตะ
🐟 โกะมะซาบะ (ซาชิมิปลาซาบะ)
🍲 โมสึนาเบะ (หม้อไฟเครื่องใน)
🍢 ยากิโทริ (หนังไก่ย่าง)
—————————
นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซที่กำลังศึกษาอยู่ที่ฟุกุโอกะ ก็มักจะไปเที่ยวฮากาตะกันเป็นประจำเช่นกันนะคะ ✨
จากมหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซ แคมปัสฟุกุโอกะ ก็สามารถเดินทางไปเขตฮากาตะได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟ
มหาวิทยาลัยกำลังเปิดรับสมัครนักศึกษารอบเดือนกันยายน 2026
หากสนใจหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถทักหาแอดมินทาง Messenger ได้เลยนะคะ 😊
#มหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซ
#เรียนต่อญี่ปุ่น
05/06/2026
เคยสงสัยไหมคะว่า…
ทำไมพายุบางครั้งเรียกว่า “ไต้ฝุ่น” แต่บางครั้งกลับเรียกว่า “เฮอร์ริเคน”?
วันนี้แอดมินจะมาสรุปเรื่อง 「台風 (ไต้ฝุ่น)」 แบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วเข้าใจทันทีค่ะ!
🌪 จุดเริ่มต้นของ “ไต้ฝุ่น”
รู้ไหมคะว่า ไต้ฝุ่นไม่ได้มีความรุนแรงตั้งแต่เริ่มก่อตัว
แต่เริ่มต้นจากสิ่งที่เรียกว่า “พายุดีเปรสชันเขตร้อน”
ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ ก็เหมือนกับ 「台風の卵」 หรือ “ไข่ของไต้ฝุ่น” 🥚
เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลเหมาะสม และสภาพอากาศเอื้ออำนวย ไข่ใบนี้ก็จะค่อย ๆ พัฒนาและทวีกำลังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็น “ไต้ฝุ่น” เต็มรูปแบบในที่สุดค่ะ
📌 ไต้ฝุ่นมีทั้ง “หมายเลข” และ “ชื่อ” ต่างกันอย่างไร?
“หมายเลข” → ใช้บอกลำดับของพายุที่เกิดขึ้นในแต่ละปี (เช่น ลูกที่ 1, 2, 3...) และจะเริ่มนับใหม่ทุกปี
“ชื่อเอเชีย” → เป็นชื่อเฉพาะของพายุ เช่น “ช้าง” หรือ “ซากุระ” ซึ่งตั้งโดย 14 ประเทศสมาชิก รวมทั้งหมด 140 ชื่อ และนำกลับมาใช้หมุนเวียน ไม่ได้เริ่มใหม่ทุกปีนะคะ
💡 เกร็ดความรู้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้!
จริง ๆ แล้ว “ไต้ฝุ่น (Typhoon)”, “เฮอร์ริเคน (Hurricane)” และ “ไซโคลน (Cyclone)”
คือพายุชนิดเดียวกันค่ะ!
ความแตกต่างอยู่ที่ “พื้นที่ที่เกิด” เท่านั้น 👇
👉 มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (ญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออก) = ไต้ฝุ่น
👉 มหาสมุทรแอตแลนติก และแปซิฟิกตะวันออก = เฮอร์ริเคน
👉 มหาสมุทรอินเดีย = ไซโคลน
🇯🇵 แล้วถ้าจะไปเรียนหรือใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ต้องกังวลไหม?
ช่วงที่มีไต้ฝุ่นบ่อยที่สุดคือประมาณเดือนสิงหาคม–ตุลาคมของทุกปีค่ะ
แต่บอกเลยว่า “ไม่ต้องกังวลจนเกินไป”
เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีระบบรับมือภัยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมาก
✔️ พยากรณ์อากาศได้อย่างแม่นยำและละเอียด
✔️ แจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือแบบเรียลไทม์
✔️ มหาวิทยาลัยและระบบขนส่งมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน
เพียงหมั่นตรวจสอบพยากรณ์อากาศ และเตรียมตัวล่วงหน้า
ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสบายใจค่ะ
📣 ตอนนี้ JUE เปิดรับสมัครนักศึกษาแล้ว!
ใครที่สนใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ใช้ชีวิตจริงในต่างประเทศ และได้รับประสบการณ์ระดับนานาชาติ
สามารถทักแอดมินทาง Messenger เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยนะคะ 💬
#เรียนต่อญี่ปุ่น #タイから日本の大学 #留学 #เรียนญี่ปุ่น #ไต้ฝุ่น #台風
03/06/2026
สวัสดีค่ะทุกคน 😊
วันนี้มาในหัวข้อ “สำนวนสี่ตัวอักษร” ของภาษาญี่ปุ่น หรือ 四字熟語 (Yojijukugo) ที่น่าสนใจกันค่ะ
📌「試行錯誤」
しこうさくご / Shikōsakugo
หมายถึง “การลองผิดลองถูก”
เมื่อแยกคำศัพท์ออกมา จะประกอบด้วย 2 คำ คือ 試行 และ 錯誤
・試行 (Shikō) หมายถึง การทดลอง
・錯誤 (Sakugo) หมายถึง ความผิดพลาด หรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความจริง
เมื่อนำทั้งสองคำมาใช้ร่วมกัน จึงมีความหมายว่า
“การพยายามทำซ้ำ ๆ ผ่านการลองผิดลองถูก เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุด”
เป็นสำนวนที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะคำว่า 試行錯誤 มีต้นกำเนิดมาจากคำศัพท์ทางจิตวิทยา ใช้อธิบายพฤติกรรมการเรียนรู้และการแก้ปัญหาเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ ต่างก็มีพฤติกรรมการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกซ้ำ ๆ จนกว่าจะค้นพบวิธีที่ได้ผลค่ะ
【ตัวอย่างประโยค】
① 新しいシステムの導入に向けて試行錯誤を続けている。
(Atarashii shisutemu no dōnyū ni mukete shikōsakugo o tsudzukete iru.)
→ กำลังลองผิดลองถูกเพื่อเตรียมนำระบบใหม่มาใช้งาน
② 試行錯誤の末、ようやく問題を解決できた。
(Shikōsakugo no sue, yōyaku mondai o kaiketsu dekita.)
→ หลังจากลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ
คำนี้สามารถใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือชีวิตประจำวันค่ะ
การได้ลองผิดลองถูกนั้น ทำให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาด และค่อย ๆ ค้นพบวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง อีกทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดเดิม ๆ เพราะเราได้เรียนรู้จากประสบการณ์แล้วนั่นเอง 😊
หวังว่าคอนเทนต์นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในโพสต์หน้าค่ะ ✨
---
📌 โอกาสมาแล้ว! ตั้งแต่วันนี้ – 12 มิถุนายน 2569 สามารถสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซได้แล้วนะคะ!
📌 เปิดรับสมัครนักศึกษารอบกันยายน 2026
📌 รายละเอียดการสมัครรอบที่ 2
• สมัคร: 4 พฤษภาคม – 12 มิถุนายน 2569
• วันสอบ: 27 มิถุนายน 2569
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถทักหาแอดมินทาง Messenger ได้เลยนะคะ 😊
#มหาวิทยาลัยนิปปงเคอิไซ #ภาษาญี่ปุ่น #เรียนภาษาญี่ปุ่น #留学 #เรียนต่อญี่ปุ่น #四字熟語 #ภาษิตสี่ตัวอักษร #試行錯誤