09/08/2026
อย่าลืมที่จะเริ่ด EP. 12
“Reverse Curve of Spee
ดัดลวดให้ตรงกับปัญหาของคนไข้ ไม่ใช่ให้คนไข้ปรับตัวตามลวด”‼️
โดย พี่ตั้ม ทพ. ทศพล ปั้นเทียน
เมื่อเจอคนไข้ที่มี deep Curve of Spee คุณหมอส่วนใหญ่น่าจะนึกถึงการใส่ลวด reverse Curve of Spee เพื่อช่วยเปิดสบ
หลักการนี้ไม่ผิดครับ แต่สิ่งที่อยากชวนคิดต่อคือ🧐
«Curve of Spee ของคนไข้แต่ละคนไม่ได้มีรูปร่างเหมือนกัน แล้วเราควรใช้ลวดที่มีความโค้งเหมือนกันทุกคนหรือไม่?»
โดยทั่วไป ฟันล่างจะมี Curve of Spee เล็กน้อยประมาณ 1–2 มิลลิเมตร แต่ค่าที่พบจริงอาจแตกต่างกันตามอายุ ลักษณะการสบฟัน และวิธีที่ใช้วัด
นอกจากความลึกที่ต่างกันแล้ว ตำแหน่งของความโค้งก็ไม่เหมือนกันด้วย เช่น
- บางคนโค้งตั้งแต่ฟันกรามซี่ที่สองมาถึงฟันหน้า
- บางคนฟันหลังค่อนข้างราบ แต่โค้งมากเฉพาะด้านหน้า
- บางคนด้านซ้ายและขวาลึกไม่เท่ากัน
- บางคนมีทั้ง deep Curve of Spee และ occlusal cant ร่วมกัน
ดังนั้น ก่อนเลือกใช้ลวด เราควรดูให้ชัดว่า
🩵ความโค้งอยู่ตรงไหน และเราต้องการให้ลวดออกฤทธิ์กับฟันซี่ใดบ้า🩵
ลวดสำเร็จรูปอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน
ลวด NiTi reverse Curve of Spee แบบสำเร็จรูปใช้งานง่าย ให้แรงต่อเนื่อง และสามารถใส่ในฟันที่ยังเรียงตัวไม่สมบูรณ์ได้ดี
แต่ลวดส่วนใหญ่มักมีความโค้งต่อเนื่องจากด้านหน้าไปถึงด้านหลังในรูปแบบที่กำหนดมาจากโรงงาน
หากคนไข้มี Curve of Spee ลึกเฉพาะบริเวณฟันหน้า แต่เราใส่ลวดที่โค้งไปถึงฟันกรามซี่ที่สอง ลวดอาจสร้างแรงในบริเวณที่เราไม่ได้ต้องการ
▶️ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น
💟ฟันหน้าล่างเอียงออกมากขึ้น
💟ฟันกรามเกิด distal tipping
💟ฟันหลังบาง cusp ถูกกดหรือยก
💟marginal ridge ไม่เสมอกัน
💟เกิด posterior open bite เฉพาะตำแหน่ง
📚งานวิจัยพบว่า การเปิดสบด้วย reverse Curve of Spee ไม่ได้เกิดจากการ intrude ฟันหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายการเคลื่อนที่ร่วมกัน ได้แก่
❇️การ intrude ฟันหน้าบางส่วน
❇️การ proclination ของฟันหน้า
❇️การ extrusion หรือ tipping ของฟันหลัง
ดังนั้น เวลาดูผลการรักษา อย่าดูเพียงว่า overbite ลดลงหรือไม่ แต่ควรดูด้วยว่า ฟันแต่ละกลุ่มเคลื่อนอย่างไร
📌Reverse curve ระหว่างการปิดช่องถอนฟัน
ในการจัดฟันแบบถอนฟัน เมื่อดึงฟันหน้าเข้า อาจเกิด bowing effect ทำให้ Curve of Spee ลึกขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงแนวดิ่งของฟันหน้าและฟันหลัง
คุณหมอจึงอาจใส่ reverse curve หรือ anti-bowing compensation ลงใน working archwire
แต่หากเราต้องการควบคุมเฉพาะด้านหน้า การใส่ความโค้งต่อเนื่องไปจนถึงฟันกรามซี่ที่สองอาจแก้ปัญหาหนึ่ง แต่สร้างปัญหาใหม่ที่ด้านหลังแทน
👉🏼👉🏼คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง
«“ดึงฟันหน้าแล้วต้องใส่ reverse curve หรือไม่?”»
👉🏼👉🏼แต่ควรถามว่า
«“เราต้องการให้ reverse curve ออกฤทธิ์ตั้งแต่ตำแหน่งใดถึงตำแหน่งใด?”»⁉️
🧐ทำไมควรฝึกดัดด้วย Stainless Steel🤔
หากต้องการปรับรูปร่างของ reverse curve ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละราย ลวด stainless steel เป็นวัสดุที่น่าฝึกใช้ เพราะ
-✅ดัดและปรับรูปร่างได้ง่าย
-✅คงรูปหลังจากดัด
-✅ผิวลวดมีแรงเสียดทานค่อนข้างต่ำ
-✅สามารถกำหนดตำแหน่งของความโค้งได้แม่นกว่าลวดสำเร็จรูป
สำหรับ slot 0.022 นิ้ว ลวด stainless steel ขนาด 0.016 × 0.022 นิ้ว เป็นขนาดที่เริ่มฝึกได้ง่าย เพราะยังดัดด้วยนิ้วได้ และให้แรงไม่มากจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม ลวดขนาดนี้ยังมี play ใน slot ค่อนข้างมาก จึงช่วยควบคุม torque ได้เพียงบางส่วน ไม่ใช่ลวดที่ให้ full torque control
🔹เริ่มฝึกดัดอย่างไร🔹
1️⃣เริ่มจากนำลวด NiTi reverse curve สำเร็จรูปมาเป็นตัวอย่าง แล้ววางเทียบกับลวด stainless steel
2️⃣ใช้นิ้วโป้งค่อย ๆ กดลวดทีละน้อย การใช้นิ้วจะช่วยให้ได้ความโค้งต่อเนื่อง และลดโอกาสที่ผิวลวดจะเป็นรอยจากคีม
3️⃣เมื่อดัดโค้งตลอดทั้งเส้นได้แล้ว ให้ลองดัดเฉพาะด้านหน้า โดยทำให้บริเวณฟันกรามกลับมาเป็นเส้นตรง
ลวดลักษณะนี้อาจเหมาะกับกรณีที่
- Curve of Spee ลึกเฉพาะด้านหน้า
- ระดับฟันกรามค่อนข้างเหมาะสมอยู่แล้ว
- ต้องการป้องกัน bowing effect ระหว่างการปิดช่อง
- ไม่ต้องการให้เกิด vertical effect ที่ฟันกรามซี่ที่สอง
จากนั้นจึงลองฝึกดัดแบบไม่สมมาตร โดยให้ด้านหนึ่งโค้งมากกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อใช้ในกรณีที่ Curve of Spee ซ้ายและขวาไม่เท่ากัน
แต่ก่อนจะใช้ลวดไม่สมมาตร ต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจาก
- การติดแบรกเกตต่างระดับ
- ฟันบางซี่เอียงหรือขึ้นไม่เต็มที่
- unilateral deep bite
- occlusal cant
- หรือ skeletal asymmetry
เพราะบางครั้งการแก้ตำแหน่งแบรกเกตอาจตรงจุดกว่าการชดเชยด้วยลวด
🤔แล้วลวด Yin–Yang ใช้เมื่อไร?⁉️
Curve of Spee กับ occlusal cant เป็นปัญหาคนละระนาบ
- Curve of Spee เป็นความโค้งในแนวหน้า–หลัง
- Occlusal cant เป็นความเอียงซ้าย–ขวาเมื่อมองจากด้านหน้า
ในกรณี occlusal cant อาจใช้ลวดที่ด้านหนึ่งเป็น Curve of Spee และอีกด้านหนึ่งเป็น reverse Curve of Spee เพื่อสร้าง intrusion และ extrusion ที่ต่างกัน ลวดลักษณะนี้เรียกว่า Yin–Yang archwire
อย่างไรก็ตาม การใช้ลวดชนิดนี้ต้องประเมิน anchorage, transverse torque, periodontal support และ skeletal asymmetry ร่วมด้วย ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงการดัดลวดด้านหนึ่งขึ้นและอีกด้านหนึ่งลงเท่านั้น
🔆สรุป🔆
การใช้ reverse Curve of Spee ไม่ควรเป็นเพียงการหยิบลวดสำเร็จรูปมาใส่ทุกครั้งที่เห็น deep bite
ก่อนเลือกใช้ลวด คุณหมอควรตอบให้ได้ก่อนว่า
- Curve of Spee ลึกอยู่บริเวณใด
- ด้านซ้ายและขวาเหมือนกันหรือไม่
- ต้องการ intrude ฟันหน้า หรือยอมให้ฟันหลัง extrude ได้เพียงใด
- ต้องการควบคุม inclination ของฟันหน้าอย่างไร
- ลวดที่ใส่จะส่งผลต่อฟันกรามซี่ใดบ้าง
เมื่อฝึกดัดลวดไปเรื่อย ๆ เราจะเริ่มมอง reverse curve ไม่ใช่เพียง “ลวดสำหรับเปิดสบ” แต่เป็นระบบแรงที่เราสามารถออกแบบให้เหมาะกับลักษณะปัญหาของคนไข้แต่ละคนได้
สุดท้ายแล้ว เราฝึกดัดลวดไม่ใช่เพื่อแสดงว่าเราดัดลวดเก่งแค่ไหน แต่เพื่อให้ลวดของเราทำงานตรงจุด และลดเวลาที่ต้องกลับมาแก้ side effect ในภายหลังครับ
เอกสารอ้างอิงสำคัญ
1. Marshall SD, et al. Development of the curve of Spee. Am J Orthod Dentofacial Orthop. 2008.
2. Al-Zoubi EM, Al-Nimri KS. Reverse Curve of Spee archwires in deep overbite treatment. Angle Orthod. 2022.
3. Nasrawi YH, et al. Correction of Curve of Spee using different orthodontic archwires. Clin Oral Investig. 2022.
4. Shakhtour F, Al-Nimri K. Reverse Curve of Spee archwires with different torque designs. Angle Orthod. 2025.
5. Liou EJW, et al. Yin–Yang archwire for improvement of occlusal cant. APOS Trends Orthod. 2019.
------------------------------------
อย่าลืมที่จะเริ่ด
เดินทางมาถึงtopic สุดท้าย ก่อนเปิดเทอม รุ่น 11 แล้วค่ะ
สำหรับคุณหมอที่สนใจพัฒนาทักษะทางทันตกรรมจัดฟัน
มาเรียนแบบละเอียดด้วยกันได้ที่หลักสูตร Essential Orthodontics
เข้าใจวิธีคิด สอนแบบจับมือทำ ด้วยเทคนิคจากวิทยากรทั้ง 3 ท่านค่ะ
รุ่น 11 เริ่มเรียน 1 กันยายน 2026 นี้ค่ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line Official : https://lin.ee/OhJc5Iz
แล้วพบกันนะคะ