บ้านเรียนรู้ by ครูก้อม

บ้านเรียนรู้ by ครูก้อม บ้านเรียนรู้ครูก้อม

🌟📚🏠🤍 #บ้านเรียนรู้ครูก้อม
04/04/2026

🌟📚🏠🤍
#บ้านเรียนรู้ครูก้อม

03/04/2026

สภาพชีวิต ช่วงนี้ :)

สักพักคงต้องปั่นจักรยานเอา

KowpanStory : ข้าวปั้นสตอรี่

03/04/2026

#บ้านเรียนรู้ครูก้อม

 #บ้านเรียนรู้ครูก้อม
01/04/2026

#บ้านเรียนรู้ครูก้อม

28/03/2026

สอนยังไงถ้าไม่อยากให้ลูกชอบ “โกหก”

จริงๆแล้วเมื่อลูกอายุประมาณสามขวบ ลูกจะเริ่มพูดได้เป็นประโยค เริ่มเล่าเรื่องง่ายๆได้ เริ่มมีจินตนาการ เริ่มแต่งเรื่องเลียนแบบนิทานที่อ่าน
ลูกจะค่อยๆเชื่อมโยงโลกที่ตัวเองอยู่กับนิทานที่เคยฟัง และจะเริ่มเปลี่ยนเป็นนิทานของตัวเองเมื่อพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น

การโกหกของลูกจะเกิดหลังจากที่ลูกมีความสามารถในการเล่าเรื่อง แต่งเรื่องได้เอง ซึ่งเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการด้านนี้ในอายุที่แตกต่างกันไป

❇️ จุดเริ่มของการสร้างเรื่องโกหกคือ

❌กลัวถูกโกรธ ถูกลงโทษเมื่อทำผิด
❌กลัวไม่ถูกรัก ไม่เป็นที่รัก
❌กลัวไม่ถูกยอมรับ

ลูกจะเริ่มสร้างเรื่องหรือปฏิเสธความผิดเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากสถานการณ์นั้น โดยไม่รู้ว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี และไม่ควรทำ

ไม่พอใจในตนเอง เริ่มโกหกเพื่อหลอกตัวเอง

พัฒนาเป็นการโกหกเพื่อต้องการให้คนอื่นพอใจ/ยอมรับ

❇️ ประเภทของการโกหก

🔥 โกหกเล็กๆน้อยๆเพื่อเอาตัวรอด เช่นเจอคำถามที่ไม่สามารถบอกความจริงได้ สวยมั้ย อร่อยมั้ย
🔥 โกหกสร้างเรื่องเพื่อหลอกตัวเอง เพราะไม่พอใจในตนเอง ไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับ
🔥 โกหกเพื่อให้คนอื่นพอใจ สร้างความประทับใจ สร้างความสัมพันธ์
🔥 โกหกเพื่อผลประโยชน์ ได้รับการยอมรับ ได้เงินทอง ได้ชื่อเสียง สุดท้ายก็กลายเป็นมิจฉาชีพ

คนที่โกหกจนเป็นนิสัย อาจจะเกิดได้ทั้งแบบรู้ตัวว่าตัวเองโกหก และไม่รู้ตัวว่าโกหก เพราะเชื่อในสิ่งนั้นไปแล้วโดยลืมความจริงไปเลย และหากทำจนเป็นนิสัย ท้ายสุดอาจไปถึงขั้นเป็นอาการป่วยทางจิตได้ในผู้ใหญ่ เนื่องจากการรับรู้ที่ผิดเพี้ยน

❇️ วิธีการแก้ไข-ป้องกัน

✔️ 3 ขวบเริ่มสอนเรื่องการโกหกและผลกระทบของการโกหกผ่านนิทาน เช่น เด็กเลี้ยงแกะ

✔️ 4 ขวบ เริ่มสอนคุณธรรม จริยธรรมแบบให้รู้ผลร้ายของการโกหกแก่ตนเอง

✔️ 5 ขวบ สอนคุณธรรมจริยธรรมเชิงการยอมรับทางสังคมและมาตรฐานสากล ให้รู้ว่าการโกหกไม่เป็นที่ยอมรับของคนอื่นและสังคม

✔️ ถ้าเกิดการโกหกต้องดูก่อนว่าลูกเข้าใจ ตั้งใจโกหกหรือไม่

✔️ หากลูกไม่เข้าใจการโกหก ต้องสอนให้เข้าใจว่าการพูดไม่ตรงกับความจริงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้

✔️ หากลูกตั้งใจโกหก คุณควรอธิบายเหตุผลให้ลูกฟังถึงผลเสียที่เกิดขึ้น และให้อภัยในครั้งแรก และวางโทษในครั้งถัดไปหากเกิดการโกหกซ้ำ

✔️ ไม่พูดย้ำ ซ้ำเติมและประจานลูกเมื่อลูกโกหก เช่นการบอกว่าลุกเป็นเด็กขี้โกหก คุณต้องปรับเปลี่ยนลูกอย่างเข้าใจ

✔️ พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก ไม่โกหกแม้เรื่องเล็กน้อย เพราะนั่นจะทำให้ลูกสูญเสีย “Trust” คือความเชื่อมั่นในตัวคุณ และลูกจะคิดว่าการโกหกเป็นเรื่องทำได้ไม่ผิด เพราะพ่อแม่ก็ทำ

✔️ เมื่อลูกเลิกโกหก ยอมรับความจริงได้ คุณควรให้กำลังใจ และชื่นชมเมื่อลูกพยายามหรือทำได้สำเร็จ

รับชมเนื้อหาที่ link นี้ 👉🏻 https://youtu.be/W2suG8fpjPU?si=u4r1AQx5UIf_HMHX

#ลูกโกหก #วิชาพ่อแม่
#จิตวิทยากับการเลี้ยงลูก
#ปลดล็อกปัญหาพฤติกรรมลูก
#เลี้ยงลูกเชิงบวก #เลี้ยงลูกกับอาจารย์เกลล์
#จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นโดยนักจิตวิทยา

27/03/2026

🌿 ทำไมเด็กต้องเรียนรู้ “ความผิดหวัง” และทำไม “การเล่น” จึงเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ดีที่สุด

ในเส้นทางของการเติบโต เด็กไม่ได้เรียนรู้เพียงแค่การทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ แต่กำลังค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “บางสิ่งอาจไม่เป็นไปอย่างที่หวัง” และนั่นคือความจริงของชีวิตที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

“ความผิดหวัง” จึงไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่เป็นประสบการณ์สำคัญที่เด็กควรได้พบเจออย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อเด็กลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการต่อบล็อก ก่อกองทราย เล่นของเล่น หรือพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ไม่ได้สำเร็จเสมอไป บางครั้งต่อไม่สำเร็จ บางครั้งของเล่นพัง หรือบางครั้งก็เป็นฝ่ายแพ้ในการเล่น

เหตุการณ์เล็ก ๆ เหล่านี้ คือ “ความผิดหวัง” ที่เกิดขึ้นจริง และทำให้เด็กค่อย ๆ เข้าใจว่า แม้ความพยายามจะไม่รับประกันผลสำเร็จ แต่เขายังสามารถลองใหม่ ปรับใหม่ และก้าวต่อไปได้

จากประสบการณ์เหล่านี้ เด็กจะเริ่มเรียนรู้การรอคอย การยับยั้งชั่งใจ และการจัดการอารมณ์ของตนเอง เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนา EF หรือ Executive Function โดยทักษะเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นจากการบอกหรือสอนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องค่อย ๆ เกิดขึ้นจากการเผชิญสถานการณ์จริง

และในบรรดาพื้นที่ทั้งหมดของการเรียนรู้ “การเล่น” คือพื้นที่ที่อ่อนโยนและปลอดภัยที่สุด เพราะการเล่นเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองผิดลองถูก โดยไม่มีผลกระทบที่รุนแรง เด็กสามารถแพ้ ล้ม หรือทำพลาดได้ โดยยังรู้สึกว่าตนเองปลอดภัย ไม่ถูกตำหนิ และยังเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

ในระหว่างการเล่น เด็กจะได้เรียนรู้กติกา การรอคอย การผลัดกัน และการยอมรับผลของเกม ขณะเดียวกัน เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่หวัง เด็กจะได้ฝึกจัดการอารมณ์ของตัวเอง และค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะอยู่กับความผิดหวังนั้นโดยไม่ต้องหนี

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิธีหนึ่งไม่ได้ผล เด็กจะพยายามหาวิธีใหม่ ปรับวิธีเล่น หรือเปลี่ยนแนวทางของตนเอง กระบวนการนี้ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นทางความคิด และเป็นการฝึกสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการคิด วางแผน และการแก้ปัญหา ซึ่งจะติดตัวเด็กไปในระยะยาว

ดังนั้น ความผิดหวังจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องปกป้องเด็กให้อยู่ห่าง ๆ แต่เป็นสิ่งที่ควรให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเหมาะสม และ “การเล่น” ก็คือพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้นั้น

เพราะในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนเป็นแค่ความสนุกนั้น เด็กกำลังค่อย ๆ เรียนรู้ความผิดหวัง ควบคู่ไปกับการฝึกใจของตนเองให้เข้มแข็ง เรียนรู้ที่จะล้มแล้วลุก เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงนะคะ
♥️
แม่ดวงค่ะ

ต้องแบบนี้ซิ … พี่ราฟเก่งมาก 🎉
27/03/2026

ต้องแบบนี้ซิ … พี่ราฟเก่งมาก 🎉

คะแนน RT ที่ทุกคนจะต้องภูมิใจในตนเอง 🌟พี่เอ้ให้ 100 คะแนนของความตั้งใจกับทุกคนเลย 🎉ขอบคุณเด็กๆที่ตั้งใจ และพยายามไปด้วยก...
26/03/2026

คะแนน RT ที่ทุกคนจะต้องภูมิใจในตนเอง 🌟
พี่เอ้ให้ 100 คะแนนของความตั้งใจกับทุกคนเลย 🎉

ขอบคุณเด็กๆที่ตั้งใจ และพยายามไปด้วยกัน
ขอบคุณผู้ปกครองที่พร้อมสนับสนุนเด็กๆเสมอ🙏🏻

ขอเป็นส่วนเล็กๆกับบันไดขั้นนี้ของเด็กๆ
วินัย ความซื่อสัตย์ และความพยายาม
รัก 🤍

#บ้านเรียนรู้ครูก้อม

ที่อยู่

Phibun Mangsahan

เบอร์โทรศัพท์

+66879636977

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านเรียนรู้ by ครูก้อมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท