13/03/2026
กิจกรรสืบเสาะอิสระ เรื่อง เลขคู่เลขคี่รอบตัวเรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนบ้านพรหมยาม สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. สังเกต (Observation) – สำรวจเลขคู่เลขคี่รอบตัวเรา
ให้นักเรียนเดินสำรวจสิ่งของรอบตัวในห้องเรียน บ้าน หรือสนามเด็กเล่น แล้วจดบันทึกสิ่งที่มีจำนวนเป็น "เลขคู่" และ "เลขคี่"
ตัวอย่างคำถามกระตุ้นการสังเกต:
● จำนวนขาของเก้าอี้เป็นเลขคู่หรือเลขคี่?
● มีหน้าต่างกี่บาน? เป็นเลขคู่หรือเลขคี่?
● ลูกบอลที่อยู่ในตะกร้ามีกี่ลูก?
● จำนวนบันไดของอาคารเป็นเลขคู่หรือเลขคี่?
ตัวอย่างการสำรวจ:
● ใบไม้ที่เก็บมา มี 7 ใบ เป็น เลขคี่
● จำนวนปุ่มเสื้อ มี 6 เป็น เลขคู่
● กระถางต้นไม้ มี 5 กระถาง เป็น เลขคี่
2. ตั้งคำถาม (Questioning) และตั้งสมมุติฐาน (Hypothesis)
ให้นักเรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับเลขคู่และเลขคี่ เช่น
● ทำไมขาเก้าอี้มักมีจำนวนเป็นเลขคู่?
● ทำไมจำนวนล้อของจักรยานทั่วไปมี 2 ล้อ (เลขคู่)แต่จักรยานสามล้อมี 3 ล้อ (เลขคี่)
● ถ้าเรานำของที่มีเลขคี่มาบวกกัน ผลลัพธ์จะเป็นเลขคู่หรือเลขคี่?
จากนั้นให้นักเรียนลองคาดเดาคำตอบของคำถาม (สมมุติฐาน) เช่น
● "ถ้าบวกเลขคี่กับเลขคี่ น่าจะได้เลขคู่"
● "ของที่มีสมดุลมักจะมีจำนวนเป็นเลขคู่ เช่น ขาโต๊ะ 4 ขา"
3. ทดลองและเก็บข้อมูล (Investigation & Data Collection)
ให้นักเรียนทำการทดลองง่าย ๆ เช่น
- ทดลองบวกเลขคู่กับเลขคู่, เลขคี่กับเลขคี่
● หยิบก้อนหิน 2 ก้อน (เลขคู่) แล้วเพิ่มอีก 2 ก้อน (เลขคู่) → ผลรวมเป็นเลขคู่
● หยิบก้อนหิน 3 ก้อน (เลขคี่) แล้วเพิ่มอีก 3 ก้อน (เลขคี่) → ผลรวมเป็นเลขคู่
● หยิบก้อนหิน 2 ก้อน (เลขคู่) แล้วเพิ่มอีก 3 ก้อน (เลขคี่) → ผลรวมเป็นเลขคี่
- แยกของรอบตัวเป็นกลุ่มเลขคู่และเลขคี่
● แยกสิ่งของที่พบในบ้าน เช่น ช้อน แก้วน้ำ รองเท้า
● นับของเป็นคู่ ๆ ถ้าจับคู่หมดแสดงว่าเป็นเลขคู่ ถ้ามีเหลือ 1 แสดงว่าเป็นเลขคี่
-สังเกตเลขคู่และเลขคี่ในสิ่งปลูกสร้าง
● นับขั้นบันได แล้วลองก้าวทีละ 2 ขั้น สังเกตว่าถ้าขั้นสุดท้ายเป็นเลขคี่ จะต้องก้าวเพิ่มอีกหนึ่งก้าว
● สังเกตหมายเลขห้องเรียน ว่ามีการเรียงตัวเป็นเลขคู่ฝั่งหนึ่ง และเลขคี่อีกฝั่งหรือไม่
4. อภิปรายและอธิบายผล (Explanation & Discussion)
ให้นักเรียนแบ่งปันสิ่งที่ค้นพบ เช่น
● "ฉันพบว่าถ้ารวมเลขคี่สองตัว ผลลัพธ์จะเป็นเลขคู่เสมอ!"
● "เก้าอี้มีขาเป็นเลขคู่เสมอ เพราะช่วยให้สมดุล"
● "หมายเลขบ้านบนถนนฝั่งหนึ่งเป็นเลขคู่ อีกฝั่งเป็นเลขคี่"
สรุปผลเบื้องต้น:
● เลขคู่สามารถแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ได้ลงตัว (2, 4, 6, …)
● เลขคี่เมื่อจับคู่กันจะเหลือ 1 เสมอ (1, 3, 5, …)
● การรวมกันของเลขคู่และเลขคี่มีรูปแบบที่แน่นอน
○ เลขคู่ + เลขคู่ = เลขคู่
○ เลขคี่ + เลขคี่ = เลขคู่
○ เลขคู่ + เลขคี่ = เลขคี่
5. การนำไปใช้และสรุปผล (Application & Conclusion)
● นักเรียนใช้ความรู้เรื่องเลขคู่และเลขคี่ในการแก้ปัญหา เช่น
○ ถ้าเรามีลูกอม 7 เม็ด แบ่งให้เพื่อน 2 คนเท่า ๆ กันได้หรือไม่?
○ ถ้าเราเดินขึ้นบันไดทีละ 2 ขั้น ขั้นสุดท้ายจะเป็นเลขคู่หรือเลขคี่?
● นักเรียนสามารถบันทึกสิ่งที่ค้นพบในรูปแบบภาพวาดหรือรายงานสั้น ๆ
6. การนำเสนอผลงาน (Presentation & Sharing)
● นักเรียนจัดทำโปสเตอร์ หรือแผ่นพับเกี่ยวกับเลขคู่เลขคี่
● นำเสนอผลการสำรวจให้เพื่อนฟัง พร้อมตัวอย่างจากชีวิตจริง
● อาจทำโครงงานเล็ก ๆ เช่น "สำรวจหมายเลขทะเบียนรถยนต์รอบโรงเรียนว่าเป็นเลขคู่หรือเลขคี่มากกว่ากัน?"
ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม
● นักเรียนเข้าใจแนวคิดเลขคู่เลขคี่ผ่านสิ่งรอบตัว
● ได้ฝึกสังเกต ตั้งคำถาม และลงมือทดลอง
● สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
● ได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมและการนำเสนอ
ครูผู้สอน
1. นางสาวโสพิศชา อินทรสุวรรณ์
2. นางสาวสุพรรณิการ์ ฉิมมุจฉา