พาเที่ยวแบบบ้านๆ

พาเที่ยวแบบบ้านๆ แสงตะวันนำทาง
พาเที่ยว พาเฮง พาเห็นธรรม
เดินทางสบายใจ ได้โชค ได้ธรรม ได้พลังชีวิต

22/10/2025
https://www.facebook.com/share/19T1EkFBLw/
21/09/2025

https://www.facebook.com/share/19T1EkFBLw/

17 ค่านิยมไทยที่ทำให้คุณจนลงๆ

ประเทศไทยมีเอกลักษณ์นะคะ ไม่ว่าจะอาหาร รอยยิ้ม หรือความอบอุ่น
แต่ก็มี “กับดัก” ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากทำงานทั้งชีวิตแต่ไม่มีวันรวย
สิ่งนั้นคือ…ค่านิยมทางสังคมที่เผาเงิน

บางทีคุณไม่ได้อยากหรอก แต่สังคมบังคับ
บางทีคุณรู้ว่าไม่คุ้ม แต่กลัวโดนว่า “จน”

มาดูกันทีละข้อค่ะ ว่าอะไรบ้างที่ทำให้คุณจนลงเรื่อยๆ พร้อมทางแก้ที่จะช่วยให้คุณหลุดออกจากวงจรนี้

1. งานแต่ง = โรงละครหนี้

ต้นทุนจริงๆ
• ชุดเจ้าสาว 80,000 รองเท้าเจ้าสาว Jimmy Choo 25,000 ค่าแต่งหน้าเจ้าสาว 30,000
• ชุดเจ้าบ่าว 50,000
• ถ่ายพรีเวดดิ้งต่างประเทศ 100,000
• ค่าโรงแรม+จัดเลี้ยงแขก 500,000–1,000,000
รวมๆ = 850,000–1,350,000 บาท

ถามจริงค่ะ → ใช้เงิน 1 ล้านบาท เพื่อให้คนมางาน 3 ชั่วโมงแล้วกลับบ้าน?

Mindset ที่ผิด:
แต่งงานต้องใหญ่ ต้องสมศักดิ์ศรี ไม่งั้น “อายญาติ”
คือคุณเริ่มชีวิตคู่ด้วยการสร้างโชว์ ไม่ใช่สร้างรากฐาน

เพราะพอคุณจ่ายค่าจัดงานเยอะๆ คุณก็จะคาดหวังเงินใส่ซองมากๆ แต่ถ้าสุดท้ายนับซองแล้วไม่พอ คุณก็โกรธแขกและเพื่อนๆคุณอีก เฮ้อ เหนื่อยค่ะคุณ

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• จัดงานเล็กลง แค่นั้นเองค่ะคุณ😅
• เงินที่เหลือ → วางดาวน์บ้าน 20% ได้ทันที หรือเปิดกองทุนรวมคู่ชีวิต
• ใช้ mindset: งานแต่งไม่ใช่เป้าหมาย แต่คือการเริ่มต้นการลงทุนชีวิตคู่

2. รถ = บัตรประชาชนทางสังคม

ต้นทุนจริงๆ
• รถญี่ปุ่นกลางๆ 800,000 → ค่างวด 12,000/เดือน 5 ปี = 720,000
• รถยุโรป 3,000,000 → ค่างวด 45,000/เดือน 7 ปี = 3,780,000
ต่างกัน 3 ล้าน แต่ทำงานพาไปถึงที่ทำงานเหมือนกัน

Mindset ที่ผิด:
“ถ้าไม่มีรถหรู แสดงว่าฉันยังไม่ประสบความสำเร็จ”
คือคุณยอมให้รถเป็นคนขับชีวิตคุณ แทนที่จะเป็นเครื่องมือ

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• ใช้สูตรรถค่าผ่อนงวดรถต้องห้ามเกิน 20% ของรายได้ สุดๆๆๆๆจริงๆคือ ได้แค่ 30% ค่ะคุณไม่งั้นเจ๊ง
• คิดเสมอว่ารถคือ “ค่าเสื่อม” ไม่ใช่ “การลงทุน”
• เงินส่วนต่าง 30,000/เดือน ถ้าเอาไปลงทุนกองทุนหุ้น 7% ต่อปี → 7 ปีได้เกือบ 3 ล้าน

3. บ้านต้องใหญ่มาก ถึงจะสมศักดิ์ศรี แต่คือหนี้ 30 ปี

ต้นทุนจริงๆ
• บ้าน 5 ล้าน กู้ 30 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 6% → จ่ายจริงเกือบ 11 ล้าน
• บ้าน 10 ล้าน กู้ 30 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 6% → จ่ายจริง 22 ล้าน

คุณซื้อบ้าน 1 หลัง → แถมบ้านให้ธนาคารอีก 1 หลังฟรีๆ

Mindset ที่ผิด:
“ถ้าไม่ซื้อบ้าน = ไม่มีอนาคต”
คือคุณซื้อศักดิ์ศรี แต่ยกชีวิตให้ธนาคาร

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• ค่าผ่อนบ้านไม่ควรเกิน40% ของรายได้ต่อเดือน
• ถ้าการเงินยังไม่มั่นคง เริ่มจากเช่าก็ไม่ตาย แต่หนี้บ้านอาจทำให้คุณตายก่อน
• mindset ใหม่: บ้านคือที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เครื่องวัดคุณค่า ซื้อให้พอประมาณ กำลังดี แบบที่คุณผ่อนแล้วไม่เดือดร้อน

มุมมองการลงทุนบ้าง : ถ้าคุณเก่งแล้วรู้จักใช้leverageจากการใช้เงินแบงค์ซื้อบ้าน อันนี้คือ อีกเรื่องนึงของลงทุนการเก็งกำไรจากอสังหาค่ะ ทำได้คือ เอาค่าเช่า มาจ่ายดอกเบี้ยแบงค์ แล้วบริหารความเสี่ยงให้ดีให้รอด ไม่กู้หนักเกิน conceptนีทำกันเป็นเรื่องปกติ ให้ศึกษาเรื่องทำเลดีๆเพราะมีผลสูงมากต่อราคาขายในอนาคตของคุณ และให้ดูsupply -demand ของการปล่อยเช่าในแต่ละช่วงเวลาด้วย

4. ลูกต้องเรียนแพง = พ่อแม่ต้องแห้ง

ต้นทุนจริงๆ
• โรงเรียนอินเตอร์ 600,000/ปี → 12 ปี = 7.2 ล้าน
• มหาวิทยาลัยเอกชน 1.2 ล้าน → รวมแล้วลูก 1 คน = เกือบ 9 ล้าน

พ่อแม่ไทยคือ ATM แบบไม่คิดดอกเบี้ย

Mindset ที่ผิด:
“ยอมจน แต่ลูกต้องเรียนอินเตอร์”
คือคุณซื้อหน้าพ่อแม่ ไม่ใช่อนาคตลูก

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• เลือกโรงเรียนตามฐานะที่คุณไหวจริงๆแบบไม่โกหกตัวเอง และเสริมskillลูกเพิ่มเอง (ภาษา/การเงิน/เทคโนโลยี)
• ระวังช่องโหว่ในใจคุณที่กัดฟันทำเพราะกลัวน้อยหน้าเพื่อนร่วมงาน เงินก้อนนี้จะเป็น fixed cost ที่กัดกินฐานะการเงินของครอบครัวคุณไปอีกสิบปี
• mindset ใหม่: ลูกไม่ได้อยากได้ค่าเทอมแพง แต่ต้องการพ่อแม่ที่ไม่เครียดเรื่องหนี้ และมีเวลาให้

5. งานศพ–งานบุญ = เวทีโชว์

ต้นทุนจริงๆ
• งานศพใหญ่ 500,000 รีเควสดอกไม้แบบสรวงสวรรค์
• งานบวช+เลี้ยงแขก 300,000–600,000

รวมแล้วบางบ้านหมดเงินเป็นล้าน…เพื่อให้ชาวบ้านชมวันเดียว

Mindset ที่ผิด:
“บุญต้องใหญ่ คนจะได้เห็น”
แต่หนี้ที่เหลือ → คนที่เห็นคือธนาคาร

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• งบงานบุญไม่เกิน 5–10% ของทรัพย์สินที่มี
• ทำบุญแบบยั่งยืน เช่น กองทุนการศึกษาเด็กกำพร้า
• mindset ใหม่: บุญแท้คือไม่สร้างหนี้ให้ลูกหลาน

6. เจ้านายที่ดี = เจ้านายที่โคตรเปย์

ต้นทุนจริงๆ
• outing บริษัท 500,000
• เลี้ยงข้าวลูกน้อง 30,000/เดือน = 360,000/ปี

เจ้านายไทยบางคนหมดเงินล้านกับ “เปย์ลูกน้อง” แต่ไม่เหลืองบพัฒนาธุรกิจ

Mindset ที่ผิด:
“เจ้านายที่ดี = ต้องเลี้ยง”
คือคุณทำให้ลูกน้องเคยตัว แทนที่จะทำให้โต

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• สวัสดิการแทนเลี้ยง → กองทุนสุขภาพ, ประกัน, training
• mindset ใหม่: เจ้านายคือโค้ช ไม่ใช่ตู้ ATM

7. ผู้ชาย = ต้องออกค่าเดทเสมอ

ต้นทุนจริงๆ
• กินข้าวดีๆ 2,000/ครั้ง x 4 ครั้ง/เดือน = 8,000
• ปีละ = 96,000 (เกือบแสน/ปี แค่ค่าเดท)

Mindset ที่ผิด:
“ผู้ชายไม่จ่าย = ไม่แมน”
ความรักเลยกลายเป็นระบบผ่อน 0%

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• แชร์บิล → ความรักต้องแชร์ ไม่ใช่แช่หนี้
• สร้างเดทแบบใช้ใจ เช่น ทำอาหารด้วยกัน วิ่งสวนสาธารณะ
• mindset ใหม่: โรแมนติกไม่จำเป็นต้องแพง

8. ซื้อของแพง = พิสูจน์รัก

ต้นทุนจริงๆ
• กระเป๋า Louis Vuitton 80,000
• Rolex เริ่มต้น 250,000
รวมแล้วความรักปีนึงอาจหมดไปครึ่งล้าน

Mindset ที่ผิด:
“ไม่ซื้อ = ไม่รัก”
คือคุณตีราคาความรักเป็นสินทรัพย์หรู

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• แทนที่จะซื้อของ → ลงทุนคู่กัน เช่น กองทุนหุ้น 5,000/เดือน
• ของแท้ที่พิสูจน์รัก = การสร้างอนาคต ไม่ใช่กระเป๋าที่ตกรุ่น
• mindset ใหม่: ความรักพิสูจน์ได้ด้วยการ “สร้าง” ไม่ใช่การ “ซื้อ”

9. ลูก = กองทุนบำนาญพ่อแม่?

ต้นทุนจริงๆ
ลูกส่งให้พ่อแม่เดือนละ 10,000 → ปีละ 120,000 → 30 ปี = 3.6 ล้าน
เงินก้อนนี้ ถ้าคุณไหว จ่ายไปเลยค่ะ ดูแลให้ท่านมีความสุขแต่ตัวคุณต้องรอดด้วย ถึงจะรอดทั้งบ้าน ถ้าทำไม่ไหวให้กล้าบอกว่าไม่ไหว แล้วช่วยท่านดูว่าลดรายจ่ายกันยังไงได้บ้าง

Mindset ที่ผิด:
“โตไปลูกต้องเลี้ยงพ่อแม่เสมอ”
ฟังดูอบอุ่น แต่ถ้าลูกเองยังไม่มั่นคง การแบกทั้งครอบครัวอาจกลายเป็นภาระเกินกำลังได้

วิธีแก้ (นักการเงิน)
• พ่อแม่: วางแผนเกษียณเองตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำนาญ หรือการลงทุนระยะยาว
• ลูก: ดูแลพ่อแม่ในแบบที่ตัวเองไหว — อาจเป็นการแบ่งเงินบางส่วน บวกกับเวลาและการอยู่เคียงข้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นภาระทั้งหมด
• mindset ใหม่: กตัญญูคือการสร้างความสุขร่วมกัน ไม่ใช่การแบกภาระเพียงฝ่ายเดียว

10. ระบบสินสอด = ความรักตีราคา

ต้นทุนจริงๆ
สินสอดเฉลี่ย 500,000–2,000,000
บางบ้านโชว์ทองกิโล → ฝ่ายชายกู้หนี้ยาว

Mindset ที่ผิด:
“สินสอดเยอะ = รักมาก”
แต่ที่ได้จริงคือหนี้ก้อนโต

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• เปลี่ยนสินสอดเป็นกองทุนคู่ชีวิต
• คุยตรงๆ ว่าเงินนี้จะใช้เพื่ออะไร ไม่ใช่แค่โชว์
• mindset ใหม่: รักไม่ใช่การตีราคา แต่คือการสร้างมูลค่าร่วมกัน

11. เที่ยว = หลักฐานว่าฉันมีชีวิต

ต้นทุนจริงๆ
ทริปญี่ปุ่น 80,000
ทริปยุโรป 200,000
ลงสตอรี่ 50 รูป แต่หนี้อยู่อีก 2 ปี

Mindset ที่ผิด:
“ถ้าไม่โพสต์ = เหมือนไม่ได้ไป”
คุณเลยเที่ยวเพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อใจคุณ

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• เที่ยวเท่าที่เงินเก็บอนุญาต ไม่ใช่บัตรเครดิตอนุญาต
• เก็บเล็กแต่เที่ยวบ่อย สุขภาพใจก็ได้ กระเป๋าก็ไม่พัง
• mindset ใหม่: เที่ยวเพื่อสุข ไม่ใช่เพื่อสตอรี่

12. กลัวคำว่า “จน” มากกว่ากลัว “หนี้”

ตัวอย่าง
• ไม่กล้าใส่เสื้อธรรมดา เพราะกลัวเพื่อนว่า
• เลยรูดซื้อเสื้อ 5,000 ทั้งที่เงินเหลือ 2,000

Mindset ที่ผิด:
“ให้คนอื่นคิดว่ารวย ดีกว่ามีเงินเก็บจริง”

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• ศักดิ์ศรีที่แท้จริงคือการไม่มีหนี้
• mindset ใหม่: ไม่ต้องอวดใคร แต่มีจริง

13. ของมันต้องมี โชว์ก่อน คิดทีหลัง

ต้นทุนจริงๆ
บัตรเครดิตไทยดอกเบี้ยเฉลี่ย 16–18%
ซื้อ iPhone ใหม่ทุกรอบที่ออก 50,000 → ถ้าผ่อนไม่ตรง = เสียเพิ่มอีกเกือบ 10,000

Mindset ที่ผิด:
“อยากได้ก่อน เดี๋ยวอนาคตค่อยคิด”

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• ใช้สูตร 48 ชั่วโมง rule → อยากได้อะไร ให้รอ 2 วัน ถ้ายังอยากได้อยู่ค่อยซื้อ
• mindset ใหม่: ซื้อเพราะต้องใช้ ไม่ใช่เพราะลดราคา

14. ไม่กล้าแตกต่าง

ตัวอย่าง
• อยากแต่งเล็กๆ แต่กลัวญาติว่า
• อยากเช่าบ้าน แต่กลัวโดนว่าไม่มีอนาคต

Mindset ที่ผิด:
“กลัวสังคมด่า มากกว่ากลัวดอกเบี้ย”

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• เลือกสิ่งที่เหมาะกับฐานะตัวเอง
• mindset ใหม่: คนที่กล้าแตกต่าง คือคนเดียวที่รอดจากวงจรหนี้

15. รวยต้องโชว์

ต้นทุนจริงๆ
• กระเป๋าแบรนด์ 100,000
• นาฬิกาหรู 300,000
• รถยุโรป 5,000,000

รวมแล้วหมดไป 5–6 ล้าน เพื่อซื้อคำว่า “ดูรวย”

Mindset ที่ผิด:
“รวยแล้วต้องเห็น”

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• Ultra Rich จริงๆ ลงทุนเงียบๆ
• mindset ใหม่: เงินอยู่ในพอร์ต ไม่ใช่บนแขน

16. ฉันจน เพราะกรรมเก่า 😅

ต้นทุนจริงๆ
• หนี้บัตร 200,000
• หนี้บ้าน 3 ล้าน
• หนี้รถ 1.5 ล้าน

แต่ดันโทษว่า “กรรมเก่า” ทั้งที่กดรูดเองในชาตินี้

Mindset ที่ผิด:
“ความจนเป็นเวรกรรม”

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• หยุดโทษกรรมเก่า → สร้างบุญใหม่ด้วยการเก็บก่อนใช้
• mindset ใหม่: หนี้ทุกก้อนคือผลจากการตัดสินใจ ไม่ใช่กรรมเก่า

17. พิธีกรรม 8.8 / 9.9 / 10.10

ต้นทุนจริงๆ
• กด flash sale เดือนละ 5,000
• ปีละ = 60,000 (โดยไม่รู้ตัว)
5 ปี = 300,000 → ได้ของเต็มบ้าน แต่ไม่มีเงินเก็บ

Mindset ที่ผิด:
“ลดราคา = ประหยัด”
แต่จริงๆ = ซื้อสิ่งที่ไม่ได้อยากได้แต่แรก

วิธีแก้ (นักการเงิน):
• ใช้ 48 ชั่วโมง rule ก่อนซื้อ
• เปลี่ยน “พิธีกรรมช้อป” → “พิธีกรรมลงทุน” ทุกวันที่ 9 ของเดือนโอนเข้ากองทุนแทน

✨ คุณคะ

คุณไม่ได้จนเพราะขี้เกียจ
คุณไม่ได้จนเพราะไม่มีโอกาส

คุณจนเพราะ “ค่านิยม” ที่ทำให้คุณใช้เงินเพื่อซื้อสายตาคนอื่น
แล้วพอเงินหมดก็บอกว่า “เพราะกรรมเก่า” 😅

แต่จริงๆ แล้วนี่คือ กรรมสดๆ ที่คุณสร้างเองจากการรูดบัตร

💡 คำตอบใหม่
• ใช้เงินสร้างชีวิต ไม่ใช่สร้างโชว์
• ซื้อสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ ไม่ใช่ที่สังคมบอกว่าต้องมี
• ศักดิ์ศรีแท้จริง = ไม่มีหนี้ ไม่ใช่มีของแพง

ใช้เงินแบบนี้ก็เจ๊งไง!
ถ้าอยากรอด → เปลี่ยน mindset + ใช้หลักการเงินง่ายๆ
เก็บก่อนใช้ ลงทุนก่อนอวด แล้วคุณจะมั่งคั่งจริง ไม่ใช่รวยแต่รูป (ไอจี) และทำทุกอย่างตามรายได้ของคุณนะคะ อย่าเลียนแบบชีวิตใคร

ใครคิดค่านิยมอะไรออกเพิ่ม มาช่วยกันเขียนเพิ่มหน่อยในcomment ค่ะ

18 ข้อพลังเงียบพัฒนาตัวเองโดยไม่ต้องอวดใคร1. อ่านหนังสือเงียบๆทุกคืนก่อนนอนไม่ต้องโพสต์หน้าปก ไม่ต้องรีวิว แค่เปิดอ่านวั...
01/08/2025

18 ข้อพลังเงียบพัฒนา
ตัวเองโดยไม่ต้องอวดใคร

1. อ่านหนังสือเงียบๆทุกคืนก่อนนอน
ไม่ต้องโพสต์หน้าปก ไม่ต้องรีวิว แค่เปิดอ่านวันละ 5 หน้า ชีวิตก็เปลี่ยนแบบไม่มีใครรู้เรารู้จักเพื่อนคนนึงที่ไม่เคยบอกใครว่าชอบอ่าน แต่พอคุยด้วยลึกมาก
2. ตั้งเป้าหมายคนเดียวแล้วลงมือเลย
ไม่ต้องประกาศเป้าหมายให้โลกรู้ แค่เรารู้ แล้วทำเงียบๆ
ไปทุกวัน สุดท้ายผลงานจะพูดแทน
3. ออกกำลังกายเงียบๆที่บ้าน
ไม่มีหุ่นโชว์ ไม่ต้องเช็กอินยิม แค่วิดพื้นวันละ 20 ครั้งต่อเนื่อง 1 เดือนก็เห็นผลแล้ว
4. เก็บเงินแบบไม่ต้องบอก
ไม่ต้องอวดยอด ไม่ต้องแชร์แอปออมเงิน
แค่เก็บเดือนละนิด วันนึงมันจะกลายเป็นกำลังใจที่จับต้องได้
5. ฟังมากกว่าพูด
เวลาฟังคนอื่น เราจะได้มุมใหม่ๆ เสมอ
การพัฒนาบางอย่างเกิดจากการเงียบและฟัง
6. เขียนบันทึกส่วนตัว
แค่เขียนให้ตัวเองอ่าน สมองจะเริ่มจัดระเบียบความคิด
และเห็นตัวเองชัดขึ้นเรื่อยๆ
7. วางมือถือเพื่ออยู่กับปัจจุบัน
แค่เลิกหยิบมือตลอดเวลา คุณจะเริ่มเห็นว่า เวลา
ความสงบ และสมาธิ คือของมีค่าที่สุด
8. ฝึกทำสิ่งที่ไม่ถนัด
เรียนรู้แบบเงียบๆ จาก YouTube หนังสือ
หรือคอร์สออนไลน์ ไม่ต้องบอกใครว่าเราเริ่มเรียนอะไรใหม่
9. เลิกตอบโต้ทุกคำวิจารณ์
ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องโต้แย้งเสมอไป แค่ฟังเงียบๆ
แล้วเก็บไปพัฒนาในแบบของเรา
10. ซ้อมคนเดียวซ้ำๆ
ไม่ว่าจะพรีเซนต์ พูดในที่ประชุม หรือสอบสัมภาษณ์ซ้อมในห้องคนเดียวก็ทำให้เก่งขึ้นได้จริง
11. เปลี่ยนนิสัยเล็กๆ แบบไม่ต้องประกาศ
เลิกบ่น เลิกเลื่อนงาน เลิกเถียงคนง่ายๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
โดยไม่ต้องให้ใครชม
12. ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่คาดหวัง
การพัฒนาจิตใจ ไม่จำเป็นต้องมีเสียงปรบมือ แค่ได้ช่วย
มันก็คือพลังที่เรามอบให้ตัวเองแล้ว
13. ดูแลคนในครอบครัวอย่างเงียบๆ
ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราช่วยพ่อแม่เรื่องอะไรบ้าง แต่หัวใจเราจะรู้ และมันจะเปลี่ยนวิธีที่เรามองโลก
14. เรียนรู้จากความผิดพลาดแบบไม่ต้องป่าวประกาศ
เราพลาดได้ เราล้มได้ แต่ไม่ต้องเอามาอวด แค่ลุกขึ้นแล้วเรียนรู้แบบเงียบๆ ก็พอ
15. เปลี่ยนสภาพแวดล้อมแบบค่อยเป็นค่อยไป
เริ่มจัดโต๊ะให้สะอาด เปลี่ยนเพลงที่ฟัง หรืออยู่กับคนที่ใจดี
มันคือการพัฒนาแบบไม่ต้องพูดออกมาเลย
16. หัดยอมรับตัวเองแบบเงียบๆ
ยอมรับว่าเรายังไม่เก่ง ยอมรับข้อเสียโดยไม่ต้องพูดกับใคร แค่รู้ไว้ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนวันละนิด
17. วางแผนอนาคตเงียบๆ
ไม่ต้องบอกใครว่าอยากมีธุรกิจ อยากเปลี่ยนงาน หรือจะย้ายเมือง แค่คิดและวางแผน แล้วเดินไปตามทางตัวเอง
18. ใช้ผลงานพูดแทนคำพูด
พัฒนาตัวเองจน ไม่ต้องพูดอะไรแต่คนรอบข้างจะเริ่มรู้สึกว่าเรากำลังเปลี่ยนโดยไม่ต้องอวด
แนะนำให้อ่าน
https://s.shopee.co.th/1qQbhUaDkA
https://s.lazada.co.th/s.CDiX6?cc
#จิตวิทยาพัฒนาตนเอง
#พลังเงียบ
#พัฒนาตนเอง

ที่อยู่

Phetchabun
67000

เบอร์โทรศัพท์

+66961988199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พาเที่ยวแบบบ้านๆผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์