ART School วัดขัน นาท่อม

ART School วัดขัน นาท่อม ห้องเรียน รูปแบบออนไลน์ 2 พื้นที่การเรียนรู้ 🌾วัดขัน อ.ศรีนครินทร์ 🌾นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง

27/05/2026

มาฟังเสียงเด็ก ๆ กัน

🪇 ถ้าเราเปรียบตัวเอง
เป็นวงกลองยาว จะเป็นเครื่องดนตรี
อะไร? แล้วทำไมถึงเป็นเครื่องดนตรีนั้นนะ 🪇


#เปลี่ยนการเรียนสู่การสร้างคุณค่าความหมายและตัวตน #สสส #สสย #สปสช

✨🎭 “หุ่นหนังบ้านเรา” เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มาเรียนรู้ผ่านกระบวนการละครทั้งการสื่อสาร การเล่าเรื่อง การทำงานร่วมก...
26/05/2026

✨🎭 “หุ่นหนังบ้านเรา” เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มาเรียนรู้ผ่านกระบวนการละคร
ทั้งการสื่อสาร การเล่าเรื่อง การทำงานร่วมกัน และการกล้าแสดงออก ผ่านกิจกรรม Workshop สนุก ๆ ที่ได้ทั้งเล่น ได้ทั้งเรียนรู้ไปพร้อมกัน 💡🌱

📌 รับเพียง 10 คนเท่านั้น
🗓 1 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 08.30 - 15.00 น.
📍 บ้านวัดขัน ม.6 ตำบลอ่างทอง อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง

กิจกรรมภายใน Workshop
🎭 สร้างเรื่อง เล่นละคร
🗣 ฝึกสื่อสาร และปลดปล่อยจินตนาการ
🤝 เรียนรู้การทำงานเป็นทีม
💭 สะท้อนความรู้สึกผ่านศิลปะละคร
🪇 มาลองสร้างดนตรี กลอง ฉิ่ง ฉาบ

มาร่วมค้นหาตัวตนผ่าน “การเล่น” และ “การเรียนรู้” ไปด้วยกัน 🌈

📍สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 0617347519
(พี่ข้าว)

#หุ่นหนังบ้านเรา
#ในชุมชน
#พื้นที่เรียนรู้ #สสส
#สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว

ชวนเด็กเยาวชนมาเล่นกลองยาว…ร่ายรำ 🪘🪇 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ ที่พวกเราได้ชวนเด็กนาท่อมมาเรียนรู้ร่วมกับปราชญ์ชาวบ้าน ผ...
25/05/2026

ชวนเด็กเยาวชนมาเล่นกลองยาว…ร่ายรำ 🪘

🪇 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ ที่พวกเราได้ชวนเด็กนาท่อมมาเรียนรู้ร่วมกับปราชญ์ชาวบ้าน ผ่านเสียงของกลองยาว เสียงโหม่ง กรับ ฉิ่ง ฉาบ และเสียงกลองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสียงเหล่านี้ไม่ใช่แค่เสียงดนตรี แต่เหมือนเป็นเสียงของชุมชนที่กำลังค่อย ๆ ปลุกความทรงจำบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง และได้มีผู้ใหญ่จากเทศบาลนาท่อม รองเชาว์ รอดเพ็ง (รองนายกเทศมนตรีตำบลนาท่อม) มาร่วมพบปะพูดคุยกับเด็กเยาวชน และอีกท่านที่ขาดไม่ได้คือ ป้าเหน่ง ผู้ใหญ่ใจดีที่อยู่เคียงข้าง art school 🤍🙏

เริ่มต้นด้วยการชวนเด็กเยาวชน เรียนรู้ความรู้สึกของตนเองก่อนว่าตอนนี้ รู้สึกอย่างไร อารมณ์แบบไหน พร้อมเรียนรู้ยัง ?

หลังจากนั้น เริ่มมีการไปชวนกันขนกลองยาว ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง มาเพื่อลองเล่นลองซ้อม ซึ่งเสียงดนตรีพวกนี้ก็อยู่ในสายเลือดของเด็ก ๆ ทั้งนั้น ทุกคนต่างเล่นได้ รำได้ แค่ซ้อมกันให้ตรงจังหวะก็ถือว่าออกงานได้ ☺️

🪇 เสียงดนตรี ผ่านจังหวะการรำ และผ่านรอยยิ้มของผู้คนที่เดินเข้ามามีส่วนร่วมโดยไม่ได้นัดหมายและอีกสิ่งหนึ่งที่อบอุ่นมากในกิจกรรมครั้งนี้ คือไม่ได้มีแค่เด็ก ๆ เท่านั้นที่เข้ามาเรียนรู้ แต่ยังมีผู้ปกครอง คุณย่า คุณยาย ป้า น้า รวมถึงคุณแม่ของเด็ก ๆ หลายคนที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วย บางคนมานั่งดู มาช่วยสอน ช่วยเชียร์ลูกหลาน บางคนก็เข้ามารำ เข้ามาหัวเราะไปพร้อมกับเด็ก ๆ ทำให้พื้นที่เล็ก ๆ ตรงนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นครอบครัวและความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ที่ไม่ใช่แค่การทำกิจกรรม แต่เหมือนเป็นการใช้เวลาร่วมกันของหลายช่วงวัย 👵👧

🥁 ระหว่างที่กำลังสอนเด็ก ๆ เล่นกลองยาวและรำกันอยู่ ก็มีคุณป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเด็ก ๆ แล้วพูดว่า “ทำให้มีความสุขนะ” ก่อนจะรำให้ดูแบบเต็มใจ พร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้บรรยากาศวันนั้นอบอุ่นขึ้นมาก คุณป้าคนนั้นเป็นอสม.ที่มาฉีดยายุงพอดี 😅 สุดท้ายก็กลายเป็นว่า พวกเราต้องพากันหนีควันไปอยู่กลางสนามหญ้า แต่ถึงจะวุ่นวายนิดหน่อย มันก็เป็นความสนุกอีกแบบหนึ่ง ที่ทำให้เราได้เห็นทักษะ ความกล้า และความเป็นธรรมชาติของเด็กบ้านเรา

หลังจากเล่นดนตรีกันเสร็จ พวกเราก็ชวนเด็ก ๆ มานั่งถอดบทเรียนจากสิ่งที่ได้ลอง ได้ฟัง และได้สัมผัส ว่าเขารู้สึกยังไงกับกลองยาว กับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น หรือมีอะไรที่ประทับใจในวันนี้ เด็กบางคนเลือกวาดรูปลงบนผืนผ้า บางคนเขียนคำสั้น ๆ โดยมีผู้ใหญ่ในชุมชนคอยช่วยอยู่ข้าง ๆ แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่แกนนำเยาวชนเข้ามาร่วมแจมกระบวนการกับน้อง ๆ พวกเราเลยลองชวนเด็กคิดต่อว่า ถ้าตัวเองเป็นเครื่องดนตรีหนึ่งชิ้น จะเป็นอะไร เด็กคนหนึ่งบอกว่า “ฉันเป็นฉิ่ง” เพราะฉิ่งสามารถส่งเสียงก้องให้ทุกคนรู้จักได้ และยังตั้งชื่อให้ตัวเองว่า “ฉิ่งหรรษา” มันเป็นคำตอบเล็ก ๆ ที่ฟังแล้วน่ารักมาก แต่ในความน่ารักนั้นก็เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่เด็กกำลังมองเห็นตัวเองจริง ๆ แล้ว การชวนเด็กมาเรียนรู้กลองยาวในครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องของการเล่นดนตรี แต่เป็นการชวนกลับมามองคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน เพราะบางครั้งสิ่งเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวมาก จนคนในพื้นที่เองอาจไม่ได้มองเห็นความสำคัญของมันอย่างเต็มที่แล้ว 🥁

🧒 แต่ก็มีเด็กคนหนึ่งชื่อ “น้องวาเลนไทน์” ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรื่องพวกนี้ยังมีคนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าอยู่ น้องมีสายเลือดนักดนตรีโนรา ชอบเล่นดนตรีมาก ทั้งที่ยังอยู่แค่อนุบาล แต่น้องจะมารอพวกเราตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อมาทำกิจกรรม มันเป็นภาพเล็ก ๆ ที่ทำให้วันนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ รวมถึงเด็กคนอื่น ๆ ด้วย เสียงหัวเราะ เสียงดนตรี และการได้ลองทำอะไรบางอย่างร่วมกันในวันนั้น มันค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้เราเห็นว่า เด็ก ๆ ในชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างงดงาม ถ้ามีคนคอยชวน คอยเปิดพื้นที่ และเชื่อในศักยภาพของพวกเขา 🫶

#เปลี่ยนการเรียนสู่การสร้างคุณค่าความหมายและตัวตน #สสส #สสย #สปสช

15/05/2026

กลองยาว ไม่ใช่แค่ ดนตรี แต่มันคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรุ่น ...

#เสียงนี้ชุมชนซ่อนอยู่
#ในชุมชน
#พื้นที่เรียนรู้ #สสส
#สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว

เมื่อชวนเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้กับ “คณะกลองยาวอ่างทองสัมพันธ์” ที่ก่อตั้งโดย 👴 ตามล ด้วงเอียด วัย 79 ปี และมีครูชาลี ด้ว...
14/05/2026

เมื่อชวนเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้กับ “คณะกลองยาวอ่างทองสัมพันธ์” ที่ก่อตั้งโดย 👴 ตามล ด้วงเอียด วัย 79 ปี และมีครูชาลี ด้วงเอียด ร่วมกันสืบสาน ก็ทำให้เห็นว่า “เสียงดนตรี” ไม่ได้เป็นเพียงความสนุก แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ตามลเล่าให้ฟังว่า คณะกลองยาวอ่างทองสัมพันธ์ก่อตั้งมาแล้วกว่า 30 ปี สมาชิกส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยรุ่นราวคราวเดียวกัน “รวมอายุกันก็เกือบ 200 ปี” 🤣 แต่เมื่ออายุมากขึ้น ก็เริ่มคิดอยากให้มีเด็ก ๆ รุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้และสืบทอดต่อไป

ครูชาลีเริ่มเล่าถึงที่มาของ “กลองยาว” ว่าแท้จริงแล้วไม่ได้มีต้นกำเนิดจากภาคใต้ แต่ถูกนำมาจากภาคกลาง และลึกไปกว่านั้น กลองยาวมีรากมาจากประเทศพม่า ก่อนที่คนไทยจะเรียนรู้และนำมาถ่ายทอดต่อ จนกลายเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่คุ้นเคยในปัจจุบัน

ระหว่างการเรียนรู้ ตามลค่อย ๆ นำเครื่องดนตรีออกมาให้เด็ก ๆ ได้รู้จัก ทั้งโหม่ง ฉิ่ง ฉาบ กรับ ลูกแซะ และพระเอกสำคัญอย่าง “กลองยาว” แต่ครูชาลีก็บอกว่า
“กลองยาวจะเริ่มเล่นไม่ได้ ถ้าขาดโหม่ง”

เด็ก ๆ ได้เริ่มต้นจากการเลือกเครื่องดนตรีที่ตัวเองสนใจ บางคนหยิบฉิ่ง บางคนเลือกฉาบ บางคนได้ลองตีกลองเป็นครั้งแรก 😆

👧 เด็กคนหนึ่งถามขึ้นว่า
“หนูไม่เคยเล่นเลย จะเล่นได้ไหม”

👴 ตามลตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า
“ลองดู ลองเล่น ลองจับ เดี๋ยวตาสอน”

หลังจากนั้นจึงแบ่งกลุ่มเรียนรู้ กลุ่มหนึ่งฝึกตีกลองยาวกับตามล อีกกลุ่มเรียนรู้การเล่นโหม่ง กรับ ฉาบ ฉิ่ง และลูกแซะกับครูชาลี เพื่อทำความเข้าใจเรื่อง “จังหวะ”

ในวันนี้ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทั้งหมด 3 จังหวะ ได้แก่

1. จังหวะขึ้น — บอม 10 ครั้ง
2. เพิง เพิง ปะ เพิง
3. เพิง บอม 10 ครั้ง เพิง เพิง เพิง เพิง ปะ (จังหวะจบ)

แม้จะเป็นเวลาเรียนรู้เพียงไม่นาน แต่เด็กหลายคนเริ่มเล่นได้ เล่นเป็น และเข้าใจจังหวะพื้นฐานของกลองยาว ซึ่งอาจต่อยอดไปได้มากกว่าการแสดง แต่ยังเป็นทั้งทักษะ อาชีพ และการรักษารากวัฒนธรรมของชุมชนให้ยังคงมีเสียงดังต่อไปในอนาคต

#เสียงนี้ชุมชนซ่อนอยู่
#ในชุมชน
#พื้นที่เรียนรู้ #สสส
#สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว

ART SCHOOL นาท่อม : ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในห้องเรียนเด็กและเยาวชน “เรียนรู้ร่วมสร้างตำบลสุขภาวะ” ภายใต้หลักสูตร “เพื่อนเกลอ ...
12/05/2026

ART SCHOOL นาท่อม : ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในห้องเรียนเด็กและเยาวชน “เรียนรู้ร่วมสร้างตำบลสุขภาวะ” ภายใต้หลักสูตร “เพื่อนเกลอ 4 ภาค” 🌿✨

ART SCHOOL นาท่อม ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ “ออกแบบห้องเรียนของตนเอง” ผ่านเสียง ความฝัน และความสนใจของพวกเขา ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้ร่วมสร้างตำบลสุขภาวะ” (นาท่อมโมเดล)

หนึ่งในเรื่องราวที่งดงาม คือ เสียงของเด็ก ๆ ที่อยากเรียนรู้ “มโนราห์” ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชน จากความชื่นชอบในการร่ายรำ เสียงดนตรี และเสียงหัวเราะในวงเรียนรู้ จนเกิดเป็นความตั้งใจที่อยากสร้าง “เล็บโนรา” ของตนเอง และต่อยอดมาเป็น “ห้องเรียนร้อยลูกปัด” หรือ Workshop ร้อยลูกปัดโนรา ที่เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองร่วมกันสร้างขึ้น

ห้องเรียนนี้เกิดขึ้นจากการลงมือทำร่วมกันของเด็ก ๆ กับกลุ่มแกนนำผู้ใหญ่ในชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงวันนี้ ปี 2569 เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ที่ ART SCHOOL นาท่อม ได้เติบโตเคียงข้างเด็กและเยาวชน ผ่านการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่หลากหลายจากต้นทุนของชุมชน

ในครั้งนี้ พวกเราได้นำ “ต้นทุนวัฒนธรรม” ของชุมชนมาถ่ายทอดผ่านการเรียนรู้ ทั้งเรื่องมโนราห์ งานลูกปัด การร่ายรำอ่อนช้อยของเด็ก ๆ และผลงานที่เกิดจากความตั้งใจ จาก “1 เม็ด” สู่ “1 เส้น” ที่ร้อยเรียงด้วยความร่วมมือของเด็กและผู้ใหญ่ในชุมชน

นอกจากห้องเรียนร้อยลูกปัดแล้ว ART SCHOOL นาท่อม ยังได้นำนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ของเด็ก ๆ มาร่วมจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น
🎲 “เกมเที่ยวบ้านเพื่อน” เกมโดมิโนที่ร่วมออกแบบกับเพื่อนอีก 2 จังหวัด
🎨 ผลงานวาดภาพ ระบายสี และงานสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ
📚 “การ์ดความรู้บ้านของฉัน” ที่แบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ อาหาร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และต้นทุนชุมชน ซึ่งเด็ก ๆ ได้ลงพื้นที่เรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ก่อนนำมาถอดเรื่องราว วาดภาพ และออกแบบเป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร “เพื่อนเกลอ 4 ภาค ร่วมสร้างตำบลสุขภาวะ” ที่เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายจากหลากหลายพื้นที่ได้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านพลังของชุมชน เด็ก และเยาวชน

ในวันแรกของกิจกรรม ได้รับเกียรติจาก อินทร์ประพันธ์ นายอำเภอเมืองพัทลุง เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมเรียนรู้ในหลากหลายมิติ พร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ศวภ.ใต้ และศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาเครือข่ายตำบลสุขภาวะโดยคณะกรรมการพัฒนาตำบล (ศชช.) ตำบลนาท่อม

กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์ “พลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชนและสุขภาวะที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 9–11 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาเครือข่ายโดยคณะกรรมการพัฒนาตำบลนาท่อม (บ้านหูยาน) หมู่ที่ 8 ตำบลนาท่อม อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง

ขอบคุณน้าถาวร ป้าหนิง รวมถึงพี่ ๆ น้า ๆ และทุกคนในงาน ที่ร่วมเปิดพื้นที่และเปิดโอกาสให้พวกเรากลุ่มเด็กและเยาวชน ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในครั้งนี้ 🤍

ขอบคุณที่มองเห็นคุณค่าและศักยภาพของเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้มีพื้นที่แสดงออก ได้เล่าเรื่องราว ได้โชว์ผลงาน และได้ส่งต่อสิ่งที่พวกเขาตั้งใจทำออกมาให้ทุกคนได้เห็น

สำหรับเด็กและเยาวชนแล้ว พื้นที่เล็ก ๆ แบบนี้ คือกำลังใจสำคัญที่ทำให้พวกเขากล้าคิด กล้าลอง กล้าสร้างสรรค์ และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน

ART SCHOOL นาท่อม และกลุ่มเด็กเยาวชนตำบลนาท่อม ยินดีอย่างยิ่งที่ได้ยก “ผลงานของเด็ก” และ “ต้นทุนของชุมชน” ออกมาให้ทุกคนได้ร่วมเรียนรู้ ชื่นชม และเห็นพลังเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับชุมชนแห่งนี้ 🌱✨


#เปลี่ยนการเรียนสู่การสร้างคุณค่าความหมายและตัวตน
#สสส #สสย
#ศวภ.ใต้ #ศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาเครือข่ายตำบลสุขภาวะโดยคณะกรรมการพัฒนาตำบล (ศชช.)

พื้นที่ปีนี้ art school ❣️ YOUNG AT HEART
10/05/2026

พื้นที่ปีนี้ art school ❣️ YOUNG AT HEART

ArtSchool วัดขัน นาท่อม : Young@Heart จ.พัทลุง
“เมื่อเรื่องเล่าเชื่อมคนหลายวัย และศิลปะชุมชนกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ” ....ในวันที่สังคมท้องถิ่นกำลังเผชิญกับสถานการณ์สังคมแหว่งกลาง เมื่อคนวัยทำงานต้องเคลื่อนย้ายเข้าสู่เมือง ทิ้งให้ชุมชนเหลือเพียง "ผู้สูงอายุ" ที่ทำหน้าที่ดูแลหลาน และ "เด็ก" ที่เติบโตในระบบการศึกษาซึ่งแยกขาดจากรากเหง้าของตัวเอง นี่คือโจทย์ปัญหาที่ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่นี่คือความไม่ปกติที่แฝงตัวอยู่อย่างเงียบงัน
>>> เปลี่ยน 'ช่องว่าง' ให้เป็น 'พื้นที่เรียนรู้'
“เรา ART School วัดขัน นาท่อม เริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า ชุมชนที่มีเพียงเด็กและผู้สูงอายุไม่ใช่ชุมชนที่อ่อนแอ แต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เราArt School จึงลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็น "ผู้ร่วมทาง" เพื่อเชื่อมต่อช่องว่างที่ขาดหายไปในพื้นที่บ้านวัดขัน (อ.ศรีนครินทร์) และ ต.นาท่อม (อ.เมือง) จ.พัทลุง โดยเราอยากเปลี่ยนมุมมอง จากผู้สูงอายุที่รอการดูแลสู่การเป็น "ครูของชุมชน" ผู้มีภูมิปัญญา, จากเด็กที่เรียนแค่ในห้องเรียน/ หนังสือเรียน สู่การใช้ชุมชนเป็น "ห้องเรียนขนาดใหญ่" เพื่อค้นหาคุณค่าของบ้านเกิด และจากพื้นที่ทิ้งร้าง/มั่วสุม สู่การเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Zone) ที่ใช้ศิลปะเยียวยาสุขภาพจิตและสร้างสุขภาวะ”
>>> ภารกิจแห่งความร่วมมือ พลังจากหลายภาคส่วน
“ด้วยความคิดความเชื่อเช่นนั้น ปฏิบัติการของเราจึงมุ่งยกระดับการทำงานสู่ความยั่งยืนผ่านความร่วมมือที่เข้มแข็ง พลังบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) เชื่อมโยงวัดขัน วัดร่มเมือง วัดนาท่อม และเครือข่ายโรงเรียนกว่า 5 แห่ง รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้สถาบันทางสังคมกลับมามีบทบาทดูแลเด็กอย่างจริงจัง ขับเคลื่อนกลไกท้องถิ่น ทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลนาท่อม พมจ. และผู้นำชุมชน เพื่อหนุนเสริมให้เกิด "ข้อตกลงร่วมของชุมชน" หรือ "ธรรมนูญตำบล" ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ระหว่างวัย และทำงานสื่อสร้างสรรค์ ใช้เพจ Facebook และ TikTok เป็นช่องทางสะท้อน "เสียงพลเมือง" และสื่อสารเรื่องราวสุขภาวะจากฐานราก
>>> เครื่องมือสื่อสารและกระบวนการ
“ศิลปะของ ArtSchool จึงเป็นมากกว่างานฝีมือ เรามุ่งใช้ 4 เครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนภารกิจ คือ 1.การสำรวจชุมชน ให้เด็กและผู้เฒ่าเดินเท้าไปสำรวจประวัติศาสตร์และความทรงจำในพื้นที่จริง 2.แผนที่ชุมชนทำมือ ที่จะใช้ทรัพยากรท้องถิ่น (กะลา, ลูกปัด, สีธรรมชาติ) มาสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนตัวตนของบ้าน 3.ละครชุมชน หยิบเรื่องเล่ามาสวมบทบาท เพื่อให้คนสองวัยได้สบตา พูดคุย และเข้าใจกันผ่านการแสดง และ 4.เวทีสาธารณะ พื้นที่โชว์ผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาชุมชนร่วมกันในอนาคต”
>>> เป้าหมาย สุขภาวะที่ยั่งยืน
“เป้าหมายของเรานั้น เราไม่ได้มุ่งหวังแค่ชิ้นงานศิลปะที่สวยงาม แต่เราต้องการเห็นเด็ก ที่มีความภาคภูมิใจในรากเหง้า มีสุขภาพจิตที่ดี และมีทักษะการสื่อสารที่เข้มแข็ง ผู้สูงอายุ ที่รู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขจากการได้ถ่ายทอดประสบการณ์ และชุมชน ที่มีระบบความสัมพันธ์แน่นแฟ้น กลายเป็น "นิเวศการเรียนรู้" ที่คนในพื้นที่เป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่า "เรื่องน้อยนิด" ในวันนี้ คือการเพาะพันธุ์ความเปลี่ยนแปลงที่ "มหาศาล" ในวันหน้า”
ัดขันนาท่อม Young@Heart
#สสส #สสย

ที่อยู่

Phatthalung

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ART School วัดขัน นาท่อมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท