05/07/2022
#ลูกไม่ชอบหรือไม่อดทน
สวัสดีค่ะคุณหมอ ลูกสาว6ขวบค่ะ ชวนลูกเรียนว่ายน้ำ เรียนไปแป้นนึง พอจะว่ายได้ก็ไม่ยอมไปเรียนแต่ไปเล่นน้ำไปค่ะ ชวนเรียนเปียนโน เรียนยังไม่จบคอส ไม่อยากเรียนอีกแล้วบอกไม่ชอบ เราควรให้ลูกไปต่อหรือพอแค่นี้คะคุณหมอ ควรให้ลูกเรียนต่อ หรือให้ลูกค้นหาสิ่งที่ลูกชอบคะ ใจนึงก็กลัวลูกหยิบโหย่งทำอะไรไม่สุดค่ะ.....................
ก่อนตัดสินใจให้ลูกเรียนต่อหรือไม่เรียน หมอขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาร่วมวิเคราะห์สาเหตุกันก่อนค่ะ
สาเหตุที่ทำให้ลูกหยุดเรียนสิ่งที่เคยบอกว่าชอบ หลังจากที่เรียนไปได้ไม่นาน มีดังต่อไปนี้
1. ลูกไม่อดทน
หมอพบบ่อยค่ะ เด็กหลายคนเป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ดี ชอบวาดรูป ชอบประดิษฐ์ฯ แต่พอลงทำกิจกรรมที่ต้องฝึกฝน กลับแป๊ก ไม่ยอมไปต่อ… เพราะเด็กกลุ่มนี้ เขาชินกับกิจกรรมที่ให้ผลลัพธ์ทันทีทันใด เช่น ถ้าวาดรูป เด็กจะมีความสุขที่เห็นรูปภาพเป็นไปตามจินตนาการเขา ผลลัพธ์มันเกิดขึ้นตามที่ใจคิดเลยค่ะ
แต่กิจกรรมที่ต้องมีการฝึกฝนซ้ำๆถึงจะเป็น เช่น ว่ายน้ำ, เปียโน, บัลเลต์ฯ กว่าจะทำได้ เด็กจะต้องฝึกฝนอยู่หลายหน อย่างว่ายน้ำ กว่าจะลอยตัวได้ ก็ต้องฝึกตีขาอยู่หลายครั้ง, หรือ จะเล่นเปียโนได้สักเพลง ก็ต้องจิ่มซ้ำๆแบบเดิมหลายครั้งมากกกก เด็กที่ชินกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามใจคิดทันที จะไม่ชินกับการรอคอยผลลัพธ์ที่ต้องเก็บสะสมฝีมือแบบนี้…นี่เป็นสาเหตุที่หมอพบบ่อยมากกกกกก ในเด็กยุคนี้😩
หมอขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งหยุดเรียน ไม่งั้นลูกอาจหยิบโหย่ง(ตามที่คุณแม่ในคำถามกำลังกังวล) อย่าเพิ่งหยุดเรียนตามคำบอกของลูก…. แต่ควรให้กำลังใจลูก บอกลูกว่า “ลูกน่าจะไม่ชินกับการฝึกฝนซ้ำๆ เพราะงานที่ลูกทำส่วนใหญ่ไม่มีฝึกซ้ำๆแบบนี้ แม่อยากให้ลูกลองเรียนต่อไปก่อน แม่เชื่อว่าถ้าลูกทำไปเรื่อยๆลูกก็จะทำได้ดีขึ้นค่ะ” และอย่าลืม สีหน้าท่าทางของคุณพ่อคุณแม่จะต้องมีพลังบวกส่งไปให้ลูกด้วยนะคะ🥰
2. ลูกไม่มั่นใจในศักยภาพตนเอง
ข้อนี้หมอก็พบบ่อยเหมือนกัน หลังจากที่เด็กฝึกฝนไปได้สักพักหนึ่ง เด็กจะไม่รู้สึกว่าเขาดีขึ้นหรือเก่งขึ้น เพราะความเก่งที่พัฒนาขึ้นสัปดาห์ต่อสัปดาห์นั้นเห็นไม่ชัด เช่น วันนี้ลูกเรียนตีขา.. ความจริงคือ ความสามารถในการตีขาและลอยตัวนั้นดีขึ้นกว่าครั้งแรก แต่ลูกยังไม่สามารถลอยตัวได้ ลูกก็เข้าใจว่าตัวเองทำไม่ได้สักที ความเก่งที่เพิ่มขึ้นในระดับเล็กๆ เด็กๆเขาไม่เห็นภาพ ความรู้สึกอยากเรียนจึงลดลง
ข้อนี้หมอขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ สังเกตสิ่งที่ลูกพัฒนาขึ้นในระดับเล็กน้อยนี้ และชื่นชมแบบบรรยายออกมาให้ลูกเห็นชัดๆ เช่น “วันนี้แม่เห็นลูกลอยตัวได้นานกว่าครั้งที่แล้วนะ แถมยังลอยตัวได้มั่นคงกว่าเดิม ไม่ได้ผลุบโผล่ๆแล้ว เยี่ยมเลยลูก”
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ชวนลูกมองให้เห็นภาพความสำเร็จในระดับเล็กๆ ลูกก็จะมองเห็นตนเองพัฒนาขึ้น และเริ่มเข้าใจความเก่งในกิจกรรมที่ต้องสะสมฝีมือ เก่งทีละนิดๆ คือ ถูกต้องแล้ว เรามาถูกทาง ลูกจะมั่นใจว่า เขากำลังเดินหน้าไปข้างหน้าอยู่ ไม่ได้อยู่ที่เดิม หรือถอยหลัง (เด็กหลายคนรู้สึกถอยหลัง เมื่อทำไม่ได้) ความเชื่อมั่นในตัวเองก็จะเกิดขึ้น💪
3. คุณครูผู้สอนดุ ในลักษณะไม่ให้กำลังใจ
จริงๆข้อนี้หมอก็พบบ่อยเหมือนกัน อันที่จริงแล้ว ครูจะดุ จะเข้มงวด หมอไม่ว่ากันค่ะ แต่หลายท่านทั้งดุ ทั้งด่า ตัดกำลังใจเด็ก มีขู่มากเกินไปด้วย แบบนี้หมอคิดว่าไม่โอเค
ก็อยากจะบอกคุณครูว่า จะดุ จะเข้มงวดเพื่อให้ลูกศิษย์ได้ดี หมอคิดว่าเราทำได้ แต่อย่าให้อารมณ์เชิงลบเราเข้าไปคุกคามเด็กให้กลัว และหมดกำลังใจกับตัวเองเลยค่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หมอก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่คิดให้ถ้วนถี่ก่อนสรุปว่าลูกไม่ชอบกิจกรรมนั้นๆ อย่าเพิ่งคิดว่าลูกไม่อยากเรียนว่ายน้ำเพราะเขาไม่ชอบว่ายน้ำ เพราะหากเราหยุด ตามใจลูก เราอาจทำให้ลูกเป็นคนหยิบโหย่งได้
อย่าเพิ่งอนุญาตให้ลูกหยุดว่ายน้ำหรือหยุดเรียนเปียโน แต่ขอเปลี่ยนเป็นให้กำลังใจลูก, แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของลูก ที่แม้วันนี้ยังไม่เห็น แต่ในอนาคตจะต้องมีอะไรพัฒนาขึ้นแน่ๆ (มีแน่ค่ะ มองให้เห็นในรายละเอียดที่ก้าวหน้าขึ้น.. ลูกไม่เห็น พ่อแม่ต้องเห็น)
ขอให้ลูกลองไปให้ถึงที่สุด โดยมีกำลังใจและคำชื่นชมในความก้าวหน้าเล็กๆของเขาจากพ่อแม่ ให้ลูกได้สัมผัสเนื้อในของกิจกรรมนั้นให้มากที่สุดจริงๆ ซึ่งอย่างน้อยก็ควรจบคอร์สหนึ่ง หรือสัก 10 ครั้ง เพราะข้อมูลที่มากพอ จะทำให้เราประเมินได้ดีว่า ลูกชอบหรือไม่ชอบ จริงๆ
4. ลูกไม่ชอบจริงๆ เมื่อลูกคลุกวงในมากพอและนานพอ พ่อแม่จะเห็นชัดขึ้นค่ะ... ถึงตอนนี้ ก็ควรยอมรับการตัดสินใจของลูก หยุดเรียนได้…ตรงนี้ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละครอบครัวด้วย.. หลายบ้านไม่ยอมหยุด ฝืนให้เรียนต่อ ลูกต่อต้านทั้งพ่อแม่และวิชานั้น ทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี.. แต่อีกหลายบ้าน เด็กสามารถเรียนต่อในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบได้ โดยความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกไม่เสียหาย ตรงนี้มีข้อดีอยู่ เพราะการทำในสิ่งที่ฝืนใจได้ เพาะบ่มความอดทนให้เราได้ดีเยี่ยม👍 หมออยากให้ประเมินลูกและบริบทครอบครัวเราดูค่ะ ไม่ต้องเหมือนใคร เพราะไม่มีผิดหรือถูก.
ที่หมอเขียนมาทั้งหมดนี้ เพื่อบอกว่า อย่าเพิ่งตัดสินใจตามลูกบอกทั้งหมด ให้ใช้กระบวนการของพ่อแม่ในการตัดสินใจร่วมด้วย เท่านั้นค่ะ....🥰
หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก
#ลูกไม่อดทน #ลูกขี้เบื่อ