24/03/2026
" แค่รับรู้ "
ความคิด สังขารการปรุงแต่ง
เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง
เป็นธรรมชาติของขันธ์ห้า
การภาวนาก็คือ การมาเรียนรู้ธรรมชาติ
ที่เขามีอยู่แล้ว เช่น ความคิด
คนที่ยังไม่ตายจะต้องคิดทุกคน
เพราะเขาเป็นธรรมชาติที่จะต้องคิด
แต่ว่าเราไม่อยากจะให้มันคิด
พอมันคิดขึ้นมาเราก็เป็นทุกข์
ทุกข์เพราะเราไม่อยากให้มันคิด
ซึ่งมันเป็นการฝืนธรรมชาติ
เราไม่ต้องไปห้ามความคิด
พอมันคิดมาเราแค่ "รู้"
สักแต่ว่ารู้ว่ามันคิด
แต่เราไม่ตามความคิดออกไป
พอมันโกรธ เราก็แค่รับรู้ว่ามันโกรธ
อย่าเข้าไปเป็นความโกรธกับมัน
แค่รู้เฉยๆ แค่รู้ว่ามันโกรธ
แค่สักแต่ว่ารู้ แค่สักแต่ว่าดู แค่สักแต่ว่าเห็น
แต่ไม่เข้าไปเป็นกับมัน
ถ้าทำแบบนี้เราจะไม่ทุกข์
เพราะว่าเราไม่ได้เอาตัวเราเข้าไปทำ
"รู้" เขาก็มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติของเขา
ความคิด สังขารการปรุงแต่งเขาก็มีอยู่แล้ว
ไม่ต้องไปแก้ไข ไม่ต้องไปแทรกแซงเขา
ปล่อยให้เขาเป็นธรรมชาติของเขาอยู่อย่างนั้น
เราแค่รับรู้ตามความเป็นจริงของเขา
เรียนรู้ของจริง ให้รู้ตามความเป็นจริงของเขา
ไม่ว่าสุข ทุกข์ พอใจหรือไม่พอใจ
เขาก็เป็นแค่อาการ เป็นแค่ความรู้สึก
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
แค่ดูเฉยๆ แค่รู้เฉยๆ อย่าห้ามความคิด
มันคิดมาก็อย่าตามความคิดออกไป
แค่รู้ แค่เห็น แต่ไม่เป็นอะไรกับเขา
ปล่อยให้เขาเป็นธรรมชาติของเขาอยู่แบบนั้น
เราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รู้ แค่ดู แค่เห็น
แต่ไม่เข้าไปเป็น แค่ดูเฉยๆ แค่รู้เฉยๆ
ตัวตนก็จะค่อยๆ หมดไปเอง
#หลวงพ่อสรศักดิ์ โชติโย
วัดป่าเลโคะ
อ.แม่สอด จ.ตาก
13/02/2026
เห็น แล้วไม่เป็น
นี่เป็นพรหมจรรย์แล้ว
ภาวะที่ "เห็น"
เห็น แล้ว ไม่เป็น
นี่...พรหมจรรย์เป็นอย่างนี้
ไม่ใช่โกนหัวห่มผ้าเหลือง
แล้วจึงถือว่าเป็นพรหมจรรย์
อยู่ตรงไหนก็ได้
เห็นแล้วไม่เป็น
เห็นความสุข แต่ไม่เป็นผู้สุข
เห็นความทุกข์ แต่ไม่เป็นผู้ทุกข์
เป็นพรหมจรรย์ที่บริสุทธิ์สิ้นเชิง
ไม่เปรอะเปื้อนกับอะไร
เป็นจุดยืนของนักปฏิบัติ
เป็นมรรคเป็นผล
#หลวงพ่อคำเขียน
05/02/2026
ใจของคนนั้น เต็มไปด้วยความอยาก รอไม่ได้
ธรรมชาตินั้น มีความพอดีของมัน
แต่ "ความเป็นเรา" นั้นรอไม่ได้
เมื่อความเป็นเรานั้นรอไม่ได้
จึงเกิดการแทรกแซง เกิดการช่วย
เกิดการพยายามทำอะไรบางอย่าง...
ทำให้กระแสของ ”ความเป็นเอง”
ของธรรมชาติที่กำลังขัดเกลาจิตใจนั้น
ถูก”ความเป็นเรา”ทำลายลง
จากที่ควรจะเร็ว ก็กลายเป็นยิ่งช้า
ไม่มีใครทำให้เราช้าหรอก
มีแต่ "เราทำตัวเราเอง"
ความพยายามปฏิบัติธรรม
ที่เต็มไปด้วยความหวังจะได้อะไร
มันไม่บริสุทธิ์ มันจะมีแต่ภาระที่มากขึ้น
ความรู้ทั้งหลายที่เราอ่านและฟังมา
กลายเป็นภาระอันยิ่งใหญ่
เราไม่เข้าใจว่า
ความบริสุทธ์นั้นไม่มีภาระ
เพียงแค่วางข้อคิด ความเห็น
ความรู้ทุกอย่างลงไป
แทรกตัวเข้าไปอยู่กับการ
"รับรู้ที่บริสุทธิ์"ในปัจจุบันนี้
แล้วเราจะเข้าใจทุกอย่าง
31/12/2025
หัวใจแห่งการปฏิบัติZEN
คือการปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปดังที่มันเป็น
เมื่อความคิดเกิดขึ้น เราปล่อยมันไป
ไม่คล้อยตามและไม่ทำลายมัน
สิ่งที่เราต้องทำคือ
รับรู้ความไม่ต้องเติมแต่ง
และสมบูรณ์อยู่แล้วในตัวมันเอง
เพราะZENไม่ใช่เป้าหมาย
ZEN ไม่ใช่หนทาง
ZENไม่ใข่ธรรมเนียม หรือประเพณี
แต่ZENคือ...
"การตระหนักรู้" ถึงวิถีชีวิต อย่างที่มันกำลังเป็น
Leave your front door
and your back door open
Let thoughts come and go
Just don't serve them tea.
จงเปิดบานประตูของเธอเอาไว้
ปล่อยความคิดให้เข้ามาและจากไปเอง
เธอเพียงแต่เฝ้าดูมันเท่านั้น
อย่าแม้แต่จะต้อนรับหรือขับไล่มัน
#วันละZEN
21/12/2025
บทโศลกข้างต้นเป็นของท่านฮุ่ยเหนิง
สังฆราชองค์สุดท้ายแห่งนิกายเซนในประเทศจีน
ในสมัยที่ท่านยังเป็นแค่เพียงคนงานผ่าฟืน
อยู่ในสำนักของสังฆราชองค์ที่5
เป็นบทโศลกที่เขียนขึ้นเพื่อโต้ตอบกับบทโศลก
ของชินเชาผู้เป็นศิษย์เอกในสำนักฯที่เขียนไว้ว่า...
"กายนี้ดุจดั่งต้นโพธิใหญ่
จิตใจนั้นเล่าเปรียบได้กับกระจกเงาใสกระจ่าง
เพียรหมั่นเช็ดถูกระจกอยู่เสมอ
อย่าให้ฝุ่นละออง(กิเลส)ลงจับได้"
มุมมองของชินเชานั้นมีความเห็นว่า
ความเพียรรักษา กาย วาจา ใจ
ให้ปราศจากเครื่องเศร้าหมองนั้น
เป็นทางแห่งการตรัสรู้
แต่ฮุ่ยเหนิงมองว่าการกระทำเช่นนั้นสูญเปล่า
และไม่มีสิ้นสุดเปรียบดั่งผู้ที่วิ่งไล่ตะครุบเงาตนเอง
ตราบใดที่ตัวเรายังปรากฏอยู่
เงาของเราย่อมยังมีอยู่
"ตราบใดที่ยังมีกระจกเงาใสอยู่
ฝุ่นจึงลงจับอยู่เสมอ"
ก็เมื่อเหตุแห่งการลงจับของฝุ่น(กิเลส)
เกิดมาจากตัวกระจกเงาใส
เหตุใดจึงไม่ทำลายกระจกนั้นเสีย!
เพราะเห็นซึ่งธรรมชาติเดิมแท้
ทิฏฐิคือความเห็นว่าเรา ของเรา ในสิ่งทั้งปวง
จึงดับลง!
ไม่ได้มีทั้งต้นโพธิและกระจกเงาใส
เมื่อสิ่งทั้งสองนั้น "ว่าง"มาตั้งแต่แรก
ฝุ่นละออง(กิเลส)จะลงจับที่ไหนได้
#วันละZEN
11/12/2025
คำกล่าวของปราชญ์โบราณที่ว่า...
"ขุดดิน เพื่อหาแผ่นดิน"
เป็นคำเปรียบเปรย ผู้ปฏิบัติธรรมที่หลงทาง
พยายามแสวงหาธรรมะ จากสิ่งวิเศษภายนอกตัว
โดยคิดเอาว่า...ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์
สภาวะพิเศษอันไม่เคยพบพาน
" คือตัวธรรมะแท้ "
คนผู้นั้นย่อมละเลย
ปรากฏการณ์ปกติธรรมดา
โดยหารู้ไม่ว่า...
"ธรรมะที่กำลังแสวงหานั้น
ได้แสดงตัวอยู่ตรงหน้า
โดยอยู่กับสิ่งที่เขาพบเจอ
เป็นปกติทุกวันอยู่แล้ว"
จงใช้จิตปกติธรรมดา
เรียนรู้ธรรมชาติ ธรรมดา
ที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณตอนนี้เถิด
คุณจะพบธรรมะที่นั่น
อย่าเป็นเหมือน"ผู้ขุดดิน เพื่อหาแผ่นดิน"
เจอดินแล้ว ก็ยังไม่รู้
สู้อุตส่าห์ขุดดินไปเรื่อยๆ
แต่ยังหาดินไม่เจอ
#เขมานันทะ
08/12/2025
เมื่อจิตสำนึกแห่งความเป็น"ฉัน" ยังคงอยู่
ย่อมเกิดการแบ่งแยกเป็นทวิภาวะ
จึงมี"สิ่งอื่น"ที่ไม่ใช่ฉัน ปรากฏขึ้นในการรับรู้
เมื่อนกปรากฏจึงมีท้องฟ้าที่กำลังโบยบิน
เมื่อปลามีอยู่จึงมีสายน้ำที่กำลังแหวกว่าย
เมื่อมีฉัน จึงมีเธอ ปรากฏในการรับรู้
แต่เมื่อนักภาวนา เฝ้าสังเกตความจริง
จนสัมมาทิฏฐิ(ความเข้าใจถูก)บริบูรณ์
จักรู้ได้ด้วยตัวเองว่า..
"ฉัน"เป็นดั่งมายาภาพ
อันปรากฏขึ้นในจิตสำนึก
ที่เกิดจากอุปาทาน(ความยึดมั่น)ในขันธ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสังขารขันธ์(ความคิด)
เมื่อสัมมาทิฏฐิทำลายอุปาทานจนสิ้น
จากทวิภาวะจึงกลับไปสู่ เอกภาวะ
นก"สลาย"กลายเป็นท้องฟ้า
ปลา"สลาย"กลายเป็นสายน้ำ
"ฉัน"และ"เธอ" ก็พลันอันตรธานหายไป
ขอถวายความเคารพและนอบน้อมแด่..
อาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ)
วันนั้น..
นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ
มันดูเหมือนสว่างพร่างพราย
แต่กระจายจนมืดมิด
ฉันเห็นเธอ เพราะเธอ คือ ฉันที่กำลังเห็น
วันนี้..
ไม่มีนกบนฟ้า หรือปลาในน้ำ
ด้วยนกกลับเข้าในฟ้า ปลากลับไปสู่น้ำ
ไม่มีฉัน ผู้เห็นเธอ
และเธอ ที่สะท้อนฉัน ในวันนี้
#เขมานันทะ
03/12/2025
ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังเท่ากับคำว่า “ของฉัน”
ไม่ว่าความวิบัติจะรุนแรงเพียงใดก็ตาม
หากมันไม่เกี่ยวข้องกับ “ของฉัน”
เราก็ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาด้วย
แต่ทันทีที่มีอะไรมากระทบกับ “ของฉัน”
แม้เล็กน้อยเพียงใด
มันกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที
หลายคนดูข่าวแผ่นดินไหวในอิหร่าน
ที่มีคนตายนับแสนคนด้วยความรู้สึกเฉย ๆ
แต่จะขุ่นเคืองไปทั้งวัน
เมื่อพบว่ารถของตน มีรอยขีดข่วนที่ตัวถัง
ความยึด อยากให้ทุกอย่างเป็น “ของฉัน”
ทำงานอยู่ในส่วนลึกของจิตใจตลอดเวลา
แม้เก้าอี้ในโรงหนังที่เพิ่งมานั่งได้ไม่กี่นาที
เราก็เรียกว่า “เก้าอี้ของฉัน”
ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
แต่เราเคยสังเกตไหมว่า
ทันทีที่ยึดอะไรก็ตามว่าเป็น “ของฉัน”
เราจะกลายเป็น “ของมัน”ไปทันที
เราจะยอมทุกข์เพื่อมัน
คนจำนวนไม่น้อยยอมตาย
เพื่อรักษาสร้อยเพชรไว้
ไม่ให้ใครกระชากเอาไป
บางคนยอมเสี่ยงชีวิตฝ่าเปลวเพลิง
ที่กำลังลุกไหม้บ้านเพราะกลัวอัญมณี
จะถูกทำลายวายวอด
ฉะนี้แล้วควรจะเรียกว่ามันเป็น “ของฉัน”
หรือฉันต่างหากที่เป็น “ของมัน”
#พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล