17/12/2019
เอารัตของสตรี ต่างงดงาม เเละเป็นที่หวงแหนของศาสนา ขอให้รักษาไว้ให้มั่นเถิดนะ จะลำบากลำบนอย่างไร ก็ให้หาเเนวทางทำมาหากิน ในเงื่อนไขที่ว่า เอารัตควรอยู่ในที่ของมัน ไม่เผยออกมาเพื่อเเลกกับค่าจ้างที่ไม่ถือว่ามากมายอะไร เมื่อเทียบกับคุณค่าของการปกปิดเอารัต
.
เเสวงหาความโปรดปรานนั้นเป็นเรื่องที่ดี อีกมุมหนึ่งก็ควรระลึกไว้เหมือนกันว่า ความโปรดปรานบนโลกดุนยานั้น เพียงส่วนเดียว เเละอีกเก้าสิบเก้าส่วนอยู่ในโลกหน้า ซึ่งรอเราอยู่ ขอให้เราอย่าได้เอาเก้าสิบเก้ามาเเลกกับหนึ่งเลย อย่าเอาพิมเสนไปเเลกกับเกลือเลยนะ ผู้ศรัทธาที่เคารพรัก
.
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลกอมัร-
15/12/2019
พี่น้องที่ประสงค์ติดตามตัฟซีรจากอาบี สามารถติดตามได้ที่เพจนี้เลยครับ
Bamrong Islam School Pattani - โรงเรียนบำรุงอิสลามปัตตานี
โรงเรียนบำรุงอิสลาม ปัตตานี
Bamrong Islam School Pattani
15/05/2016
"...ท่านทราบถึงพระประสงค์ของอัลลอฮฺที่ยิ่งใหญ่กว่ากฎธรรมชาติไหม?
ข้าพเจ้าจะยกตัวอย่างกรณีของท่านนบียะฮฺยา ผู้ที่พระองค์เรียกในอัลกุรอ่านว่า"บ่าวของพระองค์"
ซาการียาล่วงเลยเข้าสู่วัยชราเเล้ว มิใช่ชราธรรมดา เเต่ชราตอนปลาย ภาษาชาวบ้านเรียกว่า แก่มากเเล้วนั้นแหละ
ขณะเดียวกันภรรยาของนบีซาการียายังเป็นหมันอีกด้วย ทั้งคู่ไม่มีบุตรเเม้นเพียงคนเดียว
ท่านนบีซาการียามีความกังวลอย่างหนึ่งคือ กลัวไม่มีใครจะสืบทอดหน้าที่ของท่าน เกรงว่าสังคมจะเสื่อมโทรม
ไม่นานอัลลอฮฺก็ส่งมลาอีกะฮฺมาเเจ้งข่าวดีแก่ซาการียาว่าอัลลอฮฺจะประทานบุตรให้ โดยตั้งชื่อว่ายะฮฺยา เเละหลังจากนั้นภรรยาของท่านที่เป็นหมันก็คลอดออกมาเป็นเด็กชายที่มีความเฉลียวฉลาด
เห็นไหมว่า พระองค์เป็นผู้สร้าง พระองค์จะเปลี่ยนเเปลงกฎบางอย่างอย่างไรก็ได้ สำหรับหญิงที่เป็นหมัน กับชายชรา ใครจะคาดคิดว่าจะมีบุตรฺได้ เเต่อัลลอฮฺก็เเสดงให้เราเห็นเเล้วว่า เมื่อพระองค์ประสงค์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
ดุอาร์กันนะ.."
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺมัรยัม โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
11/05/2016
"...คุณลักษณะในสรวงสวรรค์จะตรงกับโลกดุนยาปัจจุบัน
วันนี้เราไม่อยากแก่...ในสวรรค์เราทุกคนจะเป็นคนหนุ่มอายุ 33 ปี
วันนี้เราไม่อยากป่วยกลัวเป็นทุข์....ในสวรรค์ทุกคนจะมีความสุข
วันนี้เรากลัวอด..........ในสวรรค์ทุกคนจะอิ่มเอมเปรมสรรค์
วันนี้เรากลัวเหงา โดดเดี่ยว.....ในสวรรค์จะมีบริวารนับพันคอยบริการ
อดทนสักนิดนะ ในสวรรค์เราจะผ่อนคลายไปด้วยกัน "
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอินซาน โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
11/05/2016
"...ในสวรรค์จะได้เห็นอะไรที่ประหลาดจนเกินที่จะจินตนาการได้ เป็นสถานที่พักผ่อนอย่างเเท้จริง เป็นความนิรันดรที่สมบูรณ์พูนสุข ในนั้นท่านไม่ต้องทำงาน ท่านจะทำอะไรก็ได้ตามใจนั้น
ร่มเงาของต้นไม้ร่มรื่นเเต่ท่านไม่อาจเห็นเเสงอาทิตย์
ท่านจะนั่งหรือนอนก็มีผลไม้คอยบริการให้ท่านซึ่งต่างกับบนโลกที่ท่านต้องบริการตัวเอง
เเละมีสิ่งหนึ่งที่อิบนิอับบาสเเปลกใจเป็นที่สุดคือ ในสวรรค์นั้นแก้วที่ใส่เครื่องดื่มจะทำด้วยเเร่เงิน ซึ่งท่านอิบนิอับบาสกล่าวว่าท่านไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน เช่นเดียวกับตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่เคยได้เห็น ก็เเหงหละเพราะว่าในสวรรค์นั้นของทุกชิ้นในสวรรค์มิได้เเมดอินเยอรมัน ญีปุ่น หรือจีน เเต่เเมดอินอัลลอฮฺซุบฮานาฮูวาตาอาลาเเต่เพียงผู้เดียว
คราใดที่ท่านขอสวรรค์จากอัลลอฮฺขอท่านขอให้ท่านขอสวรรค์ชั้นฟิรเดาซ์เถิดนะ ..."
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอินซาน โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
10/05/2016
"...บนโลกใบนี้เป็นโลกเเห่งการทดสอบ ไม่ใช่โลกของความสบายเเต่อย่างใด ทุกคนต้องทำงาน ต้องพยายามทั้งสิ้น เพราะว่าผู้ใดทำงานเยอะ(ทำในด้านดี) เขาก็จะได้รับเยอะ ทำน้อยก็ได้รับน้อย เเม้เเต่คนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองก็ต้องทำงาน จะอยู่เฉยๆไม่ได้
เมื่อเราทำงานเราก็จะบังเกิดความพยายาม ข้าพเจ้าจะเเจงให้ทราบว่าความพยายามที่งดงามที่สุดคือความพยายามที่คลาคล่ำไปด้วยความอดทนนั้นเอง..."
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลอินซาน โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
09/05/2016
"...ชีวิตของเรามีความหวังระหว่างสองอย่างจากอัลลอฮฺ คือ อย่างแรกนั้น เราหวังในความเมตตาของพระองค์ เพราะอาม้าลของเราน้อยนิดเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับสวรรค์ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ เราหวังที่จะเข้าสวรรค์ด้วยความเมตตาของพระองค์..
อย่างที่สองคือ เราหวังการอภัยโทษจากพระองค์ ในความผิดบาปของเราทั้งมวลอันมากมาย(ในสิ่งที่เราทราบและไม่ทราบ)...
เราจงขอต่อพระองค์อย่างมากล้นในสองอย่างนี้เถิด...
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟี โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
07/05/2016
"...ผู้ศรัทธาจะสิ้นหวังในความช่วยเหลือของอัลลอฮฺไม่ได้
หากคราใดรู้สึกท้อเเท้ ไม่มีกำลังใจ ลองนึกถึงเรื่องราวของชาวถ้ำนะ
มีเยาวชนผู้ศรัทธากลุ่มหนึ่ง พวกเขาไม่ได้เป็นนบี ไม่ได้เป็นอุลามาอฺ เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีความศรัทธาอันหนักเเน่น พวกเขาถูกตามล่าเนื่องจากไม่ยอมรับในความเสื่อมโทรมของสังคม
เมื่อไร้ซึ่งหนทางใด พวกเขาจึงหลบเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งอันเป็นทางตัน พวกเขาไม่สามารถหนีกลุ่มชนที่กำลังตามล่าได้อีก
บัดนั้นจึงดุอาร์ว่า
رَبَّنَا آتِنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً وَهَيِّئْ لَنَا مِنْ أَمْرِنَا رَشَدًا
' ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงโปรดประทานความเมตตาจากพระองค์แก่เรา และทรงทำให้การงานของเราอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง '
ทันใดนั้นพวกเขาก็หลับลง สำหรับผู้ที่กำลังติดตามก็ไม่มีร่องรอยใดให้เเกะรอยได้ กระทั่งกาลเวลาล่วงเลยไปถึงหลายร้อยปี
เห็นไหมว่าผู้ที่ศรัทธาอย่างถึงเเก่น จะไม่ประสบทางตันใดๆสำหรับความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ เเม้เเต่เยาวชนกลุ่มหนึ่งที่ติดอยู่ในถ้ำ ไม่มีหนทางจะไป กำลังถูกตามล่า ด้วยความช่วยเหลือจากพระองค์ ก็ไม่มีสิ่งใดมาทำอันตรายพวกเขาได้...
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟี โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
"
06/05/2016
"...เวลาเราสอนลูกหลาน เราอย่ามองด้วยวิสัยทัศน์ที่แคบ ลวกๆ
ให้เรามองการไกลเอาไว้ อย่างเช่นว่า จะทำให้ลูกหลานของเรามีความรู้ จนสามารถถ่ายทอดให้คนต่างชาติ เป็นครูให้พวกเขายอมรับได้อย่างไร
เพราะว่าปัจจุบันโลกไปไกลเสียเเล้วถ้า เราไม่ปรับให้เข้ากับโลก เราจะตามเขาไม่ทัน.."
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลฟุรกอน โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
05/05/2016
"...จะร้อยพันหมื่นคน แพทย์ก็มิอาจเอาชนะความตายได้ เพราะเราต่างอยู่ภายใต้ข้อจำกัดซึ่งเราควบคุมและกำหนดมันไม่ได้
เราอยากรวย แต่ดันจน
เราอยากแข็งแรงแต่ดันอ่อนแอ
เราอยากสุขแต่ดันทุกข์
เรื่องเหล่านี้ประสบกับตัวเรา แต่เรามิอาจควบคุมมันได้เลย เราจะน้อมรับว่ามีผู้หนึ่งควบคุมทุกสิ่งในชีวิตเราได้แล้วยัง?
ผู้เป็นหนึ่งเดียวที่เราเรียกว่า 'อัลลอฮฺ'ยังไงหล่ะ..."
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลฟุรกอน โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
05/05/2016
"...ท่านทราบไหมว่าอะไรคือความยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดของผู้ที่ประทานอิสลามลงมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตบนโลก?
คือ ผู้ที่ครอบครองชั้นฟ้าและแผ่นดิน คอยบริหารจัดการทุกสิ่งอย่างแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีผู้ใดมีส่วนร่วมในการสร้างและการบริหารของพระองค์แม้เพียงเสี้ยวเดียว
.ถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีสิ่งใดมีความยิ่งใหญ่เหนือกว่าพระองค์อีกไหม?
แม้นกระนั้นก็ตาม ท่านทราบไหมว่า คนอีกครึ่งค่อนโลกยังคงยึดเอาแนวทางการดำเนินชีวิตอื่นที่นอกเหนือจากอิสลาม ทั้งๆที่ความยิ่งใหญ่ของพระองคประจักษ์ชัดอยู่อย่างแจ่มแจ้งเสียนี่กระไร..."
-จากการสอนตัฟซีร ซูเราะฮฺอัลฟุรกอน โดย ดร.อิสมาแอลลุตฟี จะปะกียา-
03/05/2016
"...ฉายานาม "อัลฟุรกอน" มีเพียงอัลกุรอ่านเท่านั้นที่สมญานามกับชื่อนี้ เพราะว่า เป็นคำภีร์ที่เเยกความจริงออกจากความเท็จอย่างมีเหตุผลเเละชัดเจน อย่างเช่นว่า ในกรณีของเยซู(นบีอีซา)
มีคนกลุ่มหนึ่งงพยายามกล่าวว่า เยซูนั้นคือบุตรเเห่งอัลลอฮฺเนื่องจากนางมัรยัมตั้งท้องขึ้นมาโดยปราศจากสามี เเละนางก็ปฏิเสธการสมสู่กับชายใด
อัลกุรอ่านจึงเเย้งว่า หากเช่นนั้นเเล้ว เหตุใดท่านไม่กล่าวว่าอาดัมคือบุตรของพระเจ้าด้วยเล่า เพราะว่าอาดัมนั้น ไม่มีทั้งพ่อเเละไม่มีทั้งเเม่ มีขึ้นด้วยพระเจ้าโดยตรง รวมทั้งนางฮาวาก็ไม่มีเเม่ เนื่องจากถูกบังเกิดขึ้นมาจากซี่โครงของสามีนาง เหตุใดไม่กล่าวว่านางฮาวาคือบุตรของพระเจ้าด้วย
มิได้เเปลกอะไรสำหรับกรณีของเยซู(นบีอีซา) พระองค์สามารถบังเกิดได้โดยที่มัรยัมไม่สมสู่กับชายใด ตามที่พระองค์ทรงประสงค์เช่นเดียวกับพระองค์สามารถบังเกิดอาดัมเเละฮาวาได้ โดยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการปฏิสนธิเยี่ยงมนุษย์ทั่วไป
นี่หละคือถ้อยคำจากอัลฟุรกอน..."
-จากการมัจลิสอิลมี ตัฟซีรอัลกุรอ่าน ซูเราะฮฺ อัลฟุรกอน โดย ดร.อิสมาแอล ลุตฟี จะปะกียา-