Panyawit School Pattani

Panyawit School Pattani

แชร์

โรงเรียนเอกชนระดับอนุบาล-ประถม

13/12/2025

มาเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ

17/07/2025

โครงการดีๆของสำนักงานขนส่งจังหวัดปัตตานีที่ให้โอกาสเด็กๆปัญญาวิทย์ได้เข้าร่วมเรียนรู้ทักษะการใช้รถและถนนด้วยความปลอดภัย…เด็กๆสนุกกันมาก 💜💙

Photos from Panyawit School Pattani's post 04/07/2025

ฃอบคุณครูปิ่น Thidarat Rattanalert และพี่พิมแห่ง Plearn Montessori Learning Center and Childcare ที่ให้เกียรตินำกิจกรรมศิลปะด้านในมาทำกับเด็กๆห้องเรียนมอนเทสซอรี่ของเรา…เด็กๆสนุกและมีความสุขมากๆ 💜💙

24/06/2025

"วินัย"
คือความสามารถในการควบคุมตัวเอง
ให้ทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนสิ่งที่อยากทำได้

แม้ว่าจะเบื่อหรือไม่อยากทำ
ก็ยังควบคุมตัวเองให้ทำได้
ซึ่งทำให้เขาสามารถรับผิดชอบต่อตัวเอง
และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ

วินัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของ
การที่เด็กคนหนึ่งจะไปถึง
เป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ได้

**********

"3 สิ่ง" ที่ทำให้การสอนวินัยเด็กๆ สำเร็จ

❤️ (1) ความสัมพันธ์อันดี

ก่อนจะสอนสิ่งใดให้เด็กๆ
เราควรมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเสียก่อน

สายสัมพันธ์เกิดจากการใช้เวลาร่วมกัน
- ทำกิจกรรมร่วมกัน
เล่น อ่านนิทาน ทำงานบ้าน
- สัมผัสด้วยรัก
อุ้ม กอด บอกรัก

ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเวลาที่ดี
ที่จะทำให้เกิดสายสัมพันธ์อันดี
แต่หมายรวมถึงช่วงเวลาที่ไม่ดีด้วย

ทุกครั้งที่เราโกรธลูก
ลูกโกรธเรา
เราทะเลาะกัน
เสียน้ำตาให้กัน
แล้วเรายอมที่จะขอโทษ
และปรับความเข้าใจเข้าหากัน
เพราะการรักษาสายสัมพันธ์สำคัญกว่า
การหาไว้ใครผิดมากกว่าใคร

สายสัมพันธ์จะแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้ง
เพราะสายสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้นจาก
การร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน

เมื่อสายสัมพันธ์ดี
ลูกจะวางใจในตัวเรา
พร้อมรับฟัง
และ(อยาก)ทำตาม
ในสิ่งที่เราสอนเขา

ในขณะเดียวกันเมื่อสายสัมพันธ์ดี
ทำให้เรารู้จักลูกของเราดี
เราจะวางใจและเชื่อมั่นในตัวเขาเช่นกัน

แม้ในวันที่ลูกเติบโตเป็นวัยรุ่น-ผู้ใหญ่
สายสัมพันธ์คือเครื่องเหนี่ยวรั้ง
ให้เขาอยากทำในสิ่งที่ดีมากกว่าสิ่งที่ไม่ดี
เพราะสายสัมพันธ์ที่ดีทำให้
เขารักและคิดถึงเราเสมอ
ที่สำคัญทำให้เขารักตัวเองเป็น

**********

❤️ (2) ตารางเวลาที่ชัดเจนและทำได้จริง

การกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน
จะช่วยให้เรากับลูกเข้าใจตรงกันว่า
"เวลาไหนควรทำอะไร"
เพื่อลดการสั่ง บ่น ของเรา
และเพิ่มการควบคุมตัวเองของลูก

ซึ่งตารางเวลาที่ดีต้องเกิดจาก
การตกลงกันระหว่างเรากับลูก
ไม่ใช่แค่เราเป็นผู้กำหนดให้อยู่ฝ่ายเดียว

ที่สำคัญทุกคนในบ้านควรมี
ตารางเวลาหลักร่วมกัน
เช่น
- เวลากินข้าว
- เวลาพักผ่อนร่วมกัน

***

ตารางเวลาที่ดีประกอบไปด้วย

1. "กิจกรรมหรืองาน"
ที่ลูกต้องรับผิดชอบที่บ้าน
ขึ้นอยู่กับช่วงวัยของเขา

ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ยาก
จนเกินความสามารถเด็ก
เช่น
- นั่งกินข้าวเอง
- อาบน้ำ-แปรงฟัน
- นอน-ตื่นนอนเป็นเวลา
- ทำการบ้าน
- ทำงานบ้าน
- ออกกำลังกาย
- เล่นแล้วเก็บ

***

2. "เวลาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ"

ในข้อนี้ผู้ใหญ่ต้องคอยให้การดูแล
โดยช่วยบอกเวลาให้ช่วงแรกว่า
"ตอนนี้ต้องทำอะไร"
เพราะเด็กๆ อาจจะยังดูเวลาไม่เป็น

แต่การทำกิจกรรม
หรืองานในช่วงเวลาเดิม
ในทุกๆ วันอย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้เด็กๆ จดจำว่า
ตัวเองต้องทำอะไรเวลาไหนบ้าง

เด็กบางคนไม่ต้องดูนาฬิกา
แต่สามารถบอกได้ว่า
เวลานี้เขาต้องไปทำอะไร

***

3. "เรียงลำดับกิจกรรมหรืองาน"
ตามความสำคัญอย่างชัดเจน

เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่า
"อะไรควรทำก่อน-หลัง"
เช่น
- ทำการบ้านและงานบ้านให้เสร็จ
ก่อนไปเล่นหรือดูการ์ตูน
- ต้องอาบน้ำและแปรงฟัน
ก่อนจะมาฟังนิทานแล้วเข้านอน

***

4. "ทำเวลาไหนและทำที่ไหน"

เด็กๆ เรียนรู้ "กาลเทศะ"
คือการทำอะไร เวลาไหน ที่ไหน
จากสภาพแวดล้อมที่ชัดเจน
เช่น
- กินข้าวที่โต๊ะอาหาร
ไม่มีหน้าจอ
ไม่มีของเล่น
เพราะกินข้าว เรากินข้าว
และคุยกันได้

- เล่นที่ห้องของเล่น
อิสระภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน
เพื่อให้เด็กๆ ได้รับอิสระที่เหมาะสม

- ห้องนอนไม่มีของเล่น
เพื่อมีไว้สำหรับนอน
มีเพียงตุ๊กตากอดนอนได้
กับนิทาน 1-2 เล่มก่อนนอน

วินัยที่ดี
เริ่มต้นจากสภาพแวดล้อม
ที่ง่ายต่อการสร้างวินัย
นั่นคือ "ชัดเจนจากสภาพแวดล้อม"
แต่ "ไม่ควบคุมกันมากเกินไป"
เพราะการควบคุมถูกกำหนด
โดยธรรมชาติจากห้องต่างๆ
และกิจวัตรว่า...
"เขาทำอะไรเวลาไหนและที่ไหน"

***

5. "มีการกำหนดผลลัพธ์ (Consequence)"
จากการไม่ทำสิ่งจำเป็นก่อนสิ่งสิ่งที่อยากทำ

ทั้งนี้ต้องไม่ใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือวันพิเศษอะไร

เช่น
⦿ ถ้าเขาเลือกจะไม่กินข้าว
ในช่วงเวลาที่ควรกินข้าว
เราก็จะเก็บอาหารไปเมื่อหมดเวลา
เขาก็จะได้เรียนรู้ว่า...
เขาควรมากินข้าวให้ตรงเวลา
ไม่เช่นนั้นจะต้องทนหิวรอมื้อถัดไป

⦿ ถ้าเขาเลือกเล่นจนเลยเวลาอาบน้ำ
เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จก็หมดเวลานิทาน
เขาต้องเข้านอนเลย

⦿ เด็กโตที่เล่นเกมไม่ยอมทำการบ้าน
จากที่เขาจะได้เล่นเกมทุกวัน
อาจจะงดสัปดาห์นั้น
ได้เล่นอีกครั้งสัปดาห์ถัดไป
หรือ จนกว่าจะทำการบ้านจนครบ

***ข้อสังเกต***

เด็กที่มีปัญหาเรื่อง
การทำตามตารางเวลา
มักจะมีปัญหา...
- การควบคุมตัวเอง
- การยับยั้งช่างใจ
- และการจัดการเวลา

ซึ่งเด็กบางคนเกิดจากการ
ไม่เคยฝึกฝนหรือมีประสบการณ์มาก่อน
เมื่อฝึกฝนก็สามารถทำได้
และที่บ้านอาจจะไม่ทำในทิศทางเดียวกัน
เมื่อบ้านเปลี่ยน เด็กเปลี่ยน

แต่เด็กบางคนแม้จะฝึกฝน
มานานแล้วยังทำไม่ได้
อาจจะเป็นเพราะ
เขาอาจจะมีปัญหาบางอย่าง
เช่น
- ด้านสมาธิ
ทำให้ควบคุมตัวเองได้ลำบาก
หรือ
- มีพัฒนาการล่าช้าบางด้าน
ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้
กรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์พัฒนาการ
หรือ จิตแพทย์ เพื่อกระตุ้น/บำบัดต่อไป

**********

❤️ (3) ต้นแบบจากผู้ใหญ่ในชีวิต "พ่อแม่"

⦿ "พ่อแม่มีวินัย"
คนในบ้านทำไปในทิศทางเดียวกัน
เราต่างฝึกฝนทำหน้าที่ของเรา
และทำไปด้วยกัน สม่ำเสมอ
เด็กจะซึมซับและเรียนรู้
ที่จะทำสิ่งเดียวกันกับเรา

⦿ "พ่อแม่รักษาเวลา"
ถ้าอยากให้ลูกเป็นคนตรงต่อเวลา
พ่อแม่ต้องทำให้ลูกเห็นเช่นกันว่า
พ่อแม่ก็ตรงต่อเวลา
เช่น
- ไปส่ง-รับลูกตรงเวลา
- ไม่ปล่อยให้ลูกรอเก้อ ถ้าสัญญาอะไรไว้

⦿ "พ่อแม่ต้องให้คุณค่ากับลูก
และสิ่งที่จำเป็นก่อนสิ่งที่ไม่สำคัญ"
เช่น
- ถ้าลูกอยากเล่าอะไรให้เราฟัง
เราจะรับฟังสิ่งที่เขาเล่าอย่างตั้งใจ
และตอบคำถามในสิ่งที่เขาถาม

แต่ถ้าเราติดภารกิจจริงๆ
ให้เราบอกลูกว่า "สิ่งที่ลูกอยากคุยคือเรื่องอะไร"
ให้เราจดเอาไว้เพื่อให้ลูกรู้ว่าเราให้ความสำคัญ
และเพื่อป้องกันลืมเรื่องที่เขาอยากคุยกับเราด้วย
และบอกลูกชัดเจนว่าเราจะคุยกับเขาเมื่อไหร่
เพื่อให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ไม่ลืมและให้ความสำคัญกับเขา

**********

(1) "ความสัมพันธ์อันดี"
(2) "ตารางเวลาที่ชัดเจน ทำได้จริง"
(3) "ต้นแบบที่ดี"

สามสิ่งสำคัญนี้ผนวกกัน
จะช่วยให้เด็กคนหนึ่งเรียนรู้วินัย
คือการรับผิดชอบตัวเอง
และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้

ทั้งนี้กว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโต
ต้องอาศัย...
⦿ "เวลา"
⦿ "ความสม่ำเสมอ"
⦿ และ "ความอดทน"
ของทั้งเราและเขา

❤️ นานแค่ไหนที่เด็กคนหนึ่งจะเกิดวินัย
ถ้าเราเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ (ก่อนวัยรุ่น)
และทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ไม่ทำๆ หยุดๆ
1 สัปดาห์จะต้องสู้รบปรบมือกันหน่อย
2-3 สัปดาห์จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
1 เดือนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
3 เดือนจะง่ายขึ้น
6 เดือนจะเกิดเป็นกิจวัตร
และ 1 ปีขึ้นไปจะเริ่มเกิดเป็นนิสัย

❤️ แต่เด็กโต-วัยรุ่นก็เกิดได้เช่นกัน
หากสภาพแวดล้อมพร้อมเปลี่ยนไปกับเขา
และชัดเจนที่จะพาเขาไปด้วยกัน
เวลาในการลงมือทำไปกับเขา
และสายสัมพันธ์คือคำตอบของทุกสิ่ง

กว่าจะถึงวันนั้นขอให้คุณพ่อคุณแม่
อย่ายอมแพ้ในตัวเราและลูก
อย่าถอดใจกับช่วงเริ่มต้นที่ยากลำบาก
อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้เพราะผลลัพธ์ใช้เวลา

ถ้าผ่านช่วงเวลานี้ไปได้
เมื่อวันที่ลูกดูแลและรับผิดชอบตัวเองได้
มันคุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ

ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

Photos from Panyawit School Pattani's post 18/06/2025

🌱ช่วงนี้โรคมือเท้าปากกำลังระบาดหนักในกลุ่มเด็กเล็ก มาช่วยกันดูแลเฝ้าระวังลูกๆของเรากันนะคะ🌱📫

17/06/2025

🌱 ตัวอ่อนทางจิตวิญญาณ (The Spiritual Embryo)
คือแนวคิดสำคัญของ ดร.มาเรีย มอนเทสซอริ ที่กล่าวว่า…

“เด็กไม่ได้เพียงเติบโตทางกาย แต่กำลังสร้างมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาใหม่ จากภายในสู่ภายนอก”

หลังคลอด เด็กจึงไม่ใช่แค่ร่างกายที่กำลังโตขึ้น แต่เป็น “ตัวอ่อนทางจิตวิญญาณ” ที่กำลังสร้างตัวตนมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ผ่านการพัฒนาห้าด้านสำคัญ:
1. Movement – การเคลื่อนไหวที่เสรี คือภาษาของจิตใจ
2. Language – เด็กซึมซับภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ
3. Intelligence – สติปัญญาไม่ได้ถูกยัดใส่ แต่เด็ก “สร้างขึ้นเอง”
4. Will – เจตจำนงเกิดจากการได้เลือกและได้ลงมือทำ
5. Social & Emotional – เด็กต้องการสังคมที่เต็มไปด้วยความรัก ความเคารพ

✨ เมื่อเราเข้าใจเด็กว่าเขาคือ “มนุษย์ในอนาคต”
เราจะให้เกียรติ ให้เวลา และจัดสิ่งแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเขาอย่างแท้จริง

“The child is both a hope and a promise for mankind.”
– Dr. Maria Montessori

#มอนเทสซอริ #ตัวอ่อนทางจิตวิญญาณ
#สมาคมมอนเทสซอริแห่งประเทศไทย #เด็กคือความหวังของมนุษยชาติ

Photos from Panyawit School Pattani's post 16/06/2025

มารู้จักร่างกายของเรากันค่า

Photos from Panyawit School Pattani's post 16/06/2025

☘️การทำงานซ้ำ (Repetition) ในแนวทางมอนเทสซอรี่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็กทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เพราะมองว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงเกิดจากการกระทำที่เด็กเลือกเองและทำซ้ำด้วยความตั้งใจของตนเอง ไม่ใช่การสั่งให้ทำซ้ำ

☘️ประโยชน์ของการทำงานซ้ำในมอนเทสซอรี่

🌸สร้างการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)
การทำซ้ำช่วยให้เด็กซึมซับแนวคิด ทักษะ หรือกระบวนการได้อย่างลึกซึ้ง และเกิดความเข้าใจจริง ไม่ใช่เพียงจำได้ชั่วคราว

🌸พัฒนาการประสานมือกับตา (Eye-Hand Coordination)
การทำงานซ้ำโดยเฉพาะกิจกรรมใน Practical Life เช่น งานเทน้ำ งานรดน้ำต้นไม้ ช่วยเสริมทักษะความละเอียด ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเขียน การจับดินสอ ฯลฯ

🌸ฝึกสมาธิ (Concentration)
การทำงานซ้ำ ๆ ที่เด็กเลือกเองทำให้เกิดภาวะ “จดจ่อเต็มที่” ซึ่งเป็นภาวะที่มอนเทสซอรี่เรียกว่า Polarization of Attention อันเป็นรากฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

🌸เสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง
เด็กที่ได้ทำซ้ำ จะรู้สึกว่า “ฉันทำได้!” เมื่อสำเร็จจากความพยายามของตนเอง ทำให้เกิดความภูมิใจและอยากเรียนรู้งานอื่น ๆ ต่อไป

🌸สร้างวินัยในตนเอง (Self-Discipline)
การทำซ้ำช่วยให้เด็กเรียนรู้ขอบเขต การควบคุมตนเอง และการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนโดยไม่ต้องพึ่งคำสั่งจากผู้ใหญ่

🌸พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา
เมื่อเด็กเผชิญอุปสรรคในระหว่างการทำงานซ้ำ เขาจะเรียนรู้วิธีแก้ไขด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีใครมาช่วยทุกครั้ง

☘️ ดร.มาเรีย มอนเทสซอรี่ ได้กล่าวไว้ว่า “The child who concentrates is immensely happy.”
“เพราะการทำซ้ำจนจดจ่อคือการสร้างความสุขที่แท้จริงในตัวเด็ก”

Photos from Panyawit School Pattani's post 18/05/2025

วันอาทิตย์คุณครูของเราก็มาฝึก เพราะการฝึกฝนทำให้เราแม่นยำขึ้น

Photos from Panyawit School Pattani's post 08/05/2025

ขอขอบคุณอาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ นายธีรวัฒน์ ทองเสนอ นักวิชาการอิสระ นางคณิตตา นวสันชัย นักวิชาการอิสระ ที่ให้เกียรติมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเรียนการสอนแบบ Open Approach และ Lesson Study ทางโรงเรียนจะได้นำความรู้ไปสร้างสรรห้องเรียนให้มีคุณภาพแก่เด็กๆต่อไป

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Pattani?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


300/74 ซอย นูซันตารา ม. 11 ต. บานา
Pattani
94000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00