Panyawit School Pattani

Panyawit School Pattani โรงเรียนเอกชนระดับอนุบาล-ประถม

🍀สำหรับเด็กวัย 3–6 ปี การทำงานศิลปะไม่ใช่เพียงการสร้างภาพให้สวยงาม แต่คือโอกาสสำคัญที่เด็กได้ สำรวจ ทดลอง และแสดงออกอย่า...
08/08/2026

🍀สำหรับเด็กวัย 3–6 ปี การทำงานศิลปะไม่ใช่เพียงการสร้างภาพให้สวยงาม แต่คือโอกาสสำคัญที่เด็กได้ สำรวจ ทดลอง และแสดงออกอย่างอิสระ

🍀ระหว่างการวาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ตัด ปะ หรือสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุธรรมชาติ เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา รวมถึงสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา

🍀สิ่งสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีผลงานที่เหมือนกันทุกคน เพราะศิลปะของเด็กคือการถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกในแบบของตนเอง 🌱

🍀เมื่อผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้เด็กได้เลือกสี เลือกวัสดุ และลงมือทำด้วยตัวเอง เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า
“ฉันสามารถสร้างสรรค์บางสิ่งด้วยตัวเองได้”

🍀และนี่คือคุณค่าที่แท้จริงของงานศิลปะในวัยเด็ก ❤️
☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️☁️

🍀For children aged 3–6, art is not simply about creating a beautiful picture. It is an important opportunity for children to explore, experiment, and express themselves freely.

🍀Through drawing, painting, clay modeling, cutting, pasting, and creating artwork with natural materials, children develop their fine motor skills, hand-eye coordination, concentration, creativity, and problem-solving skills.

🍀Most importantly, children do not need to create identical artworks. Each child’s artwork is a unique expression of their own thoughts, feelings, and imagination. 🌱

🍀When adults provide children with the freedom to choose their colors, materials, and ways of working, children gradually learn:

“I can create something by myself.”

🍀And that is the true value of art in early childhood. ❤️

มาเล่นเกมกันค่า/ครับ
05/08/2026

มาเล่นเกมกันค่า/ครับ

07/07/2026

"วัคซีนป้องกันยาเสพติด" ที่ฉีดให้ลูกได้ตั้งแต่ เด็กๆ ไม่ใช่เข็มยา
แต่คือ "การเล่นอิสระ"

รู้ไหมครับว่า สมองของเรามีสารเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "โดพามีน" (Dopamine) มันคือสารแห่งความสุขและแรงจูงใจ แต่ในทางประสาทวิทยาศาสตร์ โดพามีนมี 2 เกรดที่ส่งผลต่ออนาคตของเด็กต่างกันอย่างสิ้นเชิง
📱 1. โดพามีนฉาบฉวย (Junk Dopamine):
ได้จากหน้าจอ เกม หรือรุนแรงที่สุดคือ "ยาเสพติด" โดพามีนชนิดนี้จะหลั่งแบบ "พุ่งปรี๊ดและร่วงเร็ว" ทำให้สมองเสพติดการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง
🧸 2. โดพามีนคุณภาพ (Quality Dopamine):
ได้จาก "การเล่นอิสระ" (Free Play) ที่เด็กได้คิด ได้ลองผิดลองถูก และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดพามีนชนิดนี้จะค่อยๆ หลั่งอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สมองสงบ มีสมาธิ และสร้างความสุขได้ด้วยตัวเอง
⚠️ ทำไมวัยรุ่นถึงหันไปพึ่งยาเสพติด?
จิตแพทย์พบว่า วัยรุ่นที่ใช้ยาเสพติดส่วนหนึ่งมาจากภาวะ "พร่องความสุข" (Reward Deficiency) เพราะในวัยเด็ก สมองของพวกเขาไม่ค่อยได้รับ "โดพามีนคุณภาพ" ขาดทักษะการสร้างความสุขด้วยตัวเอง เมื่อถึงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่อารมณ์พลุ่งพล่าน สมองจึงโหยหา "ทางลัด" ที่รุนแรงเพื่อดับความเครียด ซึ่งยาเสพติดคือคำตอบที่ง่ายที่สุดในตอนนั้น

👨‍👩‍👧 คุณพ่อคุณแม่
วัคซีนเข็มนี้ฟรีและจับต้องได้ครับ! คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อของเล่นแพงๆ หรืออัดตารางเรียนแน่นๆ ให้ลูก แค่ปล่อยให้ลูกได้เล่นดิน ทราย กล่องกระดาษ ให้เขาเลอะเทอะบ้าง และคิดกติกาการเล่นเอง... การปล่อยให้ลูกได้สนุกอย่างอิสระ คือการสร้างเกราะป้องกันสมอง ไม่ให้เขาต้องไปพึ่งพายาเสพติดในวันที่เขาโตขึ้น

🤝 ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายสังคม
การลงทุนสร้าง "พื้นที่เล่นอิสระที่ปลอดภัย" ให้เด็กในชุมชน นี่คือ Preventive Intervention (การแทรกแซงเพื่อป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ) การลงทุนด้วยงบประมาณหลักร้อยในวัยเด็ก เพื่อสร้างโครงสร้างสมองที่แข็งแรง จะช่วยสังคมประหยัดงบประมาณบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดหลักล้านในอนาคตได้อย่างมหาศาล!
"เพราะสมองที่ถูกเติมเต็มด้วยความสุขจากการเล่น จะไม่โหยหาความสุขปลอมๆ จากสารเสพติด"
มาช่วยกันสร้างพื้นที่ "โดพามีนคุณภาพ" ให้เด็กๆ ของเราตั้งแต่วันนี้กันครับ 💛
#การเล่นอิสระ #วัคซีนใจ #เลี้ยงลูกเชิงบวก #ป้องกันยาเสพติด #พัฒนาการเด็ก

✅วันแห่งการเฉลิมฉลองในอิสลามนั้นมีเพียงไม่กี่วัน และหนึ่งในนั้น คือ “วันรายออีดิ้ลอัฎฮา” 🌱วันอังคารที่ผ่านมาเด็กๆได้เรีย...
28/05/2026

✅วันแห่งการเฉลิมฉลองในอิสลามนั้นมีเพียงไม่กี่วัน
และหนึ่งในนั้น คือ “วันรายออีดิ้ลอัฎฮา”

🌱วันอังคารที่ผ่านมา
เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องวันอารอฟะห์ การทำฮัจญ์ การทำกุรบาน และรายออีดิ้ลอัฎฮา
เหตุการณ์ทั้ง 4 เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และมีความสัมพันธ์ต่อกัน

🌱เด็กๆได้เรียนรู้ผ่านการเล่าเรื่องราวอย่างง่าย
ทั้งขั้นตอนการไปทำฮัจญ์
ความสำคัญของการทำฮัจญ์
วิธีการทำกุรบาน
ที่มาของรายออีดิ้ลอัฎฮา
และการปฏิบัติตัวในวันรายออีดิ้ลอัฎฮา

🌱นอกจากนี้เด็กๆได้เพิ่มความเข้าใจมากขึ้น
ผ่านการสวมบทบาทสมมติในการไปทำฮัจญ์

🌱และจบด้วยการประดิษฐ์ของเล่นเล็กๆน้อยๆ
ที่สะท้อนถึงการตอวาฟรอบบัยตุ้ลลอฮฺ หรือกะบะ

ครูนีม 😊

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

✅Islam has only a few days of celebration,
and one of them is “Eid al-Adha”.

🌱Last Tuesday,
the children learned about four closely related and deeply intertwined events:
the Day of Arafah, Hajj, Qurbani, and Eid al-Adha.

🌱They explored their significance, origins, and how to observe them properly.

🌱Moreover, they deepened their understanding through a Hajj role-play activity,
and wrapped up by crafting a toy
that represents the Tawaf around the Baytullah (Kaabah).

Teacher Neem 😊

สัปดาห์แรก --- > สัปดาห์แห่งการเริ่มต้นสัปดาห์ของการทำความรู้จัก สัปดาห์ของการปรับตัว สัปดาห์ของการสร้างรากฐานของความสัม...
26/05/2026

สัปดาห์แรก --- > สัปดาห์แห่งการเริ่มต้น

สัปดาห์ของการทำความรู้จัก
สัปดาห์ของการปรับตัว
สัปดาห์ของการสร้างรากฐานของความสัมพันธ์
และสัปดาห์ของการบ่มเพาะความไว้วางใจ

สัปดาห์แรกของการเปิดเทอมเพิ่งผ่านพ้นไป
บางคนเจอกันครั้งแรก บางคนเจอกันอีกครั้งหลังจากห่างหายกันไป
และบางคนก็เป็นสมาชิกใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ห้องมอนเตสซอรี่ของเรา

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเด็ก ๆ และคุณครูได้ค่อย ๆ ทำความรู้จักระหว่างกัน
ผ่านการสังเกต ซึมซับบรรยากาศ และเรียนรู้จากเพื่อน ๆ ที่อยู่มาก่อน

จนกระทั่งวันสุดท้ายของสัปดาห์
เด็ก ๆ เริ่มเปิดใจ และกำแพงของความไม่คุ้นเคยค่อย ๆ พังทลายลง
เด็ก ๆ กล้าพูด กล้าถาม กล้าทำความรู้จัก
กล้าที่จะแสดงตัวตนภายใน
และกล้าถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองผ่านงานศิลปะ

ผลงานที่เด็ก ๆ นำกลับไปไม่ใช่แค่การระบายสี
แต่คือ ตัวแทนของเด็กแต่ละคน
เป็นตัวแทนของความกล้าหาญ ความตั้งใจ
และความภาคภูมิใจจากการลงมือทำด้วยตัวเอง

ครูนีม😊

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

First Week --- > A Week of Beginnings
Getting to know, Adapting, Connecting, Trusting

The first week of school has come and gone.
Some met for the first time.
Some reconnected after a long break.
And some took their very first steps into our Montessori classroom.

There was no rushing. Children and teachers found their way to each other through observing, absorbing the environment, and learning from returning peers.

By the end of the week, something had shifted.
The walls of unfamiliarity came down.
Children began to speak, to ask, to reach toward one another,
and to express their inner worlds through art.

The artwork they brought home was more than just coloring.
Each piece represents the child behind it;
their courage, their intention,
and a quiet sense of pride that comes from creating entirely with their own hands.

Teacher Neem 😊

มาเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ
13/12/2025

มาเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ

17/07/2025

โครงการดีๆของสำนักงานขนส่งจังหวัดปัตตานีที่ให้โอกาสเด็กๆปัญญาวิทย์ได้เข้าร่วมเรียนรู้ทักษะการใช้รถและถนนด้วยความปลอดภัย…เด็กๆสนุกกันมาก 💜💙

ฃอบคุณครูปิ่น Thidarat Rattanalert และพี่พิมแห่ง Plearn Montessori Learning Center and Childcare  ที่ให้เกียรตินำกิจกรรม...
04/07/2025

ฃอบคุณครูปิ่น Thidarat Rattanalert และพี่พิมแห่ง Plearn Montessori Learning Center and Childcare ที่ให้เกียรตินำกิจกรรมศิลปะด้านในมาทำกับเด็กๆห้องเรียนมอนเทสซอรี่ของเรา…เด็กๆสนุกและมีความสุขมากๆ 💜💙

24/06/2025

"วินัย"
คือความสามารถในการควบคุมตัวเอง
ให้ทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนสิ่งที่อยากทำได้
แม้ว่าจะเบื่อหรือไม่อยากทำ
ก็ยังควบคุมตัวเองให้ทำได้
ซึ่งทำให้เขาสามารถรับผิดชอบต่อตัวเอง
และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ
วินัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของ
การที่เด็กคนหนึ่งจะไปถึง
เป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ได้
**********
"3 สิ่ง" ที่ทำให้การสอนวินัยเด็กๆ สำเร็จ
❤️ (1) ความสัมพันธ์อันดี
ก่อนจะสอนสิ่งใดให้เด็กๆ
เราควรมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเสียก่อน
สายสัมพันธ์เกิดจากการใช้เวลาร่วมกัน
- ทำกิจกรรมร่วมกัน
เล่น อ่านนิทาน ทำงานบ้าน
- สัมผัสด้วยรัก
อุ้ม กอด บอกรัก
ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเวลาที่ดี
ที่จะทำให้เกิดสายสัมพันธ์อันดี
แต่หมายรวมถึงช่วงเวลาที่ไม่ดีด้วย
ทุกครั้งที่เราโกรธลูก
ลูกโกรธเรา
เราทะเลาะกัน
เสียน้ำตาให้กัน
แล้วเรายอมที่จะขอโทษ
และปรับความเข้าใจเข้าหากัน
เพราะการรักษาสายสัมพันธ์สำคัญกว่า
การหาไว้ใครผิดมากกว่าใคร
สายสัมพันธ์จะแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้ง
เพราะสายสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้นจาก
การร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน
เมื่อสายสัมพันธ์ดี
ลูกจะวางใจในตัวเรา
พร้อมรับฟัง
และ(อยาก)ทำตาม
ในสิ่งที่เราสอนเขา
ในขณะเดียวกันเมื่อสายสัมพันธ์ดี
ทำให้เรารู้จักลูกของเราดี
เราจะวางใจและเชื่อมั่นในตัวเขาเช่นกัน
แม้ในวันที่ลูกเติบโตเป็นวัยรุ่น-ผู้ใหญ่
สายสัมพันธ์คือเครื่องเหนี่ยวรั้ง
ให้เขาอยากทำในสิ่งที่ดีมากกว่าสิ่งที่ไม่ดี
เพราะสายสัมพันธ์ที่ดีทำให้
เขารักและคิดถึงเราเสมอ
ที่สำคัญทำให้เขารักตัวเองเป็น
**********
❤️ (2) ตารางเวลาที่ชัดเจนและทำได้จริง

การกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน
จะช่วยให้เรากับลูกเข้าใจตรงกันว่า
"เวลาไหนควรทำอะไร"
เพื่อลดการสั่ง บ่น ของเรา
และเพิ่มการควบคุมตัวเองของลูก
ซึ่งตารางเวลาที่ดีต้องเกิดจาก
การตกลงกันระหว่างเรากับลูก
ไม่ใช่แค่เราเป็นผู้กำหนดให้อยู่ฝ่ายเดียว
ที่สำคัญทุกคนในบ้านควรมี
ตารางเวลาหลักร่วมกัน
เช่น
- เวลากินข้าว
- เวลาพักผ่อนร่วมกัน
***
ตารางเวลาที่ดีประกอบไปด้วย
1. "กิจกรรมหรืองาน"
ที่ลูกต้องรับผิดชอบที่บ้าน
ขึ้นอยู่กับช่วงวัยของเขา
ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ยาก
จนเกินความสามารถเด็ก
เช่น
- นั่งกินข้าวเอง
- อาบน้ำ-แปรงฟัน
- นอน-ตื่นนอนเป็นเวลา
- ทำการบ้าน
- ทำงานบ้าน
- ออกกำลังกาย
- เล่นแล้วเก็บ
***
2. "เวลาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ"
ในข้อนี้ผู้ใหญ่ต้องคอยให้การดูแล
โดยช่วยบอกเวลาให้ช่วงแรกว่า
"ตอนนี้ต้องทำอะไร"
เพราะเด็กๆ อาจจะยังดูเวลาไม่เป็น
แต่การทำกิจกรรม
หรืองานในช่วงเวลาเดิม
ในทุกๆ วันอย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้เด็กๆ จดจำว่า
ตัวเองต้องทำอะไรเวลาไหนบ้าง
เด็กบางคนไม่ต้องดูนาฬิกา
แต่สามารถบอกได้ว่า
เวลานี้เขาต้องไปทำอะไร
***
3. "เรียงลำดับกิจกรรมหรืองาน"
ตามความสำคัญอย่างชัดเจน
เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่า
"อะไรควรทำก่อน-หลัง"
เช่น
- ทำการบ้านและงานบ้านให้เสร็จ
ก่อนไปเล่นหรือดูการ์ตูน
- ต้องอาบน้ำและแปรงฟัน
ก่อนจะมาฟังนิทานแล้วเข้านอน
***
4. "ทำเวลาไหนและทำที่ไหน"
เด็กๆ เรียนรู้ "กาลเทศะ"
คือการทำอะไร เวลาไหน ที่ไหน
จากสภาพแวดล้อมที่ชัดเจน
เช่น
- กินข้าวที่โต๊ะอาหาร
ไม่มีหน้าจอ
ไม่มีของเล่น
เพราะกินข้าว เรากินข้าว
และคุยกันได้
- เล่นที่ห้องของเล่น
อิสระภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน
เพื่อให้เด็กๆ ได้รับอิสระที่เหมาะสม
- ห้องนอนไม่มีของเล่น
เพื่อมีไว้สำหรับนอน
มีเพียงตุ๊กตากอดนอนได้
กับนิทาน 1-2 เล่มก่อนนอน
วินัยที่ดี
เริ่มต้นจากสภาพแวดล้อม
ที่ง่ายต่อการสร้างวินัย
นั่นคือ "ชัดเจนจากสภาพแวดล้อม"
แต่ "ไม่ควบคุมกันมากเกินไป"
เพราะการควบคุมถูกกำหนด
โดยธรรมชาติจากห้องต่างๆ
และกิจวัตรว่า...
"เขาทำอะไรเวลาไหนและที่ไหน"
***
5. "มีการกำหนดผลลัพธ์ (Consequence)"
จากการไม่ทำสิ่งจำเป็นก่อนสิ่งสิ่งที่อยากทำ
ทั้งนี้ต้องไม่ใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือวันพิเศษอะไร
เช่น
⦿ ถ้าเขาเลือกจะไม่กินข้าว
ในช่วงเวลาที่ควรกินข้าว
เราก็จะเก็บอาหารไปเมื่อหมดเวลา
เขาก็จะได้เรียนรู้ว่า...
เขาควรมากินข้าวให้ตรงเวลา
ไม่เช่นนั้นจะต้องทนหิวรอมื้อถัดไป
⦿ ถ้าเขาเลือกเล่นจนเลยเวลาอาบน้ำ
เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จก็หมดเวลานิทาน
เขาต้องเข้านอนเลย
⦿ เด็กโตที่เล่นเกมไม่ยอมทำการบ้าน
จากที่เขาจะได้เล่นเกมทุกวัน
อาจจะงดสัปดาห์นั้น
ได้เล่นอีกครั้งสัปดาห์ถัดไป
หรือ จนกว่าจะทำการบ้านจนครบ
***ข้อสังเกต***
เด็กที่มีปัญหาเรื่อง
การทำตามตารางเวลา
มักจะมีปัญหา...
- การควบคุมตัวเอง
- การยับยั้งช่างใจ
- และการจัดการเวลา
ซึ่งเด็กบางคนเกิดจากการ
ไม่เคยฝึกฝนหรือมีประสบการณ์มาก่อน
เมื่อฝึกฝนก็สามารถทำได้
และที่บ้านอาจจะไม่ทำในทิศทางเดียวกัน
เมื่อบ้านเปลี่ยน เด็กเปลี่ยน
แต่เด็กบางคนแม้จะฝึกฝน
มานานแล้วยังทำไม่ได้
อาจจะเป็นเพราะ
เขาอาจจะมีปัญหาบางอย่าง
เช่น
- ด้านสมาธิ
ทำให้ควบคุมตัวเองได้ลำบาก
หรือ
- มีพัฒนาการล่าช้าบางด้าน
ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้
กรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์พัฒนาการ
หรือ จิตแพทย์ เพื่อกระตุ้น/บำบัดต่อไป
**********
❤️ (3) ต้นแบบจากผู้ใหญ่ในชีวิต "พ่อแม่"
⦿ "พ่อแม่มีวินัย"
คนในบ้านทำไปในทิศทางเดียวกัน
เราต่างฝึกฝนทำหน้าที่ของเรา
และทำไปด้วยกัน สม่ำเสมอ
เด็กจะซึมซับและเรียนรู้
ที่จะทำสิ่งเดียวกันกับเรา
⦿ "พ่อแม่รักษาเวลา"
ถ้าอยากให้ลูกเป็นคนตรงต่อเวลา
พ่อแม่ต้องทำให้ลูกเห็นเช่นกันว่า
พ่อแม่ก็ตรงต่อเวลา
เช่น
- ไปส่ง-รับลูกตรงเวลา
- ไม่ปล่อยให้ลูกรอเก้อ ถ้าสัญญาอะไรไว้
⦿ "พ่อแม่ต้องให้คุณค่ากับลูก
และสิ่งที่จำเป็นก่อนสิ่งที่ไม่สำคัญ"
เช่น
- ถ้าลูกอยากเล่าอะไรให้เราฟัง
เราจะรับฟังสิ่งที่เขาเล่าอย่างตั้งใจ
และตอบคำถามในสิ่งที่เขาถาม
แต่ถ้าเราติดภารกิจจริงๆ
ให้เราบอกลูกว่า "สิ่งที่ลูกอยากคุยคือเรื่องอะไร"
ให้เราจดเอาไว้เพื่อให้ลูกรู้ว่าเราให้ความสำคัญ
และเพื่อป้องกันลืมเรื่องที่เขาอยากคุยกับเราด้วย
และบอกลูกชัดเจนว่าเราจะคุยกับเขาเมื่อไหร่
เพื่อให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ไม่ลืมและให้ความสำคัญกับเขา
**********
(1) "ความสัมพันธ์อันดี"
(2) "ตารางเวลาที่ชัดเจน ทำได้จริง"
(3) "ต้นแบบที่ดี"
สามสิ่งสำคัญนี้ผนวกกัน
จะช่วยให้เด็กคนหนึ่งเรียนรู้วินัย
คือการรับผิดชอบตัวเอง
และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้
ทั้งนี้กว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโต
ต้องอาศัย...
⦿ "เวลา"
⦿ "ความสม่ำเสมอ"
⦿ และ "ความอดทน"
ของทั้งเราและเขา
❤️ นานแค่ไหนที่เด็กคนหนึ่งจะเกิดวินัย
ถ้าเราเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ (ก่อนวัยรุ่น)
และทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ไม่ทำๆ หยุดๆ
1 สัปดาห์จะต้องสู้รบปรบมือกันหน่อย
2-3 สัปดาห์จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
1 เดือนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
3 เดือนจะง่ายขึ้น
6 เดือนจะเกิดเป็นกิจวัตร
และ 1 ปีขึ้นไปจะเริ่มเกิดเป็นนิสัย
❤️ แต่เด็กโต-วัยรุ่นก็เกิดได้เช่นกัน
หากสภาพแวดล้อมพร้อมเปลี่ยนไปกับเขา
และชัดเจนที่จะพาเขาไปด้วยกัน
เวลาในการลงมือทำไปกับเขา
และสายสัมพันธ์คือคำตอบของทุกสิ่ง
กว่าจะถึงวันนั้นขอให้คุณพ่อคุณแม่
อย่ายอมแพ้ในตัวเราและลูก
อย่าถอดใจกับช่วงเริ่มต้นที่ยากลำบาก
อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้เพราะผลลัพธ์ใช้เวลา
ถ้าผ่านช่วงเวลานี้ไปได้
เมื่อวันที่ลูกดูแลและรับผิดชอบตัวเองได้
มันคุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

ที่อยู่

300/74 ซอย นูซันตารา ม. 11 ต. บานา
Pattani
94000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6673710946

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Panyawit School Pattaniผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Panyawit School Pattani:

ทางลัด

แชร์