25/05/2026
สอนลูกช่วยงานบ้าน กิจกรรมเสริม
งานบ้านง่ายๆ ที่ให้ลูกช่วยหยิบจับ
คือ การสร้างรากฐานที่ดี
ในการสร้างวินัย
ความรับผิดชอบ
การช่วยเหลือตัวเอง
สอนลูกช่วยทำงานบ้าน ช่วยสร้าง EF ยังไงบ้าง
#พฤติกรรมเด็ก #พัฒนาการเด็ก #แม่และเด็ก #เสริมพัฒนาการลูกน้อย #สมาธิสั้น #เสริมทักษะเด็ก #จิตวิทยาเด็ก #ครอบครัว
23/05/2026
#ดูจอ ส่งผลกับพัฒนาการลูก อย่างไรบ้าง
ก่อนที่จะยื่นจอให้ลูก พ่อแม่ควรรู้อะไรบ้าง
เพราะ จอส่งผลกับลูกหลายๆ ด้าน
ไม่ว่าจะเป็น
ด้านสมองและพัฒนาการ
ด้านอารมณ์และพฤติกรรม
ด้านร่างกาย
ด้านความสัมพันธ์
#สมาธิสั้น #แม่และเด็ก #เสริมพัฒนาการลูกน้อย #ครอบครัว #พัฒนาการเด็ก #พฤติกรรมเด็ก #จิตวิทยาเด็ก #เสริมทักษะเด็ก #เด็กติดจอ
23/05/2026
"หนูใช้ตะเกียบคีบซูชิได้แล้ว"
"หนูมัดผมเองได้แล้ว"
"ผมผูกเชือกรองเท้าแบบหูกระต่ายเองได้"
"ผมไปซื้อของเองได้ด้วยนะครับ"
คำตอบเหล่านี้มาจากเด็กๆ ป.1
เมื่อคุณครูถามพวกเขาว่า
"มีอะไรที่เราทำได้เองและภูมิใจที่ทำได้"
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเล็กๆ ที่เด็กๆ ทำได้
กลับเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้
ความมั่นใจและคุณค่าภายในของเด็กๆ เติบโต
**********
"เด็กๆ จึงควรได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่
ให้เรียนรู้และลงมือทำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"Don’t handicap your children by making their lives easy,
show them how you overcome the challenge"
— Robert A. Heinlein
⦿ "อย่าทำทุกอย่างให้ลูก และ
อย่าช่วยเหลือลูกในที่เขาทำเองได้"
เพราะลูกจะไม่ได้รับรู้ความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง
นำไปสู่การประเมินตัวเองและสถานการณ์ไม่เป็น
การรับมือกับปัญหาจึงเป็นเรื่องยากของเขา
⦿ "อย่าทำให้ชีวิตของลูกมีแต่
ความสะดวกสบายหรือมีแต่เรื่องง่าย"
เพราะเมื่อเขาเจออุปสรรคหรือเรื่องยาก
เขาจะไม่มีความอดทนเพียงพอที่จะเผชิญมัน
และเลือกที่จะหนีปัญหาหรือให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทนตัวเอง
⦿ "อย่าหลีกเลี่ยงความลำบาก
และปกป้องลูกจากความทุกข์"
เพราะสักวันหนึ่งเมื่อเขาเผชิญกับสิ่งเหล่านี้
ลูกจะไม่รู้วิธีรับมือกับมัน
⦿ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือการเคียงข้าง
สอนลูกให้แก้ปัญหาและทำสิ่งต่างๆ
ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข
เราเลือกที่จะเคียงข้างลูกเสมอ
จนเขาสามารถข้ามผ่านอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปได้
เพื่อวันข้างหน้าแม้ไม่มีเราอยู่ตรงนั้นกับเขาแล้ว
ลูกจะเติบโตต่อไปได้ด้วยตัวเอง
***
คำถาม "เราเป็นพ่อแม่ที่เข้าใจลูกและเปิดโอกาสให้ลูกทำ หรือ เป็นพ่อแม่ที่รู้ใจและทำทุกอย่างให้ลูก"
⦿ "ให้ลูกทำ (เข้าใจลูก)"
พ่อแม่เข้าใจลูกและให้ลูกช่วยเหลือตัวเองตามวัยของเขา
เราทำหน้าที่เปิดโอกาสให้ลูกทำเองมากที่สุด
ถ้าลูกทำไม่ได้ เราเข้าไปสอนเขาด้วยการ
ขั้นที่ 1 ทำให้ดู
ขั้นที่ 2 พาทำ (จับมือทำ)
ขั้นที่ 3 ทำด้วยกัน
ขั้นที่ 4 ปล่อยลูกทำเอง โดยมีเราเฝ้าดู
ขั้นที่ 5 ฝึกฝนจนทำได้เอง แม้ไม่มีเราอยู่ตรงนั้น
ทั้งนี้เราไม่ได้คาดหวังว่า
เด็กเล็กต้องทำทุกอย่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะเราไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์
แต่เราคาดหวังให้เขาเรียนรู้
การลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเขาเอง
เมื่อเด็กรับรู้ว่า "ตนเองสามารถทำสิ่งใดได้ด้วยตนเอง"
เขาจะรับรู้ถึงความสามารถของตน
ซึ่งนำไปสู่ความภาคภูมิใจ และ
ความเป็นตัวของตัวเอง (Sense of Autonomy)
และการควบคุมตนเอง (Self Control)
จะเกิดขึ้นตามมา
ยิ่งเด็กลงมือทำ
เขายิ่งได้เรียนรู้การควบคุม
และรับผิดชอบชีวิตของตัวเขาเอง
ซึ่งทำให้เขาได้เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง
***
[ในทางตรงกันข้าม]
⦿ "ทำให้ลูก (รู้ใจลูก)"
พ่อแม่รู้ใจลูกและให้การช่วยเหลือลูกทันที
ด้วยการเข้าไปทำให้หรือแก้ปัญหาให้
เด็กจะขาดโอกาสในการฝึกฝนการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง
และทำให้เขาเลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้น
เพราะเขารู้ว่า "พ่อแม่พร้อมจะทำให้เขา"
และเด็กจะรับรู้ว่า "พ่อแม่จะไม่อดทนรอเขา"
เด็กจะเกิดข้อสงสัยในตัวเองว่า
"แท้จริงแล้วเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งนำไปสู่
ความวิตกกังวลและไม่มั่นใจในตนเอง (Shame and doubt)
ในเวลาต่อมา"
**********
🌱
การเปิดโอกาสให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเอง
และทำสิ่งต่างๆ ที่เขาทำได้ด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
เด็กๆ จะเกิดเป็นความชำนาญในทักษะดังกล่าว
ในขณะเดียวกันพวกความมั่นใจก็ค่อยๆ เติบโต
ไปพร้อมกับทักษะที่เกิดขึ้นด้วย
ทักษะพื้นฐานผนวกกับการรับรู้
ถึงศักยภาพภายในตัวเอง
สามารถแผ่ขยายไปสู่การเรียนรู้
และลองทำสิ่งใหม่ๆ ต่อไป
เด็กทุกคนมีความสามารถ
พวกเขาทำอะไรได้มากกว่าที่ผู้ใหญ่คิด
ขอเพียงอย่าดูถูกศักยภาพของพวกเขา
และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ลงมือทำให้มากที่สุด
โดยมีเรา "พ่อแม่เคียงข้างเสมอ"
🌳
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
19/05/2026
#เลี้ยงลูกเชิงบวก #สร้างความสุขด้วยพลังแห่งความเข้าใจ
คุณพ่อคุณแม่เคยรู้สึกไหมคะ? บางทีในวันที่เราเหนื่อยๆ แล้วลูกไม่น่ารักขึ้นมา จากตั้งใจว่าจะคุยดีๆ สุดท้ายก็กลายเป็นการดุหรือใช้เสียงดังไปซะได้ พอดึงสติได้ทีหลังทีไร คนเป็นแม่อย่างเราก็แอบมานั่งเสียใจทุกทีเลยค่ะ 🥺
จริงๆ แล้ว การเลี้ยงลูกให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและมีภูมิคุ้มกันทางใจที่ดี ไม่ได้แปลว่าเราต้องใจดีจนตามใจไปซะทุกอย่างนะคะ แต่หัวใจสำคัญคือ #การเลี้ยงลูกเชิงบวก ที่ใช้พลังแห่งความเข้าใจนำทางต่างหากค่ะ วันนี้มี๊แพรเลยรวบรวมไกด์ไลน์ง่ายๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้เต็มไปด้วยรอยยิ้มมาฝากกันค่ะ
❤️ 3 หัวใจหลักของการเลี้ยงลูกเชิงบวก
❣️ งดความรุนแรง : บอกลาการใช้กำลัง การข่มขู่ หรือคำพูดประชดประชันที่ทำร้ายจิตใจลูก เพราะความกลัวไม่เคยสร้างการเรียนรู้ที่แท้จริงค่ะ
❣️ ใช้ความรักนำทาง : กอดบ่อยๆ บอกรักบ่อยๆ แสดงออกถึงความห่วงใยให้ลูกรับรู้และสัมผัสได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เขามั่นใจว่าบ้านคือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด
❣️ สร้างแรงจูงใจ : เปลี่ยนจากการจับผิดมาเป็นการชื่นชมที่ความพยายาม และให้กำลังใจในทุกๆ ก้าวเล็กๆ ของเขาแทนค่ะ
และ 5 เทคนิคง่ายๆ ที่ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที เริ่มจากการ #เปลี่ยนคำสั่งเป็นทางเลือก ให้ลูกได้ตัดสินใจในขอบเขตที่เหมาะสมเพื่อลดการปะทะ และหันมา #ชมความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ เพื่อสร้างความภูมิใจในความตั้งใจของเขา เมื่อลูกทำพลาดให้ #เน้นสอนแก้ปัญหาแทนการลงโทษ ชวนเขาเรียนรู้ผลการกระทำและช่วยกันแก้ไขแทนการดุหรือตี ที่สำคัญคือต้อง #ฟังอย่างตั้งใจและเข้าใจอารมณ์ เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยที่จะเปิดใจ และสุดท้ายคือการ #เป็นแบบอย่างผ่านการกระทำ เพราะลูกซึมซับพฤติกรรมจากพ่อแม่โดยตรงค่ะ\
ผลลัพธ์ที่ได้จากการเลี้ยงลูกเชิงบวกนั้นมากกว่าแค่ความสุขในบ้านค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกมี Self-Esteem สูง รู้สึกว่าตัวเองมีค่า เป็นคนกล้าลองผิดลองถูก ไม่กลัวความผิดพลาดเพราะรู้ว่าหันกลับมาจะมีพลังใจของพ่อแม่รออยู่เสมอ และช่วยเติมเต็มให้ความสัมพันธ์ในบ้านแข็งแรง สื่อสารกันด้วยความเข้าใจไม่ใช่ความกลัวค่ะ
การเลี้ยงลูกไม่มีสูตรสำเร็จและไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% แต่อย่างน้อยวันนี้เรามาพยายามไปด้วยกัน เริ่มง่ายๆ จากการสบตา ตั้งใจรับฟัง และกอดเขาให้แน่นขึ้นในทุกวันนะคะ 🥰
#สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก
12/05/2026
🌻
"การชื่นชม"
เป็นสิ่งที่ควรสอนเด็กๆ ตั้งแต่วัยเยาว์
ทั้งการชื่นชม "ตัวเอง" และ "ผู้อื่น"
เพราะการจะชมใครสักคนได้
นอกจากสายตาที่มองไปเห็น
ใจของเราต้องมองเห็นสิ่งนั้นด้วย
เด็กๆ ที่ชื่นชมตัวเองและผู้อื่นเป็น
จึงมองเห็นคุณค่าในตัวเองและโลกใบนี้
**********
การชื่นชมไม่มีแบบแผนในการสอนที่ตายตัว
แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือ
❤️ (1) "ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี"
ผู้ใหญ่ที่ชื่นชมเด็กๆ อย่างจริงใจ
และชมสิ่งดีๆ ที่มองเห็นในตัวเขา
ทำให้เด็กๆ เรียนรู้ และซึมซับสิ่งเหล่านั้นมา
ดังนั้นการที่สายตาของเรา
จะจับจ้องไปเห็นสิ่งที่น่าชื่นชมได้
เราต้องมีเวลาอยู่กับเด็กๆ
เพื่อจะได้มองเห็นพวกเขาอย่างชัดเจน
ที่สำคัญการชื่นชมอย่างจริงใจนั้นไม่ได้ยาก
เมื่อเรารักใครสักคนมากพอ
***
❤️ (2) "การชื่นชมผ่านคำขอบคุณจากใจ"
การชื่นชมแทรกอยู่ในคำขอบคุณ
เมื่อเราได้รับสิ่งดีๆ จากใคร
และเราขอบคุณเขาจากใจ
คำขอบคุณนั้นคือ "การชื่นชมที่ดีที่สุด"
เด็กๆ ที่ทำอะไรให้ผู้ใหญ่
และได้รับขอบคุณกลับมา
คำขอบคุณนั้นทำให้เขารู้ว่า
"สิ่งที่เขาทำนั้นมีค่าเพียงใด"
***
❤️ (3) "มองเห็นสิ่งที่ทำได้
แล้วชมสิ่งนั้นตอนนี้ เดี๋ยวนี้"
ถ้าเรามัวแต่รอชมผลลัพธ์ที่สำเร็จ
เด็กๆ คงต้องรอการชื่นชมนั้นที่ปลายทาง
ระหว่างทางที่เขาต้องอดทน ล้มลุกคลุกคลาน
เราเลือกที่จะมองข้าม หรือ มองไม่เห็นมัน
ดังนั้นถ้าเราชมในสิ่งที่เด็กทำได้ตอนนี้
แล้วชมให้เขารู้ตัวว่าเขาทำได้ถึงตรงนี้แล้วนะ
เด็กๆ จะรู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ไม่ได้ไร้ความหมาย
แม้จะยังไม่ถึงปลายทาง
คำชมและการได้รับการมองเห็นทำให้เด็กๆ สู้ต่อ
ผู้ใหญ่เองก็ต้องการการมองเห็นเช่นนี้เหมือนกัน
***
❤️ (4) "ถึงแม้ปลายทางจะไม่สำเร็จและไม่เป็นดังหวัง
แต่ทุกความพยายามและความตั้งใจควรได้รับการชื่นชม"
บางคนอาจจะมองว่าถ้าทำไม่สำเร็จ
ความพยายามที่ผ่านมาก็สูญเปล่า
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราให้ความสำคัญกับผลลัพธ์
มากกว่าระหว่างทางที่เราได้เรียนรู้อะไร
แม้จะไม่สำเร็จ
เราก็ชื่นชมตัวเองได้
- ชื่นชมในความพยายาม
- ชื่นชมในความอดทน
- ชื่นชมในความกล้า
เพราะทุกครั้งที่ลงมือทำ
คุณค่าในตัวเองนั้นย่อมบังเกิดแล้ว
แต่จะงอกงามไปในทิศทางใด
ก็คงแล้วแต่เจ้าตัวจะกำหนดทิศทางนั้น
แม้จะไม่สำเร็จและไม่ใช่ทางที่ใช่
ก็ไม่ได้แปลว่าล้มเหลวและสิ่งที่ทำไม่มีคุณค่า
เพราะทุกประสบการณ์สามารถนำไปต่อยอดกับสิ่งใหม่เสมอ
"ชื่นชมเด็กๆ ในวันนี้ที่เขาได้ลงมือ และทำอย่างตั้งใจ
ไม่ใช่ชมเพราะเขาทำมันได้สำเร็จเพียงอย่างเดียว"
***
❤️ (5) "ชมเพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาต่อ"
ทุกคนมีด้านที่ไม่เก่ง ด้านที่ไม่ดี
หรือ ด้านที่จำเป็นพัฒนาต่อ
บางคนอาจจะมองว่าเราจำเป็นต้องตำหนิตัวเอง
เพื่อจะได้แก้ไขและพัฒนาต่อ
ในความเป็นจริงแล้วเราชมเพื่อพัฒนาต่อก็ทำได้เช่นกัน
การชมในที่นี้คือ "การให้กำลังใจตัวเอง"
มากกว่าจะบั่นทอนซ้ำเติมตัวเอง
การชมอย่างตรงไปตรงมา มองตามความจริง
และความเป็นไปได้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
เช่น
- "อย่างน้อยวันนี้เราทำถูกตั้งหลายข้อ
ถ้ากลับไปฝึกมาอีก ครั้งหน้าต้องทำได้มากกว่านี้แน่"
- "วันนี้ที่แพ้ เพราะ 1 ลูก คราวก่อนเราแพ้ต้อง 7 ลูก"
- "เราพลาดไป เพราะเราไม่ได้ฝึกทักษะนี้มา
ทักษะอื่นเราไม่แย่ไปหมด แต่ต้องไปฝึกทักษะนี้เพิ่ม"
- "เราไม่ได้ทำไม่ได้เลย เพราะอย่างน้อยวันนี้เราทำได้เกินครึ่งเลยนะ"
**********
🌻
"การชมตัวเอง"
แม้จะดูตลกและน่าอาย
รู้สึกเป็นเรื่องยากที่จะทำ
นั่นเป็นเพราะว่าเรายังไม่ชินและคุ้นเคย
หากทำทุกวันเราจะพบว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น
และเราจะทำอย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้ใหญ่อย่างเราควรเรียนรู้
และทำสิ่งนี้ไปกับเด็กๆ เช่นกัน
เด็กๆ ที่ชื่นชมตัวเองเป็น
เขาจะเรียนรู้ที่มองตัวเองในด้านดี
ส่วนในด้านที่ไม่ดีไม่ใช่เขามองไม่เห็นมัน
แต่เขาเลือกที่จะพัฒนาและไม่มองเป็นปมด้อยในตัว
เพราะคุณค่าในตัวเขามีมากกว่านั้น
ในวันที่เด็กๆ ยังชื่นชมตัวเองไม่เป็น
ขอให้ผู้ใหญ่มองเห็นและชื่นชมในสิ่งที่เขาทำได้
วันนี้ตัวเราเองก็อย่าลืมชื่นชมตัวเอง
"อย่างน้อยเราผ่านวันนี้มาได้ก็เก่งมากแล้วนะ"
💐
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา