โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา

โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2536 เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นเนอสเซอรี่-อนุบาล-ประถม Nursery, Kindergarten and Primary School

🏆🎉 ขอแสดงความยินดี 🎉🏆🥋 เด็กหญิงภัทราพร คันทะคง (พี่น้ำหวาน) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 RSR TAEKWONDO TEAM🥉 ได้รับรา...
20/08/2026

🏆🎉 ขอแสดงความยินดี 🎉🏆

🥋 เด็กหญิงภัทราพร คันทะคง (พี่น้ำหวาน) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 RSR TAEKWONDO TEAM

🥉 ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง การแข่งขันเทควันโด Kyorugi 👧
รุ่น Junior Female 9–10 Y/O ⚖️ รุ่นน้ำหนัก B 23–26 KG

🌍 จากการแข่งขัน PATHUMTHANI TAEKWONDO CHAMPIONSHIP 2026
📍 ณ ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

✨ โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความมุ่งมั่น ความมีวินัย และความสามารถของพี่น้ำหวาน ขอเป็นกำลังใจให้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่ความสำเร็จในทุกสนามต่อไปนะคะ 💪🥋🏆

💙❤️ Fuangfha Wittaya School
“ภูมิใจในความสำเร็จของลูกเฟื่องฟ้า” 🌸

#คนเก่งโรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา #นักกีฬาเทควันโด #นักเรียนดี #มีวินัย #ใฝ่คุณธรรม #ล้ำปัญญา #รักษาความเป็นไทย #โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา

20/08/2026
19/08/2026

📢 โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ IT & Data System จำนวน 1 อัตรา

โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยามีความประสงค์รับสมัครบุคลากรเพื่อร่วมดูแลและพัฒนา ระบบข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลและออนไลน์อย่างเป็นระบบ โดยปฏิบัติงานร่วมกับทีมงานในการจัดระเบียบ เชื่อมโยง และพัฒนาฐานข้อมูล เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติ
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน IT, Computer Science, Information Systems, Data หรือสาขาที่เกี่ยวข้องโดยตรง
- มีความรู้และความเข้าใจด้านระบบข้อมูล ฐานข้อมูล (Database) และ Google Workspace
- หากมีประสบการณ์ทำงานใน องค์กรขนาดใหญ่ สถาบันการศึกษา หรือโรงเรียนขนาดใหญ่ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
- มีมนุษยสัมพันธ์และทักษะการสื่อสารที่ดี สามารถประสานงานและทำงานร่วมกับบุคลากรหลายฝ่ายได้
- มีความคิดเป็นระบบ มีความรับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ

📍 สถานที่ปฏิบัติงาน: โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

ผู้สนใจสามารถส่ง Resume / CV พร้อมรายละเอียดประสบการณ์ทำงานหรือผลงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา

Send a message to learn more

🔬✨ ค่ายวิทยาศาสตร์ “เปิดประตูสู่โลกอนาคต” 🚀🌎🗓️เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 นักเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนเฟื่องฟ้...
18/08/2026

🔬✨ ค่ายวิทยาศาสตร์ “เปิดประตูสู่โลกอนาคต” 🚀🌎

🗓️เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 นักเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาได้ร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ “เปิดประตูสู่โลกอนาคต” สนุกกับการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย พร้อมเปิดมุมมองและจินตนาการสู่โลกแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 🌟

👧👦นักเรียนได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการได้ลงมือปฏิบัติจริง เสริมสร้างทักษะกระบวนการคิด การสังเกต การทดลอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่น 💡🧪

🏫เพราะการเรียนรู้ที่ดี…ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นได้จากทุกประสบการณ์ที่นักเรียนได้ลงมือทำ ❤️

#ค่ายวิทยาศาสตร์ #เปิดประตูสู่โลกอนาคต #โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา #เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง #สนุกคิดสนุกเรียนรู้

https://www.facebook.com/share/p/19T4uWy2Md/?mibextid=wwXIfr
17/08/2026

https://www.facebook.com/share/p/19T4uWy2Md/?mibextid=wwXIfr

บทความนี้ยาว แต่อยากให้อ่านกันนะคะ

เราทราบดีว่า Social media มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ถ้าใช้อย่างไม่ถูกวิธี ไม่รู้เท่าทัน ก็อาจมีผลกระทบทางลบตามมาได้

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายๆ ประเทศเริ่มเห็นว่า ถ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ฝ่ายเดียวในการดูแลเด็กๆ คงจะยาก เพราะ Social media ถูกออกแบบให้มีเทคนิคมากมายในการดึงให้ผู้ใช้อยู่กับแอพฯ ให้นานที่สุด เช่น เราคงเคยนั่งไถจอดูคลิปสั้นใน Tiktok ไปเรื่อยๆ ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง เพราะแอพฯ พวกนี้มีระบบอัลกอริทึมที่คอยนำเสนอเนื้อหาให้ตรงใจ

แถมเด็กและวัยรุ่นนั้น สมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตนเอง การยับยั้งชั่งใจ ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ดังนั้นการที่ให้พ่อแม่บอกว่า “ลูกจ๋า ใช้มือถือน้อยๆ หน่อย ไปทำอย่างอื่นบ้างนะลูก หนูต้องรู้จักควบคุมตัวเองนะลูก” อาจไม่เพียงพอ

เราจึงเห็นหลายประเทศเริ่มออกกฎหมายเพื่อจำกัดอายุการมีบัญชี Social media ในเด็ก


ยกตัวอย่างประเทศที่มีกฎหมายบังคับใช้แล้ว

1. ออสเตรเลีย เป็นประเทศแรกของโลกที่กำหนดให้ Social media ต้องใช้มาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มี Social media (Facebook, Instagram, TikTok, Snapchat, X, YouTube, Reddit, Threads และ Twitch) โดยกฎหมายไม่ได้ลงโทษเด็กหรือพ่อแม่ แต่ลงโทษแพลตฟอร์ม Social media นั้นๆ หากไม่ดำเนินการอย่างเหมาะสม กฎหมายไม่ได้ห้ามเด็กใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด เด็กยังสามารถใช้งานเพื่อค้นคว้าข้อมูล เรียนออนไลน์ เล่นเกม ส่งข้อความต่างๆ ตามที่ได้รับการยกเว้นได้

2. อินโดนีเซีย จำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชี Social media ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads, X, Bigo Live และ Roblox ถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำมาตรการนี้มาใช้

3. มาเลเซีย เริ่มบังคับไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเปิด Social media ของตนเอง พร้อมกำหนดให้ Social media ตรวจสอบอายุผู้ใช้งานด้วย

4. อังกฤษ ประกาศว่าจะใช้กฎหมายเหมือนออสเตรเลียกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี คาดว่าจะมีผลในปี 2570 แต่ปัจจุบันเน้นให้ตรวจสอบอายุ และป้องกันเด็กจากสื่อลามกอนาจาร สื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตัวเอง และความผิดปกติเกี่ยวกับการกิน

5. นอร์เวย์ สเปน เดนมาร์ก และประเทศยุโรปอีกหลายประเทศ อยู่ระหว่างเสนอกฎหมายจำกัดอายุ โดยส่วนใหญ่พิจารณาที่อายุประมาณ 15–16 ปี

6. ฝรั่งเศส เคยผ่านกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย แต่ไม่กี่วันก่อน ศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสไม่รับรองกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากกังวลเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก รัฐบาลจึงต้องกลับไปแก้ไขกฎหมายใหม่


สำหรับประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำในการมีบัญชี Social media แม้จะมี พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการขอความยินยอมในการเก็บและใช้ข้อมูลของผู้เยาว์ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี แต่ไม่ได้ห้ามเด็กมีบัญชี Social media


เมื่อยังไม่มีกฎหมาย (หรือแม้จะมีในอนาคตก็ตาม) พ่อแม่ควรดูแลเด็กๆ อย่างไร ในเรื่องการใช้งาน Social media

1. พ่อแม่ควรพิจารณาว่าลูกพร้อมมี Social media หรือยัง

แม้ตอนนี้ จะมีเกณฑ์อายุ 13 ปีที่ Social media ส่วนใหญ่กำหนด อาจไม่ได้แปลว่าเด็กทุกคนพร้อมใช้โซเชียลมีเดียเมื่ออายุ 13 ปี (หรือแม้กระทั่งที่กฎหมายหลายประเทศกำหนดที่ 16 ปี)

พ่อแม่ควรพิจารณาความพร้อมของลูกแต่ละคน เช่น

-ลูกควบคุมเวลาและหยุดใช้อย่างเหมาะสมหรือไม่
-ลูกสามารถแยกแยะว่าอะไรเป็น โฆษณา ข่าวปลอม คนไหนเป็นมิจฉาชีพ บุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจได้แค่ไหน
-รับมือได้ไหมเมื่อถูก cyberbullying เช่น ล้อเลียน ถูกปฏิเสธ จัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้หรือไม่
-ลูกจะกล้าบอกพ่อแม่ไหม ถ้าเจอเรื่องไม่ดีหรือถ้าเขาทำผิดพลาดใน Social media
-ลูกมีปัญหาเรื่องภาวะอารมณ์ การนอน สมาธิสั้น อยู่เดิม ที่ไม่ได้รักษาให้ดี หรือมีความเสี่ยงว่าจะเป็นมากขึ้นถ้าใช้งาน Social media หรือไม่

ถ้าดูแล้ว ลูกยังไม่น่าจะพร้อม ก็อาจจะต้องปลูกฝังให้ลูกพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่โลก Social media

2. ถ้าจะให้ลูกใช้ พ่อแม่ควรเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ตอนแรก ให้ลูกมีบัญชีที่ใช้ร่วมกันกับพ่อแม่ก่อน พ่อแม่จะได้รู้ว่าลูกใช้งานอย่างไร มีความพร้อมหรือยัง ไม่ใช่ว่า ซื้อมือถือให้ลูกแล้วให้ลูกมี Social media ทุกแอพฯ ตรงนั้นก็เปรียบเหมือนให้เด็กขับรถออกถนนโดยยังไม่ได้ฝึกก่อน

3. ช่วงแรกที่เริ่มใช้ สอนให้ลูกตั้งค่าเป็นส่วนตัว จำกัดผู้ติดตาม ไม่ต้องเป็นสาธารณะทั้งหมด ปิดการระบุตำแหน่งโลเคชั่น ปิดข้อความจากคนแปลกหน้า และปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น พ่อแม่ควรช่วยตั้งค่าความปลอดภัยร่วมกับลูก ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกไปจัดการเอง

4. มีกติกาการใช้งานให้ชัดเจนก่อนให้ลูกใช้ Social media เช่น

-ไม่ใช้ระหว่างกินข้าว เรียน หรือทำการบ้าน
-ไม่ใช้ในห้องนอนหลังเวลาที่กำหนด
-วางโทรศัพท์และอุปกรณ์หน้าจอไว้นอกห้องนอนตอนกลางคืน เช่น เอามาชาร์จที่ห้องพ่อแม่
-ไม่ควรโพสต์ข้อมูลส่วนตัว โรงเรียน ที่อยู่ หรือสถานที่ที่กำลังอยู่ (เคยมีเด็กถูกลักพาตัวจากการเปิดโลเคชั่น)
-ไม่รับเพื่อนที่ไม่รู้จักหรือนัดพบคนในออนไลน์โดยไม่ปรึกษาพ่อแม่
-ก่อนโพสต์ภาพของผู้อื่นต้องขออนุญาตเจ้าตัวก่อน เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
-หากมีคนส่งภาพโป๊ ข่มขู่ ชักชวนทางเพศ หรือบอกให้โอนเงิน อะไรที่แปลกๆ น่าสงสัย ต้องบอกผู้ใหญ่ทันที

หมอคิดว่ากติกาเดียวกันควรใช้กับผู้ใหญ่ในบ้านด้วย เพราะเด็กเรียนรู้จากสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำมากกว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่สอน

5. พ่อแม่ควรรู้ว่าลูกดูอะไรในจอ ไม่ใช่แค่จำกัดว่า ดูกี่นาที กี่ชั่วโมง

เด็กที่ใช้เวลาใน Social media 1 ชั่วโมงเพื่อคุยกับเพื่อนหรือทำงาน ไม่น่าห่วงเท่าเด็กที่ใช้เวลาไม่กี่นาที ดูคลิปเกี่ยวกับรูปร่าง การลดน้ำหนัก ความรุนแรง หรือการทำร้ายตัวเอง

พ่อแม่จึงควรดูด้วยว่า

-ลูกดูอะไร คุยอะไรกับใครบ้าง
-ดูแล้วรู้สึกอย่างไร
-การใช้นั้นมีผลกับการนอน การเรียน การออกกำลังกาย และความสัมพันธ์ในชีวิตจริงหรือไม่

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง ดูว่าลูกใช้ Social media นานแค่ไหน แต่คือ ใช้อย่างไร และหลังใช้แล้วลูกเป็นอย่างไร

6. พ่อแม่ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ให้ลูกกล้าพูด กล้าบอก หรือขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ได้

เด็กบางคนไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นออนไลน์ เพราะกลัวถูกดุหรือถูกยึดมือถือ พ่อแม่จึงควรทำให้ลูกไว้ใจ ควรบอกลูกตั้งแต่ต้นว่า “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่น ลูกเผลอส่งรูปไม่เหมาะสม ถูกหลอก ถูกขู่ หรือทำอะไรผิดพลาดไป บอกพ่อแม่ได้ เราจะช่วยแก้ปัญหากัน ไม่ต้องกลัวว่าพ่อแม่จะทำโทษ แต่สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของลูก”

ต้องตั้งสติ เมื่อเด็กมาบอก ขอบคุณที่ลูกไว้ใจเรา เก็บหลักฐาน บล็อกและรายงานบัญชีที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงค่อยหาทางจัดการดูแล ป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

6. พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณว่าการใช้ Social media มีผลเสียกับลูก เช่น

-นอนดึก ไม่รักษาเวลา
-หงุดหงิดรุนแรงเมื่อถูกจำกัดการใช้งาน
-ผลการเรียนลดลงหรือสมาธิแย่ลง
-แยกตัวจากครอบครัวและกิจกรรมอื่นๆ ที่เคยชอบ
-รู้สึกเปรียบเทียบตัวเองกับคนใน Social media เช่น รูปร่าง อาจเริ่มบอกว่าจะลดน้ำหนักให้เหมือนคนใน Social media มีพฤติกรรมการกินผิดปกติ
-อารมณ์ไม่ดี อาจเศร้า หดหู่ หลังใช้ Social media
-มีภาวะการถูกคุกคาม ถูกแบล็กเมล
-เริ่มพูดถึงการทำร้ายตัวเอง ความตาย หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่

ถ้ามีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ


หมอคิดว่า ข้อดีที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งของการมีกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำคือ อาจช่วยลดแรงกดดันของพ่อแม่ เพราะเด็กคงไม่สามารถพูดกดดันพ่อแม่ได้ง่ายๆ (อย่างประโยคที่พ่อแม่เจอบ่อยมาก คือ “ทำไมไม่ให้หนูมีอ่ะ เพื่อนทุกคนก็ยังมี ทำไมหนูยังไม่มี หนูตามเพื่อนไม่ทันแล้วนะ” อะไรประมาณนี้ ฟังลูกพูดแล้วพ่อแม่บางคนก็ใจอ่อน)

แต่ต้องยอมรับว่ากฎหมายเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถป้องกันเด็กจากทุกความเสี่ยง เด็กอาจหลบเลี่ยง แอบใช้ กรอกอายุแบบหลอกๆ หรือถึงมีอายุตามที่กฎหมายอนุญาต เราคงเคยเห็นกรณีวัยรุ่น(หรือผู้ใหญ่หลายคน)ก็ยังขาดทักษะในการดูแลตัวเองเวลาใช้ Social media


ทางแก้ปัญหาเรื่องพิษภัยจาก Social media คงไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แค่มีกฎหมาย ให้เด็กไม่มีโซเชียลมีเดีย

หมอคิดว่าเป้าหมายสำคัญที่สุด คือ การช่วยให้เด็กเติบโตไปเป็นคนที่รู้เท่าทันเทคโนโลยี Social media ควบคุมตนเองได้ คิดก่อนพูด ก่อนทำ เคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของตัวเองและผู้อื่น และมีทักษะการแก้ปัญหาที่เหมาะสม


ดังนั้นแม้ว่าประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำ แต่พ่อแม่ก็สามารถมีหลักการและวิธีดูแลลูกๆ ในเรื่องนี้ได้ ตามที่หมอได้เขียนมา

บทความนี้ยาวสักหน่อย แต่เชื่อว่าถ้าได้อ่านจนจบจะมีประโยชน์กับทุกๆ ครอบครัวค่ะ

#หมอมินบานเย็น

📣🏫โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา ร่วมกับ บริษัท ชานพระนคร เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด จัดการฝึกอบรม “หลักสูตรการปฐมพยาบาลและการช่วยชี...
16/08/2026

📣🏫โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา ร่วมกับ บริษัท ชานพระนคร เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด จัดการฝึกอบรม “หลักสูตรการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตพื้นฐาน” (BASIC FIRST AID & BASIC LIFE SUPPORT : BLS) ให้แก่คณะครูและบุคลากรของโรงเรียน 🗓️ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569💞

👩‍🏫👨‍🏫 โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ : บริษัท ชานพระนคร เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ครูและบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

❤️ โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการดูแลนักเรียน จึงส่งเสริมให้ครูและบุคลากรมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 👧👦

🩺 เสริมทักษะ สร้างความมั่นใจ เพื่อความปลอดภัยของลูก ๆ 💙

#โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา #การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตพื้นฐาน #ความปลอดภัยของนักเรียน

🌸🙏 กิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ประจำเดือนสิงหาคม 🙏🌸🏫 โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาจัดกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง💙 เนื่องใ...
11/08/2026

🌸🙏 กิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ประจำเดือนสิงหาคม 🙏🌸

🏫 โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาจัดกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง💙 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 💙 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้งร่วมสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย ✨

🌷 ร่วมทำความดีด้วยหัวใจ
💙 ปลูกฝังความกตัญญู สืบสานวัฒนธรรมไทย
🌱 สร้างเด็กดี มีคุณธรรม เติบโตอย่างงดงาม

🙏ขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

#นักเรียนดี #มีวินัย #ใฝ่คุณธรรม #ล้ำปัญญา #รักษาความเป็นไทย #นักเรียนดีมีมารยาทงาม #โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา #โรงเรียนต้นแบบศีลธรรม #ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง #วันแม่แห่งชาติ

🌟 กิจกรรมเข้าค่ายเด็กดี V-Star นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 🌟🏫 โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา จัดกิจกรรมเข้าค่ายเด็กดี V-Star ส...
11/08/2026

🌟 กิจกรรมเข้าค่ายเด็กดี V-Star นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 🌟

🏫 โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา จัดกิจกรรมเข้าค่ายเด็กดี V-Star สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภายใต้โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก “รักษ์บวร รักษ์ศีล 5 จังหวัดปทุมธานี” ปีการศึกษา 2569 🗓️เมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเป็นคนดี มีศีลธรรม มีคุณธรรม และมีความประพฤติดี🌱✨

📚 กิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม สมาธิ และทักษะชีวิต 🧡 โดยเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งมีฐานการเรียนรู้ในช่วงเช้าและช่วงบ่าย ดังนี้
🙏 มารยาทชาวพุทธ • สมาธิและประโยชน์ของสมาธิ • บุญกิริยาวัตถุ 10 • วันสำคัญทางพุทธศาสนา • กฎแห่งกรรมและศีล 5
🧹 ฝึกทักษะชีวิตและความรับผิดชอบ
🍽️ ล้างจาน • กวาดบ้าน ถูบ้าน • ขัดวิมาน (ห้องน้ำ) • การแต่งกายในโอกาสต่าง ๆ • พับกล่องนมและถุง

🙏 ขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและร่วมส่งเสริมกิจกรรมเข้าค่ายเด็กดี V-Star ในครั้งนี้ 💙

💙ความร่วมมือจากผู้ปกครอง คือพลังสำคัญในการร่วมกันปลูกฝังคุณธรรม วินัย และความรับผิดชอบให้กับนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นคนดีของครอบครัว โรงเรียน สังคม และประเทศชาติต่อไป 🌱✨

#นักเรียนดี #มีวินัย #ใฝ่คุณธรรม #ล้ำปัญญา #รักษาความเป็นไทย #นักเรียนดีมีมารยาทงาม #เด็กดีvstar #โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา #โรงเรียนต้นแบบศีลธรรม #โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก

🏆🎉 ขอแสดงความยินดี 🎉🏆เด็กหญิงภัทราพร คันทะคง (พี่น้ำหวาน) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 🥋 RSR TAEKWONDO TEAM🥈 ได้รับรางวัลเหรี...
09/08/2026

🏆🎉 ขอแสดงความยินดี 🎉🏆

เด็กหญิงภัทราพร คันทะคง (พี่น้ำหวาน) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 🥋 RSR TAEKWONDO TEAM
🥈 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน Kyorugi B 👧 Female 9–10 Years ⚖️ 23–25 KG (G2)

🌍 จากการแข่งขันเทควันโด The 9th HEROES Taekwondo International Championship 2026 ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ชลบุรี🌍

✨ โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความมุ่งมั่น ความมีวินัย และความสามารถของนักเรียน ขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงต่อไปในอนาคต

💙Fuangfha Wittaya School "ภูมิใจในความสำเร็จของลูกเฟื่องฟ้า"❤️

#คนเก่งโรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา #นักกีฬาเทควันโด #นักเรียนดี #มีวินัย #ใฝ่คุณธรรม #ล้ำปัญญา #รักษาความเป็นไทย #โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา

โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีโรงเรี...
07/08/2026

โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวของผู้สูญเสีย คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันน่าเศร้าครั้งนี้

ขอภาวนาให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนปลอดภัย และขอส่งความห่วงใยไปยังทุกครอบครัวและทุกคนในชุมชนโรงเรียน ให้มีกำลังใจและผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง

ด้วยความอาลัยและความห่วงใย
โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา

ที่อยู่

12/1 หมู่ 4 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา
Pathum Thani
12150

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621910515

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง โรงเรียนเฟื่องฟ้าวิทยา:

ทางลัด

แชร์