แกะสลักชีวิต - ปัญญาประทีป

แกะสลักชีวิต - ปัญญาประทีป วิชาแกะสลักชีวิต - ม.6 - ส่วนหนึ่งของวิชาบูรณาการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวโรงเรียนปัญญาประทีป

กิจกรรม   ของวิชา  #แกะสลักชีวิต เทอมนี้ ครูไม่ต้องสอนเรื่องการเงินเองอีกต่อไปแล้ว เพราะมีลูกศิษย์โตทันใช้ เป็นนักวางแผน...
23/02/2026

กิจกรรม ของวิชา #แกะสลักชีวิต เทอมนี้ ครูไม่ต้องสอนเรื่องการเงินเองอีกต่อไปแล้ว เพราะมีลูกศิษย์โตทันใช้ เป็นนักวางแผนการเงินกลับมาสอนแทน แถมนอกจากจะมาสอนน้องๆแล้ว พี่แวนยังกลับมาสอนคุณครูทั้งรร. และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนให้คุณครูอีกหลายท่านในรร. รวมถึงตัวครูเองด้วย 👍🏻

พี่แวนเรียนจบนิเทศฯ จุฬาฯ แต่เลือกผันตัวมาเป็นนักวางแผนการเงิน เพราะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จึงกลายเป็นนักให้คำปรึกษาที่มีทักษะการสื่อสารเป็นเลิศ มีลูกล่อลูกชน และมีชั้นเชิงในการเข้าถึงใจลูกค้าเป็นอย่างดี วันที่มาอบรมน้องๆก็เช่นกัน มีมุก มีขำ มีเรื่องเล่า มีกิจกรรมดีๆมาให้น้องทำตลอด ทำให้ตื่นตัวและสนุกไปกับการเรียนรู้ได้ยาวนานไม่มีเบื่อ แถมเรียนจบยังได้แผนการเงินคร่าวๆที่จะทำให้น้องๆเห็นภาพอนาคตของตัวเองชัดเจนขึ้นกลับไปอีกคนละหนึ่งแผนด้วย 🤩👍🏻

ขอบคุณพี่แวนที่สละเวลากลับมาต่อเทียน #วิชาชีวิต ให้น้องๆนะคะ ♥️

#ครอบครัวปัญญาประทีป

22/12/2025

มาช้าแต่มานะ 🤭 กิจกรรมคาบแรกหลังเปิดเทอม #วิชาแกะสลักชีวิต รุ่น #มดแดง2

แชร์ไว้ชวนกันคิดต่อไปว่าเราจะ  #แกะสลักชีวิต เด็กอย่างไร ให้พร้อมสำหรับการเป็น  #นักศึกษา วิชาการ วิชาชีพ และ วิชาชีวิต ...
07/12/2025

แชร์ไว้ชวนกันคิดต่อไปว่าเราจะ #แกะสลักชีวิต เด็กอย่างไร ให้พร้อมสำหรับการเป็น #นักศึกษา วิชาการ วิชาชีพ และ วิชาชีวิต ได้อย่างแท้จริง

จากการนั่ง review งานของนักเรียนมัธยมปลายที่ส่งเข้ามาประกวดนางงามเข้าวิศวฯ จุฬาฯ ในรอบ Portfolio ของ TCAS69 ซึ่งผมได้รับมอบหมายให้นั่งดูงานของนักเรียนจำนวน 51 คน (จากไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนที่ส่งมาที่วิศวฯ จุฬาฯ) ผมมีข้อมูลเบื้องต้นและความเห็นตามนี้

1. เท่าที่ภาควิชาของผมเคยเก็บข้อมูลผลการเรียนของนิสิตที่เข้ามาเรียนที่ภาคผ่านรอบ Portfolio ตั้งแต่ขาเข้า-จนขาออก เราพบว่านิสิตที่มาด้วย Portfolio ไม่ได้มีผลการเรียนโดดเด่นแตกต่างกว่านิสิตที่เข้ามาในรอบอื่นๆ (เผลอๆ สู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ)

(ที่ผ่านมา Portfolio ที่จะเข้าเรียนที่ภาค IE ไม่ได้รับเข้าตรง แต่มากองรวมกันที่คณะวิศวฯ ก่อน จบปีหนึ่งแล้วค่อยแยกมาเข้าภาควิชา และจนถึงตอนนี้ ภาควิชารับเด็กจาก Port ที่ผ่านมาทางคณะปีละ 5 คน จากจำนวนรวมประมาณ 90 คน)

2. แม้ดูผิวเผิน Portfolio จากสารพัดกิจกรรมวิชาการที่นักเรียนจะรวบรวมไว้ระหว่างเรียนช่วงมัธยมปลายเพื่อมายื่นให้มหาวิทยาลัยพิจารณารับเข้าจะดูมีหลักการที่น่าสนใจ แต่เอาเข้าจริงๆ Portfolio เหล่านี้ก็นำมาซึ่งความน่าสงสัยและเป็นกังวลหลายอย่างในประเด็นด้านคุณภาพ และน้ำหนักความน่าเชื่อถือ

- ถ้าเป็นกิจกรรมเทพๆ อย่างการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ (ทั้งระดับชาติและนานาชาติ) ก็หมดประเด็น เด็กที่ผ่านเวทีระดับนี้มาได้อย่างน้อยทักษะทางวิชาการไม่น่าจะแย่

- แต่กิจกรรมใน Portfolio จำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้มาจากเวทีเทพระดับนั้น และมีการกระจายกว้างมาก ตั้งแต่ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ระดับประเทศหรือระดับชาติ และระดับนานาชาติ ไม่นับรวมว่าเป็นงานที่ผ่าน "โรงเรียนติวทำ Portfolio" มาด้วยหรือเปล่า

- มันยิ่งเริ่มประเมินยาก เมื่อแม้แต่ระดับนานาชาติ เราก็ต้องยอมรับว่าเวทีนานาชาติก็มีคุณภาพหลายระดับ ไม่ได้หมายความว่าพอนักเรียนเคยไปแข่งรายการระดับนานาชาติมา เอารางวัลเหรียญทองมายื่นให้ดูจะแปลว่าดีไปเสียหมด ไม่ต้องว่ากันถึงเวทีระดับชาติ ภูมิภาค หรือระดับโรงเรียนเลย

- ผลงานบางชิ้น คุณภาพที่นักเรียนได้รางวัลเหรียญเงินจากระดับชาติ อาจจะดีกว่าผลงานของนักเรียนบางคนที่ได้เหรียญทองจากเวทีนานาชาติด้วยซ้ำ

3. การให้ความสำคัญกับ Portfolio มากจนเกินไป อาจกลายเป็นการ "ถ่างความเหลื่อมล้ำทางวิชาการ" ของเด็กที่มีโอกาส กับเด็กที่ไม่มีโอกาส (ทั้งด้านทุนทรัพย์ เครือข่าย วงวานว่านเครือ) ออกจากกันมากกว่าเดิม

เฉพาะ Portfolio ที่ผ่านตาผม มี Range ของโอกาสทางวิชาการกว้างมาก ตั้งแต่โครงงานที่เด็กทำเล่นสนุกๆ เอง ไปจนถึงโครงงานวิจัยที่เด็กมีชื่ออยู่ใน International Publication เพราะมีโอกาสทำงานร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัย และในกรณีนี้ยากมากที่เราจะตรวจสอบจากเอกสารเปล่าๆ ว่าเด็กมีส่วนร่วมในงานตีพิมพ์ที่ว่าจริงๆ มากแค่ไหน

4. สำหรับผม ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี ไม่ว่าจะรอบอะไร ไม่ควรจะทำให้เกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบ ชัดเจนจากความขาดแคลนทุนทรัพย์ (เพราะฐานะทางบ้าน) โรงเรียนสังกัด หรือเครือข่าย หรือแม้แต่ทำให้นักเรียนที่มีโอกาสเข้าเรียนโปรแกรม EP หรือ International กลายเป็นได้เปรียบทางภาษาจนทำให้ Portfolio ที่ยื่นมามีแต่งานระดับนานาชาติ (ซึ่งระบบปัจจุบัน ก็จะให้แต้มเวทีระดับนานาชาติไว้สูงกว่าเวทีในประเทศ)

5. งานหลายชิ้นใน Portfolio ของนักเรียนทำให้ผมอ่านไปขมวดคิ้วไป นี่เด็กพวกนี้วันๆ มันหมดเวลาไปกับการทำอะไรกัน ทำไมต้องมาสนใจการวิจัย พัฒนาสิ่งประดิษฐ์แบบเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่องค์ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นก็ยังไม่ได้เรียน ลำพังความรู้วิทยาศาสตร์ระดับมัธยมมันยังไม่ใช่ความรู้ระดับที่นำไปประยุกต์ได้ เด็กพวกนี้ควรได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตของตัวเองในช่วงเวลาที่ตัวเองกำลังเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่ต้องมาหมกมุ่นกับการโคจรของดวงดาว ปฏิกิริยาเคมี สร้างอุปกรณ์ช่วยคนพิการ เขียนโปรแกรมแปลภาษามือ ฯลฯ และยังต้องพยายามงานเอาไปประกวดกันในเวทีระดับนานาชาติเสียอีก

6. งานหลายชิ้น ได้รางวัลจากเวทีระดับนานาชาติแล้ว (ไม่ว่าจะนานาชาติดีหรือเปล่าก็ตาม) เด็กยังเอาไปประกวดต่อในเวทีเล็กลงอีก เพื่อให้มีผลงานมายัดเข้าไว้ใน Portfolio มากขึ้น ผมคิดว่าแบบนี้ไม่น่าจะดี

7. จากที่เห็นใน Portfolio ตอนแรกผมเดาว่าจะได้เห็นว่ามีการประกวดในเวทีจีนเยอะๆ เพราะคิดว่าน่าจะ mass ที่ไหนได้ ของจริงที่ผ่านตา คือ จำนวนไม่น้อยประกวดออนไลน์จากเวทีประกวด Indonesia จนชักจะสนใจว่านี่กำลังเกิดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Portfolio กันในกลุ่มประเทศ SEA หรือเปล่าเนี่ย

8. นั่งอ่านไปๆ จนลายตา อ่านไปสงสารตัวเองไป

แม้โดยส่วนตัวผมจะชมชอบเด็กที่ชอบทำกิจกรรม เด็กที่มี critical thinking เด็กที่มีของ แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกว้าวกับผลงานใน Portfolio ที่ผ่านตา

ในหัวมีแต่ความสงสัย ... นี่เรากำลังเสียทรัพยากร เสียเวลา ตั้งแต่เด็ก ผู้ปกครอง โรงเรียนกวดวิชา สนามประลอง ไล่จนมาปิดงานด้วยการเอาบุคลากรในมหาวิทยาลัยหลายสิบคนมานั่งทำพิธีกรรมอะไรบางอยางที่ได้ไม่คุ้มเสียอยู่หรือเปล่าเนี่ย

กิจกรรม   อังคารนี้ เราได้หนังสือเล่มเด็ด ที่มีเรื่องราวหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องวันวานหวานใสวัยประถม ไปถึงเรื่องรักๆใคร่ๆ ...
05/12/2025

กิจกรรม อังคารนี้ เราได้หนังสือเล่มเด็ด ที่มีเรื่องราวหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องวันวานหวานใสวัยประถม ไปถึงเรื่องรักๆใคร่ๆ เรื่องไสยศาสตร์ ผีสาง กุมารทอง วีรกรรมในวงน้ำจันท์ เรื่องสักยันต์ ฯลฯ อีกมากมาย กว่าจะมาจบลงที่พระธรรมในวันนี้ ของครูเบิร์ด aka “ทิดเบิร์ด” ครูพ่อ ตัวจริง ตัวแรกเริ่มประเดิมวงการ ตัวฟาเธอร์แห่งหอชายปัญญาประทีป ผู้เป็นต้นเรื่องของสารพัดตำนานที่เล่าขานกันสืบมาในรั้วโรงเรียน

หนังสือเล่มนี้จะเข้มข้น เร้าใจ และสอนวิชาชีวิตได้ดีแค่ไหน มีเพียงเด็กม.6 ปัญญาประทีปเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้รู้ 👍🏻😉

ขอบคุณครูเบิร์ดที่สละเวลามามอบ #วิชาชีวิต ให้เด็กๆค่ะ 🙏🏻🥰

#วิชาแกะสลักชีวิต

30/11/2025

กิจกรรมคาบแรกหลังเปิดเทอม #วิชาแกะสลักชีวิต รุ่น #มดแดง2

แด่เด็กๆที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาลัยอยู่ตอนนี้
30/11/2025

แด่เด็กๆที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาลัยอยู่ตอนนี้

สมัยก่อนอิฉันก็เป็นเด็กบ๊วยเหมือนกันค่ะ สอบตกเกือบทุกวิชา โดยเฉพาะเลขนี่คือ ศัตรูชีวิต แต่จุดเปลี่ยนจริงๆ มันเริ่มจาก “วันประชุมผู้ปกครอง” วันที่จำไม่ลืม… ไม่รู้คุณแม่จำได้ไหมนะ

ตอนนั้นคุณแม่ไปยืนคุยกับแม่เพื่อน ถามกันว่าน้องๆ สอบได้ที่เท่าไหร่ ตามภาษาผู้ปกครองไทย คุณแม่อิฉันก็ปล่อยมุกเด็ดค่ะ
“ได้ที่สี่…” แล้วเว้นไปแป๊บ “สิบ…”

ใช่ค่ะทุกคน อิฉันสอบได้ ที่ 40 จาก 43 คน จะร้องไห้ก็ไม่ได้เพราะคนเยอะ แต่ในใจคือแหลกละเอียดไปแล้วหนึ่ง

แต่ประเด็นคือ… คุณแม่ ไม่ว่าเลย
แม่พูดแค่ว่า
“ไม่เป็นไรลูก เรียนไม่เก่งแม่ไม่อาย!”

คำนี้มันจี้ใจแบบแรงมาก แม่ไม่อายแต่หนูอายค่ะ จนรู้สึกว่าอยากทำให้แม่ภูมิใจสักครั้ง เลยตัดสินใจตั้งใจเรียนจริงจังดูสักที

แล้วพีคมาก เพราะเทอมต่อมาอิฉันสอบได้ “ที่สี่” ของจริง
ได้คะแนนท๊อปวิชาเลข เหมือนชีวิตกดปุ่ม Reset ทั้งระบบ
และทั้งหมดนี้มันเริ่มจากแค่การ “เปลี่ยน Mindset” จริงๆ ค่ะ



🎥 แล้วพอไปเจอคลิปของช่อง Penrose มาคือแบบ… ใช่! มันตรงมาก เหมือนเขาอธิบายทุกอย่างที่เคยเจอบนเส้นทางจากเด็กห้องบ๊วยสู่เด็กที่เริ่มรักการเรียนได้ชัดเจนมากๆ

คลิปนี้เล่าเรื่องการเปลี่ยนตัวเองจากเด็กสอบตกแทบทุกวิชา สู่การสอบติด วิศวกรรมไฟฟ้า ภายในปีเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขา เกลียดเลข และ เกลียดฟิสิกส์ หนักมาก

ทำให้นึกได้ว่าตั้งแต่วันนั้นมา(น่าจะประมาณ ป.4 ป.5) เราก็ไม่เคยมีปัญหาให้พ่อแม่ต้องกังวลเรื่องการเรียนอีกเลยจริงๆ

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่โซเชียล ไม่ใช่เกม ไม่ใช่อ่านการ์ตูนเยอะเกินไป หรือสิ่งล่อใจภายนอกอื่นๆที่แตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย เพราะถึงตอนที่คะแนนดี เราก็ยังอ่านการ์ตูนเยอะเหมือนเดิม เหมือนกับที่ในคลิปบอกว่าเค้าก็ยังเล่นเกมหนักเหมือนเดิมเดี๊ยะเลย
สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ คือ “Mindset ต่อการเรียน”

แล้วเขายังพูดประโยคที่โดนมากว่า

“เข้าใจ 3 ข้อนี้ คุณจะติดการเรียนแบบติดยา”
คือก่อนนอนไม่อ่านตำราแล้วนอนไม่หลับจริงๆ



✨ สาม Mindset Shift ที่เปลี่ยนชีวิตเขาได้จริง



1️⃣ เปลี่ยนจากความเกลียด → ความสงสัย 🔍

มนุษย์เกิดมาพร้อม Curiosity แต่พอโตขึ้น เรากลับสะสมอคติกับวิชาที่เคยทำให้เรารู้สึกแย่ เช่น “เกลียดเลข” “เบื่อครูคนนี้”

พอเริ่มต้นด้วยความรู้สึกลบ สมองจะ “ปิดระบบรับข้อมูล” แบบอัตโนมัติ

วิธีที่เขาทำแล้วเวิร์ก:

• Gaslight Yourself นิดๆ — เหมือนหลอกตัวเองหน่อยๆ บอกตัวเองว่า “วิชานี้น่าสนใจนะ” สมองเชื่ออารมณ์ก่อนเหตุผลค่ะ
• Dramatize เนื้อหาให้มีสตอรี่ — แทนจำสูตรล้วนๆ ลองอ่านประวัตินักวิทยาศาสตร์อย่าง Newton หรือ Feynman ชีวิตเขาพีคกว่านิยายอีก
• เปลี่ยนคนสอน — ถ้าครูสอนไม่รอด ไป YouTube ค่ะ มุมมองใหม่ช่วยได้จริง



2️⃣ Passion ไม่ได้มาจากการรอ แต่เกิดจากการลงมือทำ 🔥

หลายคนคิดว่า “ต้องชอบก่อนถึงจะทำได้ดี” แต่ว่าความจริงคือ:

“เราจะเริ่มชอบ เมื่อเริ่มทำมันได้ดีต่างหาก”

อันนี้คือโดนที่สุด Learning Curve มันชัดมาก:

• ช่วง 0–5 ชั่วโมงแรก: ยาก งง เหนื่อย รู้สึกโง่สุด
• ช่วง Beginner Gains: ถ้าผ่านไปได้ จะพัฒนาขึ้นเร็วมาก
• พอเริ่มทำโจทย์ได้ สมองหลั่ง Dopamine ความสุขมาเอง
นี่แหละจุดเริ่ม Passion แบบไม่ต้องฝืน

ดังนั้น
“อย่ารออารมณ์ก่อนแล้วค่อยอ่าน — อ่านไปก่อน เดี๋ยวอารมณ์มันจะตามมาเองค่ะ”



3️⃣ ปัญหาจริงไม่ใช่สมอง แต่คือ Mental Health 🧠

เขาเล่าเคสเด็กที่อ่านวันละ 12 ชม. ใช้ทุกเทคนิค แต่ยังสอบไม่ได้ เพราะในหัวมี Inner Critic ดังมาก

เสียงอย่าง
“แค่นี้ก็จำไม่ได้”
“จะทำให้พ่อแม่ผิดหวังอีกแล้ว”

เสียงแบบนี้ทำให้จิตใต้สำนึกตีความว่า
การเรียน = ความเจ็บปวด/กดดัน
สมองเลยสั่ง “หนี” โดยอัตโนมัติ หยิบมือถือมาเลื่อนแบบไม่รู้ตัว (Self-sabotage)

ทางแก้ที่ช่วยจริง:

• Meditation — ช่วยจัดระเบียบความคิด ลดฟุ้งซ่าน
• Journaling — ระบายความกดดัน ทำให้เข้าถึง Flow State ได้ง่ายขึ้นมาก



📚 บทสรุป

การเรียนเก่งไม่ใช่แค่เรื่อง IQ แต่เป็นเรื่อง
♥️ ใจ + Mindset 🧠 + การลงมือทำ 💪🏻

เริ่มจากเปิดใจ ลองดูใหม่แบบไม่ตั้งแง่
กัดฟันผ่านช่วงเริ่มต้นที่ยากที่สุด
และที่สำคัญ ดูแลสุขภาพใจค่ะ

ถึงบอกเสมอว่า “ใจ” สำคัญที่สุด
ทุกอย่างอยู่ที่ใจสำคัญที่ใจ
ถ้าคิดว่าชอบก็จะทำได้

เป็นเหตุผลว่า ทำไม “ความรัก”หรือ “งานอดิเรก“ จึงสำคัญ
ถ้าเรารักการเรียนได้เหมือน Hobbies มี Passion กับมัน เหมือนกับการทำสิ่งที่ชอบตลอดเวลา ผลการกระทำก็จะออกมาดีเสมอ

ใครอยากดูคลิปเต็มๆ แอดแปะให้ใต้เม้นตามเคย ดีมากจริงๆ ✨

#เรียนให้สนุกขึ้น
ียน

#สนามเล่นเด็กเนิร์ด
#เรื่องเล่าจากต่างแดน #ห้องเรียนเด็กสวิส
#พี่เจมี #น้องแดนี่ #แม่เจ #เจนีวา #โตแบบเนิร์ด

ที่อยู่

Pak Chong

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แกะสลักชีวิต - ปัญญาประทีปผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง แกะสลักชีวิต - ปัญญาประทีป:

ทางลัด

แชร์