Bann Kru Mam บ้านครูแหม่ม-ศูนย์พัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ

Bann Kru Mam บ้านครูแหม่ม-ศูนย์พัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ

แชร์

At Ban Kru Mam, we provide student-centred English tuition courses in a natural learning environment. Contact number: 0890619494, Nonthaburi

BKM was founded by Kru Mam who graduated from a university in the US and later from Thammasat University. Grounded by the love in English and teaching, she has been developing BKM to be her English community where students can develop and improve their English skills.

01/03/2021

การระบาดของโควิด-19 ในช่วงนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการศึกษาทั้งในโรงเรียนและสถาบันติวเตอร์ต่างๆ ที่บ้านครูแหม่มมีการจัดการเรียนการสอนแบบกลุ่มเล็กทำใให้ครูผู้สอนเข้าถึงและเข้าใจน้องๆได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังปลอดภัยต่อทั้งผู้เรียนและผู้สอนอีกด้วยค่ะ สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือแวะเข้ามาพูดคุยได้ที่บ้านครูแหม่ม หมู่บ้าน ชลลดาบางบัวทอง โทร 089-0619494

22/10/2018

สำหรับน้องๆเกรด 12 และ น้องๆมัธยม 6 ที่สนใจสมัครเรียนต่อหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยทั้งในและนอกประเทศ จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมในการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS TOEFL IBT ถ้าน้องๆคนใดอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรมาสอบถามได้ที่บ้านครูแหม่มนะคะ ยินดีให้คำปรึกษาที่เกี่ยวกับการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษค่า

22/10/2018

วันนี้ขอแสดงความยินดีกับน้องชมพูหนึ่งในลูกศิษย์หลายๆคนของบ้านครูแหม่มที่สามารถสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล MUIDS ได้สำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อและคุณแม่ด้วยนะคะ

19/04/2018

ครูแหม่มขอแสดงความยินดีกับพี่มิ้นท์ นักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหิดล เกรด 11 ที่สามารถสอบ TOEIC ด้วยคะแนน 815 จากคะแนนเต็ม 990 นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจสำหรับนักเรียนของบ้านครูแหม่ม

09/03/2018

ช่วงนี้ปิดเทอมแล้ว น้องๆคนใดสนใจเพิ่มพูนทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ โทรมาสอบถามได้ที่บ้านครูแหม่ม 089-0619494 ยินดีให้ข้อมูลนะคะ

15/11/2017

วันนี้ขอแสดงความยินดีกับพี่มิ้นท์ MUIDS grade 11 ที่สามารถสอบ TOEFL ได้คะแนน 550 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์การสอบเข้าเรียนปริญญาตรีในต่างประเทศ และถ้าจะจบจาก MUIDS grade 12 นักเรียนทุกคนต้องทำคะแนน TOEFL ให้ได้ 550

24/10/2017

ครูแหม่มได้มีโอกาสติวTOEFLให้กับน้องๆ 5 คนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติสาธิตมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสามารถสอบเข้าได้ทั้ง 5 คน

24/10/2017

ครูแหม่มขอแสดงความยินดีกับน้องมายด์ที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนสาธิตมหิดลได้สำเร็จด้วยผลคะแนนที่น่าพอใจอย่างยิ่งนะคะ

19/10/2017
An Everlasting Light - international artists record in honor of H.M. King Bhumibol of Thailand 16/10/2017

เพลง..ที่ชาวต่างชาติ ( อเมริกัน / ฝรั่งเศษ /อังกฤษ /เนเธอร์แลนด์ /ไอร์แลนด์ /ญี่ปุ่น / อินเดีย /ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ) ร่วมกันแต่งและ ร่วมกันร้องล่าสุด!!..เพราะและซึ้งสุดยอดจริงๆ

An Everlasting Light - international artists record in honor of H.M. King Bhumibol of Thailand Description พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นดังแสงสว่างที่ไม่เคยดับในใจคนไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาหาเลี้ยงชีพ หรือพักอาศัยในประเทศไทย ภายใต้พระบ...

01/09/2017

อีกมุมมองเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศฟินแลนด์
โดย ดร. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร (Website: http://www.thailandparents.com, LINE@: bit.ly/LINE_EducationFacet)
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผมเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่าน คงจะเคยได้รับการแชร์เกี่ยวกับ “การศึกษาของประเทศฟินแลนด์” มาบ้างนะครับ โดยบทความที่แชร์มาส่วนมากมักจะยกย่องว่า “การศึกษาของประเทศฟินแลนด์นั้นดีที่สุดในโลก” พร้อมกับยกเหตุผลต่างๆ มาสนับสนุนมากมาย หลายๆ เรื่อง อาทิเช่น
- ที่ฟินแลนด์นักเรียนไม่มีการบ้าน
- ครูที่ประเทศฟินแลนด์มีรายได้สูงเทียบเท่ากับแพทย์
- ที่ประเทศฟินแลนด์ไม่มีการสอบเพื่อเข้าเรียนต่อ (High-Stake Testing)
- ที่ประเทศฟินแลนด์ไม่มีโรงเรียนเอกชน ทุกๆ โรงเรียนเป็นโรงเรียนของรัฐบาล
- การเรียนในระดับเตรียมประถม (Pre-School) ที่ประเทศฟินแลนด์นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายเลย
- มีมาตรการบังคับให้พ่อแม่ต้องมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของโรงเรียน

คือ ผมยอมรับครับว่า ประเทศฟินแลนด์ นั้นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีประเทศหนึ่งในโลก แต่หลายๆ เรื่องที่แชร์กันมาเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ นั้นมีความคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง คือ ผมอยากให้เราชื่นชมระบบการศึกษาของประเทศเขา ภายใต้ข้อเท็จจจริงที่เขาเป็นน่ะครับ

จากบทความ 12 “myths” about education in Finland debunked (http://bit.ly/MythsFinland) และบทสัมภาษณ์ของคุณ Tyler Walton (http://bit.ly/MythsFinlandClip) ซึ่งเป็นคุณครูที่ประเทศฟินแลนด์ ทำให้พอสรุปได้ว่า
1) อาชีพครูที่ฟินแลนด์ นั้นเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจเลือกที่จะเป็น แต่ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีรายได้สูง แบบที่ลือกันว่ามีรายได้เทียบเท่ากับแพทย์หรอกนะครับ

2) นักเรียนที่ฟินแลนด์มีการบ้านนะครับ และพบด้วยซ้ำครับว่า โรงเรียนที่มีชื่อเสียงในเฮลซิงกิ มีปริมาณการบ้านมากกว่าโรงเรียนทั่วๆ ไปด้วยซ้ำครับ ดังนั้นที่บอกว่านักเรียนที่ฟินแลนด์ไม่มีการบ้าน จึงไม่เป็นความจริงครับ

3) นักเรียนที่ฟินแลนด์เมื่อจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนจะต้องมีการสอบวัดระดับความรู้เพื่อเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ก็ต้องสอบ Finnish National Matriculation Exam แถมยังต้องสอบวิชาเฉพาะด้าน เพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยด้วยนะครับ ข้อเท็จจริง มีอยู่ว่าคุณครูที่ฟินแลนด์สามารถออกแบบ และเลือกวิธีการประเมินผลนักเรียนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์สำคัญของการเรียนรู้ครับ และเขาไม่ได้เร่งใช้วิธีการ “สอบ” ในการประเมินผลกับนักเรียนในระดับชั้นเล็กๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าที่ฟินแลนด์ไม่มีการสอบไล่แบบ High-Stake Test เลย ดังนั้นที่บอกกันว่าที่ฟินแลนด์ไม่มีการสอบวัดระดับ หรือสอบเข้าเรียนต่อ จึงไม่เป็นความจริงครับ

4) ที่ฟินแลนด์มีโรงเรียนเอกชนนะครับ แต่ไม่ได้มีจำนวนมากนัก โดยโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เข้าใจว่ามีอยู่ทั้งสิ้น 85 โรงเรียน โดยมีจำนวนนักเรียนคิดเป็น 3% ของนักเรียนทั้งหมดครับ

5) ระบบการเรียนที่ฟินแลนด์จะเริ่มต้นเมื่อเด็กอายุ 7 ขวบครับ แต่เด็กทุกคนสามารถเข้ารับการเตรียมความพร้อมในระดับเตรียมประถม (Pre-School) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเมื่อายุ 6 ขวบได้ครับ โดยไม่ได้เน้นการเร่งเรียน เร่งการอ่านออกนะครับ ส่วนมากจะเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ และการทำกิจกรรมกลุ่ม แต่รัฐบาลฟินแลนด์ไม่ได้บังคับให้เด็กทุกคนต้องเรียน Pre-School นะครับ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย (Early Childhood Education) มากๆ เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ขวบ สามารถเข้ารับการเตรียมความพร้อมได้ที่ Daycare Center แต่ที่เข้าใจว่า “ฟรีสำหรับทุกคน” จริงๆ แล้วไม่ฟรีนะครับ รัฐบาลฟินแลนด์จะอุดหนุนส่วนหนึ่ง แล้วแต่รายได้ของคุณพ่อคุณแม่ครับ

การเรียนที่โรงเรียนในประเทศฟินแลนด์ จะเรียนวันละประมาณ 4-5 ชั่วโมง และจะมีเวลาเรียน 45 นาที และจะให้นักเรียนพัก 15 นาที โดยนักเรียนจะมีเวลาพักประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มักจะไปเล่นที่สนาม และทำกิจกรรมกลุ่ม คือ ที่โรงเรียนเด็กจะมีเวลาเบรก เวลาเล่นอย่างเต็มที่ครับ

6) สุดท้ายที่บอกว่า “การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองกับทางโรงเรียน นั้นเป็นมาตรการบังคับของประเทศฟินแลนด์” อันนี้ไม่จริงนะครับ จริงอยู่ที่ว่าโรงเรียนพยายามกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่มีส่วนร่วมกับทางโรงเรียน แต่ไม่ใช่มาตรการบังคับครับ เด็กนักเรียนที่ฟินแลนด์นั้นมีอิสระ และถูกฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองมากๆ ครับ การปั่นจักรยานไป-กลับโรงเรียน ในระยะ 5 กิโลเมตร ถือว่าเป็นเรื่องปกตินะครับ

เท่าที่อ่านมาในข้างต้น แม้ว่าจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ก็ยังพอสรุปได้ว่า ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์นั้นถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดีครับ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ *** ผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพของระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ นับวันมีแต่จะถดถอยลงเรื่อยๆ *** ขนาดนักการศึกษาในประเทศเขาเองยังกังวลเลยนะครับ

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า การปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษานั้นมี Impact Lag กล่าวคือ ถ้าเราปรับปรุงหลักสูตร และระบบการเรียนการสอนในปีนี้ กว่ามันจะส่งผลให้เราเห็นว่าดี หรือไม่ดีชัดๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องอาศัยเวลาสัก 5 – 10 ปี

นั่นหมายความว่า ผลการทดสอบ PISA ที่เป็นเลิศของประเทศฟินแลนด์ในปี 2000 และ 2003 จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก นั้นมาจากการปฏิรูปการศึกษาในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ถึงทศวรรษที่ 1980 (1980-1989) (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/BBCFinlandNews)

งานวิจัยของ Gabriel Heller Sahlgren (ผู้อำนวยการ Centre for Market Reform of Education) ของ London School of Economics (LSE) ยืนยันชัดเจนครับว่าระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์นั้นอยู่ในช่วงถดถอย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/ResearchLSE) โดยผลการทดสอบ PISA ของประเทศฟินแลนด์ในปี 2012 นั้นตกลงจากปี 2000 ถึงเกือบ 30 คะแนนเลยทีเดียว (และมีแนวโน้ลดลงเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าประเทศอื่นเก่งขึ้นนะครับ แต่คะแนนของฟินแลนด์เองก็แย่ลง)

จากบทความทางวิชาการของ PISA ที่ชื่อว่า Student’s Drive and Motivation (http://bit.ly/StudentDriveMotivation) และบทความทางวิชาการที่ชื่อว่า Does perseverance substitute intelligence? ของ Dr. Arto K. Ahonen นักวิจัยประจำสถาบัน Finnish Institute for educational Research, University of Jyväskylä ชี้ชัดว่า สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ ก็คือ *** เด็กไม่มีความเพียรพยายามในการฝึกฝน *** โดยจากผลการทดสอบ PISA 2012 “ระดับความเพียรพยายามในการฝึกฝน” นั้นมีผลกระทบต่อคะแนนของเด็กฟินแลนด์สูงสุด เมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ที่เข้าร่วมการทดสอบ นั่นหมายความว่า ที่คะแนนของเด็กฟินแลนด์ออกมาไม่ดีนัก หรือมีผลต่างของคะแนนระหว่างนักเรียนที่สูง นั้นไม่ได้เกิดจากเด็กฟินแลนด์หัวไม่ดี แต่มาจาก *** การไม่ใส่ใจในการฝึกฝน หรือจะเรียกแบบบ้านๆ ว่า “ขี้เกียจ” ก็ว่าได้ครับ ***

ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ ในปัจจุบันมีการจัดสรรเวลาให้นักเรียนมีเวลาเล่นที่มากเพียงพอแล้ว นักเรียนจะไม่ห่วงเล่นเลยครับ แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ระบบการศึกษาแบบใหม่ของฟินแลนด์ไม่เน้นการปลูกฝังให้เด็กมีวินัย และมีความเพียรในการฝึกฝน (เช่น ฝึกทำแบบฝึกหัด อ่านหนังสือทบทวนบทเรียน หรือค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม หรือทำบันทึกสรุปสิ่งที่เรียน) อย่างสม่ำเสมอ และนี่คือ Side Effect ในเชิงลบ ของระบบการศึกษาแบบใหม่ของฟินแลนด์ที่เน้นความสุข และอิสระของเด็ก ซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลฟินแลนด์กันเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ ทำให้ผมยืนยันได้เลยว่า ผลการเรียนที่ดี ต้องมาจาก “นิสียที่รักการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย” โดยที่เด็กต้องมีเวลาเล่นให้มากเพียงพอ
- ติวๆๆ กวดวิชาดะ จนไม่มีเวลาเล่น ผลการเรียนก็ไม่ดี
- เอาแต่เล่น (ต่อให้เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการด้วยเอ้า!) เอาแต่ทัศนศึกษา แต่ไม่จัดสรรเวลาให้กับ การฝึกทำแบบฝึกหัด การอ่านหนังสือทบทวน การทำบันทึกสรุป ผลการเรียนก็ไม่ดี
- อ่านหนังสือ เอาช่วงใกล้สอบ แบบไม่สม่ำเสมอ ผลการเรียนก็ไม่ดี

ต่อให้มีระดับสติปัญญาดีขนาดไหน ได้รับการเตรียมความพร้อมเรียนในช่วงปฐมวัยมาดีแค่ไหน ถ้าขาดอุปนิสัยการมีวินัยในการฝึกฝนด้วยตนเองแล้วล่ะก็ โอกาสที่ผลการเรียนจะดีอย่างยั่งยืนนั้นเป็นไปได้ยากมากๆ ครับ อาจจะดี แต่ก็จะค่อยๆ เสื่อมถอย ที่สำคัญที่สุด ด้วยนิสัยที่ติดสุข ขาดความเพียรพยายามในการฝึกฝนนี่ล่ะครับ จะเป็นตัวบั่นทอนศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเด็กที่มีศักยภาพดีคนหนึ่ง อาจจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดประสิทธิภาพในการทำงานก็เป็นได้ครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
#การศึกษา #เรื่องเรียนของลูก

URL: http://www.thailandparents.com/finland_education.html

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการซื้อหนังสือไปสอนลูกเอง หรือต้องการส่งลูกมาเรียนเสริมกับซีเอ็ด สามารถดูตัวอย่างหนังสือได้ที่ คณิตศาสตร์: https://goo.gl/B1ivGd อังกฤษ: https://goo.gl/iynIZr และ https://goo.gl/d5KBdj Critical Thinking: https://goo.gl/DL27nB

***สนใจนำเอาหลักสูตรของซีเอ็ดไปสอนโดยไม่มีค่า Royalty*** สามารถส่ง Message สอบถามคุณครูได้ที่ facebook.com/se.ed.learning.center หรือ Tel. 08-1832-2299, 08-6325-7000

27/08/2017

สำหรับ line@ โดยใช้ QR code

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nonthaburi?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


102/372 Soi 36A/3 Chollada Village, Bangrakpattana Road, Bangbuathong
Nonthaburi
11110