18/11/2014
ชวนให้คิดจิงๆว่าเราอยากเห็นลูกๆของเราเป็นเเบบไหน ;)
ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท
จะได้รับเงินทอนเท่าไร?
โจทย์ง่าย ๆ แค่นี้... แต่คิดให้ดีก่อนตอบ
ก . 7 บาท
ข . 2 บาท
ค . 1 บาท
ง . ไม่ต้องทอน (ขอเหตุผลด้วยนะถ้าตอบข้อนี้)
เมื่อได้คำตอบแล้ว...
ไปดูกันว่าคำตอบข้อไหนตรงกับคำตอบในใจคุณ
ครูคนหนึ่งตั้งคำถามกับเด็กว่า...
ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร?
เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า 7 บาท
แต่มีเด็ก 2 คนที่ตอบไม่เหมือนกับคนอื่น...
คนหนึ่งตอบว่า 2 บาท
อีกคนหนึ่งตอบว่า... ไม่ต้องทอน
ครูถามเด็กคนแรกว่าทำไมถึงได้เงินทอน 2 บาท
คำตอบที่ได้ก็คือภาพในใจของเขาสำหรับเงิน 10 บาท
คือ เหรียญห้า 2 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา 3 บาท
เขาก็ให้เหรียญห้า 1 เหรียญ ดังนั้น จึงได้เงินทอน 2 บาท
ครูถามเด็กคนที่สองว่าทำไมไม่เหลือเงินทอนเลย
คำตอบก็คือเด็กคนนี้คิดว่าในกระเป๋ามีเหรียญบาท 10 เหรียญ
เมื่อซื้อของราคา 3 บาท เขาก็ส่งเหรียญบาทให้ 3 เหรียญ
เพราะฉะนั้น คนขายจึงไม่ต้องทอนเงินให้เขา...
โชคดีที่เป็นการถาม - ตอบในห้องเรียน
ลองนึกดูสิครับว่าถ้าโจทย์นี้เป็นข้อสอบที่มีคำตอบ
เป็น ก - ข - ค - ง เด็ก 2 คนนี้ก็คงไม่ได้คะแนน
จากคำตอบที่ผิดเพี้ยนจากคนส่วนใหญ่...
การสร้างโจทย์ที่ ' เสมือนจริง ' จินตนาการของ ' ครู '
อาจถูกจำกัดเพียงแค่ ' ตัวเลข ' แต่สำหรับเด็ก
จินตนาการของเขาไร้กรอบ 10 บาท
จึงสามารถเปลี่ยนเป็นเหรียญสิบ เหรียญห้า หรือเหรียญบาท
เมืองไทยมีเหรียญ 2 บาท เราจึงได้คำตอบ
เพิ่มอีก 1 คำตอบ คือ ได้เงินทอน 1 บาทด้วย
โลกในห้องเรียนกับโลกของความเป็นจริงนั้นแตกต่างกัน
โลกในห้องเรียน ทุกคำถามส่วนใหญ่มีเพียง 1 คำตอบ
แต่โลกของความเป็นจริง...
ทุกคำถามอาจมีคำตอบที่ถูกต้องได้เกิน 1 คำตอบ
อย่าตัดสินความผิดของคนๆนั้น
เพียงแค่คำตอบของเรา ^^
หากคิดว่าโพสต์นี้มีประโยชน์
กรุณาเเบ่งปันให้สักคมรับรู้
สมุดปกขาว
ขอบคุณข้อมูลจาก True Careers
#พรรคประชาธิปัตย์
14/11/2014
ลองสังเกตดูนะคะ
ปฐมพยาบาลแผลงูพิษกัด
ดูรอยแผล ถ้างูไม่มีพิษ แผลจะเป็นรอยถลอก ให้ ทำแผลแบบแผลถลอก ถ้าแผลไม่ลุกลาม หรือไม่มีอาการอื่น ไม่ต้องไปหาหมอ แผลจะหายเอง. ถ้างูมีพิษจะมีรอยเขี้ยว (คล้ายเข็มฉีดยา) 1 หรือ 2 จุด (ดังรูป) หากสงสัยถูกงูพิษกัด ให้รักษาตามข้อแนะนำ
http://bit.ly/1wPerbi
01/10/2014
#การลงโทษลูกโดยการไม่ตี แต่ได้ผลดี
อย่างเช่นเวลาที่เด็กทารกตีหน้าแม่ ทำให้เจ็บ เด็กจะถูกวางลงที่พื้นทันที เป็นการลงโทษด้วยการถูกแยกจากแม่ พ่อแม่ที่ใช้วิธีนี้เมื่อเกิดพฤติกรรมคุกคาม จะช่วยให้ทารกควบคุมตัวเองได้ ที่จริงแล้วเด็กทำพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อเรียกร้องความสนใจ ดังนั้นหากพ่อแม่ตอบสนองโดยการไม่สนใจลูกทันทีที่เขาทำสิ่งไม่ดี เป็นเวลา 2-3 นาที จะช่วยให้เขาเรียนรู้ว่าพฤติกรรมนี้ไม่ควรทำอีก
อีกวิธีหนึ่งของการลงโทษโดยไม่ตี ที่ใช้ได้ผลสำหรับเด็กวัย 2-3 ขวบ คือ time-out การแยกเข้าคอกหรือมุมเพื่อสงบสติอารมณ์ เช่น เด็กพยายามจะเล่นปลั๊กไฟ และไม่นำพาต่อคำห้าม เมื่อพยายามเบี่ยงเบนให้เล่นของเล่นอื่นแล้ว ก็ไม่สนใจ จะพุ่งไปที่ปลั๊กไปตลอดเวลา คล้ายกับจะเล่นเกมส์กันว่าใครจะไปถึงปลั๊กไฟก่อนกัน พ่อแม่สามารถหยุดเขาโดยเอาไปไว้ในคอก แล้วพูดด้วยเสียงธรรมดาว่า “time out” ให้เขาอยู่ในคอกนานประมาณ 2-3 นาที เด็กจะร้องไห้แน่นอน แต่วิธีนี้เป็นการสอนว่า คำห้ามมีความหมายอย่างนั้นจริงๆ
พ่อแม่อาจเลือกบริเวณในการทำ time out เป็นส่วนที่แยกจากบริเวณที่มีการทำกิจกรรม ไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลาง แต่เป็นมุมห้องที่คุณยังสามารถเห็นว่าลูกกำลังทำอะไร ลูกต้องนั่งบนเก้าอี้จนกว่าคุณจะบอกว่าหมดเวลาแล้ว (เวลา time out คือ 1 นาทีต่ออายุ 1 ขวบ ถ้าเวลานานเกินไป เด็กเล็กๆจะลืมว่า ทำไมถึงถูก time out) ถ้าลูกลุกก่อนถึงเวลา จะต้องเริ่มต้นใหม่
พ่อแม่บางคนใช้วิธีให้ลูกเข้าไปอยู่ในห้องของเขา (โดยห้องนอนต้องไม่มีโทรทัศน์ เครื่องเล่นเกมส์ คอมพิวเตอร์) แล้วบอกว่าเขาจะออกมาได้เมื่อลูกพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับพ่อแม่ ซึ่งพบว่าได้ผลดี เพราะเป็นการสอนให้เด็กรู้ว่าการได้อยู่ร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆเป็นอะไรที่วิเศษ แต่หากรู้สึกโกรธหรือหัวเสีย การได้อยู่ในห้องคนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์ นั่งคิดทบทวนการกระทำของตัวเอง ก็เป็นวิธีการที่ดีกว่า การอาละวาดใส่ผู้อื่น แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ อาจทำให้ห้องนอนเป็นห้องที่เด็กไม่ชอบ เพราะเป็นเหมือนที่กักขัง
การลงโทษจะได้ผลดีหากทำทันทีหลังทำผิด เช่น หากลูกไม่เก็บของเล่นหลังจากเล่นเสร็จ โดยที่บอกแล้ว ยังไม่ทำ ให้พ่อแม่เก็บของเล่นไปไว้ในที่ๆ เขาหยิบเองไม่ได้ เพื่อไม่ให้เล่นนาน 2-3 วัน เขาจะได้ไม่กล้าทำอีก หากลูกวัยรุ่นไม่นำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วใส่ไว้ในที่เตรียมซัก เขาจะไม่มีเสื้อสะอาดใส่ไปโรงเรียน หรือ หากกลับบ้านดึกโดยไม่โทรบอกก่อน จะไม่ได้อนุญาตให้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนอีก จนกว่าเขาจะแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีความรับผิดชอบมากขึ้น
การลงโทษที่ได้ผล มีหลักการว่าเด็กที่ถูกทำโทษ ต้องได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิตว่า ทุกสิ่งที่ได้กระทำ ย่อมมีผลตามมาเสมอ
ปล.1 คนที่เคยถูกทำโทษด้วยการตี ก็ไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นคนมีปัญหา หรือ กลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเพราะถูกตีมาก่อน แต่เพราะคนๆนั้นเป็นคนรักดี ถึงจะถูกทำโทษโดยวิธีใดก็ตาม ก็ไม่ได้สร้างรอยแผลในจิตใจจนกลายเป็นคนมีปมด้อย แต่ในทางกลับกัน อาจมีเด็กบางคนที่ถูกตีอย่างรุนแรง เพราะความโมโห หรือ เป็นการระบายอารมณ์ ของผู้เลี้ยงดู หรือ ครู เมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้นก็มา ก็อาจมีปัญหาได้ค่ะ จึงควรศึกษาวิธีทำโทษเมื่อเด็กทำผิด หรือ เวลาลูกดื้อ โดยวิธีการอื่นๆที่ไม่ใช่การตีเอาไว้ด้วยค่ะ
ปล.2 ป้าหมอตอนเป็นเด็กก็เคยถูกตีเวลาซนค่ะ แต่รู้สึกว่าที่เป็นผู้เป็นคนมาได้ ไม่ใช่เพราะกลัวไม้เรียวแม่ แต่เพราะความอยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจ อยากได้รับคำชมค่ะ
Cr.รูปจากคุณแม่น้องโฮม ถูก time out เพราะกัดหลังหม่ามี้ด้วยความคึกคะนอง "ไทม์เอ้าท์ครั้งแรกเค้าจะวิ่งกลับมาให้กอดค่ะ เพราะไม่เข้าใจว่า อะไรคือไทม์เอ้าท์ แต่เราจะจับกลับไป และ บอกว่าให้อยู่ตรงนั้นก่อน อยู่เฉยๆ ถูกลงโทษ เคยโดนหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เข้าใจแล้ว พอทำผิด บอกว่าไทม์เอ้าท์ จะเริ่มร้องไห้ ปะป๊าอุ้มไปนั่งก้อนั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้ จนกว่าจะได้เวลาปล่อยตัว ก้อจะรีบวิ่งกลับมาซบ แป๊บเดียวยิ้มได้แล้ว"
01/10/2014
SHARING SATURDAY: Put your car keys beside your bed at night.
Put your car keys beside your bed at night.
Tell your spouse, your children, your neighbors, your parents, your Dr's office, the check-out girl at the market, everyone you run across. Put your car keys beside your bed at night.
If you hear a noise outside your home or someone trying to get in your house, just press the panic button for your car. The alarm will be set off, and the horn will continue to sound until either you turn it off or the car battery dies.
This tip came from a neighborhood watch coordinator. Next time you come home for the night and you start to put your keys away, think of this: It's a security alarm system that you probably already have and requires no installation. Test it. It will go off from most everywhere inside your house and will keep honking until your battery runs down or until you reset it with the button on the key fob chain. It works if you park in your driveway or garage.
If your car alarm goes off when someone is trying to break into your house, odds are the burglar/rapist won't stick around. After a few seconds, all the neighbors will be looking out their windows to see who is out there and sure enough the criminal won't want that. And remember to carry your keys while walking to your car in a parking lot. The alarm can work the same way there. This is something that should really be shared with everyone. Maybe it could save a life or a sexual abuse crime.
P.S. I am sending this to everyone I know because I think it is fantastic. Would also be useful for any emergency, such as a heart attack, where you can't reach a phone. My Mom has suggested to my Dad that he carry his car keys with him in case he falls outside and she doesn't hear him. He can activate the car alarm and then she'll know there's a problem.
Please pass this on even IF you've read it before. It's a reminder.
25/09/2014
โปรดระวัง...เพื่อลูกหลานของท่าน!!
ยาบ้า...ล็อตใหม่มีรสหวาน หอม เหมือนลูกอม ระวังลูกหลานของเราเผลอถูกหลอกให้กินด้วยค่ะ
ยาบ้า...อันตรายใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที ทั้งพ่อแม่และคุณครูต้องช่วยกันบอกให้ลูกหลาน เด็กๆให้ระวังกันด้วยนะคะที่มา ระเด่นs timeline
04/09/2014
อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านอ่านนะคะ :)
พ่อแม่รังแกฉัน (บาป 14 ประการของบิดามารดา)
10/08/2014
เริ่ดดดดดคร้าา
" กินทุเรียนลดความอ้วน "
คนไทยถูกหลอก ว่ากินทุเรียนแล้วอ้วน กินทุเรียนแล้วเป็นเบาหวาน
แต่มีงานวิจัยทั้งไทยและเมืองนอกรองรับว่า ทุเรียนคือราชาแห่งผลไม้
เพียงแต่รัฐบาลไม่มีเงินงบประมาณไปโฆษณาแข่งกับแอปเปิ้ลหรือผลไม้นอก
•► สรรพคุณของทุเรียน
1. ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ถ่ายพยาธิ
2. ช่วยเผาผลาญ จากความร้อนของกำมะถัน จึงทำให้ลดความอ้วน
3. ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อช่วยขัดล้างลำไส้
4.มีสารแอนตี้ออกซเด้นซ์และวิตามินอีสูง จะช่วยป้องกันและรักษา มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ลดไขมัน ลดคลอเรสเตอรอล ต้านความแก่
•► วิธีกินทุเรียนเพื่อลดความอ้วน
เริ่มกินหลังตื่นนอนตอนเช้า ช่วงเวลา 5.00-7.00 น
กินครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์
หลังจากนั้นก็ให้ ดื่มน้ำอุ่นตาม คำแนะนำควร งดอาหารเช้าของวันนั้นๆ
และกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถันและเส้นใยในทุเรียนจะไปชวยชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆภายในลำไส้ จึงทำให้คุณนั้นผอมลงและยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย อาจกิน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็นได้
ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาล ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย..!!!
ที่มา :
นิตยสารหมอชาวบ้าน , นิตยสารคู่สร้างคู่สม ,เดลินิวส์(2พค.57)
► คนละ |✔| 1 Like
► คนละ |✔| 1 Share
► คนละ |✔| 1 Comment
หากท่านมีเรื่องราวที่เป็นประโยชน์หรือต้องการช่วยเหลือสามารถส่งเรื่องราวที่ท่านต้องการแชร์เข้ามาได้ที่เรา เราพร้อมแชร์เรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
กดไลค์ได้ที่เพจแชร์ ► www.facebook.com/ShareThai
29/07/2014
ขำๆนะคะ goodnight ;)
เวลาบอกรักที่ดีที่สุดคือตอนหนึ่งทุ่มครับ เพราะจะได้เป็นรักที่ "ทุ่ม" เท
บ่ายสองวันเสาร์เจอน้าในรายการนะจ๊ะ
24/07/2014
Good morning Friday! Have a good one :)
:D
23/07/2014
Homemade Oreo ice-cream cake by Poom & Pear ;)
Wondering how we made it?? It's easy & little time consuming. Cya on our VDO soon!!!
17/07/2014
Good morning Friday! มีความสุขมากในวันหยุดสุดสัปดาห์นะคะทุกๆคน และอย่าลืมดูเจ้าตัวเล็กของเราด้วยคร้าา (^_^)
ปัญหาเด็กติดเกม ส่วนมากทุกคนจะคิดว่าเด็กเป็นคนผิด แต่จริงๆแล้วปัญหาหลักอาจจะเป็นเพราะผู้ปกครองก็เป็นได้ ซึ่งจะมาจากสาเหตุอะไรบ้าง รศ.นพ. ชาญวิทย์ พรนภดล หัวหน้าสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้ข้อสังเกต ไว้ 8 ลักษณะพ่อแม่กลุ่มเสี่ยง ที่อาจทำให้ลูกมีโอกาสติดเกม ดังนี้ครับ
1. พ่อแม่Busy
พ่อแม่ Busy คือ พ่อแม่ที่ “คิดหรืออ้างว่าตัวเองยุ่ง” มีภารกิจเป็นของตัวเอง ไม่อยากให้ลูกมากวน พันแข้งพันขา งอแง หรืออยู่ใกล้ตนเอง โดยจะใช้อุปกรณ์ ITทีวีเกม สมาร์ทโฟน IPadเสมือนพี่เลี้ยงเด็ก ตนเองจะได้มีเวลาส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
2. พ่อแม่ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
พ่อแม่ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มักจะเข้าใจว่าเด็กยุคนี้จำเป็นที่จะต้องเท่าทันเทคโนโลยี เพราะทำให้ทันสมัย ฉลาด เรียนรู้ไว ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านไอทีให้กับลูก จากที่กล่าวมาถูกเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ปฏิเสธว่าการที่มีทักษะด้านไอทีนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งที่พ่อแม่ขาดความรู้ต่อเนื่อง คือ ถ้าพ่อแม่ไม่ดูแล หรือปล่อยลูกให้ใช้เวลากับเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ยังเล็กๆ (ประมาณ 6 เดือน – 3 ขวบ) จะส่งผลร้ายกับเด็ก ทำให้พัฒนาการด้านอื่นๆ จะช้าลง เช่น พูดช้า กล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเล็กเติบโตช้า และทักษะทางสังคมก็จะสูญเสียไปหากเป็นเด็กที่เข้าสู่วัยเรียน ปัญหาที่พบคือ เด็กจะไม่แบ่งเวลาให้กับสิ่งอื่น เช่น การเล่น การเรียน การเข้าสังคม
3. พ่อแม่ที่กลัวอารมณ์ลูก
พ่อแม่ที่กลัวอารมณ์ลูก คือ พ่อแม่ที่ไม่กล้าปฏิเสธลูกหากลูกอาละวาดแผดเสียง หงุดหงิด หรือตะโกน เมื่อถูกยึดเกม โทรศัพท์ หรือปิดคอมพิวเตอร์ พ่อแม่ก็จะตกใจลนลาน และทำอะไรไม่ถูกพ่อแม่ประเภทนี้จะไม่สามารถจัดการอารมณ์โกรธของลูกได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรกระทั่งพ่อแม่กลายเป็นลูกไก่ในกำมือของลูก
4. พ่อแม่ชอบใจอ่อน
พ่อแม่ชอบใจอ่อน มักจะไม่ชอบความขัดแย้ง ไม่กล้าปฏิเสธ ไม่อยากทำให้ผิดหวังไม่อยากทำให้ลูกเสียใจกลัวลูกโกรธพ่อแม่กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่ที่ทำงานเยอะ ทำให้ตนเองเกิดความรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยให้เวลากับลูก ดังนั้นเวลาลูกขออะไรก็จะให้เพื่อเป็นการชดเชยทดแทน
5. พ่อแม่ที่ละเลยความสำคัญของวินัย
พ่อแม่ที่ละเลยความสำคัญของวินัยอาจเพราะตนเองไม่มีวินัย ไม่มีเวลาที่จะถ่ายทอดวินัยหรือไม่รู้จะถ่ายทอดอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงเลี้ยงลูกแบบไร้วินัย ไม่มีการตั้งกฏกติกาภายในบ้าน ไม่ฝึกความรับผิดชอบ ไม่นั่งคุยกันในครอบครัวเพื่อวางกฏเกณฑ์เด็กจึงทำตามใจตนเองและขาดความรับผิดชอบ
6. พ่อแม่ที่ขัดแย้งกันเอง
พ่อแม่ที่ขัดแย้งกันเองคือ พ่อแม่ที่จัดการลูกคนละแนวทางซึ่งลูกจะเชื่อคนที่ให้ประโยชน์แก่ตัวเอง เช่น หากคนใดคนหนึ่งใจอ่อน อะลุ่มอล่วย ลูกก็จะทำตามกฏคนนั้น
7. พ่อแม่ที่ละเลยกิจกรรมในครอบครัว
พ่อแม่ที่ละเลยกิจกรรมในครอบครัว คือ พ่อแม่ที่ไม่รู้จะหากิจกรรมอะไรที่ทำร่วมกับลูก ไม่ให้ความสำคัญในการทำกิจกรรมที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวมักพบในครอบครัวเดี่ยว จึงไม่ค่อยมีต้นทุนทางสังคม ในแง่ของกลุ่มเพื่อน หรือมีลูกในวัยเดียวกัน ซึ่งกิจกรรมที่พ่อแม่ประเภทนี้พอจะนึกออก เช่น ส่งลูกเรียนพิเศษ เดินเที่ยวห้าง กินข้าวนอกบ้าน เป็นต้น แต่ไม่ขวนขวายที่จะหากิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งหากพ่อแม่มีกลุ่มเพื่อนหรือมีลูกในวัยเดียวกันก็ไม่ยากที่จะหากิจกรรมทำระหว่างเด็กๆ เช่น กิจกรรมเดินป่า ส่องนก ถ่ายรูป ปลูกต้นไม้ ทำครัว อ่านหนังสือ ขี่จักรยาน หรือเล่นเกมหมากกระดานกับลูกในบ้าน เป็นต้น
8. พ่อแม่ที่เอาแต่บ่น
พ่อแม่ที่เอาแต่บ่น คือ การบ่นที่มักตามมาด้วยคำตำหนิ การประชดประชัน แต่ไม่แก้ไขหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูก เพียงแค่บ่นและเดินหนีไป โดยพฤติกรรมก็จะทวนซ้ำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ พ่อแม่ประเภทนี้จะพูดแต่ข้อเสียของเกม มักไม่ถามถึงอารมณ์ความรู้สึกละเลยความเป็นอยู่ของลูก เอาแต่เพ่งเล็งเฉพาะเรื่องการเรียน การอ่านหนังสือและการทำการบ้าน จะใช้คำพูดเชิงจับผิด และเสียดสีอาทิ “เดี๋ยวจะเปิดให้เล่นทั้งวันทั้งคืน” “เกรดเทอมนี้จะถึงหนึ่งไหม” เป็นต้น ซึ่งใช้คำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ เมื่อเด็กฟังก็จะรู้สึกต่อต้าน ไม่อยากทำตาม เร้าอารมณ์ทำให้โกรธ ทำให้รู้สึกไม่ดีทั้งต่อตัวเองและคนพูด
นอกจาก8 ข้อต้องห้ามข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 2 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ การสื่อสาร และสร้าง Self-Esteem
การสื่อสารพ่อแม่ควรมีทักษะการสื่อสารกับลูกที่ดี ในเกียรติลูก ฟังลูก พยายามดึงลูกมามีส่วนร่วมในการสร้างวินัยและสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
การสร้าง Self-Esteemพ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่อง “ความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง”เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีความสามารถอย่างเช่น เมื่อพ่อแม่พาลูกทำกิจกรรม ลูกก็จะค้นพบว่าตนเองทำอะไรได้ดี และยิ่งถ้าประสบความสำเร็จด้วย ก็จะเกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจ ซึ่งพ่อแม่ควรให้คำชม เปิดโอกาสและสร้างเวทีให้ลูกได้แสดงออก จะทำให้เด็กกลุ่มนี้ห่างไกลจากการติดเกม อีกทั้งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและครอบครัวอีกด้วย
08/07/2014
Love me Love my kids! Assumption Thonburi College - T.Billy