02/05/2026
เรามักมองว่า Empathy หรือการเข้าอกเข้าใจกันนั้นมีส่วนสำคัญในการรักษาพนักงานหรือบำรุงจิตใจให้ทีมงานยังสามารถทำงานต่อไปได้ แต่ในอีกมุมที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปคือ Empathy นี้สามารถกลายเป็นกลไกที่ทำให้การทำงานร่วมกันนั้นมีประสิทธิภาพได้ด้วยเหมือนกั
♥️ Empathy ในฐานะตัวลดแรงเสียดทานของระบบงาน
ทีมจำนวนมากสูญเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ปรากฏในแผนงาน เช่รเรื่องการแก้ไขงานซ้ำ การตีความที่คลาดเคลื่อน หรือการรอข้อมูลจากกันและกัน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถ แต่เกิดจากการที่คนในทีมไม่ได้มองงานจากมุมของอีกฝ่าย
จุดนี้เองที่การมี Empathy เข้ามาทำหน้าที่เสมือน “ตัวลดแรงเสียดทาน” ที่ช่วยให้การส่งต่องานมีความแม่นยำมากขึ้นตั้งแต่ต้นทางเพราะเมื่อคนในทีมพยายาม "เข้าใจ" และ "ใส่ใจ" มุมมองคนทำงานอีกคนมากขึ้น การสื่อสารจะมีบริบทที่ครบถ้วนกว่าเดิม ลดการทำงานบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป รวมทั้งการปรับความเข้าใจให้ตรงกันก่อนจะลงมือทำงาน
♥️ ความปลอดภัยทางจิตใจในระดับเพื่อนร่วมงาน
แม้แนวคิดเรื่องความปลอดภัยทางจิตใจมักถูกเชื่อมโยงกับบทบาทของผู้นำ แต่ในทางปฏิบัติแล้วนั้น บรรยากาศของทีมสามารถถูกกำหนดโดยพฤติกรรมของสมาชิกในทีมต่อกันมากกว่า หากปฏิสัมพันธ์ในทีมเต็มไปด้วยการตัดสิน การจับผิด หรือการลดทอนความคิดเห็น ความเงียบจะกลายเป็นกลไกป้องกันตัว และนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลสำคัญ
ในทางกลับกัน เมื่อ Empathy กลายเป็นคุณค่าและหลักปฏิบัติร่วมของทีม สมาชิกจะกล้าสื่อสารมากขึ้น ทั้งในแง่ของการตั้งคำถาม การเสนอแนวคิด และการยอมรับข้อผิดพลาดตั้งแต่ระยะแรก สิ่งนี้ทำให้วงจรการเรียนรู้ของทีมสั้นลง และช่วยให้ทีมสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของผลงานในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
♥️ Empathy กับคุณภาพของการตัดสินใจร่วมกัน
การตัดสินใจในทีมไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีอยู่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลเหล่านั้นถูก “เปิดเผย” ออกมามากแค่ไหน ในทีมที่ขาด Empathy สมาชิกมักเลือกสื่อสารเฉพาะสิ่งที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการแย้ง หรือเก็บความกังวลบางอย่างไว้กับตัวเอง ส่งผลให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
ในทางตรงกันข้าม ทีมที่มี Empathy สูงจะเปิดพื้นที่ให้มุมมองที่หลากหลายถูกนำเสนอโดยไม่ถูกตีความเป็นการโจมตีส่วนบุคคล การถกเถียงจึงมีคุณภาพมากขึ้น และนำไปสู่การตัดสินใจที่รอบด้าน ลดความเสี่ยงของข้อผิดพลาดเชิงระบบที่มักเกิดจาก “สิ่งที่ไม่มีใครพูด”
♥️ จากการทำงานแบบแยกส่วน สู่การทำงานแบบเชื่อมต่อ
ความแตกต่างสำคัญของทีมที่มีผลงานสูง คือการที่สมาชิกไม่ได้จำกัดบทบาทตัวเองอยู่แค่ในขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย แต่สามารถเชื่อมโยงงานของตนเข้ากับภาพรวมของทีมได้ ซึ่งการมี Empathy จะเป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้น เพราะทำให้แต่ละคนเข้าใจข้อจำกัด แรงกดดัน และเป้าหมายของผู้อื่น
เมื่อความเข้าใจนี้เกิดขึ้น พฤติกรรมของทีมจะเปลี่ยนจากการ “ส่งต่องาน” ไปเป็นการ “ช่วยกันทำให้งานสำเร็จ” สมาชิกจะเริ่มคาดการณ์ความต้องการของกันและกัน ลดคอขวดในกระบวนการ และร่วมกันแก้ปัญหาเชิงรุก แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดแล้วจึงตอบสนอง
♥️ Empathy ในฐานะโครงสร้างของประสิทธิภาพทีม
Empathy ในระดับทีมไม่ใช่เรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือความใจดีในเชิงบุคลิกภาพ แต่เป็นองค์ประกอบเชิงโครงสร้างที่กำหนดว่าทีมจะสามารถทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพเพียงใด มันช่วยลดต้นทุนที่มองไม่เห็น เร่งความเร็วในการเรียนรู้ และยกระดับคุณภาพของการตัดสินใจ
ในบริบทที่การทำงานพึ่งพาความร่วมมือมากขึ้นเรื่อย ๆ ความสามารถในการเข้าใจและคำนึงถึงผู้อื่นจึงไม่ใช่เพียงทักษะทางสังคม แต่เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กำหนด “เพดานผลงาน” ของทีมโดยตรง
——————————————————
สนใจหลักสูตรพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills สำคัญอย่าง
- Analytical Thinking
- Strategic Thinking
- Six Thinking Hats
- Business Storytelling
- Managing People
- Leading People
- STORYSELLING
สามารถสอบถามข้อมูลได้ทาง LINE :
👍 หลักสูตรอบรมคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้จริง
20/04/2026
✒️เคยไหม…หยุดยาวเหมือนได้ชาร์จพลังเต็มที่ แต่พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ กลับรู้สึกเฉาๆ เหนื่อยๆ แบบไม่มีเหตุผล
จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือ….
“ภาวะอารมณ์เศร้าหลังหยุดยาว” ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน
เมื่อความสุขช่วงพัก VS ความจริงของชีวิตมันต่างกันเกินไป
ลองค่อยๆ ปรับใจตัวเองดูนะ
ไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป
🌤️เพราะการกลับมาเป็นตัวเอง…ในเวลาที่ใช่
ดีกว่าฝืนใจให้เหมือนเดิม…ทั้งที่ใจยังไม่พร้อม💖🌷
#จิตวิทยา
09/04/2026
✒️กิจกรรม "Preventive Partnership Program
(Post internship)"สำหรับคณะศิลปศาสตร์ชั้นปีที่ 3
ได้จบลงด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น สร้างสรรค์ และ การค้นพบพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน💖
ในการอบรมครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่ทำความเข้าใจตัวเอง
แต่นักศึกษาได้ร่วมกันย้อนมองเส้นทางการฝึกงานที่ผ่านมา กับกิจกรรม "Road of Internship Life" เพื่อสำรวจ
เรื่องราวสำคัญที่ยังคงติดอยู่ในจิตใจ ทั้งในวันที่เหนื่อยล้าและวันที่เปี่ยมสุข
กิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน:
💓การใจดีกับตัวเองและเพื่อนรอบข้าง: นักศึกษาได้ใช้พื้นที่นี้ส่งต่อข้อความแห่งความเข้าใจ ความเห็นใจ ขอบคุณ และให้กำลังใจ "ตัวเองในอดีต" และเพื่อนรอบข้าง ผ่านการเขียนข้อความที่สะท้อนถึงการให้กำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
🎨การสะท้อนตัวตนและการเรียนรู้ผ่านการสร้างสรรค์ศิลปะในแบบของตัวเอง ทำให้ได้เห็นมุมมองที่หลากหลายและงดงามของเส้นทางการเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ
🪞การเห็นความงดงามของ "หัวใจที่แข็งแกร่ง" จากการที่นักศึกษาทุกคนสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการเรียนรู้นี้จะกลายเป็นสมบัติติดตัวที่มีค่าที่สุดสำหรับการก้าวเดินต่อในอนาคต
ขอขอบคุณนักศึกษาทุกคนที่เปิดใจร่วมแบ่งปันพื้นที่
และแสดงให้เห็นว่า "การเป็นตัวเอง" และ "การใจดีกับตัวเอง" คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยั่งยืน🌻🌷
09/04/2026
✒️บางวันไม่ใช่แค่อากาศที่ร้อน🌤️
แต่ “ใจเรา“ ก็ร้อนตามไปด้วย
ลองค่อยๆ ลดอุณหภูมิให้ตัวเอง
“ทั้งร่างกายและจิตใจ”
ดูแลตัวเองให้พอ พักให้เป็น
เพราะเมื่อใจเราเย็นลง
🌻เราจะกลับมารับมือทุกอย่างได้ดีขึ้นอีกครั้ง💖
05/03/2026
พรุ่งนี่เจอกันได้ครับ
พรุ่งนี้แล้วน้าาาา!!!!!
📣 พร้อมหรือยังกับก้าวสำคัญของอนาคตการทำงาน !!!
🎓 นักศึกษาทุกชั้นปี ศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าPIM
💼 ผู้หางาน และประชาชนทั่วไป
👉🏻👉🏻 PIM JOB FAIR 2026 👈🏻👈🏻
งานที่รวมทุกโอกาสทางอาชีพไว้ในที่เดียว
📅 วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2026 08.30-16.00 น.
📍 Convention Hall 1–6, PIM
ภายในงาน PIM JOB FAIR 2026 พบกับ…
✔️ สมัครงาน–สัมภาษณ์จริง กับสถานประกอบการหลากหลายธุรกิจ
✔️ โอกาสงานประจำ งานพาร์ทไทม์ และฝึกงาน
✔️ กิจกรรมค้นหาเส้นทางอาชีพ รู้จักตัวเองมากขึ้น
✔️ โซนแนะแนว ศึกษาต่อ และคำปรึกษาด้านอาชีพ
✔️ พบศิษย์เก่าและสร้างเครือข่ายการทำงาน
ชวนเพื่อนๆ มาเจอกับโอกาสในการได้งาน ที่ PIM JOB FAIR 2026
งาน ใหญ่ประจำปีที่ไม่ควรพลาด!!!
#หางานแจ้งวัฒนะ #หางานนนทบุรี #หางานวันนี้
02/03/2026
UPDATE: กรมสุขภาพจิตยกระดับดูแลคนไทยรับวิกฤตตะวันออกกลาง เปิดช่องทางพิเศษปรึกษา 24 ชม. พร้อมแนะ 6 วิธีดูแลใจ
วันนี้ (2 มีนาคม) จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ประกาศยกระดับมาตรการดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนชาวไทย ทั้งผู้ที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและครอบครัวในประเทศไทย เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลและให้สามารถเข้าถึงบริการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมที่สุด
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิตเร่งดำเนินการดูแลเยียวยาจิตใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีความห่วงใยในสภาวะความเครียดของคนไทยในพื้นที่ รวมถึงครอบครัวในประเทศที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
กรมสุขภาพจิตจึงได้ระดมทีมผู้เชี่ยวชาญ เปิดและขยายช่องทางบริการให้คำปรึกษาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้คนไทยสามารถสื่อสารและขอรับความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกที่สุดผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่:
⚈ สายด่วนสุขภาพจิต: โทร. 1323 (ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
⚈ LINE Official: เพิ่มเพื่อนผ่านไอดี .east หรือสแกน QR Code จากสื่อประชาสัมพันธ์ของกรมสุขภาพจิต
ด้าน นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลประคับประคองจิตใจในระดับบุคคลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปได้ กรมสุขภาพจิตจึงขอแนะนำหลัก 6 วิธีในการดูแลใจเบื้องต้น
1. ติดตามข่าวสารอย่างพอดี: จัดสรรเวลาในการรับชมข่าวสารให้เหมาะสม ไม่รับข้อมูลมากจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการอ่านหรือดูข่าวก่อนเข้านอน
2. พยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติ: รักษาวัตรปฏิบัติประจำวันเดิมๆ เท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย เพื่อลดความกังวลจากการเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง
3. เตรียมแผนสำรองเพื่อความปลอดภัย: การวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินล่วงหน้า จะช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้รู้สึกว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์บางส่วนได้
4. ติดต่อสื่อสารกับคนที่รัก: การพูดคุยและได้รับกำลังใจจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จะช่วยเยียวยาสุขภาพจิตได้เป็นอย่างดี
5. ทำกิจกรรมลดความเครียด: หากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย ฝึกสมาธิ หรือกำหนดลมหายใจ
6. ติดต่อขอความช่วยเหลือทันที: หากเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ความเครียดของตนเองได้ ควรรีบติดต่อผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางที่กรมสุขภาพจิตจัดเตรียมไว้ให้
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตพร้อมร่วมดูแลสุขภาพใจของคนไทยทุกคนในทุกพื้นที่ทั่วโลก โดยผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลการดูแลจิตใจตนเองเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.สุขภาพจิต.com พร้อมขอส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคนมีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อก้าวผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน
14/02/2026
✒️ความรักที่ดี ไม่จำเป็นต้องหวือหวา
แค่ทำให้เรายิ้มได้บ่อยขึ้นก็พอแล้ว
ถ้าอ่านแล้วเผลอยิ้ม…แปลว่าใช่แล้วล่ะ อิอิ🤪
วาเลนไทน์ปีนี้
✅มาเช็กลิสต์ความรู้สึกของคุณกัน
ติ๊กได้กี่ข้อ...มาแชร์กันบ้างน้าาา 🤍✨
05/02/2026
✒️หลายคนเหนื่อย ล้า หมดแรงแล้วเริ่มถามตัวเองว่า
“นี่เราแค่ Burnout หรือ กำลังซึมเศร้า??” กันแน่ ในทางจิตวิทยา ทั้งสองอย่างคล้ายกันตรงที่ทำให้ใจอ่อนล้า แต่ต่างกันที่ต้นตอของความรู้สึก
😵💫Burnout: เกิดจากความเครียดสะสมที่ได้จากการทำงาน ความรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นๆ
🥺ซึมเศร้า: เกิดจากการมองตัวเองในทางลบ และไปจนถึงมองคนอื่นหรือโลกในแง่ร้าย
สิ่งสำคัญคือทั้ง 2 อย่างนั้นไม่ใช่ความอ่อนแอ
แต่เป็นสัญญาณว่าหัวใจต้องการการดูแล
ถ้าพักแล้วค่อยๆดีขึ้น...ลองให้เวลากับตัวเองมากขึ้น
แต่ถ้าความเศร้าอยู่ยาว และเริ่มกระทบชีวิต
การขอความช่วยเหลือ คือการรักตัวเองรูปแบบหนึ่ง
ไม่ต้องรีบติดป้ายให้ตัวเอง
แค่ฟังใจตัวเองให้ทันในวันนี้
ก็ถือว่าเราเริ่มดูแลตัวเองแล้ว🌻💓
29/01/2026
✒️บางทีการดูแลตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการ “ดีขึ้นทันที”
แค่เริ่มจากการ ไม่กดดันใจตัวเองเพิ่ม ก็พอแล้ว
ถ้าวันนี้เหนื่อย การพักไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่มันคือการฟังสัญญาณจากใจตัวเอง (self-awareness) ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ไม่ต้องยิ้มเก่ง ไม่ต้องโอเคกับทุกอย่าง แค่ให้พื้นที่ตัวเองได้อยู่กับตัวเองเงียบๆ นี่ก็ถือเป็นการดูแลใจรูปแบบหนึ่งแล้ว
เพราะการดูแลตัวเอง
ไม่ใช่การทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ
แต่คือการไม่ทิ้งตัวเอง
ในวันที่ใจยังไม่พร้อมเท่านั้นเอง💖🌻