25/08/2026
Institute of Geriatric Medicine, DMS, MOPH, Thailand.
Policies Advocacy/ Developing/ Training / Promoting on Elderly Health Service suitable for Thailand
25/08/2026
25/08/2026
โรงพยาบาลราชวิถี ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก SingHealth และ Changi General Hospital สาธารณรัฐสิงคโปร์
Facebook โรงพยาบาลราชวิถี : https://www.facebook.com/share/p/1APgGwZmC8/?mibextid=wwXIfr
Line Voom : ลิงก์แอป (LINE VOOM)
https://line.me/R/home/public/post?postId=1178762808416426175
ลิงก์เว็บ (LINE VOOM)
https://linevoom.line.me/post/1178762808416426175
RajavithiHospital | LINE VOOM Check out RajavithiHospital's post on LINE VOOM.
24/08/2026
ไทย-สิงคโปร์ ร่วมพัฒนาบุคลากรแพทย์ ยกระดับระบบดูแลผู้สูงอายุ แบบไร้รอยต่อรองรับสังคมสูงวัย
อ่านต่อใน comment 👇
22/08/2026
มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ National NUAD THAI & Wellness Expo 2026
อ่านต่อใน comment 👇
21/08/2026
ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ….ภัยเงียบที่นำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลัน
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนประชาชนให้ตระหนักถึงอันตรายของ "ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ" โรคเงียบที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่สะสมจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เผยกลไกอันตราย หากคราบตะกรันปริแตก อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน พร้อมแนะขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการกด CPR และเครื่อง AED เพื่อยื้อชีวิตก่อนถึงมือแพทย์
นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายตลอดเวลา โดยอาศัยหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary Artery) หลัก 3 เส้น เป็นเส้นทางลำเลียงเลือดและออกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เกิดจากการสะสมของคอเลสเตอรอล แคลเซียม และเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณผนังหลอดเลือดด้านในเกิดเป็น "คราบตะกรัน" (Plaque) ที่พอกหนาขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เมื่อหลอดเลือดหลักทั้ง 3 เส้นเกิดการตีบแคบพร้อมกัน กล้ามเนื้อหัวใจจะตกอยู่ในสภาพที่เปราะบางอย่างมาก เนื่องจากไม่มีหลอดเลือดเส้นอื่นสำรองเพื่อชดเชย การไหลเวียนของเลือดได้เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน ปัจจัยที่ทำให้คราบตะกรันสะสมตัวเร็วขึ้น แบ่งออกเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น อายุที่เพิ่มสูงขึ้น เพศชาย และประวัติครอบครัวสายตรงที่มีโรคหลอดเลือดหัวใข ก่อนวัยอันควร และปัจจัยทางสุขภาพและพฤติกรรม เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง (โดยเฉพาะไขมันชนิด LDL) การสูบบุหรี่ ภาวะน้ำหนักเกิน และการขาดการออกกำลังกาย
นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบอาจไม่มีอาการแสดงในระยะแรก แต่เมื่อการตีบแคบรุนแรงขึ้นจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ไม่เพียงพอ จะปรากฏสัญญาณเตือน ดังนี้ เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง รู้สึกคล้ายมีของหนักทับ หรือถูกบีบรัดบริเวณกลางอก อาการปวดร้าวจากหน้าอกไปยังบริเวณกราม คอ ไหล่ แขนซ้าย หรือสะบักหลัง และอาการร่วมอื่นๆ เช่น หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อย เหงื่อออกมาก ตัวเย็น หน้าซีด หรือมีอาการจุกบริเวณลิ้น ปี่คล้ายโรคกระเพาะอาหารกำเริบ เมื่อกล่าวถึงกลไกการเสียชีวิตเฉียบพลัน การเสียชีวิตกะทันหันมักไม่ได้เกิดจากภาวะหลอดเลือดตีบเรื้อรังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ คราบตะกรันที่เกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดเกิดการ "ปริแตก" (Plaque Rupture) ร่างกายจะตอบสนอง โดยการสร้างเกล็ดเลือดและลิ่มเลือดเข้ามาอุดรอยแตกนั้นทันที ส่งผลให้หลอดเลือดที่ตีบอยู่แล้วถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์แบบฉับพลันเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และออกซิเจนกะทันหัน ทำให้ระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานล้มเหลว นำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง (Ventricular Fibrillation) หัวใจจะสั่นพลิ้วและไม่สามารถบีบตัวสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ ผู้ป่วยจะหมดสติและหัวใจ หยุดเต้นภายในเวลาไม่กี่นาที หากพบผู้ที่วูบหมดสติและหัวใจหยุดเต้น การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ คือ สมองก่อนที่เซลล์สมองจะตายมีความสำคัญสูงสุดให้ปฏิบัติตามหลัก 4 ขั้นตอนนี้ 1.ประเมินสถานการณ์ : ตีที่ไหล่ทั้งสองข้างแรงๆ เพื่อดูการตอบสนอง หากไม่ตอบสนองและไม่หายใจ (หรือ หายใจเฮือก) ให้เริ่มขั้นตอนการช่วยเหลือทันที 2.โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1669 : แจ้งศูนย์กู้ชีพว่าพบผู้หมดสติ ไม่หายใจ ระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน และเปิดลำโพงโทรศัพท์เพื่อรับคำแนะนำ 3.ขอความช่วยเหลือ : ตะโกนให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงนำเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) มาให้เร็วที่สุด 4.ทำการกดหน้าอก (CPR) : วางส้นมือซ้อนกันตรงกึ่งกลางหน้าอก กดให้ลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตร ด้วยความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที กดอย่างต่อเนื่องห้ามหยุดพักจนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง การใช้เครื่อง AED: ทันทีที่เครื่องมาถึง ให้เปิดเครื่อง แปะแผ่นนำไฟฟ้าบริเวณหน้าอกตามรูปบนแผ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำด้วยเสียงจากเครื่องอย่างเคร่งครัด
สำหรับแนวทางการป้องกันเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือ วิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยง 1.เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองระดับน้ำตาล ระดับไขมัน และความดันโลหิต 2.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ ไขมันอิ่มตัวสูง อาหารรสหวานจัดและเค็มจัด 3.ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ 4.งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด 5.หากมีอาการจุกแน่นหน้าอกขณะออกแรง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือเดินสายพานตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test) 6.การตรวจพิเศษเพิ่มเติม CT Calcium Score (การตรวจหินปูนเกาะผนังหลอดเลือดหัวใจ) เพื่อประเมินความเสี่ยง #สถาบันโรคทรวงอก #กรมการแพทย์ #ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 20 สิงกาคม 2569
13/08/2026
อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุขาดผู้ดูแล...
แต่ดูแล "มากไป" ก็อันตรายไม่แพ้กันครับ 👴👵
นพ.บรรลุ ศิริพานิช เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 42 ฉบับที่ 503 มีนาคม 2564 ว่า การดูแลผู้สูงอายุมี 2 ด้านที่อันตรายพอกัน คือ "ดูแลน้อยเกินไป" กับ "ดูแลมากเกินไป" และคนดูแลส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่ากำลังทำเกินพอดีอยู่
ทำไม "ปล่อยติดเตียง" ถึงอันตรายกว่าที่คิด?
ไม่ใช่แค่เรื่องเคลื่อนไหวลำบากอย่างเดียวครับ อาจารย์อธิบายว่าถ้าผู้สูงอายุถูกปล่อยให้อยู่แต่บนเตียงหรือเก้าอี้ตลอดเวลาโดยไม่ถูกกระตุ้นให้ขยับตัว ร่างกายจะเสื่อมเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเปิดช่องให้โรคแทรกซ้อนตามมาง่ายขึ้นด้วย
ส่วน "ดูแลมากเกินไป" ก็มีผลเสียคนละแบบ
เมื่อผู้สูงอายุคอยแต่รอรับความช่วยเหลือจนไม่พยายามทำอะไรเอง บวกกับกินเยอะแต่ไม่ได้ขยับร่างกาย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือน้ำหนักเกินและข้อติดแข็ง ซึ่งย้อนกลับมาทำให้ช่วยเหลือตัวเองได้ยากขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรที่แย่ลงเรื่อยๆ
มุมที่หลายคนไม่ทันคิด
อาจารย์บรรลุยังพูดถึงมุมสังคม-วัฒนธรรมไว้ด้วยว่า การดูแลพ่อแม่ยามชราเป็นหน้าที่ที่สังคมไทยถือว่าสำคัญมาก และในทางพุทธศาสนาถือว่าการละเลยผู้มีพระคุณโดยไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนไว้ชัดว่า อย่าให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองเป็น "ภาระ" ของลูกหลานเช่นกันครับ
ถ้าที่บ้านต้องอยู่คนเดียวบ่อยๆ
อาจารย์แนะนำไอเดียง่ายๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง คือการมีสัตว์เลี้ยงอย่างหมา แมว หรือนกไว้ให้ผู้สูงอายุดูแล ช่วยลดความเหงาและทำให้รู้สึกมีคุณค่าได้จริงครับ
หลักที่จำง่ายที่สุด : ช่วยเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ทำแทนทุกอย่าง แม้แต่การตัดสินใจของท่านเอง ก็ควรปล่อยให้ท่านเป็นคนเลือกเองให้มากที่สุดครับ
ที่บ้านคุณดูแลผู้สูงอายุแบบไหนอยู่ครับ? ลองสังเกตดูว่าใกล้ไปทาง "น้อยไป" หรือ "มากไป" กันแน่ 💬
ที่มา : นพ.บรรลุ ศิริพานิช, นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 42 ฉบับที่ 503 มีนาคม 2564
#หมอชาวบ้าน
13/08/2026
โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ จัดบริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ดำเนินการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต. พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และได้มาตรฐานสากล
นายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง จึงได้ประสานความร่วมมือกับศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์และทีมสหสาขาวิชาชีพ จัดบริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และบูรณาการความร่วมมือของบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างครบถ้วน การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลารอคอย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ตลอดจนยกระดับระบบบริการด้านศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ และราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการสุขภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
ในการนี้ นายแพทย์พุฒิ ตันติโกศล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม พร้อมด้วยทีมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ ได้ร่วมกันดำเนินการผ่าตัด โดยนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด ช่วยให้สามารถวางตำแหน่งข้อเข่าเทียมได้อย่างเหมาะสม ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยรอบ และเอื้อต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ผ่าตัด ได้เข้าเยี่ยมติดตามอาการผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัด พร้อมประเมินผลการรักษาและให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย การดำเนินงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์มาพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลดังกล่าว
#โรงพยาบาลเลิดสิน #กรมการแพทย์
ขอขอบคุณ
13 สิงหาคม 2569
13/08/2026
ช่วยเช็กให้ ไม่สับสน 👉
เล็บยังงอกดีในวัย 70 ปี เป็นสัญญาณบอกมีอายุยืนยาว และมีสุขภาพที่ดี
ข่าวบิดเบือน ยืนยันโดย : สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
การที่เล็บยังงอกดี หรือมีลักษณะปกติ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีอายุยืนหรือมีสุขภาพดี เพราะทั้งคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายชนิดก็อาจมีเล็บที่ดูปกติได้
แม้เล็บที่ผิดปกติอาจสัมพันธ์กับโรคบางชนิดจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกัน นอกจากนี้ ผู้สูงอายุ อาจมีเล็บเปลี่ยนแปลงได้ตามวัย แม้ไม่มีโรคประจำตัวก็ตาม
ดังนั้นจึงขอสรุปว่า ไม่ควรประเมินสุขภาพหรืออายุขัยจากลักษณะเล็บเพียงอย่างเดียว การวินิจฉัยโรคต้องอาศัยประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
📌 แยกได้ ไหวตัวทัน
#ข่าวบิดเบือน #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #ข่าวสุขภาพ #เล็บงอก #ผู้สูงอายุ #เล็บผิดปกติ
11/08/2026
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
Nonthaburi
11000
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:30 - 16:30 |
| อังคาร | 08:30 - 16:30 |
| พุธ | 08:30 - 16:30 |
| พฤหัสบดี | 08:30 - 16:30 |
| ศุกร์ | 08:30 - 16:30 |