Insight English Club โปรแกรม เรียน ภาษาอังกฤษ ด้วยตัวคุณเอง

Insight English Club โปรแกรม เรียน ภาษาอังกฤษ ด้วยตัวคุณเอง

แชร์

ภาษาอังกฤษ 1 ปี เรียนรู้ใน 30 ชั่วโมง

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง เรียนรู้ไวยากรณ์ ศัพท์ในชีวิตประจำวัน บทสนทนา การหัดออกเสียงให้ใกล้เคียงเจ้าของภาษา ด้วยโปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถพัฒนาให้คุณสามารถเรียนภาษาได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมการประเมินผลการเรียนของคุณ รับรองผล 100%

Photos from ช้อป แชร์ ได้ตังค์ by Nontyoupik's post 19/09/2020
Mobile uploads 25/06/2015

การกล่าวคำขอโทษ ในภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง

ในภาษาอังกฤษ นอกจากคำว่า sorry แล้ว ยังมีคำไหนอีกบ้าง ลองไล่ตามนี้เลย

คำแรกคือ Excuse me. หรือจะใช้คำว่า Pardom me คำนี้ใช้ในเชิงขอโทษที่จะต้องรบกวน เช่น เวลาที่คนยืนคุยกัน แล้วเราต้องเดินผ่าน เป็นต้น

I'm so sorry. I'm very sorry. แปลว่า ฉันขอโทษเป็นอย่างสูง หรือ ฉันขอโทษเป็นอย่างมาก

เวลาที่เรานัดใครแล้วมาสาย อย่าทำเนียนนะครับ ควรหัดพูดว่า I'm sorry to have kept you waiting. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องรอ

แต่หากเราไปทำอะไรให้ใครต้องยุ่งยากลำบากใจ ก็ให้หัดพูดไว้ว่า I'm sorry to have troubled you. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณยุ่งยาก และอาจตามด้วยประโยคนี้ It's my fault มันเป็นความผิดฉันเอง

กรณีที่สัญญาหรือรับปากจะช่วย จะทำอะไรให้แต่เกินเหตุสุดวิสัย ไม่สามาีถทำได้ ก็ควรหัดเอ่ยประโยคนี้ I'm sorry I can't help you. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ช่วยคุณไม่ได้ หรือ I apologize for breaking my promise. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ผิดสัญญา

ยังมีอีกหลายสำนวนหลายประโยค ไว้จะทยอยลงให้ต่อๆไป

คราวนี้หากคนอื่นเป็นฝ่ายขอโทษเรา เราก็ควรจะมีการตอบรับให้เขารู้ว่า เราให้อภัย ซึ่งก็มีมากมายเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

1.) That's all right. ไม่เป็นไร
2.) Of course. แน่นอน
3.) Certainly. คำนี้ประมาณว่า แน่นอน
4.) It's nothing at all. มันไม่มีอะไร
5.) Forget it. ลืมมันซะ
6.) Don't worry about it. อย่ากังวลไปเลย
7.) It's wasn't your fault. มันไม่ใช่ความผิดคุณหรอก
8.) It doesn't matter. มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

Mobile uploads 18/06/2015

คำที่เกือบเหมือนฝาแฝด Branch – Brunch คืออะไร?

สมาชิกเห็นความแตกต่างของคำ 2 คำนี้หรือไม่ครับ? ลองสังเกตุดูดีๆนะ ถ้าดูผ่านๆ ก็อาจเหมือนกัน แต่ถ้าสะกดเป็นคำๆไป จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทว่าความหมายแตกต่างกันเป็นคนละเรื่องเลย

ตัวสะกดของ Branch – Brunch นั้นต่างกันแค่เพียง a กับ u เท่านั้น การออกเสียงก็ยังใกล้เคียง แต่ความหมายของทั้งสองคำนั้นแตกต่างกันอย่างมาก

คำแรก Branch (อ่านว่า บร้านช์) แปลว่า “สาขา” คำนี้เป็น noun แปลว่า หากถ้าใช้พูดหรือเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับต้นไม้ จะมีความหมายว่า “กิ่งก้าน” แต่ถ้าเป็นคำกริยา จะแปลว่า “แตกกิ่งก้านออกไป หรือ แตกแขนง"

ส่วนคำที่ 2 คำว่า Brunch (อ่านว่า บรั้นช์) แปลว่า “อาหารมื้อสาย” คำนี้เป็น noun เช่นกัน แปลว่า “อาหารมื้อสาย” แล้วอาหารมื้อไหนคืออาหารมื้อสาย ต้องขยายนิดนึง คำว่า Brunch มีที่มาจากคำศัพท์สองคำ นั่นคือคำว่า Breakfast ที่แปลว่า “อาหารมื้อเช้า” กับคำว่า Lunch ที่แปลว่า “อาหารมื้อเที่ยง” เอาคำ 2 คำนี้ผสมกันเลยกลายเป็นคำๆใหม่ว่า Brunch เลยเป็นมื้ออาหารที่อยู่ระหว่างมื้อเช้ากับมื้อเที่ยง คำนี้คนตื่นสายน่าจะได้ใช้บ่อยๆ

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

Mobile uploads 17/06/2015

...ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้...ฮัมเพลงนี้เพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อย ช่วยให้หายร้อนกันไปได้มาก จะเข้าฤดูฝนแล้ว มารู้สำนวนภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับฟ้าฝนดีกว่า

เวลาฝนตกปรอย ๆ อยากพูดเป็นภาษาอังกฤษให้ใช้ to rain lightly หรือ to shower ก็ได้ ซึ่ง shower ใช้ในรูปคำนามหรือกริยาก็ตาม เช่น

It showered briefly the day Nan got married. (ฝนตกปรอย ๆ วันที่แนนแต่งงาน)

ส่วนใครเคยได้ยินสำนวน "to rain in dribs and drabs" หมายถึง ฝนตกบ้าง ไม่ตกบ้าง ตก ๆ หยุด ๆ ซึ่งน่าจะตรงกับคำไทยว่า ฝนตกกะปริดกะปรอต

ส่วนเรื่องข้อถกเถียงกับเพื่อนนั้น หยุดทะเลาะกันเสียที่ สำนวนที่คุณนึกถึงคือ to rain cats and dogs เช่น

ยังมีประโยคอีกมากที่เกี่ยวกับฟ้าฝน จะขอยกมาเท่านึกขึ้นได้ เช่น
It’s windy. มีลมแรง
It’s windy today. วันนี้มีลมแรง
Today is windy. วันนี้มีลมแรง
It’s cloudy. มีเมฆมาก
It’s foggy. มีหมอกลงจัด
It’s foggy today. วันนี้หมอกลงจัด
It’s hazy. มีหมอกควันมาก
It’s snowy. มีหิมะตกมาก (อันนี้ไว้ไปเที่ยวเมืองนอก คงได้มีโอกาสใช้)
It’s snowing. หิมะกำลังตก (อันนี้ก็เช่นกัน)
It’s sunny. มีแดด
It’s hailing. ลูกเห็บตก
The sky is overcast. ท้องฟ้าปิด
There is an overcast today. ว้นนี้ท้องฟ้าปิด
It’s going to rain. ฝนกำลังจะตก
It’s lightning. ฟ้าแลบ
Is it raining? ฝนตกไหม
It’s starting to rain. ฝนเริ่มตก
It’s raining. ฝนตก
It’s raining a little bit. ฝนตกเล็กน้อย
It’s raining lightly. / It’s raining slightly.ฝนตกเบาบาง
It’s sprinkling. ฝนตกปรอยๆ
It’s drizzling. ฝนตกปรอยๆ
It’s drizzling outside. ข้างนอกฝนตกปรอยๆ
It’s raining all around. ฝนตกกระจายทั่ว
It’s stormy. มีพายุ
It’s raining heavily. ฝนตกหนัก
It’s raining hard. ฝนตกหนัก
It’s raining very hard. ฝนตกหนักมาก
It’s pouring. ฝนตกแบบเทลงมา, ฝนตกหนักมากๆ
The rain is pouring down. ฝนกำลังตกเทลงมาอย่างหนัก
It’s raining cats and dogs. ฝนตกแบบเทลงมา, ฝนตกหนักมากๆ
It’s raining like a cow pi***ng on a flat rock. ฝนตกแบบเทลงมา, ฝนตกหนักมากๆ
It’s raining cats and dogs this morning. เมื่อเช้าฝนตกหนักมาก
It’s flooded. น้ำท่วม
It’s stopped raining. ฝนหยุดตกแล้ว
How’s the weather? / What’s the weather like? อากาศเป็นอย่างไร
How’s the weather today? / What’s the weather like today? วันนี้อากาศเป็นอย่างไร
The weather is good today. วันนี้อากาศดี
It’s sunny. แดดออก
It’s clearing up. อากาศเริ่มแจ่มใส
Don’t forget to bring an umbrella with you.? อย่าลืมพกร่มติดตัวไปด้วยล่ะ
Is it raining hard? ฝนตกหนักไหม
Is it raining now? ตอนนี้ฝนกำลังตกหรือเปล่า
Did it rain yesterday? เมื่อวานนี้ฝนตกไหม
It rained yesterday. เมื่อวานนี้ฝนตก
It’s been raining since this morning. ฝนตกตั้งแต่เช้าแล้ว (It’s been ย่อมาจาก It has been)
It was cold yesterday. เมื่อวานนี้หนาว
It will be cloudy tomorrow. พรุ่งอาจจะมีเมฆมาก
It will rain tomorrow. พรุ่งจะฝนตก
Is the weather hot there? ที่นั่นอากาศร้อนไหม
It’s hot. อากาศร้อน
It’s warm. อากาศอบอุ่น
It’s cool. อากาศเย็น (ไม่ถึงขั้นหนาว)
It’s cold. อากาศหนาว
It’s chilled. อากาศเย็นสบาย
It’s chilly. อากาศเย็น
The weather is very chilly. อากาศเย็นมากๆ
It’s freezing. อากาศหนาวจัด
It’s hot and humid. อากาศร้อนและอบอ้าว
There’s no sunshine today. วันนี้ไม่มีแดด
It’s sunny again. แดดออกอีกครั้ง
There is a nice breeze today. วันนี้มีลมพัดโชยเบาๆ
*** ข้อสังเกตุรูปประโยคข้างต้น
1. ถ้าโครงสร้างประโยคเป็น It is + verb-ing แสดงว่าสภาพอากาศนั้นกำลังเกิดขึ้น
2. ถ้าโครงสร้างประโยคเป็น It is + adjective อธิบายถึงสภาพอากาศ
3. ส่วนการเติม y เข้าไปท้ายคำ noun เปลี่ยน adjective นั้นเพื่ออธิบายถึงสภาพอากาศที่เกิดขึ้น เช่น
rain n. ฝน > rainy adj. มีฝน
cloud n. เมฆ > cloudy adj. มีเมฆมาก
wind n. ลม > windy adj. มีลม
sun n. ดวงอาทิตย์ > sunny adj. มีแดด
mist n. หมอกบางๆ (ละอองหมอก, หมอกน้ำค้าง) > misty adj. มีหมอกบางๆ
fog n. หมอก(เมฆที่สัมผัสกับพื้นผิวโลก) > fogy adj. มีหมอกจัด
sun n. ดวงอาทิตย์ > sunny adj. มีแดดจัด

สภาพอากาศแบบนี้ เลือกใช้ประโยคที่เหมาะกับเวลาช่วงนั้นๆด้วยนะ

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ - วิกรม กรมดิษฐ์ 15/06/2015

หลายต่อหลายคนคงรู้จัก คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ในฐานะมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศไทย
ในชีวิตวัยเด็กคุณวิกรมไม่ได้ร่ำรวยเช่นทุกวันนี้ กว่าจะถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านอุปสรรคและเรื่องราวต่างๆมาอย่างมากมาย
สิ่งหนึ่งคือการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เป็นตัวเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับคุณวิกรมมีวันนี้
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1433757635

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ - วิกรม กรมดิษฐ์ มติชนออนไลน์

Mobile uploads 15/06/2015

การสอบถามเรื่องสุขภาพ เป็นภาษาอังกฤษ

ช่วงนี้เห็นคนเป็นไข้ ตัวร้อน เป็นหวัดกันมาก ช่วงเปลี่ยนฤดูมักเจอปัญหาพวกนี้กันบ่อย ดูแลสุขภาพกันหน่อยนะ สำหรับคนที่ทำงานกับต่างชาติ หรือมีเพื่อนต่างชาติ เวลาจะถามไถ่เรื่องสุขภาพ หรือจะตอบปัญหาเหล่านี้ จะถามจะตอบยังไงดี

ขอแยกเป็น 2 ส่วนนะครับ ส่วนแรกคือประโยคคำถาม เพื่อถามไถ่ว่าเป็นอะไร รวบรวมได้ตามนี้ เช่น

Whats the matter? = เป็นอะไร?
What”s the matter with you? = มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับคุณ What happened? = เกิดอะไรขึ้นหรือ

จากนั้นเราก็จะถามตามด้วยประโยคสอบถามอาการ เช่น
What are your symptoms? อาการของคุณเป็นอย่างไรบ้าง
หรือจะสอบถามด้วยประโยคสำเร็จรูปง่ายๆ เช่น Do you have ...........? แล้วตามด้วยศัพท์อาการต่างๆ เช่น a headache? (ปวดหัว) stomachache? (ปวดท้อง) fever/high temperature? (ตัวร้อน/ไข้สูงไหม?)
หรือถ้าเราไม่แน่ใจว่าเขาเป็นอะไร ก็ยิงคำถามกลางๆให้เขาตอบ เช่น How do you feel now? ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร หรือ Did you get hurt? คุณเจ็บหรือเปล่า

คราวนี้ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกถาม เราก็ต้องตอบกลับไปว่า
ถ้ารู้สึกไม่ค่อยดีนัก ก็ให้ตอบไปง่ายๆ ว่า I feel sick. ฉันรู้สึกไม่สบาย
แต่ถ้าไม่ได้เป็นอะไร ก็ตอบไปว่า I am all right now. ตอนนี้ฉันสบายดี หรือหากตอนนี้อาการดีขึ้นไม่เป็นอะไรมากแล้ว ก็ตอบไปว่า I”m much better. ฉันดีขึ้นมากเลย
แต่ถ้าอยากตอบตรงๆตามอาการก็ให้ใช้รูปประโยคตัวอย่างตามนี้ เช่น I have ...(อาการต่างๆ).....เช่นตามด้วย a headache ปวดหัว, a stomachache ปวดท้อง, toothache ปวดฟัน, backache ปวดหลัง, sore eye เจ็บตา, throat เจ็บคอ, a cold เป็นหวัด, a slight fever ไข้นิดหน่อย, a terrible cold หวัดรุนแรง
หรือตอบว่า I feel chilly/dizzy. ฉันรู้สึกหนาวสั่น/มึนหัว

แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นอะไร ก็ตอบได้หลายรูปแบบเช่น I guess I”m just tired. ฉันคิดว่า ฉันแค่เหนื่อยเท่านั้น
It”s nothing. How come? ไม่มีอะไรหรอก ทำไมหรือ

เมื่อผู้ถามได้คำตอบแล้ว เราอาจแสดงความห่วงใยบ้างด้วยรูปประโยคต่อไปนี้ You should stay in bed. เธอควรจะไปนอนพักผ่อนดีกว่า
หรือแนะนำว่า You should see a doctor. เธอควรจะไปนอนดีกว่า
You should take some medicines. เธอควรจะกินยาดีกว่า

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

Mobile uploads 11/06/2015

House กับ Home ต่างกันอย่างไร?

คำสองคำนี้หากแปลเป็นภาษาไทยก็คือ "บ้าน" แต่ในความเป็นจริง คำ 2 คำนี้มีความหมายลึกๆที่แตกต่างกัน

House หมายถึง บ้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง จะสร้างด้วยวัสดุอะไรก็ตาม

Home หมายถึงบ้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้างเช่นกัน แต่ลึกๆแล้วหมายถึง ที่ๆให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นบ้านเกิด เมืองที่เกิด ประเทศที่เกิด ที่เราอาจเคยได้ยินคำว่า home town

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

Mobile uploads 09/06/2015

การกล่าวขอบคุณภาษาอังกฤษ

การกล่าวคำขอบคุณ ถือเป็นมารยาทพื้นฐาน ที่มักกล่าวแก่บุคคลอื่น ที่ให้ความช่วยเหลือ ทำบางสิ่งบางอย่างให้ หรือได้รับของหรือน้ำใจดีๆ แต่ในภาษาอังกฤษ คำว่า"ขอบคุณ"ไม่ได้มีเพียงคำว่า Thank you หรือ Thank you very much เท่านั้น ยังมีคำหรือสำนวนอื่นๆ ที่มีความหมายว่า"ขอบคุณ" เช่นกัน

คำ"ขอบคุณ"ในภาษาอังกฤษนอกเหนือคำว่า thank you ยังมีคำต่อไปนี้
1. I owe you one
ใช้ตอบเมื่อได้รับความช่วยเหลือ เป็นการขอบคุณแบบอ้อมๆ มักใช้กับคนที่สนิท และเห็นว่าในโอกาสต่อไปเราอาจมีโอกาสได้ตอบแทนผู้นั้น

2. I really appreciate it
appreciate เป็นการกล่าวขอบคุณที่ฟังไพเราะ และรู้สึกดีมากๆ หมายถึงรู้สึกซาบซึ้ง และขอบคุณที่เราได้รับสิ่งดีๆ

3. Cheers
ไม่ได้"เชียร์" แต่เป็นคำขอบคุณที่ชาวอังกฤษ กับ ชาวออสเตรเลียมักใช้กัน ใช้แทนคำว่า thank you ได้ทุกสถานการณ์เลย คำว่า cheers อ่านว่า เชียส เป็นภาษาพูด ไม่นิยมใช้เป็นภาษเขียน เป็นการกล่าวขอบคุณอย่างไม่เป็นทางการนัก ในช่วงหลังๆนี้มีการใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลก เราจะใช้ cheers เมื่อได้รับหรือมอบบางสิ่งให้กับคนอื่น ส่วนใหญ่จะตามด้วย mate เสมอ (ซึ่งชาวออสเตรเลียจะใช้กันบ่อยมาก) แต่สำหรับชาวอเมริกันอาจสับสนได้ เพราะเค้าก็พูด cheers ในเวลาชนแก้ว (toast) ในวงสังสรรค์ นอกจากแปลว่า ขอบคุณแล้ว ยังมีความหมายในการบอกลา (good bye) หรืออวยพร (good luck) อีกด้วย มาดูตัวอย่างของคำว่า cheers กัน
กรณีที่ 1: ใช้เพื่อขอบคุณ
Tom: I got you a beer.
Mike: Cheers, mate.

กรณีที่ 2: ใช้เพื่อชนแก้ว
Nick: Here’s to Ryan, the man of the hour!
(Everyone) : CHEERS!

4. You made my day
คนไทยเวลาเจอเรื่องดีๆมักชอบพูดว่า วันนี้เป็นวันของฉัน หรือ วันไหนเจอเรื่องแย่ก็มักจะพูดว่า นี้ไม่ใช่วันของฉันเลย ในภาษาอังกฤษคำว่า make someone’s day เป็นสำนวนที่แปลได้ว่า “ทำให้ใครคนหนึ่งมีความสุข” เรามักพูดเวลาใครทำให้เรารู้สึกดีๆว่า "You made my day" ทำให้คนฟังรู้ว่าเรามีความสุขมาก ที่เขาทำให้เรารูสึกดี เป็นคำขอบคุณอีกรูปแบบนี้ในภาษาอังกฤษ

5. cool, awesome และ great
คำ 3 คำนี้ใช้แสดงการขอบคุณได้เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แปลว่าขอบคุณโดยตรงก็ตาม ดูตัวอย่างของการใช้คำ 3 คำนี้ เช่น

Henry: I got us tickets to see Jurassic world tomorrow.
Anna: Hey, that’s awesome!

John: You can have a look at my worksheet. Just don’t copy, okay?
Henry: Great!

เมื่อมีผู้กล่าวคำ"ขอบคุณ"แล้ว เราก็ควรตอบรับคำขอบคุณนั้น ในภาษาอังกฤษมีคำไหนบ้าง ดูตัวอย่างกัน

ประโยคที่ใช้กันบ่อยคงหนีไม่พ้น You’re welcome
แล้วมีประโยคอื่นอีกหรือไม่ ดูตัวอย่าง เช่น

1.) My pleasure แปลได้ว่า "ด้วยความยินดี"
2.) It's okay แปลว่า "ไม่เป็นไร"
3.) No problem แปลว่า "ไม่มีปัญหา"
4.) Don’t mention it แปลว่า "ไม่ต้องพูดถึงมัน"
5.) It was nothing แปลว่า "แค่นี้เอง"
6.) Any time แปลว่า "เรียกใช้ได้ทุกเมื่อ"

เลือกใช้ให้ถูกว่าคำไหนควรจะใช้พูดกับผู้หลักผู้ใหญ่ หรือกับเพื่อนสนิทกัน เลือกดีๆตอบดีๆเพื่อความมีเสน่ห์ของเราเอง

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

Photos 09/06/2015

จั่วรูป แรปเตอร์ ไม่ได้จะชวนให้ลุกขึ้นมาเต้นเพลง เกรงใจ นะครับ แต่วันนี้เราจะดูคำว่า เกรงใจ ในภาษาอังกฤษ กัน

คำว่า ‘เกรงใจ’ ในภาษาอังกฤษนั้นใช้คำไหนกัน?

มีหลายคนถามถึงคำว่า เกรงใจ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่า ในภาษาอังกฤษไม่มีคำนี้ตรงๆ แต่จะมีคำว่า Considerate (adjective) แปลว่า “ที่คิดถึงความคิดของผู้อื่น” ซึ่งคำนี้มักไม่ค่อยมีใครใช้กันเท่าไร เพราะในวัฒนธรรมตะวันตก มีความแตกต่างกับพวกเราชาวเอเซียค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคนไทย ซึ่งมีความสุภาพและเป็นคนที่เกรงใจสุดขั้ว พวกเขามักจะไม่ถือพวกนี้ เพราะเวลาที่เขาต้องการอะไร ก็มักจะพูดตรงๆ แต่หากเราไม่สามารถทำหรือช่วยอะไรเขาได้ เราก็สามารถตอบออกไปตรงๆ ได้ว่า เราไม่ว่าง หรือ ติดธุระอะไร เช่น Sorry, I gotta……..อะไรประมาณนี้ เรียกว่าถามและตอบอย่างตรงไปตรงมาเหมือนที่ใจคิด
ดังนั้น เวลาที่เรามีความต้องการให้ช่วย ก็บอกตรงๆ ว่า Can you help me อันนี้แบบง่ายๆ

หรือ บางครั้งเราเห็นชาวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเรา ดูเหมือนต้องการความช่วยเหลือ เราก็อาจถามเขาว่า Can I Help you หรือ What can I do for you? อะไรประมาณนี้

ถ้าเขา หรือ เราคิดว่าไม่เป็นไร เราก็สามารถตอบกลับไปว่า I’m fine หรือ I’m okay หรือ หากเราเกรงใจเขา กลัวเขาจะลำบาก ก็อาจตอบไปว่า I don’t want to disturb you (ไม่อยากรบกวน) หรือ I can handle it (ฉันจัดการมันได้) หรือ I don’t want to bother you (ไม่อยากรบกวน) หรือ Don’t trouble yourself (อย่าเป็นภาระของคุณเลย) มีหลายประโยคให้เหลือใช้ตามวาระครับ

สิ่งสำคัญเมื่อเสร็จภาระกิจที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว อย่าลืมคำว่า “Thank you” หรือ “Thank you so much” นะครับ

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายที่สูง
โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชิวิตประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

Photos 08/06/2015

การใช้ May กับ Might ต้องใช้อย่างไร

เราคงเคยได้ยิน หรือ เคยได้ใช้คำว่า May หรือ May be กันมาบ่อยๆ วันนี้ขอเพิ่มเติมคำบางคำที่มีความหมายเดียวกัน เผื่อจะมีโอกาสได้ใช้ จะได้ใช้ได้อย่างถูกต้อง

คำแรกที่อยากจะเสนอ คือคำว่า May ซึ่งแปลว่า “อาจจะ / น่าจะ” เช่น
เช่น She may come to see us (เธออาจจะ/น่าจะมาพบเรา)

หรือใช้ในเชิงขออนุญาติ ซึ่ง May จะอยู่หน้ารูปประโยค เป็นการขออนุญาตที่มีความสุภาพ และนิยมใช้กัน เช่น
May I borrow your calculator? (ขอยืมเครื่องคิดเลขได้ไหมครับ/ค่ะ)
May I come in? (ขอเข้าไปได้ไหมครับ/ค่ะ)

Might เป็นกริยาช่วยช่องที่ 2 ของ May แปลว่า “อาจจะ / น่าจะ” เช่นกัน ซึ่งชาวต่างชาติมักจะใช้กันบ่อยกว่าคำว่า May เช่น
She might come to see us (เธออาจจะ/น่าจะมาพบเรา)

Maybe คำนี้ เขียนติดกัน ซึ่งเป็น adverb แบบว่า “บางที / อาจจะ” เช่น
Is Lalita coming to see us? (ลลิตามาพบเราหรือเปล่า) ผู้ตอบหากไม่แน่ใจก็จะตอบว่า “I don’t know, maybe” (ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะ (มา)” ซึ่งแสดงความไม่แน่ใจ หรือไม่มั่นใจว่าจะมาหรือไม่

May be คำนี้ เขียนคำว่า May และ be แยกกัน เช่น
He may be our new boss (เขาอาจจะเป็นเจ้านายคนใหม่ของพวกเรา)

Probably แปลว่า “น่าจะ” เช่นกัน เช่น
Is she coming with us (เธอจะมากับพวกเราไหม) Yes, Probably coming with us (ใช่, น่าจะมากับพวกเรานะ)
ในภาษาพูดคำว่า Probably อาจรู้สึกยาวไป บางคนอาจพูดแบบสั้นๆ ห้วนๆ ว่า probly ซึ่งความหมายเหมือนกัน

Mobile uploads 02/06/2015

I am hot พูดผิดเปล่า?

เมื่อวานได้พูดถึงคำว่า hot ซึ่งเมื่อพูดถึงรสชาดอาหารจะหมายถึง เผ็ด วันนี้จะขอขยายคำๆนี้อีกครั้ง โดยความหมายแตกต่างกันมากหากแปลเป็นภาษาไทย

ช่วงนี้อากาศเกือบหลายที่ในโลกนี้ร้อนมาก อย่างที่อินเดียมีคนเสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน เพราะคลื่นความร้อน เวลาที่อากาศร้อน มักมีหลายสมาชิกหลายคนใช้คำว่า I am hot หรือ I'm hot ซึ่งหากแปลตามสำนวนอังกฤษ จะแปลว่า "ฉันเร่าร้อน" หรือ "ฉันร้อนแรง" หรือ "ฉันมีอารมณ์(ในที่นี้จะโอนเอียงหมายถึงอารมณ์ทางเพศ)

เพราะหากต้องการพูดว่าอากาศร้อน จะต้องใช้คำว่า The weather is hot.หรือ It’s hot. จึงจะถูกต้อง
เพิ่มเติม นอกจากคำว่า hot แล้วยังมีคำคือคำว่า cold ที่แปลว่าหนาวเย็น ถ้าจะบอกว่าฉันหนาว โดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า I am cold. ความหมายจะผิดไป เพราะหมายถึง ฉันเป็นคนเย็นชา ส่วนคำอื่นๆก็เช่นกัน cool ที่แปลว่า เจ๋ง, warm ที่แปลว่า อบอุ่น เมื่อใช่คู่กับ I am ก็จะเป็นฉันเป็นคนอบอุ่น ไม่ได้หมายถึงฉันรู้สึกอบอุ่น ดังนั้นใช้ระวังกันด้วยนะครับ

ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีเวลาไม่แน่นอน หรือกลัวค่าใช้จ่ายสูง โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง Speed English โปรแกรมเดียวที่มีการปรับเนื้อหาตามทักษะของผู้เรียน คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หลักไวยากรณ์ วลีหรือประโยคที่ใช้อยู่ประจำวัน การหัดออกเสียงสำเนียงเจ้าของภาษา ด้วยหลักการเรียนภาษาแบบธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำ ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลิน แต่ได้ผลเร็วกว่าการเรียนแบบเดิมถึง 4 เท่า
สนใจสอบถามอีเมล์ [email protected]
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.alltopenglish.com

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nonthaburi?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nonthaburi
11110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30