สอนขายออนไลน์ By C.Mayme

สอนขายออนไลน์ By C.Mayme

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สอนขายออนไลน์ By C.Mayme, การศึกษา, Nonthaburi.

23/02/2022

#เตือนสติตัวเอง
#ขอบคุณความลำบาก
ที่ทำให้เจอคน 4 ประเภท
- คนที่คอยช่วยเหลือในยามลำบาก
- คนที่คอยทำให้ลำบาก
- คนที่จากไปในยามลำบาก
- คนที่ซ้ำเติมในยามลำบาก

“ความลำบาก”...คัดคนดีที่สุดแล้ว
ชีวิต...อยากไปต่อ
ก็คบคนที่คอยช่วยเหลือ
และให้กำลังใจเราในยามบาก

ชีวิต...อยากเป็นแบบเดิมๆที่เดิมๆ
ก็คบคนทั้ง 4 ประเภทไว้

อยู่ที่เราจะชัดเจนในการใช้ชีวิตแบบไหน
บางทีการตัดใครบางคนออกจากชีวิต
อาจทำให้เราขึ้นดีไปไกลกว่าเดิมนะ

Cr กวีอินดี้✍️

18/01/2022

โลกนี้ไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอก

ให้ผมมาว่ายน้ำแข่งกับปลา
ผมก็แพ้ปลา

ให้หมาปีนต้นไม้แข่งกับลิง
หมาก็แพ้ลิง

คนๆหนึ่งที่ผมรู้จัก
เรียนเก่งมาก
ตอนนี้เป็นด็อกเตอร์ไปหล่ะ
เงินเดือนหลายแสน
เชี่ยวชาญเรื่องเคมีมาก
แต่พออยู่หลังพวงมาลัย
ขับรถอยู่บนถนน...
ก็คนไม่มีวุฒิภาวะขับรถดีๆนี่เอง

อีกคน
เป็นนักธุรกิจร้อยล้าน
หุ้นตัวไหนน่าสนใจ รู้หมด
แต่ทอดไข่เจียวไหม้ทุกครั้ง!!!

นักมวยคนหนึ่ง
ค่าตัวหลักแสน
ชนะมาหลายเวที
ชั้นเชิงมวยระดับประเทศ
หลอดไฟตู้เย็นเสีย
เปลี่ยนไม่เป็น!!!

ไม่มีใครดีไปกว่าใครหรอก
และไม่มีใครดี100%หรอก
เราทุกคน มีข้อดี และข้อเสียทุกคน

อย่าเอาความสามารถเรา
ไปดูถูก หรือตัดสินคนอื่น
ว่าคนที่เขาทำไม่ได้แบบเรา

จะไม่ดีกว่า หรือจะด้อยกว่า
เราทุกคนมีด้านมืด เคยคิดชั่ว ทำชั่วๆ
เคยทำผิด เคยผิดพลาดมาทุกคน

อย่าเที่ยวออกไปตัดสินใคร
เหยียดหยามใคร
เราไม่ได้วิเศษไปกว่าใครนักหรอก
ไม่ได้เดินในอากาศได้สักหน่อย

จุดที่เราอยู่ กับจุดที่คนอื่นอยู่
มันแตกต่างกัน

ลองหลับตาข้างหนึ่งสิ
สลับกันไปมาสิ
วัตถุที่เรามองก็มุมหนึ่ง
ซ้ายก็เห็นภาพมุมหนึ่ง
ขวาก็เหมือนกับภาพมุมหนึ่ง

คนมีเงินในบัญชีสิบล้าน
กับคนเป็นหนี้สิบล้าน
สองคนนี้มองโลกคนละแบบ

อย่าออกไปเถียงกับใคร
อย่าออกไปทะเลาะกับใครในโซเชี่ยลเลย
ไร้สาระ เสียเวลา

เราถนัดคนละแบบเรายืนคนละจุด
เราอยู่กันคนละสิ่งแวดล้อม

สำคัญ..วันนี้เราร้องไห้
พรุ่งนี้เราต้องตื่นมาแล้วยังยิ้มได้

..............................................................
บทความดีๆจาก : สิริทัศน์ สมเสงี่ยม

09/12/2021

9 ทัศนคติต่อการทำคุณงามความดี
ที่มักเข้าใจกันผิด

1. เข้าใจผิดว่า ทำดี ต้องได้ดี ทำบุญต้องได้บุญ... ที่ถูก คือ ทำดีไม่ได้อะไร แต่ได้ละกิเลส ทำบุญได้แค่สบายใจ

2. เข้าใจผิดว่า ดีกับใคร คนนั้นต้องดีตอบ... ที่ถูกนั้น คือ เรามีหน้าที่ทำดี ส่วนใครจะดีกับเรา ไม่ดีกับเรา ไม่ใช่เรื่องของเรา

3. เข้าใจผิดว่า ให้อะไรใคร ต้องได้กลับคืน... ที่ถูก คือ การ “ให้” คือ ยินดีเสียสละ ให้แล้วคาดหวัง ..ไม่ใช่การให้ อ้างเป็นบุญคุณไม่ได้

4. เข้าใจผิดว่า แก่แล้วทำอะไรก็ได้... ที่ถูก คือ แก่แล้วต้องยิ่งต้องสำนึก ทำชั่วไม่ได้ เวลาเหลือน้อย

5. เข้าใจผิดว่า ต้องทำเพื่อความมั่นคงของชีวิตในภายหน้า... ที่ถูก ความมั่นคงไม่มีในโลก ตายได้ทุกเมื่อ ตายแล้วจบไม่มีความมั่นคงอะไร

6. เข้าใจผิดว่า ความต้องการของตัวเองสำคัญที่สุด เราสำคัญที่สุด... ที่ถูกคือ ไม่มีความต้องการนั่นแหละสำคัญที่สุด ไม่มีเราต่างหากสำคัญที่สุด

7. เข้าใจผิดว่า เข้าวัด ใจสงบ... ที่ถูกคือ วัดอยู่ในใจ ใจสงบก็อยู่ที่คิด

8. เข้าใจผิดว่า ความสบายเลือกได้... ที่ถูกคือ เกิดมาก็ทุกข์แล้ว มันเลือกไม่ได้ ไม่มีใครสบายตลอดชาติ

9. เข้าใจผิดว่า สิ่งของ คนของเรา ตัวตนของเรา เราต้องยึดไว้ รักษาไว้... ที่ถูก คือ ไม่มีอะไร หรือใครให้ต้องยึด ต้องรักษา ทุกอย่างไม่ใช่ของเราและที่สุดแล้วก็ไม่มี

ท่านอาจารย์พุทธทาส

25/11/2021

ลูกศิษย์คนหนึ่งกำลังทำความสะอาดตู้ปลาในบ้านครู . และเขาได้สังเกตปลาอัรวานาสีน้ำเงินตัวหนึ่ง โดยที่เขาไม่รู้ว่าครูยืนอยู่ข้างหลัง .

"รู้ไหมว่าปลาตัวนี้ มีราคาเท่าไร?" ครู ถาม..
"ไม่ทราบครับ ครู.." ลูกศิษย์ ตอบด้วยความเกรงใจ
"ลองไปขายให้เพื่อนบ้านสิ!" คำสั่ง ครู..
ลูกศิษย์ คนนั้นก็เลยถ่ายรูปปลาตัวนั้นเพื่อไปถามราคาก่อนขาย เสร็จแล้วเขาก็กลับไปบ้าน ครู
"เพื่อนบ้านตีราคาเท่ารัย?" ครูถาม..
"150 บาท ครับครู.."ลูกศิษย์ตอบด้วยความพอใจ
"ลองไปถามราคาที่ร้านขายปลาสวยงาม!" คำสั่ง ครู
"ครับ ครู.."ลูกศิษย์ ตอบ เสร็จแล้วเขาก็เดินไปร้านขายปลาสวยงาม
"เจ้าของร้านให้ราคาเท่ารัย?" ครูถาม
"1,500 บาท ครับครู.."ลูกศิษย์ ตอบด้วยความดีใจนึกว่าครูจะอนุญาตให้ขายปลาตัวนั้น.
"งั้นลองไปถามราคากับ Juragan Joni Rahman,.แล้วพากระดาษแผ่นนี้ใว้เป็นหลักฐานนี้ ว่า ปลาตัวนี้เคย เข้าประกวดแล้ว"..คำสั่งของครู...
"ครับ ครู"..ลูกศิษย์ ตอบ แล้วก็เดินไปพบ ท่าน Joni ที่บาบอกล่าวไว้..
เสร็จแล้ว เขาก็กลับไปหาครู..
"เขาตีราคาเท่าไร?" ครูถาม..
"150,000 บาท ครับครู"..ลูกศิษย์ ก็แปลกใจมากกับปลาหนึ่งตัวแต่มีหลายราคา..!!!
เฉลย ลูกเอ๋ย.. เจ้ารู้ไหมว่าครูกำลัง สอนเจ้าว่า "เจ้าจะถูกยอมรับและจะถูกให้เกียรติ ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับเจ้าเท่านั้น"
"คนเราทุกคน จะถูกมองข้าม โดยคนที่ไม่รู้จักเรา"
"เราจะเป็นคนที่มหัศจรรย์ในสายตาของคนที่รู้จักตัวเราและรักเรา"
"เราจะเป็นคนที่มีตัวตนสกปรกและเลวทราม ในสายตาของคนที่อิจฉาเราเสมอ"
"สุดท้ายแล้ว..ทุกคนมีสิทธิมองเราในทุกแง่มุมและทุกด้าน ดังนั้นเราอย่าพยายามทำให้ดีในสายตาคน..
แต่จงพยายามทำทุกความดีด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ."

🙏ขอบคุณเจ้าของภาพและบทความดีๆ🙏

และถ้าคุณกำลังมองหารองเท้าดีๆ ซักคู่ .... ⏱
..เพื่อให้คุณ พาตัวเองไปอยู่ ถูกที่ถูกเวลา . ⏱

20/11/2021

#ตั้งใจอ่านดี ๆ นะ

1. ยามที่คุณจน อยู่กับบ้านให้น้อย ออกนอกบ้านให้มาก ยามที่คุณรวย อยู่กับบ้านให้มาก ออกนอกบ้านให้น้อย นี่คือศิลปะในการดำเนินชีวิต

2. ยามที่คุณจน เงินทองที่มีใช้ไปกับผู้อื่น ยามที่คุณรวย เงินทองที่มีใช้ไปกับคนรักและคนในครอบครัว มีคนจำนวนมากที่ทำกลับตาลปัตร

3. ยามที่คุณจน อย่าได้คิดเล็กคิดน้อย ต้องทำดีต่อคนอื่น อย่างนี้เรียกว่า “จนกายแต่ไม่จนอุดมการณ์” ยามที่คุณรวย ต้องเรียนรู้ให้คนอื่นทำดีต่อคุณ และคุณต้องทำดีต่อผู้อื่นให้มากยิ่งขึ้น จงเรียนรู้เป็นผู้ให้ เป็นผู้สละอุทิศ เคล็ดลับนี้น้อยคนนักที่จะเข้าใจ

4. ยามจนใจต้องใหญ่ ยามรวยอย่าหน้าใหญ่

5. วัยเยาว์คือต้นทุนแห่งความรวย แต่ต้องรู้จักถนอมและรักษาเวลา ความจนไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัว! รู้จักบ่มเพาะฝึกฝนตนเอง รู้จักว่าสิ่งใดสำคัญสิ่งใดมีค่า รู้จักว่าอะไรควรลงทุนอะไรไม่ควรลงทุน รู้จักว่าช่วงไหนควรประหยัดช่วงไหนควรใช้จ่าย นี่ต่างหากที่เป็นหลักสำคัญ

6. อย่าเอาแต่ซื้อเสื้อผ้า แต่เมื่อซื้อก็ซื้อเสื้อผ้าที่ดีหน่อย หาโอกาสเลี้ยงข้าวคนที่มีความรู้ มีความคิด มีความขยันขันแข็ง มีความมานะพยายามมากกว่าตนเอง คุณจะได้อะไรมากกว่ากินข้าวคนเดียว

7. เมื่อสถานะทางการเงินมั่นคงแล้ว ใช้เงินทองที่มีอยู่ทำความฝันของคุณให้เป็นจริง เติมปีกให้แก่ตัวคุณเอง ก้าวไปให้ถึงฝั่งฝัน ทำชีวิตให้ดีกว่าเดิม

8. ยามจน หมั่นดูความถูกต้องของคนอื่น มันจะทำให้คุณเจริญขึ้น ยามรวยหมั่นย้อนดูความผิดของตนเอง มันจะทำให้คุณลืมความผิดของคนอื่น

9. อย่าเอามาตรฐานของคุณมาวัดผม เพราะคุณรู้จักแค่ชื่อของผม แต่คุณไม่รู้ความเป็นมาของผม คุณแค่เคยได้ยินว่าผมทำอะไร แต่คุณไม่รู้ว่าผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง?

10. ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงจะไม่ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้ใต้บังคับบัญชา คุณเก่งจริงไม่ต้องบังคับใครบริวารจะเข้ามาหาคุณเอง คุณไม่เก่งจริงต่อให้บังคับ เขาก็อยู่กับคุณแค่ตัวแต่ใจไม่มีทางอยู่ด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า “ผู้มีคุณธรรม แม้ไม่สั่งการเขาก็ทำตาม ผู้ไร้คุณธรรม ต่อให้สั่งการเขาก็ไม่ทำตาม”

11. ไม่มีใครเดินเป็นเพื่อนคุณไปทั้งชีวิต คุณจึงต้องฝึกใช้ชีวิตตามลำพังบ้าง ไม่มีใครช่วยเหลือคุณได้ทั้งชีวิต ดังนั้น คุณจึงต้องฝึกพึ่งพาสองมือสองขาของตนเองบ้าง

12. ชีวิตคนเราต่างเกิดมาเพื่อเรียนรู้ในการเผชิญกับสิ่งต่างๆ ยามคนรักของคุณต้องจากคุณไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ก็อย่าได้โศกเศร้าเสียใจจนต้องกลั้นลมหายใจตายไปตามๆกัน จงจำไว้ ยามสมหวังให้รู้ระวัง ยามผิดหวังให้รู้ย้อนมอง อย่าได้สำคัญตนเองมากจนเกินไป อดสูได้ อดทนได้ ร้องไห้ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยากหลีกเลี่ยงเมื่อเกิดมาเป็นคนอยู่บนโลกใบนี้

13. คนเรามักอิจฉาความสมบูรณ์ของคนอื่น แต่ไม่คิดว่าก็มีคนอื่นกำลังอิจฉาความสมบูรณ์ที่คุณมีอยู่ ที่จริงทุกคนต่างมีความสมบูรณ์ เพียงแต่ความสมบูรณ์ของคุณมักเป็นความสมบูรณ์ที่คนอื่นมีอยู่ เพราะฉะนั้นคุณก็เลยมักคิดว่าตนเองขาดพร่องไม่สมบูรณ์อยู่เสมอ

14. วาสนา ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง ช้าหรือเร็ววันหนึ่งมันก็ย่อมมีวันมาเยี่ยมคุณได้เช่นกัน

15. ไม่ว่าคุณจะรีบเร่งทำงานยังไง เวลาก็มีเพียงแค่ 24 ชั่วโมงในทุกวัน ไม่ว่าคุณจะพยายามอย่างไร พระอาทิตย์ก็ยังตกดินตามเวลาเสมอ ชีวิตคนเรามี “งาน” ทำกันไม่จบไม่สิ้น เรื่องบางอย่างรีบทำไปก็ไร้ประโยชน์ เรื่องบางอย่างกังวลก่อนเวลาไปก็ขาดทุนเปล่าๆ “ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน” เวลานี้ คือเวลาของคุณ...

ขอบคุณที่มา : นุสนธิ์บุคส์

25/10/2021

จะไม่มี Facebook อีกต่อไปแล้ว เพราะเตรียมเปลี่ยนชื่อใหม่ 28 ตุลาคม นี้

มีข้อมูลออกมาจากสื่อต่างประเทศชื่อดังอย่าง The Verge ออกมาบอกว่า Facebook เตรียมที่จะรีแบรนด์ชื่อบริษัทใหม่ โดยจะให้กลายเป็นบริษัทลูกที่อยู่ภายใต้บริษัทแม่ใหญ่อีกทีหนึ่ง โดยคาดว่า Mark Zuckerberg จะพูดคุยพร้อมประกาศชื่อใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตุลาคม นี้ ในการประชุม Connect ประจำปีของทางบริษัท ซึ่งจากข่าวยังบอกอีกว่าตอนนี้ชื่อใหม่เป็นความลับระดับสูงมากแม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงหลายคนก็ยังไม่รู้

โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้นาย Mark ได้บอกไว้ว่าเราต้องการจะเปลี่ยนความคิดคนให้จากที่มองว่าเราเป็นบริษัท Social Media มาเป็นบริษัท Metaverse ที่เปรียบเหมือนพื้นที่เสมือนจริงที่ทำให้คนเราเข้ามาพูดคุยติดต่อกันได้แม้อยู่คนละโลกกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญของก้าวต่อไปสำหรับโลก Internet บนมือถือ

เราก็มารอดูกันว่า Facebook จะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรใรวันที่ 28 ตุลาคม นี้ และคาดว่าถ้ามีการเปลี่ยนชื่อแบบนี้เราก็น่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ๆ ตามมาด้วยอย่างแน่นอน จะเป็นอย่างไรนั้นรอติดตามกันครับ

ที่มา : xda-developers.com

20/10/2021

10 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณเป็นคน EQ ต่ำ
จิตวิทยาพัฒนาตนเอง
ความฉลาดทางด้านอารมณ์
Spread the love
คุณอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างกับคำว่า “EQ” หรือ” Emotional Quotient” หรือ “ความฉลาดทางด้านอารมณ์”

ถ้าพูดง่าย ๆ EQ ก็คือ การรู้อารมณ์ของตัวเองนั่นเอง สามารถควบคุมหรือระงับอารมณ์ของตัวเองได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น ทักษะด้าน EQ จะช่วยให้เราเก็บอารมณ์ได้ดี เข้าใจอารมณ์ของคนอื่น มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เข้าสังคมได้ดี มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหา มีความกระตือรือร้นพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ สามารถรับแรงกดดันต่าง ๆ ได้ดี คิดในแง่ดีอยู่เสมอ ไม่หมกมุ่นกับสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ ฯลฯ

คุณจะเห็นว่า การมีทักษะด้าน EQ ให้ประโยชน์กับคุณมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงาน

คนเราจะประสบความสำเร็จได้ นอกจากจะอยู่ที่สติปัญญา (IQ) ทักษะที่ชำนาญ หรือความสามารถที่เก่งกาจแล้ว อารมณ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

แม้ว่าคุณจะฉลาดปราดเปรื่องสักแค่ไหน แต่ถ้าคุณอารมณ์เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงอยู่เสมอ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะประสบความสำเร็จ

ดังนั้น ลองมาตรวจสอบตัวเองกันว่าคุณมีอารมณ์แบบคน EQ ต่ำหรือไม่ ถ้าคุณมีนิสัยแบบ 10 ข้อดังต่อไปนี้ จงรับมือให้ดี เพราะนี่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณมี EQ ต่ำ!

1. เครียดง่าย

คนที่มี EQ ต่ำมักจะตกอยู่ในภาวะเครียดและวิตกกังวลอยู่บ่อยครั้ง และถ้าคุณไม่แก้ไขความเครียดและความวิตกกังวลนั้นล่ะก็ มันจะกดดันร่างกายและจิตใจของคุณ และปัญหาก็จะตามมาแน่นอน ส่วนคนที่มี EQ สูงจะรู้จักวิธีการจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลได้ดี พวกเขาตรวจสอบอารมณ์ด้านลบของตัวเองเสมอ และจัดการกับมันก่อนที่สถานการณ์จะแย่ลงไปกว่าเดิม

คนที่มี EQ ต่ำมักจะพึ่งพาวิธีอื่น ๆ ในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง พวกเขามีแนวโน้มที่จะวิตกกังวล ซึมเศร้า ใช้ยาเสพติด หรือมีความคิดอยากจะฆ่าตัวตายเป็นสองเท่าจากคนปกติ

2. ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง

คนที่มี EQ สูงจะรู้วิธีสร้างสมดุลระหว่างความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ความอ่อนโยน การตระหนักรู้ในตัวเอง และการมีขอบเขต สิ่งเหล่านี้สามารถกำจัดข้อขัดแย้งในใจของพวกเขาได้ เมื่อคนที่มี EQ สูงรู้สึกวิตกกังวล พวกเขามักจะตอบสนองไปในเชิงบวกหรือเฉย ๆ

นอกจากนี้ คนที่มี EQ สูงมักจะเป็นตัวของตัวเองสูง รู้จักปลดปล่อยอารมณ์โกรธในเวลาที่เหมาะสม ไม่เกรี้ยวกราดใส่คนอื่น วิธีนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าได้โดยไม่ต้องสร้างศัตรู

3. อธิบายอารมณ์ตัวเองยาก

ทุกคนมีอารมณ์ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถตระหนักรู้อารมณ์ของตัวเองได้เมื่อมันเกิดขึ้น จากการวิจัยชี้ให้เห็นว่ามีเพียง 36% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่สามารถทำได้ อันที่จริงแล้วทักษะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการไม่สามารถตระหนักรู้ในอารมณ์ของตัวเอง มักจะทำให้เราจัดการกับอารมณ์ได้ไม่ดีและตัดสินใจได้ไม่ดีนัก

คนที่มี EQ สูงสามารถควบคุมอารมณ์ได้เพราะตระหนักรู้ในอารมณ์ของตัวเองและสามารถอธิบายอารมณ์ของตัวเองเวลาที่มันเกิดขึ้นได้ ในขณะที่หลายคนอธิบายอารมณ์ของตัวเองด้วยคำง่าย ๆ เช่น “อารมณ์ไม่ดี” แต่คนที่มี EQ สูงสามารถอธิบายอารมณ์ของตัวเองได้หลากหลายกว่านั้น เช่น “โกรธ” “หงุดหงิด” “วิตกกังวล” ยิ่งคุณใช้อธิบายอารมณ์ของคุณได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งเข้าใจอารมณ์ สาเหตุ และวิธีจัดการกับอารมณ์ได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

4. คิดเร็วและอีโก้สูง

คนที่มี EQ ต่ำมักจะคิดเร็วและติดอยู่กับความคิด พวกเขาสนใจแต่มุมมองหรือความคิดของตัวเองและไม่สนใจหลักฐานที่คนอื่นนำมาโต้แย้ง พวกเขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องความคิดของตัวเอง ซึ่งอาจเรียกได้ว่า พวกเขามี “อีโก้สูง” นิสัยนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นผู้นำหรือหัวหน้า เพราะความคิดหรือมุมมองของพวกเขาจะกลายเป็นกลยุทธ์หลักของทั้งทีม และเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น ความเสียหายก็จะตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนคนที่มี EQ สูงมักจะคิดอย่างรอบคอบกว่า เพราะพวกเขารู้ดีว่าความคิดแรกที่ผุดขึ้นมามักจะเกิดจากอารมณ์ พวกเขาใช้เวลาในการคิด พิจารณาผลลัพธ์ที่จะตามมา และคำนึงถึงความคิด ความต้องการ และมุมมองของคนอื่นด้วย และท้ายที่สุดพวกเขาก็จะค้นพบวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

5. ยึดติดอยู่กับอารมณ์เชิงลบ

ความโกรธ ความคับแค้น ความอิจฉาทำให้เกิดความเครียดได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอมอรี (Emory University) ได้ทำการศึกษาและชี้ให้เห็นว่า ความเครียดเรื้อรังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจได้ การยึดติดอยู่กับความโกรธ ความคับแค้น หรือความอิจฉาเป็นการนำความเครียดมาใส่ตัวเอง คนที่มี EQ สูงจะรู้วิธีหลีกเลี่ยงอารมณ์เหล่านี้และรู้จักปลดปล่อยอารมณ์ด้านลบเหล่านี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ยังทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นอีกด้วย

6. ไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาด

คนที่มี EQ สูงจะไม่หมกมุ่นอยู่กับความผิดพลาด พวกเขาจะปล่อยวาง แต่พวกเขาจะไม่ลืมความผิดพลาดนั้น ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจึงสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อความสำเร็จในอนาคตของพวกเขาได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ พวกเขาสามารถสร้างสมดุลระหว่างการหมกมุ่นอยู่กับความผิดพลาดและการลืมความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

การหมกมุ่นอยู่กับความผิดพลาดจะทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา แต่การลืมความผิดพลาดก็อาจทำให้ง่ายต่อการทำผิดพลาดซ้ำ เคล็ดลับในการสร้างความสมดุลระหว่างทั้งสองสิ่งนี้อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นบทเรียนเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็วเมื่อ

7. สื่อสารได้ไม่ราบรื่น

เมื่อคุณขาด EQ คุณจะพบว่าเป็นการยากที่จะสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น คุณมักจะเข้าใจผิดอยู่บ่อย ๆ และไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ อันที่จริงแล้วทักษะในการสื่อสารนี้ แม้แต่คนที่มี EQ สูงก็ไม่สามารถถ่ายทอดทุกความคิดได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ แต่พวกเขาจะรู้ว่าถ้าคนอื่นไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูด พวกเขาจะปรับวิธีการสื่อสารและวิธีถ่ายทอดความคิดเพื่อให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น

8. ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ตื่นเต้น

ทุกคนต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถกระตุ้นหรือทำให้ตัวเองตื่นเต้นได้ ตัวอย่างเช่น สถานการณ์บางสถานการณ์ หรือคนบางคน เป็นต้น คนที่มี EQ สูงจะอธิบายหรือรับรู้สิ่งที่สามารถกระตุ้นพวกเขาได้ และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์หรือคนที่กระตุ้นพวกเขาได้

9. หน้าชื่นอกตรม

คนที่มี EQ สูงไม่ได้หมายถึงคนที่เป็นมิตรอยู่ตลอดเวลา แต่คนที่มี EQ สูงคือคนที่รู้จักวิธีควบคุมอารมณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด บางครั้งการเก็บกดหรือซุกซ่อนอารมณ์เศร้า ไม่พอใจ หรือโกรธด้วยการแสร้งทำเป็นมีความสุขหรือคิดบวกเสมอนั้นไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป คนที่มี EQ สูงจะรู้จักการใช้อารมณ์เชิงลบและอารมณ์เชิงบวกอย่างพอดี มีสติ และเหมาะสมกับสถานการณ์

10. ไม่ค่อยเปิดใจ

ถ้าคุณเข้าใจตัวเองและตระหนักรู้ในตัวเองจริง ๆ คุณจะไม่โกรธเคืองกับคำพูดหรือการกระทำของคนอื่น คนที่มี EQ สูงมักจะมีความมั่นใจและเปิดใจกว้าง พวกเขามีภูมิต้านทานสูงต่ออารมณ์เชิงลบของคนอื่น บางครั้งพวกเขาก็ชอบล้อเลียนตัวเองหรือปล่อยให้คนอื่นล้อเลียนพวกเขาได้ตามสบาย แต่พวกเขาจะมีขอบเขตอยู่เสมอ รู้ว่าอะไรคืออารมณ์ขัน อะไรคือการสร้างความอับอาย

คุณอาจจะเป็นคนทำงานเก่ง ชำนาญในทักษะต่าง ๆ มากมาย แต่จงจำไว้ว่า “อารมณ์” ก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้คุณทำงานได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน ดังนั้น จงพัฒนาทักษะด้าน EQ ของคุณควบคู่ไปกับ IQ จะดีที่สุด แล้วคุณจะเป็นมนุษย์ทำงานที่คนอื่นยอมรับอย่างแน่นอน

อ้างอิง: Cafebiz

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

Cr : ปิ่นแก้ว ศิริวัฒน์
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

15/10/2021

>> โน้มน้าวใจคนฟังให้คล้อยตามคุณ ด้วยศาสตร์จูงใจจากกรีกโบราณ >>

วอร์เรน บัฟเฟต์ เคยกล่าวว่านอกจากความรู้ ศิลปะในการเล่าเรื่องก็เป็นสิ่งจำเป็น

นั่นคือเหตุผลที่เขาตัดสินใจเข้าเรียนทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชน

ส่วน เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน ก็เล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่าต้องซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะก้าวข้ามอาการประหม่าจนกลายเป็นนักพูดที่งานเสวนาทั่วโลกอยากเชิญไปขึ้นเวทีด้วย

แต่ในมุมของ อริสโตเติล นักปราชญ์คนสำคัญจากยุคกรีกโบราณ

ศาสตร์และศิลป์ในการพูดเพื่อบรรลุเป้าหมาย
ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านั้นเลย

เพราะสิ่งสำคัญสุด คือทำยังไงก็ได้ เพื่อโน้มน้าวผู้ฟัง ให้เชื่อและทำตามในสิ่งที่เราพูด

ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกฝึกฝน
เพื่อให้คิดอย่างเป็นกลยุทธ์ในการสื่อสาร

มาดูกันว่าศาสตร์แห่งการจูงใจผู้ฟัง
ที่ตกทอดกันมากว่าสองพันปีจากยุคกรีกโบราณนั้น เป็นอย่างไร
และเราจะหยิบมาปรับใช้ในยุคนี้ในรูปแบบไหน
.

[1]
#คิดถึงผู้ฟังเป็นหลัก #อย่าคิดถึงตัวเอง

เวลาเตรียมตัวพูดในที่สาธารณะ
คนส่วนใหญ่มักไปโฟกัสว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับตัวเอง เช่น กลัวพูดผิด หรือคนจะไม่เชื่อถือ ฯลฯ

ในมุมของ อริสโตเติล
เรื่องพวกนี้ คือการคิดถึงตัวเองเป็นหลัก

สิ่งที่ อริสโตเติล ย้ำ
คือโฟกัสที่กลุ่มคนซี่งเราจะพูดด้วย

หมายถึงเราควรรู้ว่าใครที่จะมาฟังคุณพูด? มีกี่คน? อายุ เพศ เชื้อชาติอะไรบ้าง?
เขารู้จักเราแค่ไหน และรู้รึเปล่าว่าเราจะพูดเรื่องอะไร? แล้วทำไม เขาต้องมาฟังเรา?

และสำคัญที่สุด สิ่งที่เราจะพูด มีประโยชน์ต่อพวกเขาแค่ไหน?

เมื่อรู้กลุ่มเป้าหมายแล้วตอนเตรียมสคริปท์ คิดให้ดีว่าเป้าหมายของการพูดคืออะไร? จะให้ข้อมูล ให้แรงบันดาลใจ หรือเพื่อความสนุกสนาน

เสร็จแล้ว สรุปให้ชัดเจนในประโยคเดียว
ว่าเมื่อพูดจบ คุณอยากให้คนเหล่านั้น รู้หรือเข้าใจเรื่องอะไร และทำอะไรต่อหลังจากนั้น

เพราะการโฟกัสที่เรื่องพวกนี้ จะช่วยให้คุณไม่คิดเรื่อยเปื่อย จนรู้สึกกังวลก่อนขึ้นเวทีพูด
.

[2]
#ไม่ว่าพูดเรื่องอะไร #บทสรุปคือผู้ฟังต้องพอใจ

ไม่ว่าคุณจะพูดเรื่องอะไร

แต่สิ่งที่ผู้ฟังคาดหวัง มีแค่อย่างเดียว คือฟังจบแล้วรู้สึกพอใจซี่งอาจเป็นได้ทั้ง เรื่องสุขภาพ ครอบครัว ความมั่งคั่ง สถานะ ฯลฯ

ความสำเร็จในฐานะผู้พูดขึ้นกับว่าคุณทำได้ดีแค่ไหน ในการทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าคุณกำลังพูด เพื่อประโยชน์ของพวกเขาไม่ใช่แค่การพล่ามเรื่อยเปื่อยจนหมดเวลา

สมมติ คุณกำลังจะพิทช์ เพื่อขายผลิตภัณฑ์ด้านการเงินซักตัวคุณอาจจะรู้อยู่แล้ว ว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน

แต่อะไรจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกพอใจได้มากกว่ากัน
ระหว่าง การสาธยายขั้นตอนแบบยาวเหยียด
หรือแค่สรุปให้คนเหล่านั้นเข้าใจ ว่ามันจะช่วยให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นได้ยังไง?

สรุปให้ง่ายที่สุด คือปรับเรื่องที่คุณกำลังจะพูด ให้ตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจ
.

[3]
#พูดภาษาเดียวกับผู้ฟัง

ต่อให้คุณพูดความจริงแต่ถ้ามันฟังดูไม่น่าเชื่อถือ หรืออีกฝ่ายฟังไม่เข้าใจก็เปล่าประโยชน์

เป็นเรื่องปกติ ที่ท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ หรือแต่งกายไม่ถูกกาลเทศะอาจจะเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ฟัง จากสิ่งที่คุณพูด

แต่แทนที่จะมัวกังวลว่าเรื่องไหนไม่ควรทำ

คุณควรสนใจว่าทำยังไง พวกเขาถึงจะเข้าใจสิ่งที่คุณพูดดีกว่า

อริสโตเติล อธิบายว่าการใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆอย่าง การเลือกใช้คำ การเปรียบเปรย มุกตลกหรือ ตัวอย่างที่ใกล้เคียงประสบการณ์ตรงของอีกฝ่าย

เรื่องพวกนี้ จะช่วยให้คนฟัง รู้สึกว่าคุณเป็นพวกเดียวกัน และคล้อยตามได้ดีกว่า

ขอบคุณ: บทความเรียบเรียงจาก
Aristotle was a key figure in public speaking—he said the most persuasive people do these 3 things
https://cnb.cx/3of9uXi
Cr : AHEAD ASIA

25/09/2021

10 คำศัพท์การตลาดที่ลูกค้าอยากได้ยิน 🎧🎧

คำพูดที่เราใช้โฆษณาสินค้าหรือบริการมีผลต่อความสนใจและการตัดสินใจของลูกค้าไม่น้อย

แต่ 10 คำต่อไปนี้มักจะเป็นคำที่กระตุ้นความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี จะมีอะไรบ้างลองไปดูกันเลยค่ะ 👇

✅ 1. ฟรี

- แม้จะเป็นคำที่ใช้กันเยอะ แต่คำว่า “ฟรี” ก็มักจะดึงดูดความสนใจผู้คนได้เสมอ

✅ 2. ลดราคา

- ผู้คน (โดยเฉพาะในช่วงโควิด) มักจะมองหา “ความคุ้มค่า” อะไรที่ช่วยพวกเขาประหยัดเงินได้ก็ย่อมน่าสนใจไม่น้อย

✅ 3. จำนวนจำกัด

- เมื่อสิ่งใดมีจำนวนจำกัด ความต้องการก็มักจะเพิ่มขึ้นตาม (Scarcity Effect)

- ลองใช้คำพูดอย่าง "เหลือ 3 ชิ้นสุดท้ายเท่านั้น" "สินค้า limited edition มีขาย 10 ชิ้นเท่านั้น" เป็นต้น

✅ 4. ห้ามพลาด

- เป็นการเล่นกับจิตวิทยา FOMO เพราะผู้คนมีธรรมชาติที่ไม่อยากพลาดอะไรที่สำคัญๆ ไป

- พยายามสื่อสารว่าผู้คนจะพลาดประโยชน์เจ๋งๆ อะไรบ้าง หากไม่ใช้บริการ หรือร่วมแคมเปญบางอย่างกับเรา

✅ 5. ใช้ง่าย, สะดวก

- ชีวิตผู้คนในปัจจุบันมีความยุ่งยากวุ่นวายพอสมควร ดังนั้นอะไรที่ง่าย,ใช้สะดวก ย่อมเป็นจุดขายที่ดีได้

✅ 6. พิเศษ (Exclusive)

- การใช้คำพูดอย่าง “พิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น” หรือ “พิเศษเฉพาะผู้ที่...เท่านั้น”

- จะยิ่งทำให้สินค้าหรือบริการนั้นมีความ Exclusive และน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น

✅ 7. ใหม่

- การได้ใช้หรือเป็นเจ้าของอะไรใหม่ๆ มีส่วนกระตุ้นสารโดพามีนในสมอง ให้เรามีความสุขมากขึ้น

- ดังนั้น หากเรามีการพัฒนาปรังปรุงสินค้าตรงไหน มีฟีเจอร์ใหม่ๆ อะไร ก็อย่าลืมนำคำนี้ไปใช้นะคะ

✅ 8. เพราะว่า

- คำนี้อาจฟังดูธรรมดา แต่ Robert Cialdini ผู้เขียนหนังสือ Influence อธิบายว่า เมื่อเราบอกเหตุผลกับผู้คนไป การขอร้องของเราจะได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้น

- เช่น แทนที่จะโน้มน้าวให้ลูกค้าลองชิมสินค้าเราอย่างเดียว ลองต่อด้วยคำพูดอย่าง "เพราะว่าขนมชิ้นนี้ใช้...ในการผลิต มีต้นกำเนิดจากประเทศ... แตกต่างจากร้านอื่นตรงที่..."

- น้ำหนักของคำพูดก็จะมีมากขึ้นค่ะ

✅ 9. ทันที

- คำพูดอย่าง “ใช้งานได้ทันที” “รับฟรี...ทันที” หรืออะไรก็ตามที่ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ต้องรอ ก็จะทำให้พวกเขาสนใจมากยิ่งขึ้น

✅ 10. ชื่อของลูกค้า

- Dale Carnegie อธิบายว่า “ชื่อของเรา” คือคำพูดที่เราสนใจมากที่สุด

- ดังนั้นในการสื่อสารกับลูกค้า ถ้าเรามีการเอ่ยถึงชื่อเขาด้วย ก็จะสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย

- อย่าลืมที่จะใส่ชื่อลูกค้าไปในข้อความทักทาย หรือการสนทนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเขา

- ก็จะทำให้เขารู้สึกใกล้ชิดและผ่อนคลายกับแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ทั้งนี้ 10 คำดังกล่าวจะใช้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับบริบทในแต่ละธุรกิจ และการนำไปประยุกต์ใช้ในแต่ละสถานการณ์ด้วยนะคะ

สำหรับใครที่ชอบคำศัพท์อะไร นอกเหนือจาก 10 ข้อนี้อีก ก็มาแชร์กันได้น้า ❤

#สอนขายของออนไลน์ByC.Mayme
#การตลาดออนไลน์

=========================

คอร์ส 6 วัน 6 วิชา เปิดให้สมัครแล้วค่า ราคาพิเศษ 98 บาทเท่านั้น‼️

สำหรับใครที่เริ่มทำธุรกิจ หรืออยากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง มาเริ่มได้ที่คอร์สนี้เลย

สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถทัก inbox เข้ามาได้เลยนะคะ ❤️

******************************************
Cr:DigitalTips

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nonthaburi?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nonthaburi